แสงไฟสีน้ำเงินแดงจากรถตำรวจวูบวาบสลับกันไปมาทาบลงบนลานวัดที่เพิ่งผ่านความโกลาหลเมื่อครู่ กลิ่นฝุ่นและกลิ่นควันปืนจาง ๆยังคงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ ท้องฟ้าใกล้ค่ำย้อมด้วยสีส้มหม่นของเวลาราวห้าโมงเย็นเสียงพูดคุยปนตะโกนสั่งการของเจ้าหน้าที่ดังประปรายมือปืนถูกใส่กุญแจมือและคุมตัวไปยังรถตำรวจ เสียงประตูเหล็กปิดดังปังก่อนรถคันนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนออกจากลานวัด ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ค่อย ๆกลับคืนมา
บริเวณรอบศาลาประกอบพิธีเจ้าหน้าที่ตำรวจและบอดี้การ์ดของตระกูลอินทวัฒน์ยืนกระจายตำแหน่งอย่างเข้มงวดสายตาทุกคู่คอยสอดส่องทุกมุมราวกับไม่ปล่อยให้เหตุร้ายซ้ำรอย ข้างในศาลาพิธีกรรมทางศาสนาซึ่งหยุดชะงักไปชั่วครู่เริ่มดำเนินต่ออีกครั้งด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมกว่าเดิม
มุมหนึ่งของศาลากชกรนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาว สีหน้ายังแฝงร่องรอยอ่อนล้าจากการออกแรงอย่างหนักแต่ท่าทางยังคงเรียบนิ่งและมั่นคงเหมือนเดิม ที่พื้นเบื้องหน้า มีลูกชายอย่างผมนั่งคุกเข่ามือถือกล่องปฐมพยาบาลเล็ก ๆ วางกล่องไว้ข้างตัว ก่อนค่อย ๆ แหวกกระโปรงด้านข้างที่แม่เคยฉีกออกเผยให้เห็นเรียวขาขาวยาว มีแผลถากจากการถูกมีดบาดเป็นรอยแดงเล็ก ๆ บนหน้าแข้งซ้าย
ลูกชายเอื้อมมือหยิบสำลีชุบยาฆ่าเชื้อกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ลอยแตะจมูก ผู้เป็นแม่มองท่าทางเอาจริงเอาจังของลูกชายด้วยความเอ็นดูดวงตาเรียวสวยมีรอยยิ้มอ่อนโยนซ่อนอยู่ แม้จะแสบน้อย ๆ แต่ก็ปล่อยให้ลูกชายทำหน้าที่นั้นโดยไม่เอ่ยทัก
ผู้เป็นลูกชายก้มหน้ามุ่งมั่นใช้ปลายนิ้วอีกข้างกดขอบสำลีเบา ๆ ลูบไปตามรอยแผลอย่างระมัดระวังท่วงท่าและน้ำหนักมือเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูด
เมื่อทำความสะอาดเสร็จ ผมหยิบผ้าก๊อซขึ้นมาปิดจากนั้นใช้พลาสเตอร์พันรอบหน้าแข้งให้แน่นพอดี ระหว่างพันสายตาของผมเหลือบมองขึ้นสบตาแม่เพียงครู่ก่อนจะกลับไปสนใจแผลอีกครั้งความเงียบในช่วงเวลานั้นเหมือนห่อหุ้มทั้งคู่ไว้ในโลกของพวกเขาเอง เสียงพูดคุยของแขกที่มาร่วมงานด้านหน้าและเสียงจิ้งหรีดที่เริ่มดังรับยามเย็นกลายเป็นเพียงฉากหลังของภาพเล็กๆ ตรงนี้
เมื่อพันเสร็จ ผมเก็บอุปกรณ์ลงกล่องแล้วใช้ฝ่ามือแตะหน้าแข้งแม่เบา ๆ เช็คให้แน่ใจว่าไม่มีจุดไหนหลุดรอดสายตา
ในขณะที่คนเป็นแม่ยิ้มบางให้ลูกชายแววตาที่มองนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูและอบอุ่นอย่างที่คนเป็นแม่เท่านั้นจะมีให้ลูกของตนได้
ผมเก็บผ้าก๊อซม้วนสุดท้ายเสร็จลูบเบา ๆ บนหน้าแข้งแม่เช็กความแน่นหนา ความอุ่นจากผิวแม่ไหลย้อนขึ้นมาที่ฝ่ามือจังหวะนั้นเอง ปลายสายตาผมก็เพิ่งได้กวาดมองภาพรวมของแม่ชัด ๆเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์วุ่นวายสงบลง แม่ยังนั่งเหยียดหลังตรงบนม้านั่งไม้ยาวแต่ความเรียบร้อยแบบเดิมถูกยับยู่ยี่ไปด้วยความจริงของความเหนื่อยล้าเส้นผมที่เกล้ามวยไว้แน่นเมื่อบ่ายคลายตัวจนเป็นปอยรุ่ยร่าย แนบแก้มขาวชื้นเหงื่อมวยผมหลุดเอียงเล็กน้อยจนเห็นสปริงกิบนิด ๆ โผล่จากเรือนผม
ชุดกระโปรงลูกไม้สีดำยาวของแม่ที่ก่อนหน้าเรียบกริบตอนนี้มีรอยฉีกตรงช่วงตะเข็บด้านข้างยาวราวฝ่ามือเนื้อผ้าถลกเปิดตรงจังหวะที่แม่ขยับเข่า เผยเรียวขาขาวเนียนอย่างช่วยไม่ได้แสงไฟสลับสีสะท้อนผิวจนดูเหมือนเคลือบเงาผมเห็นเงาสีดำมันวาววับตัดกับผิวเนื้อวาบหนึ่ง มันคือกางเกงในผ้ามันที่แม่สวม ก่อนที่แม่จะดึงชายผ้าเข้าหากันด้วยปลายนิ้วเรียวเพื่อปกปิดจากสายตาคนรอบข้าง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นสามสี่ก้าวดังเข้ามาใกล้ผมเงยหน้าขึ้น เห็นคุณยาย ยืนเท้าเอวอยู่หน้าม้านั่ง ด้านหลังมีคุณตา ป้า ๆ ลุง ๆและป้ากชญา พี่สาวของแม่ยืนประคองแขนคุณยายไว้หลวม ๆกวาดตาดูตั้งแต่ปลายเท้าแม่ขึ้นถึงมวยผมที่หลุดก่อนถอนใจเฮือกใหญ่คล้ายจะระบายทั้งความตกอกตกใจและความโล่งใจออกมาพร้อมกัน
"โอ๊ย ลูกสาวฉันทำไมทำตัวห้าวหาญเสี่ยงอันตรายแบบนี้เกิดเป็นอะไรไปขึ้นมาลูกเต้าจะทำยังไงฮึ!"
เสียงของคุณยายตำหนิแม่อย่างไม่จริงจัง
แม่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแต่ยังไม่ทันตอบ เสียงของกชญา พี่สาวคนโตของแม่ ก็ดังแทรกขึ้น
"ใจเย็น ๆ สิแม่ ค่อย ๆ พูดเดี๋ยวความดันก็ขึ้นหรอก"
น้ำเสียงคุณยายฟังดูอ่อนลงแต่ยังแฝงความตำหนิเล็กน้อย
"แล้วไหนจะไอ้วิธีต่อยตีอะไรแบบนั้นอีกเป็นสาวเป็นแส้ไม่กลัวตายเลยรึไงฮึ!?"
