นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๙
ด้วยรัก
ไม้เปิดประตูห้องพักเขาเข้ามา ก็เห็นเตโชนอนหลับอยู่บนเตียงของเขาอย่างเป็สุข ไม้ยิ้มให้โช ..เขาอยากเห็นใบหน้านี้ั้แ่เมื่อสองสามวันก่อน .. แต่ก็ไม่ได้เจอกันเลย ..จนถึงตอนนี้
เมื่อครู่ ตอนที่เขาไปเอากุญแจห้องพักของเขากับแบง แบงบอกว่า ..โชนอนพักอยู่ในห้องไม้.. เขาทั้งใและแปลกใจ .. และแทบไม่เชื่อเพื่อน.. แต่ก็ไม่มีเหตผลที่แบงจะโกหกเขานี่ .. เมื่อมาเห็นกับตา ..ไม้รู้สึกขอบคุณเพื่อนแบงเหลือเกิน
ไม้ทะยอยเอาข้างของของเขาเข้ามาเก็บในห้องอย่างเบาที่สุด พอเก็บของเสร็จ ไม้ก็มานั่งมองหน้าเตโชอย่างอิ่มใจ เสียงดนตรีดังขึ้นในสมองเขา เพลงที่เขาเพิ่งฟังและฝึกเล่นเมื่อวันสองวันนี้
แต่ก่อนหน้านี้ ไม้ไม่อยู่ในอารมณ์เดียวกับเพลง จึงร้องไม่ออก เล่นอย่างไรก็ไม่ดี ผิดกับตอนนี้..ไม้ยิ้มกับตัวเอง และเริ่มทวนเนื้อเพลงกับคอร์ทกีตาร์เพลง ฝากรัก ของดิอินโนเซ็นต์ในสมองตนเอง
....... ด้วยรักอยากฝากไว้ ในหัวใจที่หมายมั่น
......... ขอเพียงได้พบกัน สบตาให้หวั่น แค่นั้นพอ
....... อยากจะจองตัวเธอเป็ของฉันคนเดียว เปล่าเปลี่ยวอยู่นานเท่าไหร่
......... เห็นเธอก็อยากสมัครใจ ขอโปรดทราบเอาไว้ดวงใจฉันให้เธอครอง
...
เตโชงัวเงียตื่นขึ้น เขาเห็นไม้นั่งยิ้มให้เขาอยู่ ก็ใ !!
“ไม้!!” เตโชอุทานชื่อไม้ออกไปชัดเจน
จนไม้หัวเราะ “โชเรียกไม้ทำไมเหรอ?”
“ทำไม? ไม้..อยู่.. ตรงนี้” เตโชยังงงอยู่
“นี่ห้องไม้เอง แบงให้โชมานอนในห้องไม้” ไม้บอกขำๆ
เตโชรีบลุกขึ้นนั่ง ตอนที่แบงให้กุญแจห้อง เขาง่วงเกินกว่าที่จะถามว่าเป็ห้องใคร
“พอไม้กลับมาจากบ้าน เข้าห้องมา ก็พบโชพอดี ดีใจจัง” ไม้ยิ้มไม่หุบ
จนเตโชเขิน ทำอะไรไม่ถูก เขาจึงเปลี่ยนเื่คุย “เย็นมากละ ไปหาไรกินเถอะ ทีกับแบงคงหิวแย่แล้ว”
“สองคนนั่นออกไปกินข้าวข้างนอกแล้ว พวกมันขี่จักรยานของไม้ออกไป”
“อ้าว.. แล้วทำไมไม้ไม่ปลุกโชล่ะ จะได้ไปกันข้าวด้วยกัน”
“ก็.. สองคนนั่นไม่อยากกินกับเรานี่” ไม้ตอบแล้วลุกขึ้นไปแกะของจากกระเป๋าใบหนึ่ง
“ทำไมล่ะ?” โชถาม
“ก็.. ไม้บอกสองคนนั่นว่า ไม้จะทำกะเพราหมูสับกิน สองคนนั่นไม่ชอบ เลยออกไปกินข้างนอก”
“แล้วไม้จะทำยังไง?” โชถามอีก
ไม้ไม่ตอบ เลือกยื่นถุงพลาสติคที่ใส่ใบกะเพราให้เตโช “ช่วยเด็ดหน่อยสิ”
โชรับมา และทะยอยเด็ดใบกะเพราแบบที่อยากกิน
ไม้รื้อส่วนประกอบอื่นออกมา แล้วชวนเตโชไปใช้ครัวกลางที่เ้าของหอพักเตรียมไว้ ไม้ติดเตาแก๊ส และทำกะเพราหมูสับจนเสร็จ
ทั้งสองนั่งกินข้าวกับกะเพราหมูสับด้วยกันอย่างมีความสุข
่พักเที่ยง หลังจากที่ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เตโชกับไม้ก็เดินไปตามที่ต่างๆ ของโรงเรียนจนมาถึงอาคารเรียนเก่า ที่ชั้นล่างจัดเป็ห้องกิจกรรมทั้งชั้น
