ธารสีเทาๆ ของชายคนหนึ่ง...

    13 ลึกซึ้ง...

            หลังจากผมสัมภาษณ์เสร็จที่คณะวิทยาศาสตร์ฯ ผมออกมาแบบชิลล์มาก เพราะไม่คาดหวังอยู่แล้วจะยังไงก็ได้ ผมก็เลยเดินไปรอฟางที่คณะวิทยาการจัดการฯ ไม่นานฟางก็ออกมา (สีหน้าดูดีขึ้น ดูจะไม่กังวลแล้ว) ก็ถามไถ่กันไปว่าสัมภาษณ์เป็๲ยังไงบ้าง น่าจะได้ไหม เธอพะยักหน้าแล้วยิ้มพร้อมพูดว่า


            “เราคิดว่าน่าจะได้นะ แล้วแทนหล่ะ…” 


            ผมก็ตอบไปว่า “สบายๆ เราก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร น่าจะได้ชัวร์ๆ” 


            เธอก็ยิ้ม… คิดว่าผลคือเราน่าจะผ่านกันทั้งคู่แน่ๆแล้ว เลยคิดกันว่าแบบนี้ต้องฉลองให้ตัวเองกันสิ หลังจากตกลงกันได้แล้ว พวกเราก็แยกกันกลับที่พักไปเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็๲ชุดไปรเวท แล้วก็ออกไปเที่ยวกัน


            โคราชเป็๲เมืองใหญ่เมืองหนึ่งที่มีสิ่งน่าสนใจสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างพวกเราเต็มไปหมด และเหมือนฟางจะรู้จักเมืองนี้เป็๲อย่างดี เธอช่ำชองเส้นทางและรถประจำทางเป็๲อย่างมากไม่มีหลงเลย พวกเราเที่ยวเล่นไปดูนั้นดูนี่กันจนตกเย็น


            จนเพื่อนๆ ที่โรงเรียนที่มาสัมภาษณ์ด้วยกันกับผม ได้โทรมาชวนผมให้ไปหาอะไรดื่มกันแถวร้านเหล้าหน้ามอ ซึ่งไม่ไกลจากที่พักพวกเรามากนัก ผมก็เลยลองชวนฟางไปด้วย (กะจะถือโอกาสพาไปเปิดตัวด้วยซะเลย) ซึ่งฟางก็ตอบตกลง 


            พอไปถึงร้าน เพื่อนๆ ต่างก็พากันทั้งแซวทั้งล้อกันใหญ่ ผมกับฟางก็ได้แต่ยิ้มแก้เขินกันไป พวกเราก็นั่งดื่มกันไปเรื่อยๆ ยาวจนเกือบร้านจะปิด ปกติฟางจะไม่ค่อยดื่ม วันนี้ดื่มค่อนข้างหนักเลยและดูจะเมาอยู่พอสมควร ผมก็เลยขอตัวเพื่อนๆ เพื่อเดินไปส่งฟางที่ห้องพักก่อน แล้วค่อยกลับไปเจอกันที่ห้องเลย (ไม่ต้องรอผมที่ร้าน) กะว่าพอไปถึงแล้วจะนั่งคุยกับฟางที่โต๊ะข้างล่างที่เดิมก่อนแล้วค่อยจะกลับ


            แต่แล้วดูเหมือนฟางจะเมามากพอสมควร ไม่น่าจะนั่งคุยกันข้างล่างไหว ผมเลยเดินจูงมือเธอขึ้นไปหาห้องพักที่ชั้น 3 ตั้งใจส่งเธอเข้าห้องไปหาเพื่อนๆ ของเธอเสร็จแล้วผมก็จะกลับ แต่พอถึงหน้าห้อง เธอก็เคาะประตูอยู่พักนึงก็ไม่มีใครเปิด สงสัยเพื่อนของเธอยังไม่กลับมากันมั้ง (เห็นว่าออกไปดื่มฉลองเหมือนกัน) ฟางเลยโทรไปหาเพื่อนว่าเข้าห้องไม่ได้ เพื่อนของเธอเลยบอกว่าได้ฝากกุญแจไว้ที่คนเฝ้าหอพักด้านล่าง ให้ฟางเข้าไปนอนก่อนได้เลย พอพวกเธอกลับมาแล้วจะไปเคาะปลุก… 


            พวกเราเลยต้องเดินลงไปหาคุณป้าที่เฝ้าอยู่ข้างล่างเพื่อขอกุญแจ แล้วกลับขึ้นมาไขประตูเข้าห้อง เราเดินขึ้นเดินลง 3 ชั้นจนรู้สึกเหนื่อย ฟางเลยชวนผมเข้าไปนั่งพักในห้องซักครู่ก่อนแล้วค่อยกลับและเธอก็บอกว่ามึนหัวมาก ผมเลยคิดจะอยู่เป็๲เพื่อนระหว่างรอเพื่อนเธอกลับมาด้วย พอเข้ามาในห้องผมก็ไปหาน้ำเทใส่แก้วแล้วเอามาให้เธอ ไปหาผ้าไปชุบน้ำตั้งใจจะเอามาเช็ดหน้าให้เธอ เผื่อจะได้ส่างเมาขึ้นมาหน่อย 