“โอ๊ย แม่จะหัวโบราณไปไหนเดี๋ยวนี้ผู้หญิงหลาย ๆ คนก็ฝึกไว้ป้องกันตัวกันทั้งนั้น”
ป้าติ๊กกล่าวแล้วมองยิ้มอ่อนมองมาที่ผมกับแม่
“ย่ะ แม่หัวทันสมัยแล้วนี่เราเป็นอะไร? ทนายส่วนตัวของยัยตุ๊กรึไง?”
แม่หันมามองคุณยาย ก่อนเอ่ยเสียงอึกอักไม่รู้จะวางตัวอย่างไร
"เอ่อ...ก็ตุ๊กนึกว่าเขาจะมายิงพ่—"
คำว่าพ่อเกือบหลุดออกมาทั้งหมดแต่แม่ก็ชะงัก มองเหลือบไปทางคุณตาผมที่ยืนอยู่ด้านหลังคุณยาย กำลังฟังเธอพูดด้วยสีหน้าเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย
"...ตุ๊กก็เลยต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างกายมันก็ขยับไปเอง"
ผมเหลือบมองไปทางคุณตาอีกครั้งเขายืนนิ่ง ราวกับกำลังประมวลความรู้สึกไม่คิดว่าลูกสาวที่ตัดขาดไปนานจะยอมทำอะไรแบบนี้เพื่อเขาแววตานั้นบอกไม่ถูกว่าคือความซาบซึ้ง เสียใจ หรือทั้งสองอย่างปนกัน
หลังจากจับคนร้ายได้จึงมีการเค้นสอบถามและได้ความว่า มือปืนนั่นไม่ได้ตั้งใจมาทำร้ายคุณตาผมแต่อย่างใดแต่เป้าหมายจริงคือชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีปัญหากับมือปืนเรื่องที่ดินเขาถูกโกงจนหมดตัวและตัดสินใจมาล้างแค้น
ผมรับรู้ได้ถึงความอึดอัดแฝงอยู่ในบรรยากาศระหว่างแม่กับคุณตามันไม่ใช่ความหมางเมินอย่างเปิดเผย แต่เป็นร่องรอยบาดแผลทางใจที่ยังไม่สมานกันดีและคงต้องใช้เวลากว่าจะจางหาย คุณยายที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพื่อคลี่คลายความอิหลักอิเหลื่อนี้
“ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ลูกกลับไปพักก่อนเถอะเสื้อผ้าก็ขาด เนื้อตัวมอมแมม หน้าตาก็ซีด เดี๋ยวแม่ให้คนขับรถไปส่ง”
แม่ชะเง้อมองลานศาลาที่เจ้าหน้าที่กำลังรวมพยานกับรวบรวมหลักฐานใบหน้าแม่มีความลังเลแวบผ่าน แต่ก็ยังยิ้มสุภาพ
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ เดี๋ยวตุ๊กต้องไปโรงพักให้ปากคำต่อแล้วก็… ตุ๊กกับลูกตั้งใจจะกลับโรงแรมเลย”
คุณยายหันมาทางผมแวบเดียวแล้วกลับไปจ้องตาลูกสาว
“บ้านเราก็มีแม่ให้คนเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว จะไปนอนโรงแรมทำไมกัน ไปยกเลิกโรงแรมเสียนะ”
น้ำเสียงคุณยายเป็นคำสั่งที่ห่อด้วยผ้ากำมะหยี่นุ่มแต่มีน้ำหนักจนยากจะปฏิเสธ ขณะเดียวกันก็เห็นแม่เงียบกะพริบตาเร็ว ๆเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างอยู่ในใจ
ป้าติ๊กยื่นกระดาษทิชชู่ให้แม่ก่อนจะพูดขำๆ
“ไปเถอะตุ๊ก ฟังแม่เขาหน่อยทำอะไรไม่ถูกใจแกเข้า เดี๋ยวก็โมโหความดันก็ขึ้นอีก”
แม่กำชายกระโปรงที่ฉีกไว้แน่นมือเหมือนอยากรวบให้เรียบร้อยขึ้นมองนิ้วตัวเองแวบหนึ่ง ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ ก่อนยกสายตาขึ้นสบคุณตา
“กลับไปพักที่บ้านเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
เสียงคุณตาพูดสั้น ๆ เสียงทุ้มและนิ่งเหมือนคนตัดสินใจแล้ว
“เดี๋ยวฉันกับทนายจะไปเคลียร์เรื่องที่โรงพักเอง”
แม่ทำท่าจะอ้าปากเหมือนจะปฏิเสธแต่กลับเงียบลงเมื่อเห็นสายตาของคุณยายที่มองมาอย่างคาดหวัง
“ค่ะ… ขอบคุณค่ะ”
คุณยายพยักหน้าอย่างโล่งใจ หันไปใช้ให้ป้าติ๊กโทรสั่งงานรวดเร็ว
ไฟถนนเรียงรายทอดยาวตามเส้นทางคดโค้งขึ้นเนินค่อย ๆ นำสายตาผมผ่านเงาไม้ใหญ่และพุ่มดอกไม้ที่ปลูกสลับระหว่างก้อนหินตามธรรมชาติรถซีดานสีเข้มแล่นอย่างนุ่มนวลไปตามถนนปูหินกาบเรียบสนิทเสียงยางบดกับพื้นฟังนุ่มเหมือนผ้ากำมะหยี่
ผมนั่งอยู่ด้านหลังข้างแม่ที่นิ่งเงียบมาตลอดเส้นทางหลังออกจากวัดแสงไฟจากสองข้างถนนสาดไล้ใบหน้าแม่เป็นระยะ ๆทำให้เห็นสีหน้าเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยแต่เพียงพอให้ผมสังเกตได้ว่ามีแววบางอย่างในตาที่ผมไม่ค่อยเห็น เหมือนคนที่กำลังเผชิญหน้ากับเศษความทรงจำเก่าๆ ที่ถูกปลุกขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
ลมยามค่ำพัดกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าเปียกค้างฝนเข้ามาทางกระจกที่แง้มไว้บางๆ ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟในสวนที่ซ่อนอยู่ตามแนวต้นกระบองเพชรค่อย ๆโผล่มาเป็นระยะด้านหลังเป็นเงาสีดำของภูเขาที่โอบล้อมพื้นที่นี้เหมือนกำแพงธรรมชาติ
เมื่อรถเลี้ยวผ่านโค้งสุดท้าย ภาพตรงหน้าทำให้ผมต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกคฤหาสน์ตระกูลอินทวัฒน์ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินกลางเชิงเขาร่างสถาปัตยกรรมทันสมัยขนาดมหึมาโผล่พ้นแนวไม้พุ่มขึ้นมาเหมือนเรือธงแห่งยุคใหม่ตัวอาคารกว้างขวางเชื่อมต่อกันด้วยผนังกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟอุ่นนวลสลับกับโครงสร้างหินธรรมชาติผนังบางส่วนกรุด้วยไม้สีอ่อนตัดกับเส้นสายเหล็กเรียบคม ทุกมุมล้วนส่งกลิ่นอายความมั่นคงและหรูหราที่แฝงความทันสมัยไว้ในเวลาเดียวกัน
ตรงกลางอาคารมีบันไดน้ำตกประดับไฟ LED ไหลลงมาตามผนังหินหลายชั้นเสียงน้ำกระทบกันดังแผ่ว ๆ แม้จะอยู่ในรถก็ตามแสงไฟสีฟ้าอมเขียวจากสายน้ำสาดสะท้อนพื้นหินด้านหน้าทำให้พื้นที่ตรงนั้นดูเหมือนสวรรค์จำลองเล็ก ๆ ท่ามกลางขุนเขา