“ไม้ไปห้องน้ำก่อนนะ”
โชพยักหน้ารับรู้
ไม้เดินหายไปในมุมหนึ่งที่เป็ห้องน้ำชาย
โชเดินรอๆ ไม้จนไปถึงบอร์ดประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน มีโปสเตอร์หนัง ‘พลอยทะเล’ ของ เชิด ทรงศรี ปิดไว้หลายแผ่นมันปิดไว้เต็มทั้งบอร์ด
เตโชอยากดูหนังเื่นี้ขึ้นมาทันที
“อยากดูหนังเื่นี้เหรอ” แนนเดินมาหาโช และออกปากถาม
“โชอยากดูมากแนน เมื่อ ๔ ปีก่อน โชเคยดูเื่เพื่อนแพงกับพ่อแม่ โชชอบมาก เื่นี้ทั้งสรพงษ์ทั้งชนุตพรตจากเื่ที่แล้วมาเล่นด้วย แล้วยังมี สินจัย กับอรัญญามาสมทบอีกนะ”
“แนนชอบเวลาที่โชพูดถึงเื่ที่ชอบแบบนี้จัง”
โชยิ้มให้ “โชจะไม่พลาดดูหนังเื่นี้แน่ๆ”
แนนก้มหน้าไปอ่านวันเวลาที่ฉายหนังแล้วหันหน้ามาชวนเตโช “เย็นนี้ไปดูหนังกับแนนนะ”
“ได้สิ” เตโชตอบตกลง เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับแนน การมีเพื่อนอย่างแนนไปดูหนังด้วยก็ดีเหมือนกัน เตโชคิดแค่นั้น
แต่ไม้ไม่ได้คิดอย่างนั้น เขาได้ยินโชตอบตกลงกับแนน เขาจึงไม่กล้าเดินออกมาจากมุมตึกนั่น ทั้งที่ใจเขาก็อยากชวนเตโชไปดูหนังเหมือนกัน
ที่หน้าโรงหนัง ขณะที่แนนกับโชกำลังจะเดินเข้าไปในโรงหนัง
ป้องปรากฏตัวขึ้นมาพอดี “รอป้องก่อนสิ ป้องจะรีบไปซื้อตั๋วก่อน รอนะรอนะ” แล้วป้องก็รีบวิ่งไปซื้อตั๋ว
เตโชมองหน้าแนน ราวกับจะถามว่า..จะเอายังไง?
แนนเฉย แฝงด้วยยิ้มเจื่อนๆ ไม่กล้าตอบอะไร
ในใจเตโช เริ่มเบื่อกับความเป็แนนที่ไม่ตัดสินใจอะไรแบบนี้
..
ไม่นาน ป้องกลับมาหาแนนกับเตโช “ป้องซื้อตั๋วมาแล้ว แต่ไม่ได้ที่นั่งติดกับแนนน่ะสิ” แล้วป้องก็มองหน้าเตโช
เตโชเห็นป้องมองหน้าตนก็พอจะเข้าใจความหมายของเพื่อน เตโชเลยมองหน้าแนน เขาอยากให้เพื่อนตัดสินใจ
แต่.. แนนกลับยืนนิ่ง ไม่ทำอะไร!!
เหมือนเดิม.. เตโชบอกตัวเอง และถอนหายใจ “เอางี้.. ป้องเอาตั๋วมาแลกกับที่เรา”
แนนมองหน้าเตโช “โช”
เตโชมองหน้าแนน แล้วก็ถือตั๋วของป้องเดินเข้าโรงหนังไป
แนนกับป้องก็เดินตามโชเข้าโรงหนังไป
พลอยทะเล.. เื่ราวเกิดขึ้นบนเกาะเล็กๆแห่งหนึ่ง ‘รุ่ง’ หนุ่มชาวเลอาศัยอยู่กับแม่ที่ป่วย มันตกหลุมรัก ‘กระถิน’ แต่ถูกกีดกันจึงลักลอบได้เสียกัน ‘สำเภา’ หญิงสาวอีกคนที่แอบรักรุ่ง แม้จะรู้ว่าเป็ได้แค่น้องสาว แต่มันก็รักรุ่งไม่เปลี่ยนแปร
วันหนึ่งรุ่งพบพลอยทะเลเม็ดใหญ่จากใต้ท้องทะเล เขาตั้งใจเอาไปขายเป็ค่ารักษาแม่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ รุ่งฝากพลอยไว้กับกระถิน
มีคนทำร้ายรุ่งปางตาย เพราะอยากได้พลอย กระถินคิดว่ารุ่งตายแล้ว จึงใช้ชีวิตไปวันๆ ‘สำเนียง’ พ่อค้าพลอยหนุ่มหล่อมาพบกระถินก็ตกหลุมรักสำเนียงเห็นพลอยทะเลก็อยากได้
สำเภาดูแลรักษาจนรุ่งหายดี รุ่งไปติดตามหากระถิน แต่พบว่าเธออยู่กับชายอื่น เมื่อมีโอกาสคุยกัน รุ่งทวงพลอยคืน กระถินอ้างโน่นนี่นั่นและบอกสำเนียง สำเนียงจึงออกเรือไล่ล่ารุ่ง ท่ามกลางพายุคลั่ง
