ย้อนเวลามาแก้ไขชะตาในยุค 80

    บทที่ 57 ดูแลพ่อแม่

            การตั้งท้องคราวนี้เยี่ยชิงเหมยก็ยังคงพยายามดูแลตนเองให้ดีเช่นเคยอีกทั้งเพราะเธอเคยมีประสบการณ์มาก่อนหน้านี้แล้ว ความกังวลเรื่องลูกในท้องจึงไม่ค่อยจะมีเท่าใดนักส่วนลู่จิ้นเหอนั้นก็ยังคงดูแลเธอและลูกเป็นอย่างดี ทุกการกระทำของเขาล้วนเป็นไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

            ตอนเช้าขับรถไปส่งลู่เหวินเหอที่โรงเรียนอนุบาลใกล้บ้านก่อนแล้วจึงค่อยขับรถไปส่งเธอที่วิทยาลัยหลังจากนั้นจึงได้ขับรถไปทำงาน พอตกเย็นก็ไปรับลูกชายก่อนแล้วจึงค่อยไปรับเยี่ยชิงเหมยถ้ายังทำงานไม่เสร็จพอส่งลูกและภรรยาที่บ้านแล้วเขาจึงรีบกลับไปสะสางงานของตนเองต่อในแต่ละวันเยี่ยชิงเหมยใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ดำเนินชีวิตเฉกเช่นเดิมหมุนเวียนไปทุกวันจนเยี่ยชิงเหมยคุ้นชินกับความสะดวกสบายและความเอาใจใส่ของลู่จิ้นเหอแล้ว

            ตั้งแต่มีหลานทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของเธอก็ต่างพากันเข้าเมืองแทบทุกวันจนคุณพ่อของเธอตัดสินใจซื้อรถมาคันหนึ่งเพื่อใช้ขับเข้าเมืองมาหาหลาน แต่เพราะช่วงนี้พวกเขาอายุมากแล้วเยี่ยชิงเหมยจึงได้คิดว่าอยากจะซื้อที่ดินผืนข้างๆที่กำลังประกาศขายอยู่เพื่อจะได้สร้างบ้านให้พ่อและแม่ของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่จะลงทุนซื้อที่ดินเธอจะต้องสอบถามความเห็นของพวกท่านก่อน

            “ถ้าหนูจะซื้อที่ดินผืนข้างๆ มาแล้วสร้างบ้านให้คุณพ่อและคุณแม่สักหลังคุณพ่อกับคุณแม่จะยอมย้ายมาอยู่บ้านที่หนูสร้างให้ไหมคะ” เยี่ยชิงเหมยถามพวกท่านในเช้าวันหนึ่งวันนี้เป็นวันหยุดทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของเธอต่างก็เข้าเมืองมาเพื่อมาหาลู่เหวินเหอซึ่งพวกท่านมักจะทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวันหยุดของลู่เหวินเหอเพื่อจะได้ช่วยเยี่ยชิงเหมยเลี้ยงดูเขาและอยู่จะได้นั่งเล่นพูดคุยกับลู่หลินด้วย

            “ทำไมต้องสิ้นเปลืองเงินทองด้วย ถ้าหนูคลอดแล้วแม่ก็ยังจะมาช่วยดูแลหลานให้แบบเดิมทุกวันหนูไม่ต้องกังวลหรอกนะว่าแม่จะไม่ยอมมาช่วยเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก” ฟางซูจิ้งพูดพลางจ้องมองหน้าท้องที่เริ่มขยายใหญ่ของเยี่ยชิงเหมยแล้ว

            “หนูไม่ได้กังวลเรื่องคนเลี้ยงลูกหรอกค่ะแต่หนูเป็นห่วงคุณพ่อและคุณแม่มากกว่า เดี๋ยวนี้ถนนหนทางดีขึ้นมากแล้วก็จริงแต่รถราบนท้องถนนก็มีมากขึ้นตามไปด้วยหนูไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ต้องขับรถเทียวไปเทียวมาทุกวัน อีกทั้งอยากให้คุณพ่อและคุณแม่ย้ายมาอยู่ใกล้หนูหนูจะได้ดูแลคุณพ่อและคุณแม่ได้อย่างสะดวก” เมื่อเยี่ยชิงเหมยพูดเช่นนี้เยี่ยหมิงฮุ่ยก็ส่ายหน้า

            “พ่อยังไม่แก่จนถึงขั้นให้ลูกต้องคอยดูแลหรอก”แม้จะพูดอย่างนั้นแต่สีหน้าของท่านกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปลาบปลื้มใจ

            “ในเมื่อตอนนี้ยังแข็งแรงดีก็มาช่วยกันดูแลลูกให้หนูก่อนได้นี่คะอีกอย่างถ้าย้ายมาอยู่ใกล้กันคุณพ่อก็จะได้ไม่เหงาด้วย” เยี่ยชิงเหมยพูดพลางหันไปทางพ่อสามีอันที่จริงแล้วเขาเป็นคนเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเองพอเห็นว่าบ้านข้างๆ กำลังจะประกาศขายเขาก็รีบมาบอกลูกสะใภ้ในทันที

            “มาอยู่ใกล้ๆ กันเถอะ พวกเราจะได้ไม่เหงาตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านอะไรนั่นนายก็ไม่ได้ทำมาตั้งนานแล้วนี่ ที่ดินก็ปล่อยให้คนอื่นเช่ามานานแล้วฉันรู้ว่านายผูกพันกับบ้านหลังนั้นแต่ฉันคิดว่ามันก็ชำรุดทรุดโทรมมากแล้วนะ ไม่สู้เอาเงินที่จะซ่อมแซมบ้านหลังนั้นมาสร้างบ้านใหม่อยู่จะดีกว่า”ลู่หลินพูดกับเยี่ยหมิงฮุ่ยอย่างตั้งใจชักชวนอย่างเต็มที่ ส่วนลู่เหวินเหอที่นั่งฟังอยู่ก็รีบพูดขึ้นมาในทันที