ผมหันมามองแม่ ซึ่งเห็นกะพริบตาช้ากว่าปกติดวงตาเบิกขึ้นนิดหน่อยเหมือนกำลังพยายามจับคู่ภาพตรงหน้ากับภาพในความทรงจำเมื่อยี่สิบปีก่อนปลายนิ้วแม่เกลี่ยชายกระโปรงเบา ๆ เหมือนกำลังจัดระเบียบความคิดริมฝีปากขยับเล็กน้อยคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็เก็บความเงียบไว้เหมือนเดิม
จากที่ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าบ้านหลังนี้เคยมีโครงสร้างเดิมเป็นแบบไทยประยุกต์หลังคาสูงโปร่ง สีขาวนวลและไม้สักแต่สิ่งที่เห็นตอนนี้กลับเป็นบ้านโมเดิร์นเรียบคมราวกับรีสอร์ตระดับโลกการเปลี่ยนแปลงนั้นใหญ่โตเกินกว่าจะเรียกว่าปรับปรุง มันเหมือนการรื้อแล้วสร้างใหม่แทบทั้งหมดเหลือเพียงทำเลและรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังผูกโยงอยู่
รถแล่นช้าลงเมื่อเข้าสู่ถนนส่วนตัวที่กว้างขวางพอให้รถวิ่งสวนกันได้อย่างสบายสองข้างทางเป็นสวนจัดแต่งอย่างประณีตแทรกด้วยหินธรรมชาติและไฟส่องต้นไม้ที่ชูเรือนใบสีเขียวเข้มตัดกับแสงไฟทองอุ่นด้านหนึ่งของเนินมีลานจอดรถขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบเสียงน้ำจากน้ำตกหน้าบ้านค่อย ๆ ดังชัดขึ้นทุกเมตรที่รถเคลื่อนเข้าใกล้
ผมเหลือบเห็นแม่ขยับมือไปแตะขอบกระจกรถเบาๆ สายตายังไม่ละจากตัวบ้าน แววอึ้งปนลังเลซ่อนอยู่ในนั้นทั้งที่สถานที่นี้คือบ้านเกิดของแม่ แต่กลับดูไม่คล้ายบ้านในความทรงจำอีกต่อไป
ไฟสว่างจากโถงทางเข้าใหญ่ส่องลอดผ่านผนังกระจกเผยให้เห็นบันไดกว้างสองข้างโค้งขึ้นสู่ชั้นบนและโคมไฟระย้าดีไซน์ทันสมัยห้อยจากเพดานสูงหลายเมตร คนขับรถค่อย ๆชะลอจนเสียงเครื่องเหลือเพียงครางเบา ๆ ก่อนล้อหยุดสนิทตรงหน้าทางเข้าหลัก
เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุมเพียงชั่วอึดใจก่อนถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของคนขับที่อ้อมมาเปิดประตูให้แม่ผมลงจากรถพร้อมกับสูดอากาศเย็นชื้นของค่ำคืนเข้าปอด กลิ่นหอมจาง ๆของดอกไม้ในสวนลอยปะปนมากับลม
ทันทีที่แม่ก้าวพ้นขอบประตูรถร่างผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็วิ่งตรงเข้ามาน้ำตาคลอจนสะท้อนแสงไฟโถงทางเข้าเป็นประกาย เธอโผเข้ากอดแม่แน่นร่างกายสั่นสะท้านเบา ๆ
เสียงสะอื้นปนคำพูดพรั่งพรูออกมา
“ในที่สุดคุณหนูของป้าก็กลับมาเสียที”
แม่กอดตอบอย่างอ่อนโยนมือหนึ่งลูบไหล่ อีกมือหนึ่งลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบประโลมความอบอุ่นนั้นส่งต่อออกไปแม้ผมเพียงแค่ยืนมองเห็นได้ชัดว่าความผูกพันระหว่างสองคนนี้ลึกซึ้งเกินคำอธิบาย
“ป้าอิ่มเป็นยังไงบ้างสบายดีนะคะ”
แม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหลังจากผละออกมาเพียงพอให้สบตากัน อีกฝ่ายรีบใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ไหลเป็นสาย
“จ้ะ ป้าสบายดีแต่ถ้ามีคุณหนูอยู่คงดีกว่านี้... แล้วนี่ ทำไมสภาพถึงมอมแมมแบบนี้ได้ล่ะ?”
แม่หัวเราะในลำคอเบา ๆ
“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ”
รอยยิ้มบางของแม่ดูเหมือนจะพยายามซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในใจจากนั้นแม่หันมาทางผม
“นี่คือป้าอิ่มแม่นมที่ดูแลแม่ตั้งแต่ยังเล็ก”
ผมรีบยกมือไหว้ แต่เพราะแขนข้างซ้ายยังเจ็บอยู่เลยต้องใช้มือขวาที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ป้าอิ่มหัวเราะน้อย ๆ อย่างเอ็นดูก่อนเอื้อมมาลูบศีรษะผมอย่างคนคุ้นเคย
“ดูสิ กลับมาทั้งทีทำไมพาลูกมาแค่คนเดียว ป้าคาดหวังว่าจะได้เจอเด็ก ๆ มากกว่านี้เสียอีก”
แม่ปรายตามาทางผมแวบหนึ่งก่อนตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อน
“แค่คนเดียวก็แย่แล้วค่ะอย่ามีมากกว่านี้เลย”
ป้าอิ่มหัวเราะสั้น ๆ แล้วกวักมือ
“ไป ๆ เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะป้าให้เด็กเตรียมห้องไว้พร้อมหมดแล้ว”
ทันใดนั้นเด็กรับใช้สองคนในชุดยูนิฟอร์มสะอาดเรียบร้อยก็เข้ามายกกระเป๋าเดินทางของผมกับแม่ออกจากท้ายรถเราสามคน ผม แม่ และป้าอิ่ม จึงก้าวเข้าสู่ตัวบ้านพร้อมกัน
ทันทีที่ก้าวผ่านธรณีประตูบานสูงเกือบห้าเมตรก็เปิดกว้างรับเราความเย็นจากเครื่องปรับอากาศผสมกลิ่นหอมอ่อน ๆของดอกลิลลี่สดที่จัดอยู่กลางโถงใหญ่กระทบผิวผมจนรู้สึกได้แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลดีไซน์ร่วมสมัยสาดลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวแซมเทาหลายโทนจนเป็นลวดลายธรรมชาติผนังสองด้านกรุด้วยไม้สีอ่อนสลับกับกระจกบานสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นสวนหย่อมภายนอกที่ประดับด้วยไฟสีทองนวล
เฟอร์นิเจอร์ในโถงใหญ่เป็นสไตล์โมเดิร์นทั้งหมดโซฟาหนังสีครีมรูปตัว L วางบนพรมทอมือสีเทาอมฟ้าโต๊ะกลางกระจกใสประดับแจกันดอกกล้วยไม้ขาวเรียงช่ออย่างประณีตด้านหนึ่งมีเปียโนสีดำมันวาวตั้งอยู่ใต้ภาพวาดนามธรรมขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกทั้งสงบ
เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนเบาๆ ตามจังหวะที่เราก้าวเดินป้าอิ่มพาเราขึ้นบันไดไม้เนื้อแข็งที่โค้งขึ้นอย่างสง่างามไปยังชั้นสองราวบันไดเป็นเหล็กดัดลวดลายอ่อนช้อยเคลือบสีดำด้าน ตัดกับแผ่นไม้สีน้ำตาลอบอุ่น
