หลังจากที่ได้นอนหลับกันอย่างเต็มตื่นในช่วงเมื่อคืน เช้าวันต่อมา ยูกินะและพวกพ้องก็ได้เดินเข้าไปในถ้ำลึกบนภูเขาสุซุกะ พร้อมกับเนเนะ และอายะ-โกเซ็น จากนั้น พวกเขาทั้งหมดรีบมุ่งหน้าตรงไปยังบ่อน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดภายในถ้ำแห่งนี้ ในช่วงระหว่างทางไปยังบ่อนน้ำพุนั้น พวกเธอทั้งหมดก็คอยจัดการกับเหล่าอสูรโอนิโยไคที่ขวางหน้าภายในถ้ำลึกแห่งนั้น เหล่าโอนิโยไคที่อยู่ในระหว่างทางพวกนั้นต่างก็ใช้อาวุธที่ต่างกันออกไป
ยูกินะจะใช้ดาบพลังแสงคุซานางิในการจัดการกับเหล่าอสูรโอนิโยไค พร้อมกับใช้พลังเวทย์ในการจัดการกับพวกมันควบคู่กันไปด้วย ในระหว่างนั้นก็พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาด้วยระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาว บ้างก็มีการร่ายเวทย์ธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบพลังแสง เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย
ทางด้านโทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อโจมตีใส่พวกโอนิโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยกระบี่คันศรที่มาจากดาบไดโทเร็นกับดาบโชโทเร็น ในระหว่างนั้น เธอก็มีการสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นดาบคู่กับดาบแส้ชนิดคู่ แล้วมุ่งตรงเข้าไปจัดการกับพวกมันด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างนั้น เธอก็มีการเสกพลังเวทย์ธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบด้วย เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมัน
ทางด้านอินะฮิเมะนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกอสูรโอนิโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบโค้ง ทวน และเคียวยมทูต เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย บ้างก็มีการเขวี้ยงคมเคียวใส่พวกมันในลักษณะของบูมเมอร์แรงอีกด้วย
ส่วนทางด้านคิทสึเนบิก็รีบทำการสวมหน้ากากจิ้งจอกสีเพลิง เพื่อกลายสู่ร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนี จากนั้น เธอทำการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบเคนเมียวเร็นให้พุ่งเข้าไปฟันใส่พวกโอนิโยไคด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างนั้นก็ได้มีการเสกพลังธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบ เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย บ้างก็มีการพ่นไฟอันร้อนระอุออกมาโจมตีใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแบบลูกไฟและในแบบเปลวไฟ
และทางด้านโอคัทสึก็ใช้มีดสั้นคู่อาเมะ โนะ ฮาบาคิริในการจัดการกับพวกโอนิโยไคเหล่านั้นด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างมีดคู่กับดาบสั้นคู่ และในระหว่างนั้น เธอก็มีการใช้วิชานินจาในรูป แบบต่างๆ เพื่อจัดการกับพวกมันควบคู่กันไปด้วย บ้างก็มีการเขวี้ยงดาวกระจายชูริเคนกับมีดคุไนใส่พวกมันด้วย
ทางด้านเนเนะกับอายะ-โกเซ็นนั้นก็รีบทำการรวมร่างของตัวเองเข้ากับภูติพิทักษ์ประจำกายของตน เพื่อกลายสู่ร่างโอกามิ-มุฉะ ก่อนที่พวกหล่อนทั้งสองนั้นจะรีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกมันด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง
พวกยูกินะรีบมุ่งหน้าตรงไปยังบ่อน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ในส่วนลึกที่สุดของถ้ำบนภูเขาแห่งนี้ พร้อมกับคอยจัดการกับเหล่าโอนิโยไคที่ปรากฏขึ้นในตลอดทางในลักษณะเช่นนั้นไปด้วย จนทำให้เหล่าโอนิโยไคทั้งหมดนั้นก็ค่อยๆ ทยอยกันดับสลายหายไปในทันที ถึงแม้ว่าพวกยูกินะจะสามารถจัดการกับเหล่าโอนิโยไคที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย แต่จำนวนของพวกมันที่อยู่ภายในถ้ำลึกแห่งนี้มันก็ช่างมากมายเสียเหลือเกิน