            “คุณตาครับ คุณยายครับ ย้ายมาอยู่ใกล้ผมเถอะวันไหนผมเหงาผมจะได้พาคุณปู่ไปหาคุณตากับคุณยาย แถมอีกอย่างถ้าสร้างบ้านอีกหลังติดๆกัน พอผมอยากจะไปนอนกับคุณตา คุณยายก็เป็นเรื่องที่สุดแสนจะง่ายดาย” คำพูดของเขาทำให้เยี่ยชิงเหมยยิ้มออกมาในทันทีพลางคิดอยู่ในใจว่าไม่เสียแรงที่พยายามอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีนอกจากเขาจะเข้าอกเข้าใจบทสนทนาของผู้ใหญ่แล้ว ยังรู้จักช่วยพูดให้เธอที่เป็นแม่ของเขาด้วย

            “หรือถ้าคุณยายห่วงคุณยายบ้านหม่า พวกเราจะชวนเธอมาอยู่ด้วยก็ได้นะครับ”เมื่อลู่เหวินเหอพูดเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยจึงพึ่งจะนึกถึงคุณป้าหม่าที่อยู่ข้างบ้านได้ตั้งแต่หม่าลี่ถิงตายไปคุณแม่ของเธอก็พยายามแวะเวียนเข้าไปพูดคุยและคอยดูแลเธอเสมอ

            “เธอไม่ยอมมาหรอก ตอนนี้เธอมีหลานชายไปคอยดูแลและคอยอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”เมื่อคุณแม่ของเธอพูดเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยก็พลันขมวดคิ้วแล้วถามออกมาด้วยความสงสัย

            “หลานชายหรือคะ”

            “ลูกของพี่สาวของชุ่ยผิงเขานั่นแหละ พวกเขามีลูกมีหลานตั้งหลายคนเพราะกังวลว่าจะเลี้ยงดูไม่ไหวก็เลยส่งมาให้ชุ่ยผิงช่วยเลี้ยง ไปๆ มาๆ เด็กคนนั้นตอนนี้กลายเป็นคนดูแลชุ่ยผิงแทนแล้ว”ฟางซูจิ้งพูดพลางยิ้มออกมา

            “โชคดีที่เด็กคนนั้นทั้งเรียนเก่งและมีความกตัญญูนอกจากจะดูแลชุ่ยผิงได้เป็นอย่างดีแล้วยังสามารถสอบชิงทุนต่างๆ มามากมาย ทำให้ชุ่ยผิงเขาพลอยได้หน้าไปด้วยตอนนี้สภาพจิตใจของชุ่ยผิงนั้นดีขึ้นมากเรื่องราวความเจ็บช้ำในอดีตเกี่ยวกับลี่ถิงนั้นน่าจะลบเลือนไปได้มากแล้ว”คำพูดของฟางซูจิ้งทำให้เยี่ยชิงเหมยยิ้มออกมา

            “คุณป้าหม่าโชคดีจังเลยนะคะ” เยี่ยชิงเหมยพูดพลางยิ้มออกมาชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ตอนที่เธอกลับบ้านสีหน้าของคุณป้าหม่านั้นดีมากเป็นอย่างยิ่งหลายชายของเธอก็น่าจะเป็นคนเดียวกับคนที่คอยดูแลคุณป้าหม่าในชาติที่แล้ว

            “ต่อไปคุณยายก็จะโชคดีครับ เพราะคุณยายก็จะมีหลานชายอย่างผมคอยดูแลเช่นเดียวกัน”คำพูดของลู่เหวินเหอทำให้ฟางซูจิ้งหัวเราะออกมาเบาๆ ในทันที

            “หลานพูดอย่างนี้คุณตากับคุณปู่ก็น้อยใจแย่เลย”คำพูดของฟางซูจิ้งทำให้ลู่เหวินเหอส่ายหน้า

            “จะน้อยใจทำไมครับ เพราะผมจะต้องดูแลทุกคนอยู่แล้วนอกจากจะเป็นหลานชายที่ดี ผมก็จะเป็นลูกที่ดี แล้วก็จะเป็นพี่ชายที่ดีอีกด้วย” ลู่เหวินเหอพูดพลางยกมือขึ้นมานับความดีของเขาต่อหน้าทุกคนเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

            มีหลานชายคอยออดอ้อนถึงขนาดนี้ในที่สุดทั้งเยี่ยหมิงฮุ่ยและฟางซูจิ้งก็ยอมใจอ่อนแต่เพราะไม่อยากให้ลูกสาวใช้เงินของตนเองพวกเขาจึงนำเงินเก็บที่สะสมเอาไว้มาซื้อที่ดินและสร้างบ้านตามความชอบของพวกเขาและแน่นอนว่าบ้านหลังนั้นลู่เหวินเหอจะต้องมีส่วนร่วมในการเลือกแบบบ้านด้วย การที่พ่อและแม่ยินยอมย้ายมาอยู่ด้วยช่วยปลดความหนักอึ้งในใจของเยี่ยชิงเหมยไปได้เป็นอย่างมากในชาติที่แล้วพวกเขาไม่ยอมให้เธอได้ดูแลตอนที่แก่ชรา แต่ชาตินี้กลับเปลี่ยนแปลงไปแล้วดังนั้นในชาตินี้เธอจึงมีความตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะดูแลพวกเขาให้ดี และจะพยายามมอบความสุขในบั้นปลายชีวิตให้แก่พวกเขาให้ได้

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาแก้ไขชะตาในยุค 80 ที่คุณอ่าน