ป้าอิ่มเดินนำเราสองคนขึ้นไปตามโถงบันไดชั้นสองเสียงส้นรองเท้าของแม่กระทบไม้เนื้อแข็งเป็นจังหวะนุ่ม ๆ ก้องสะท้อนในโถงสูงแสงไฟวอร์มไวท์จากโคมติดผนังเรียงรายทอดยาวตามแนวทางเดินทำให้โถงชั้นบนดูอบอุ่นขึ้นแม้จะกว้างขวางเกินบ้านทั่วไป ผมก้าวตามอยู่ด้านหลัง คอยเหลือบมองแม่เป็นระยะเห็นแม่ปล่อยให้ป้าอิ่มพาไปโดยไม่เอ่ยถามอะไรแต่ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังราวกับกำลังเฝ้าสำรวจทุกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
ตลอดทางป้าอิ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงความภูมิใจว่าบ้านนี้เพิ่งถูกรื้อปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อห้าปีก่อนงานนี้ใช้เวลานานหลายเดือน ตั้งแต่โครงสร้างหลักไปจนถึงงานตกแต่งภายในทุกมุมถูกคิดและออกแบบอย่างละเอียด แต่ถึงอย่างนั้น ตำแหน่งห้องต่าง ๆก็ยังถูกคงไว้ดังเดิม เหมือนเคารพต่อโครงร่างและความทรงจำของบ้านหลังนี้โดยเฉพาะห้องของแม่ ป้าอิ่มเน้นน้ำเสียงตรงนี้ ที่มันยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
เราหยุดหน้าประตูไม้สีขาวงาช้างบานใหญ่ซึ่งถูกทาสีใหม่จนผิวเนียนเรียบ เงาของแสงโคมไฟสะท้อนเคลือบอยู่บนบานประตูป้าอิ่มเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดอย่างช้า ๆ ประตูค่อย ๆ เปิดออกเผยให้เห็นภายในที่กว้างขวางและสว่างไสวด้วยแสงจากโคมเพดานดีไซน์ร่วมสมัยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้สดลอยมากับลมแอร์ที่เย็นนุ่มผมก้าวตามเข้าไปพลางกวาดตามองรอบห้อง
แม้หลายสิ่งจะยังถูกจัดวางในตำแหน่งเดิมเหมือนภาพถ่ายเก่าที่เคยเห็นเตียงนอนอยู่ตรงกลางห้อง ด้านซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้า ด้านขวามีโต๊ะเครื่องแป้ง แต่เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดกลับถูกเปลี่ยนใหม่จนกลายเป็นอีกบรรยากาศเตียงไม้สักเดิมถูกแทนด้วยเตียงคิงไซส์ ปูด้วยผ้าปูสีงาช้างและหมอนเรียงเป็นชั้นอย่างประณีตโต๊ะเครื่องแป้งก็กลายเป็นงานบิวท์อินสีขาวมุกพร้อมกระจกไร้กรอบบานใหญ่ที่สะท้อนภาพทั้งห้องได้เต็มตาพื้นไม้ถูกขัดและเคลือบใหม่จนเงาวับเมื่อกระทบแสง
ผ้าม่านสองชั้น ชั้นบางโปร่งสีขาวและชั้นทึบสีเทาอ่อนถูกรวบไว้ด้วยสายผ้าถักเผยให้กำแพงกระจกที่มองออกไปเจอสวนด้านหลังเสียงน้ำจากน้ำพุหินภายนอกดังแผ่ว ๆ แทรกเข้ามาในความเงียบของห้องทำให้บรรยากาศทั้งโมเดิร์นและละมุนในเวลาเดียวกัน
ผมหันไปมองแม่ เห็นแม่หยุดอยู่กลางห้องดวงตากวาดไปทั่วราวกับกำลังเปรียบเทียบภาพตรงหน้ากับบางสิ่งในความทรงจำ ใบหน้าของแม่สงบนิ่งแต่ปลายนิ้วกลับลูบไปตามขอบเตียงเหมือนกำลังสัมผัสเศษเสี้ยวอดีตที่ยังเหลืออยู่
ป้าอิ่มยืนยิ้มบาง ๆก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง
“รู้ไหม... ไม่ว่าจะก่อนและหลังปรับปรุงคุณท่านทั้งสองไม่เคยให้ใครเข้ามาพักห้องนี้เลยตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา มันถูกทำความสะอาดและดูแลอย่างดีเสมอราวกับเฝ้ารอให้เจ้าของตัวจริงกลับมาในสักวัน”
คำพูดนั้นทำให้ผมเหลือบไปทางแม่ทันทีเห็นแม่กะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางหน้าต่างเหมือนพยายามกลบซ่อนบางอย่างในดวงตาความเงียบในห้องชั่วขณะนั้นมีน้ำหนักจนรู้สึกได้ และผมก็เพิ่งตระหนักว่าต่อให้ปากของคุณตาจะบอกตัดขาดกันอย่างไร แต่ในใจ บางสิ่งก็ไม่เคยสามารถถูกตัดออกไปจริงๆ ได้
ป้าอิ่มหันมาหาแม่ด้วยรอยยิ้มละมุน
“ป้าเตรียมอาหารไว้พร้อมหมดแล้วนะคะคุณหนูเมื่อไหร่พร้อมก็ลงไปทานที่ห้องอาหารได้เลย”
น้ำเสียงของป้าอิ่มฟังดูทั้งอบอุ่นและตั้งใจต้อนรับราวกับกำลังพูดกับลูกหลานที่ห่างหายไปนาน
แม่ส่ายหน้าน้อย ๆ พร้อมยิ้มบาง
“ไม่ล่ะจ้ะป้าอิ่ม ตุ๊กไม่ค่อยหิว”
แล้วแม่ก็หันมามองผม
“เน ลูกตามป้าอิ่มลงไปกินข้าวก่อนเถอะ”
ผมขมวดคิ้วทันที
“ไม่เป็นไรครับแม่ ผมไม่—”
แม่เลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งดวงตาคมจ้องมาที่ผมอย่างรู้ทัน
“ลืมแล้วหรือไง ว่าต้องกินยาตามเวลา? จะปล่อยท้องว่างก่อนได้ยังไง”
น้ำเสียงนั้นแม้จะไม่ดังนักแต่มีความเข้มงวดพอจะทำให้ผมกลืนคำปฏิเสธลงคออย่างช่วยไม่ได้
“ไปกินข้าวให้เรียบร้อย เดียวแม่อาบน้ำเสร็จต้องเห็นว่าลูกทานข้าวแล้วเรียบร้อยนะ”
แม่เอ่ยปิดท้ายน้ำเสียงผสมความห่วงใยกับความเด็ดขาดในทีเดียวกัน
“ครับ ๆ”
ผมจำต้องทำตามคำสั่งแม่เริ่มเข้าใจอาการกลัวเมียของพ่อขึ้นมาอีกขั้นแล้ว
ป้าอิ่มยิ้มให้ผมเล็กน้อยเหมือนจะบอกว่า‘ทำตามแม่สั่งเถอะ’ ก่อนเดินนำออกจากห้องเราเดินตามทางเดินชั้นบนลงบันไดโค้งไปยังชั้นล่างแสงไฟจากโคมระย้าสะท้อนพื้นหินอ่อนเป็นประกาย ขณะเดียวกันกลิ่นหอมอ่อน ๆของอาหารก็ลอยมาแตะจมูกตั้งแต่ยังไม่ถึงห้องอาหาร
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องอาหารยาวขนานไปกับผนังกระจกใสเห็นโต๊ะทานอาหารไม้เนื้อแข็งขัดเงาเรียงจานช้อนส้อมครบชุด บนโต๊ะมีอาหารหลากหลายทั้งต้มยำกุ้งร้อน ๆ แกงส้มผักรวม ปลาทอดน้ำปลา และผัดผักสีสันสดทุกจานจัดวางอย่างประณีตเหมือนเตรียมให้แขกคนสำคัญ
ผมนั่งลงตรงเก้าอี้หัวมุมป้าอิ่มตักข้าวสวยร้อน ๆ ใส่จานให้ พลางคอยดูแลเติมน้ำดื่มโดยไม่ปล่อยให้แก้วว่าง ป้าอิ่มเล่าเรื่องราวในวัยเด็กของแม่ให้ฟังหลายเรื่องยิ่งทำให้ผมเจริญอาหารมากขึ้น