“เท่าที่จำความได้ ในตอนนั้นที่ข้ากับคิทสึเนะเคยมาที่ถ้ำลึกแห่งนี้ก็ไม่เคยมีอสูรโยไคตนไหนปรากฏขึ้นในที่แห่งนี้มาก่อนเลย” โทโมเอะพลางรู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏตัวขึ้นของเหล่าโอนิโยไคตั้งมากมายที่อยู่ภายในถ้ำลึกแห่งนี้ ในระหว่างนั้น เธอก็คอยจัดการกับเหล่าโอนิโยไคที่พากันวิ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าพวกมันจะมากันเยอะเกินไปแล้ว นี่พวกมันกะจะเฝ้าตระเวนอยู่ตลอดทางรึยังไงฟะ”
คิทสึเนบิเริ่มกล่าวคำประชดออกมาด้วยสีหน้าที่ขุ่นเคืองอย่างสุดๆ ในระหว่างนั้นเธอก็คอยจัดการกับพวกโอนิโยไคที่ปรากฏขึ้นในตลอดทางไปด้วย ถึงแม้ว่าพวกโอนิโยไคเหล่านี้จะมีกันตั้งมากมายสักแค่ไหน แต่ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ จึงทำให้พวกยูกินะนั้นสามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ออกมาได้ และในที่สุด พวกเธอนั้นก็ได้เดินทางมาถึงที่หน้าประตูหินทางเข้าไปยังพื้นที่บ่อน้ำพุแห่งชีวิต ซึ่งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดภายในถ้ำบนภูเขาแห่งนี้
“ที่นี่แหละ” โทโมเอะรีบเอ่ยบอกให้เหล่าพวกพ้องได้รู้ว่า พวกเธอนั้นได้เดินทางมาถึงที่หน้าทางเข้าไปยังพื้นที่บ่อน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ภายในภูเขาแห่งนี้แล้ว และทันใดนั้นเอง นูริคาเบะ-อายาคาชิก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในลักษณะของกำแพงขวางกั้นที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอทันที
สักพัก นูริคาเบะ-อายาคาชิก็ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา มันมีลักษณะคล้ายกับกำแพงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งที่มีขนาดใหญ่ มีดวงตาสีแดงฉากทั้ง 3 ดวงปรากฏขึ้นที่บริเวณกลางหน้าผาก และมีแขนงอกออกมาทั้งสองข้าง ใบหน้าของมันนั้นแสดงออกถึงความดุร้ายได้อย่างชัดเจน
“พวกเจ้าช่างกล้าดียังไง ถึงได้มาบุกรุกในถิ่นของข้า”
นูริคาเบะ-อายาคาชิเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม
“ถิ่นของเจ้าอย่างงั้นหรือ เจ้าอย่ามาตลก เมื่อก่อนข้ากับพี่โทโมเอะก็เคยมาเยือนที่นี่ และก็ไม่เคยเห็นเจ้ามาอยู่ในที่แห่งนี้มาก่อนเลยสักครั้ง จะมาเป็นถิ่นของเจ้าได้ยังไง เจ้าเป็นใครมาจากไหนมิทราบ ถึงได้มาบอกแบบหน้าด้านๆ ว่าที่นี่คือถิ่นของเจ้า ไอ้เจ้าปีศาจหน้าไม่อาย”
นูริคาเบะ-อายาคาชิเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้าไปโดยทันที มันจึงรีบยกแขนขึ้นมาตะปบใส่คิทสึเนบิด้วยความโมโหอย่างสุดขีด แต่คิทสึเนบินั้นก็สามารถควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบเคนเมียวเร็นให้เข้ามาป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด
“เจ้าช่างกล้าดียังไง ถึงได้บังอาจมาปากดีกับข้า”
นูริคาเบะ-อายาคาชิเอ่ยถามด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างสุดๆ
“พอทีเถอะเจ้าค่ะ” ทันใดนั้น ก็ได้มีน้ำเสียงที่ห้าวนิดๆ ของโอคัทสึดังเข้ามาขัดจังหวะของทั้งสองฝ่ายเอาไว้ จนทำเอาคนอื่นๆ รีบพากันหันหน้าเข้าไปหาโอคัทสึทันที
“ที่พวกข้ามายังที่นี่ ก็เพราะว่าพวกข้ามีเหตุจำเป็น” โอคัทสึกล่าวกับนูริคาเบะ-อายาคาชิไปตามความเป็นจริง จากนั้น ความโกรธเกรี้ยวของมันนั้นก็ได้สงบลงไปในทันที
“ถ้าหากเช่นนั้น พวกเจ้าก็จงตอบคำถามกับข้า ถ้าหากพวกเจ้าตอบถูก ข้าก็จะยอมไปจากที่นี่แต่โดยดี แต่ถ้าหากว่าพวกเจ้าตอบผิด ข้าก็จะกำจัดพวกเจ้าทุกคนเสียตรงนี้ ให้สมกับที่เคยดูหมิ่นข้า”
นูริคาเบะ-อายาคาชิกล่าวเสนอเงื่อนไขกับพวกยูกินะ ก่อนที่มันจะเริ่มเอ่ยถามออกมาว่า
“ข้าไม่เคยคิดที่จะเป็น แต่ข้าจะต้องเป็นเช่นนั้นอยู่เสมอ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้จัก แต่ทุกชีวิตที่ยังมีลมหายใจนั้นล้วนเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าจะต้องมีข้า แล้วข้าคือสิ่งใดกัน”
“ความเป็นระเบียบ...อย่างงั้นหล่ะสินะ” โอคัทสึเอ่ยตอบในเชิงคาดเดา
“ตอบผิด” นูริคาเบะ-อายาคาชิพลางหยิบก้อนหินที่มีขนาดใหญ่นิดๆ ขึ้นมาจากพื้น แล้วปาใส่โอคัทสึเข้าอย่างจัง แต่ทว่าเธอได้กลายเป็นขอนไม้ไปในทันที และสักพัก โอคัทสึร่างจริงก็ได้ปรากฏขึ้นที่กลางอากาศ ก่อนที่จะดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่าง