พลอยทะเล.. เื่ราวที่สะท้อนความแปรปรวนของจิตใจมนุษย์ดั่งคลื่นลมแห่งท้องทะเล
เมื่อหนังจบ แนนกับป้องก็เดินออกมาจากโรงหนัง
“กลับกันเถอะ แนนไปส่งป้องที่บ้านนะ”
“รอโชก่อนสิ” แนนบอกป้องชัดๆ
“โชมีจักรยาน เค้ากลับเองได้น่า” ป้องไม่พอใจก็พูดกับแนนปัดๆ ไป
แต่แนนไม่สนใจ พอดีเขามองเห็นเตโชที่กำลังเดินออกมาจากโรงหนัง จึงะโเรียกและโบกมือให้เตโชเห็น เตโชจึงเดินมาหาแนน
แนนยิ้มให้เตโชอย่างเปิดเผย “เดี๋ยวไปหาไรกินกันนะโช”
เตโชยิ้มให้
“เออ.. แนนไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ”
เตโชพยักหน้ารับ
พอแนนเดินลับตาไป ป้องก็ถามโชขึ้น “ถ้าแนนคือพี่รุ่ง ระหว่างเธอกับเรา ใครเป็อีกะถิน ใครเป็อีสำเภา”
เตโชยิ้มให้ป้องเบาๆ “เราไม่เลือกหรอกป้อง เพราะไม่คิดจะแย่งใครกับใคร อ้อ.. ฝากป้องบอกแนนว่า เรากลับหล่ะ” แล้วเตโชก็เดินไปที่ที่จอดจักรยานของโรงหนัง
โชแลกบัตรกับพนักงาน เดินไปจนถึงรถจักรยาน แล้วก็ขึ้นคล่อมตัวรถ โชกำลังจะปั่นจักรยานออกไป
แนนวิ่งตามมาทันตอนที่เตโชกำลังปั่นจักรยานพอดี “โช เดี๋ยวก่อน” แนนะโเรียก
โชเลือกยิ้มให้ บ๊ายบายแล้วปั่นจักรยานจากไป
แนนได้แต่มองตาม
ป้องตามแนนมาทันพอดี “แนน.. เราไปกินโจ๊กกันที่ตลาดโต้รุ่งนะ”
“ป้องไปเองนะ แนนจะกลับบ้าน” แล้วแนนก็เดินจากป้องไปทันที
โชปั่นจักรยานมาจนถึงหน้าร้านข้าคลุกกะปิห้าแยกซึ่งเวลาแบบนี้ร้านปิดไปแล้ว โชเลือกจอดรถที่หน้าร้าน แล้วนั่งที่ฟุตบาธอย่างเซ็งๆ
เซ็งแรกคือที่นั่งที่ป้องเลือกมันไม่ดีเอาเสียเลย โชจึงดูหนังไม่สนุก เซ็งต่อมาคือตัวแนนที่ยังไม่กล้าเลือกอะไรเหมือนอย่างที่ผ่านมา เซ็งสุดท้าย คือเซ็งตัวเองที่คิดว่าเพื่อนอย่างแนนจะดีขึ้น แต่ก็เปล่า
“มีใครจะไปดูหนังเป็เพื่อนมั้ยน้า” เสียงไม้ดังขึ้น
โชหันไปหาที่มาของเสียง
ไม้จอดจักรยาน แล้วลงนั่งข้างๆ โช
“ไม้จะดูเื่อะไรล่ะ”
“พลอยทะเล”
“โชเพิ่งดูออกมาเนียะมานั่งเซ็งอยู่นี่”
“ถ้า..ไปดูกับไม้อีกรอบ จะเซ็งแบบนี้มั้ย”
.. เออ.. ลืมคิด .. โชเลยตอบไม้ไม่ได้
“ถ้าไม่ตอบ ก็.. ไปดูหนังเป็เพื่อนไม้นะ”
เตโชรู้สึกโดนมัดมือชกแต่ก็โอเคนะ จึงพยักหน้ารับ “แต่ตอนนี้..โชว่า เราแยกย้ายกลับหอพักกันเถอะ ดึกละ”
“ไม่อะ คืนนี้ไม้จะปั่นจักรยานไปส่งโชที่ห้องพัก โชไปส่งไม้หลายครั้งแล้ว วันนี้ห้ามปฏิเสธไม้นะ”
“ไม้พูดซะขนาดนี้ ก็.. ไป๊ ไปเถอะ”
แล้วทั้งสองก็เริ่มปั่นจักรยานคู่กันไปตามท้องถนนยามค่ำคืน คงเพราะค่อนข้างดึก เลยแทบไม่มีรถบนถนน ทั้งสองจึงผลัดกันแซง ผลัดกันชะลอ ผลัดกันปาดซ้ายป่ายขวากันอย่างสนุกสนาน
หากท้องถนนคือทุ่งดอกไม้ จักรยานสองคันนี้คงเป็ผีเสื้อที่บินล้อลมไปมาเหนือดงดอกไม้นั่น บางทีก็บินเคียงข้างกันให้มวลดอกไม้อิจฉา
จบตอนที่๙