หลังจากตักคำสุดท้ายเข้าปากและดื่มน้ำตามป้าอิ่มก็ยกถาดอาหารที่จัดไว้ล่วงหน้าออกมาจากครัวในถาดมีโจ๊กปลาอบอุ่นกับน้ำขิงร้อนสองแก้ว หนึ่งแก้วสำหรับแม่ อีกแก้วสำหรับผม
ผมบอกป้าอิ่มว่าจะเอาขึ้นไปให้แม่เอง
ผมเปิดประตูห้องอย่างเบามือ เห็นแม่กำลังยืนหันหลังอยู่ตรงโซนแต่งตัวร่างสูงโปร่งกึ่งเปลือยเปล่ามีแค่กางเกงในสีดำตัวเดียว ร่างกายของแม่ยังเปียกชื้นน้อยๆ ด้วยไอน้ำ ผิวเนียนขาวตัดกับรอยแดงที่กระจายบนสะโพกและต้นขา กระจกบานใหญ่ตรงหน้าแม่สะท้อนให้เห็นหน้าอกอวบใหญ่กระเพื่อมตามจังหวะหายใจแม่เอื้อมหยิบกางเกงบอยชอร์ตสีเข้มจากกระเดินทางที่ถูกเปิดอ้าไว้ท่วงท่าเรียบง่ายแต่กลับเร้ากระแสความใคร่ให้พุ่งสูงขึ้น
ผมมองทุกการเคลื่อนไหวราวกับถูกสะกดแม่สอดขาเรียวยาวข้างหนึ่งเข้าไปในขากางเกง เนื้อผ้ารัดแน่นผ่านน่องขึ้นไปถึงโคนขาก่อนขาอีกข้างจะก้าวตาม กางเกงถูกดึงสูงผ่านสะโพกกลมกลึงเนื้อผ้ารัดโอบแนบจนเห็นขอบกางเกงในลูกไม้ที่แม่สวมอยู่ภายในเผยให้ผมเห็นร่องตูดทุกสัดส่วนที่คุ้นมืออย่างลึกซึ้ง
ลมหายใจผมเริ่มติดขัดความคิดย้อนถึงสัมผัสและรสชาติเหล่านั้น ทำให้ลำควยที่แข็งขืนขึ้นอย่างรวดเร็วผมวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะอย่างเบามือไม่ให้แม่รู้ตัว
มือผมเลื่อนไปถอดเสื้อผ้าและกางเกงทิ้งออกทั้งหมดแล้วลูบสไลด์ช้า ๆ ไล้จากโคนจนถึงปลาย ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วขณะที่สายตายังจับจ้องทุกส่วนโค้งเว้าของแม่ที่ยังไม่เห็นพฤติกรรมของลูกชาย
แม่โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจัดชายกางเกงเสี้ยววินาทีนั้นสะโพกกลมเด่นลอยอยู่ตรงหน้าขอบบอยชอร์ตโค้งรับเนินสะโพกพอดีราวกับตัดมาเพื่อแม่เนื้อผ้าบางแนบสนิทจนเห็นร่องก้นเป็นเส้นเว้าชัดเจนภาพนั้นเหมือนถูกจารลงในสมองผมทันที
แม่สวมเสื้อยืดคอกว้างผมยาวสลวยไหลลงมาระพื้นไหล่ขาว เนื้อผ้าร่วงลงคลุมเรือนร่างแต่ชายเสื้อสั้นเกินจะปิดต้นขาที่เนียนยาวเสี้ยวผิวระหว่างเสื้อกับขอบกางเกงช่างเร้าใจจนผมต้องกลั้นเสียงครางต่ำ ๆ เอาไว้
ทุกการขยับของแม่เหมือนมีไว้เพื่อล่อลวงผมแม้จะเป็นเพียงการแต่งตัวธรรมดา แต่ในสายตาผม แม่กำลังค่อย ๆเผาผลาญสติและความอดทนให้มอดไหม้ เหลือเพียงความต้องการที่รุนแรงจนแทบระเบิดออกมา
ผมยังคงรู้สึกได้ถึงแรงเต้นของหัวใจและความร้อนรุ่มในอกภาพแม่กำลังแต่งตัวเมื่อครู่ยังคงฉายชัดในหัวลำควยที่แข็งขืนแทบปริแตกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงราวกับร่างกายผมถูกขังอยู่ในเปลวไฟแห่งความปรารถนา
ผมเดินไปหาแม่ช้า ๆ ให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้ขยับทีละน้อยฝ่าเท้าเปล่าเหยียบลงบนพรมหนานุ่ม เสียงเส้นใยผ้าถูกกดทับดังแผ่วผมก้าวเข้าไปหาด้านหลังแม่จนถึงในระยะเอื้อมร่างสูงของผมเงาทาบลงบนแผ่นหลังเรียบเนียนนั้น
สองแขนยื่นออกไปโอบรัดเอวบางทันทีที่อยู่ในระยะกล้ามท้องของแม่หดเกร็งทันทีเมื่อถูกโอบกระชับ ร่างอุ่นและนุ่มแนบเข้ากับผมในทันใดกลิ่นกายหอมปนเหงื่อจาง ๆและกลิ่นผ้าสะอาดจากเสื้อที่เพิ่งสวมลอยเข้าสู่จมูกจนสติผมพร่า
"นี่…จะทำอะไรน่ะ"
น้ำเสียงของแม่สั่นเทิ้มผสมความประหม่า
ผมโน้มหน้าลงซุกไซ้จากติ่งหูลงสู่ต้นคอระหงปลายจมูกไล้ไปตามผิวขาวเนียนที่อุ่นและมีกลิ่นคุ้นเคยฝ่ามือกระชับแน่นที่เอวเหมือนกลัวว่าแม่จะหนีไปได้
"แม่อยากให้เนทำอะไร เนก็จะทำแบบนั้น"
ผมกระซิบติดริมหูเสียงทุ้มต่ำแฝงแรงปรารถนาชัดเจน
"...ไม่ได้อยากซะหน่อย"
"แล้ว… แม่มายั่วกันทำไม"
ผมกดเสียงต่ำควยเขื่องแข็งร้อนขยับเข้าแนบร่องตูดของแม่อย่างจงใจ สไดล์เด้าขึ้นลงเบา ๆกับเนื้อผ้าลื่น ๆ ของกางเกงบอยชอร์ต
"อื๊อออ... ยั่วอะไรของลูก"
แม่เถียงแต่หลับตาเงยหน้าขึ้นเหมือนเผลอรับสัมผัสความเสียว
ผมกดช่วงล่างเข้าแนบสนิทกับสะโพกกลมร่องก้นโค้งรับพอดีกับแก่นกายที่สอดไล้ผ่านเนื้อผ้าบอยชอร์ต ผมเริ่มสไลด์ช้า ๆจากโคนขึ้นสู่ปลาย แล้วถอยกลับลงมาในจังหวะต่อเนื่องแรงกดที่เพิ่มขึ้นแต่ละครั้งทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความนุ่มแน่นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าบางๆ มาจนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
"ท่าแต่งตัวเซ็กซี่ของแม่ไง…ทำเนต้องมองจากด้านหลังตั้งนานจนทนไม่ไหว"
ผมกระซิบพร้อมกดสะโพกซ้ำ อัดโหนกเนินเด้ากระแทกตูดแม่หนัก ๆ หนึ่งที ทำให้ร่างแม่สั่นโยกไปด้านหน้าช่วงเอวของผมขยับโยกขึ้นลงเหมือนกำลังบรรเลงจังหวะที่มีแต่เราสองแม่ลูกที่เข้าใจกัน
มือข้างหนึ่งเลื่อนไปวางบนหน้าท้องแบนราบของแม่ลูบขึ้นสู่ช่วงลำตัวใต้เสื้อยืด ความอุ่นของผิวแม่ไล่ตามปลายนิ้วผมทุกจุดที่สัมผัสเสียงหายใจของเราสองคนสอดประสานกับเสียงเนื้อผ้าสีกันเป็นจังหวะเร้าใจทุกการขยับของผมปลุกเร้าไฟในอกให้ลุกโชนยิ่งขึ้น
แสงไฟในห้องนอนส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบางก่อเงาอุ่นนุ่มบนผิวไม้เงาวับเสียงน้ำจากน้ำพุด้านนอกดังแผ่วราวกับกล่อมบรรยากาศให้ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและลึกซึ้งลมหายใจของผมสอดรับกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรงราวกับกลองในอกขณะที่แขนทั้งสองข้างโอบรัดเอวของแม่แน่นจากด้านหลังแผ่นหลังอุ่นชื้นจากการเพิ่งอาบน้ำเสร็จยังคงส่งไอร้อนผ่านเสื้อยืดผ้าบางเข้ามาที่หน้าอกของผมอย่างชัดเจน
กลิ่นหอมสะอาดปนกลิ่นเนื้อกายอันคุ้นเคยทำเอาควยผมแข็งโป๊กยิ่งกว่าเดิมปลายจมูกเลื่อนไปแตะตรงลำคอ ไล้ต่ำลงสู่ร่องไหล่เนียนที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจฝ่ามือของผมกดกระชับลงบนหน้าท้องแบนราบ ขยับตามจังหวะสะโพกที่ผมดันควยเข้าไปบดเบียดกับตูดกลมๆ ของแม่เนื้อผ้าบอยชอร์ตบางแนบสนิทจนผมสัมผัสได้ถึงความอุ่นและความนุ่มที่ซ่อนอยู่ข้างในจังหวะเคลื่อนไหวด้านล่างกับการซุกไซ้ด้านบนสอดประสานกันเหมือนบทเพลงที่บรรเลงด้วยหัวควยและฝ่ามือ
แม่เอนศีรษะไปด้านหลังแผ่วหายใจยาวราวกับพยายามซ่อนความรู้สึกที่เกิดขึ้น ปลายนิ้วของผมไล้ขึ้นมาช้า ๆจากเอวผ่านซี่โครงเหมือนปูไต่ จนแตะขอบเสื้อยืดที่ย่นอยู่เหนือสะโพกความคิดปรารถนากระตุ้นให้ผมอยากถอดทุกสิ่งที่ขวางกั้นออกไปเพื่อได้เห็นและสัมผัสผิวเนียนนั้นโดยตรง
ผมค่อย ๆสอดมือเข้าใต้ชายเสื้อ ความอุ่นของผิวแม่ไหลซึมเข้าสู่ฝ่ามือเหมือนคลื่นไฟฟ้าเล็กๆ ที่กระตุ้นไปทั่วร่าง แม่ห่อไหล่เมื่อผมแลบลิ้นเลียไปตามลำคอระหงของแม่จนขนลุกเกลียวในขณะที่ควยผมก็สไลด์เด้าร่องตูดแม่ขึ้นลงไม่หยุดเพื่อกระตุ้นตัณหา
ก่อนที่ผมจะดึงถกเสื้อขึ้นสูงเพื่อถอดออกทางหัวความตั้งใจทั้งหมดกลับสะดุดลงเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นรอยเขียวคล้ำขนาดใหญ่ที่สีข้างของแม่ความเงี่ยนในร่างกายเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจทันที เหมือนถูกสาดน้ำเย็นเข้ากลางอก
"แม่... รอยนี่มันอะไรกัน... ทำไมไม่บอกเนล่ะ"
เสียงของผมแผ่วลงแต่แฝงความกังวลฝ่ามือที่เมื่อครู่กำลังไล้ผิวด้วยความปรารถนากลับแปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสอ่อนโยนผมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเบา ๆ รอบรอยฟกช้ำสัมผัสถึงความร้อนผ่าวใต้ผิวและความบวมตึงที่บอกได้ว่าเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานผมนึกย้อนกลับไป จำได้ทันทีว่าตอนนั้นเห็นแม่ถูกอีกฝ่ายชกเข้าที่สีข้างหนัก ๆไปสองหมัด
ผมคุกเข่าลงเล็กน้อยเพื่อมองใกล้ๆ แสงไฟอุ่นจากหัวเตียงส่องให้เห็นชัดยิ่งขึ้น รอยฟกช้ำแผ่เป็นวงกว้างไล่เฉดจากม่วงเข้มไปจนถึงเหลืองอ่อนตรงขอบ ความคิดเกี่ยวกับตัณหาทั้งหมดเลือนหาย
"แม่เจ็บมากไหม"
แม่ถกเสื้อตัวเองขึ้นหันข้างให้กระจกดูเหมือนแม่ก็เพิ่งจะสังเกตเห็นร่องรอยบนร่างของตัวเองเหมือนกัน
“แม่แค่รู้สึกปวด ๆ นิดหน่อย ไม่คิดว่ามันจะเป็นรอยช้ำแบบนี้”
แม่บิดเอวส่องรอยช้ำบนร่างเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่แต่ผมนี่สิร้อนใจ เลยรีบแต่งตัวออกจากห้อง เสียงฝีเท้าเปล่ากระทบพื้นไม้เนื้อแข็งดังแผ่วแต่เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
สายตากวาดมองหาป้าอิ่มและในไม่กี่อึดใจผมก็เห็นป้าแกกำลังจัดจานบนโต๊ะอาหาร ผมตรงเข้าไปหาบอกเล่าอาการของแม่อย่างรวบรัดแต่ไม่พลาด ป้าอิ่มฟังพลางขมวดคิ้วด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเดินไปที่ตู้เก็บของด้านข้าง หยิบถุงประคบเย็นสำเร็จรูปออกมาจากช่องแช่พร้อมผ้าขนหนูสะอาดพับเรียบและซองยาแก้ปวดหนึ่งแผง
ผมรับของทั้งหมดและกล่าวขอบคุณลึกความเย็นจากถุงประคบทะลุผ้าขนหนูออกมาสัมผัสฝ่ามือยิ่งกระตุ้นให้ผมเร่งก้าวกลับขึ้นไปชั้นบน
ประตูห้องเปิดออกอีกครั้งแม่ยังยืนอยู่ตรงเดิม เหมือนเพิ่งจัดเสื้อผ้าเสร็จผมก้าวเข้าไปบอกเสียงนิ่งให้แม่นอนลงบนเตียงทันที แม่หันมามองพร้อมขมวดคิ้วน้อย ๆ และส่ายหน้าเบาๆ บอกว่าทำเองได้
ผมไม่ยอมฟังดื้อรั้นด้วยสายตาจริงจัง จนแม่ค่อย ๆ ก้าวไปนั่งริมเตียงก่อนจะเอนตัวลงนอนราบบนผ้าปูสีงาช้างแสงไฟวอร์มไวท์จากโคมเหนือหัวเตียงอาบไล้เรือนร่างแม่ให้ดูนุ่มนวลยิ่งขึ้นผมนั่งลงบนขอบเตียงด้านข้าง มือข้างขวาถือถุงประคบเย็นไว้แน่นพอดี
ผมใช้ฝ่ามืออีกข้างดึงชายเสื้อแม่ขึ้นอย่างระมัดระวังเผยให้เห็นรอยฟกช้ำที่สีข้างชัดเจนกว่าเดิมเมื่ออยู่ใต้แสงไฟในมุมนี้ผมวางถุงประคบลงอย่างนุ่มนวลให้ตรงจุดที่บวมร้อนแม่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อความเย็นสัมผัสผิว แต่ก็ไม่ได้ขยับหนีเพียงหายใจลึกเหมือนปรับตัวให้คุ้นชิน
นิ้วผมค่อย ๆกดถุงประคบให้แนบสนิทกับผิว รักษาจังหวะขยับขึ้นลงเบา ๆเพื่อกระจายความเย็นไปทั่วรอยช้ำ แผ่นอกของแม่ขยับตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอแต่ผมจับได้ว่าในบางช่วงแม่เม้มปากแน่นเล็กน้อยเมื่อความเย็นซึมลึกเข้าสู่กล้ามเนื้อ
เสียงน้ำจากน้ำพุด้านนอกยังคงดังแผ่วในความเงียบขรึมของห้องทำให้ทุกสัมผัสที่ผมมอบให้แม่ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งน้ำหนักมือ ความตั้งใจและความห่วงใยที่ผมอยากส่งไปให้ แสงเงาบนผิวไม้และผ้าม่านไหวเบา ๆตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ คล้ายจะโอบล้อมเราไว้ในพื้นที่ส่วนตัวที่มีเพียงสองแม่ลูก
สายตาผมกลับไม่อาจละไปจากเรือนร่างของแม่ได้เลยแสงไฟอุ่นเหนือหัวเตียงทาบเงาโค้งเว้าของร่างแม่อย่างนุ่มนวลหน้าอกของแม่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจช้า ๆ แต่ละครั้งที่ปอดขยายดวงตาผมก็เผลอไล่สายตามองความกลมมนใต้เสื้อยืดนั้นอย่างห้ามไม่อยู่
แม่เหลือบมองผมแวบหนึ่งเราต่างสบตากัน แววตานั้นไม่ใช่เพียงความอบอุ่นของแม่ที่มองลูกแต่แฝงประกายบางอย่างที่เหมือนตอบรับความรู้สึกลึก ๆ ของผมราวกับบรรยากาศรอบตัวกำลังถูกกวาดเข้าสู่เพียงแรงดึงดูดระหว่างเรา
มืออีกข้างของผมค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปถลกชายเสื้อยืดของแม่ช้า ๆจนผ้าถูกดันขึ้นไปกองเหนือเต้านมข้างหนึ่งเผยผิวเนียนตึงและยอดอกสีชมพูที่ชูชันรับแสงไฟ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากความร้อนในอกพุ่งสูงขึ้นราวกับไม่มีสิ่งใดขวางกั้น
ปลายนิ้วผมวางลงบนยอดอกนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะเริ่มลูบไล้วนเป็นวงเล็ก ๆความนุ่มและความอุ่นซึมผ่านมาที่ปลายนิ้วทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกส่วนตัวที่มีเพียงเราสองคนผมเปลี่ยนจากการลูบเป็นการบี้คลึงเบา ๆและสลับหยอกล้อด้วยการกดปลายนิ้วลงที่ฐานเนินแล้วลากขึ้นจนถึงปลายยอดอกความแข็งตึงหัวนมตอบสนองผู้ที่กำลังแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
แม่หลับตาข่มเสียงหายใจแต่ผมก็เห็นชัดว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องของแม่หดเกร็งเป็นจังหวะร่างกายตอบสนองแม้เจ้าตัวจะพยายามควบคุม"แม่รู้ไหม… เซ็กส์มันช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้นะ"แม่ลืมตาขึ้นเล็กน้อยหันมามองเหมือนไม่แน่ใจว่าผมพูดจริงหรือแค่หาเรื่องคุย"พูดอะไรของลูก"ผมยิ้มบางขณะที่มือยังคงบี้เค้นเนินอกอย่างมีจังหวะ กดบ้าง ผ่อนบ้าง เหมือนเล่นกับความเงี่ยนของแม่
"ผมพูดจริงนะ แม่รู้จักสารเอ็นดอร์ฟินใช่ไหม… เวลามีเพศสัมพันธ์ร่างกายจะหลั่งสารนี้ออกมาเยอะมาก มันเป็นเหมือนยาแก้ปวดตามธรรมชาติทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ"
ผมใช้นิ้วโป้งถูวนรอบหัวนมในขณะที่นิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบปลายยอดแล้วบิดเบา ๆ
"นอกจากเอ็นดอร์ฟินแล้วร่างกายยังหลั่งออกซิโทซิน ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน… มันช่วยให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอความดันลดลง ความเครียดก็ลดลงด้วย แม่ลองคิดดูสิ ถ้าร่างกายรู้สึกฟินเสียวหลั่งน้ำเงี่ยนขนาดนั้น อาการเจ็บตรงสีข้างก็คงเลือนหายไปได้ง่าย ๆ แน่นอน"
แม่เม้มปากแน่นเหมือนพยายามหาข้อโต้แย้ง แต่ผมก็ไม่ให้โอกาส มือบีบเค้นแรงขึ้นนิดหน่อยก่อนจะคลายแล้วลูบวนอย่างอ้อยอิ่งปลายนิ้วลากเส้นจากฐานอกผ่านเนินนุ่มขึ้นมาที่ยอดแล้วหยุดไว้เพียงชั่วอึดใจก่อนจะบี้ซ้ำให้แม่เผลอเงยหน้าหลับตา
"นี่มัน… ไม่เกี่ยวกันซะหน่อย"
เสียงแม่สั่นเล็กน้อยแต่ไม่ดันมือผมออก
ผมหัวเราะเบา ๆในลำคอ
"แม่อาจจะคิดแบบนั้นแต่ร่างกายแม่กำลังเถียงแทนเนหมดแล้ว"
ผมก้มลงดูดหัวนมที่ขยับตามลมหายใจลิ้นแตะที่ผิวอุ่น ก่อนจะถอนออกมามองใบหน้าแม่ที่เริ่มแดงซ่าน
มือผมยังคงบรรเลงต่อสลับระหว่างการลูบ กด บีบ และบิดอย่างมีจังหวะราวกับตั้งใจจะจารจำทุกการตอบสนองของแม่ลงในความรู้สึกของผม
ผมยังคงนั่งข้างแม่มือข้างหนึ่งจับถุงประคบเย็นแนบกับสีข้าง ความเย็นซึมผ่านเข้าสู่ผิวแต่ในอีกมือหนึ่งความร้อนกลับค่อย ๆแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วที่เมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่บนเนินอกนุ่มนวลผมละมือจากจุดนั้นอย่างช้า ๆ แล้วเลื่อนลงต่ำผ่านแนวหน้าท้องราบเรียบ ขยับปลายนิ้วให้ลื่นไหลตามส่วนโค้งของเอวก่อนจะสอดเข้าใต้ขอบกางเกงบอยชอร์ตที่โอบรัดสะโพกแม่ไว้อย่างพอดิบพอดี
ปลายนิ้วผมสัมผัสเนื้อผิวที่อุ่นนุ่มขึ้นอีกขั้นกางเกงในสีดำบางเบาอยู่ไม่ไกลจากจุดหมายนิ้วผมเลื่อนลึกเข้าไปใต้เนื้อผ้าจนสัมผัสถึงความชื้นอุ่นที่เริ่มซึมออกมาตามความเงี่ยนของแม่กลีบหีเต่งตึงทวีกระตุกขึ้นราวกับตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวของผม
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่อีกครั้งแววตาของเราบรรจบกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ แม่ไม่ขยับหนี ไม่ปฏิเสธเพียงปล่อยให้ลมหายใจของเราเชื่อมโยงกันในระยะใกล้จนรับรู้ถึงความร้อนที่ปะทุจากกันและกัน
ผมค่อย ๆ แหย่นิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าไปในรูทีละนิดความอุ่นและการตอดรัดจากกล้ามเนื้อภายในทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นนิ้วผมขยับอย่างระมัดระวังในตอนแรก ก่อนจะเริ่มปรับจังหวะให้ถี่ขึ้นจนเสียงชื้นเปียกดังแผ่วในความเงียบของห้อง ผมขยับเข้าออกรัว ๆปล่อยให้แรงเสียดสีและการสัมผัสลึกเร้าอารมณ์แม่ให้สูงขึ้นทีละน้อย
ในขณะเดียวกันมือที่ถือถุงประคบเย็นก็ขยับเล็กน้อยเพื่อให้ความเย็นซึมเข้ารอยช้ำได้สม่ำเสมอแต่ทุกครั้งที่นิ้วผมกดลึกและกระตุกเบา ๆ กล้ามเนื้อของแม่ก็หดเกร็งส่งผลให้มือผมที่จับถุงประคบต้องกดแน่นขึ้นตามไปด้วย
มือทั้งสองข้างต่างช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดให้แม่
เบ็ดหีแม่รัวๆๆๆๆๆ น้ำหีเริ่มเอ่อล้น
สองนิ้วเบ็ดหีแม่จนกางเกงในแม่ยืดตุงเข้าตุงออกยึกยัก ๆๆๆๆๆๆๆ สองขาแม่ตั้งชันเข่ากระดกก้นลอยไม่ติดเตียง
“ซีดสสส...”
แม่สูดปากเสียวหีก็กระตุกสู้นิ้วผม ผมเบ็ดหีแม่นานอยู่หลายนาทีจนทนความเงี่ยนไม่ไหว
“แม่อย่ามีความสุขอยู่คนเดียวสิ”
ผมละมือจากถุงประคบเย็นชั่วคราวแล้วถอดกางเกงออกในขณะที่มืออีกข้างก็เบ็ดหีให้แม่ไม่หยุด
ผมยื่นควยขนาดเต็มฝ่ามือให้แม่เห็นชัดๆ
งูตาเดียวของไอ้หนูวัยกลัดมันอย่างผมผงกหัวบานร่าให้แม่ดูอย่างเต็มตาผมเห็นแม่กลืนน้ำลายมองหัวควยบาน ๆของผมผงกหัวหงึกหงักน้ำเงี่ยนไหลย้อยเป็นยางเยิ้ม
คนเป็นแม่ถูกลูกชายยุดมือไปจับลำเอ็นร้อนผ่าวแม่ลูบคลึงควยใหญ่ร้อนแข็งของลูกชายอย่างผมเต็มฝ่ามือรสมือนุ่มของแม่ทำเอาผมเสียววาบจนแอ่นควยกระเด้าใส่มือแม่ด้วยความเมามัน
“อูยยสสส อย่างงั้นแหละแม่ เสียว ซี้ดสสส”
แม่เฟ้นเคล้นลำควยลูกชายด้วยความมันมือยิ่งบีบน้ำเงี่ยนลูกชายอย่างผมก็ยิ่งไหล มันเลอะเต็มอุ้งมือแม่เต็มไปหมด แม่ทั้งชักทั้งลูบลูกชายตัวดีก็ได้แต่ทำหน้าบิดเบี้ยวเสียวซ่านแข่งกับแม่
แม่เองเร่งมือตามนิ้วผมรูดควยขึ้นลงปัก ๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆ ทั้งช้าเร็วสลับกันเป็นจังหวะ
เสียงน้ำหีแม่ล้นรูจนเวลาผมเบ็ดหีเสียงดัง จ๊อกๆๆๆๆๆๆๆๆ
เราสองแม่ลูกส่งเสียงกามครางพิศวาสใส่กัน
“ซี้ดสสส เสียวควยจัง อูยสสสส ...เนเบ็ดหีแบบนี้แม่ชอบไหม”
พวกเราพลัดกันช่วยระบายความใคร่ใส่กันอยู่นานสองนานไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเอาควยยัดหีแม่ แต่สภาพร่างกายแม่เป็นแบบนี้ก็กลัวว่าตัวเองจะหนักมือ เผลอทำแม่ระบมมากขึ้น
“อื๊มมม... อ๊ะ... อ่ะ ๆๆๆๆๆๆ เนแรงอีก เร็วอีกลูก แม่จะเสร็จแล้ว!!”
เสียงน้ำในหีแม่แน่นรูมากนิ้วผมแยงหีแม่รัว ๆๆๆๆ สองนิ้วชักเข้าออกหีแม่ ดังจั๊บ ๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่นานแม่ก็น้ำแตกเต็มกางเกงในทำให้แม่เกร็งจนต้องคลายฝ่ามืออกจากควยผมไม่มีแรงชักต่อ
ผมเปลี่ยนตำแหน่งตัวเองแทรกเข้าไปกลางหว่างขาแม่กระชากทั้งกางเกงบอยชอร์ตกับกางเกงในแม่ออกเอาควยจ่อที่รูหีแม่แล้วเกร็งข้อมือชักว่าวใส่ปากหีแม่รัว ๆๆๆๆๆ ครางกระเส่าอึดๆๆๆๆๆๆๆ อยู่ครู่หนึ่งจนรู้สึกว่าใกล้จะเสร็จ น้ำว่าวขึ้นมาถึงส่วนปลายผมรีบแหย่ส่วนเงี่ยงปลายหัวควยยัดเข้าไปในรูหีแม่ครึ่งหนึ่ง จากนั้นน้ำว่าวก็แตกอัดเข้าไปยังส่วนปากหีของแม่จนท่วมท้น
มือลูบหน้าท้องแม่ไปมาระบายความเงี่ยนจนมั่นใจว่าปล่อยน้ำเข้าไปในหีแม่จนหมดแล้วค่อยโน้มตัวคร่อมร่างระหงไปนอนดูดปากกับแม่ เราแลกลิ้นใส่กันผลัดวันแต่ก็ไม่กล้าขยับแรงกลัวว่าจะไปโดนรอยช้ำของแม่
หลังรัวตวัดลิ้นใส่กันนานเกือบสิบนาทีผมถอนปากออกมา น้ำลายเราสองแม่ลูกไหลเยิ้มเป็นยางยืด
“เชื่อเนหรือยัง... ว่าเซ็กส์ช่วยบรรเทาอาการได้จริง ๆ แถมน้ำว่าวเนก็เป็นยาชั้นดี”
แม่ถลึงตามองผมเอื้อมมือมาบิดเอวอย่างหมั่นเขี้ยว
“อูยยยยสสสส... สาบานเลยถ้าแม่บิดต่ำลงกว่านี้อีกนิด เนจับแม่เย็ดหีบานแน่!”
อุ๊ก!
คราวนี้ผมโดนแม่ชกแบบยั้งมืออีกทีในตำแหน่งที่สูงขึ้น
จุกชะมัด!
นี่ขนาดยั้งมือแล้วนะ! ต้องยอมรับว่าหมัดแม่โคตรหนัก! ไม่น่าปากดีเลยเรา...