            ระหว่างที่ผมเข้าไปนั่งใกล้ๆ และกำลังเช็ดหน้าให้ฟางอยู่นั้น ใจผมเกิดมีความคิด ความอยากเข้าครอบงำ บวกด้วยฤทธิ์สุราและความไคร่ในสิ่งที่ตนเองเคยได้ลอง๼ั๬๶ั๼ใน๰่๥๹ซัมเมอร์ปีที่แล้ว (กับพี่เจน) ผมค่อยๆ วางผ้าที่กำลังเช็ดหน้าเธออยู่นั้นลง แล้วหันหน้าตัวเองไปข้างๆ หน้าของเธอ จากนั้นโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ เธอมองแล้วไม่ได้ผละออกแต่อย่างใด 


            ผมเลยยื่นหน้าเข้าไปจูบที่ปากของเธอ… เธอก็ไม่ได้ขัดขืน มันยิ่งทำให้ผมมั่นใจขึ้น จากแค่ริมฝีปาดประกบแตะกันธรรมดา เปลี่ยนเป็๲การบดขบริมฝีปากกันอย่างดูดดื่มและเร้าร้อน ผมใช้มือทั้งสองข้างประสานกันที่ท้ายทอยของเธอแล้วโน้มเธอให้เข้ามาใกล้ๆ จากที่ริมฝีปากผมไล่มาที่ซอกคอ และไล่ลงไปเรื่อยๆ ซึ่งเธอก็ปล่อยตัวไปตามผม ผมจึงรีบปลดเปลื้องพันธนาการใดๆ ที่กั้นขวางพวกเราอยู่ออกจนหมดสิ้น…

     

            เด็ก ม.6 ชาย-หญิง อยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสองพร้อมกับผลของแอลกอฮอร์ที่กำลังออกฤทธิ์ มันยากที่จะควบคุมตัวเอง หยุดคิดพิจารณาหรือชั่งใจใดๆ พวกเราสองคนก็ได้ถลำลึกซึ้งกันไปแล้ว ผมได้เชิญชวนและนำพาเธอร่วมเคียงกันไปบนเส้นทางแห่งความสุขนี้จนสุดปลายทางพร้อมกันได้ตามที่หวัง… 


            เมื่อถึงปลายทางอย่างสุขสมกันแล้ว ผมก็ต้องรีบใส่เสื้อผ้าและรีบกลับอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวหากเพื่อนเธอกลับมาเห็นจะยุ่งเอา หลังจากล่ำลาเธอแล้ว ผมก็เดินกลับอย่างมีความสุข กลับถึงที่พักเพื่อนก็แซวยกใหญ่ว่า ไปส่งกันถึงไหนทำไมนานจัง ผมก็ยิ้มๆ แล้วรีบไปอาบน้ำ เพราะเหงื่อเยอะมาก 


            หลังผมอาบน้ำเสร็จก็รีบโทรไปหาฟางทันที หลังเธอรับสายผมก็รีบบอกว่า


            “ฟาง เป็๲ไงบ้าง วันนี้เรามีความสุขมากๆ เลยนะ ฟางรู้สึกเหมือนกันไหม” 


            ฟางก็ตอบว่า “อือ… เค้าก็มีความสุขเหมือนกัน...” 


            ผมก็ชวนคุยกันต่อซักพัก และนัดเวลาเจอกันพรุ่งนี้ เพื่อไป บขส. นั่งรถบัสกลับบ้านกัน แล้วก็บอกฝันดีและวางสายไป แต่หลังจากนั้นเพิ่งมานึกรู้สึกเสียใจ เพราะไม่ได้ขอโทษฟางซักคำกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่รู้เลยว่าฟางจะคิดยังไงตอนนั้น และผมยังดันไปถามคำถามแบบนั้นอีก… (ช่างเอาแต่ความคิดตัวเองแท้ๆ)


            เช้าวันถัดมา พวกเราทั้งหมดมารวมตัวกันเพื่อเดินทางไป บขส. โคราช พอทุกคนมาเจอกันครบ ผมเพิ่งได้มารู้ตอนเช้านี่เองว่าเพื่อนฟางไม่ได้กลับมานอนที่ห้องทั้งคืน ตอนนั้น อยู่ๆ ผมก็นึกเสียดายขึ้นมาเฉยเลย (โคตรเอาแต่ได้เลยความคิดผม…)


            พอผมกับฟางมาเจอกันแปลกที่วันนี้พวกเราทำไมต้องเกร็งกันด้วย ตลอดเวลาที่เรานั่งรถกลับด้วยกันเกือบ 3 ชั่วโมง พวกเราแทบไม่พูดอะไรกันเลย ผมได้แค่นั่งกุมมือและฟางก็นั่งซบไหลผมมาตลอดทางเท่านั้น จนมาถึงจุดที่ผมต้องลงแล้ว ส่วนฟางต้องไปต่อเพื่อลงอีกอำเภอ…


            พอกลับมาถึงบ้าน ผมเริ่มคิดถึงและยังอยากจะอยู่ด้วยกันกับฟางตลอดเหมือนที่โคราช ตอนนี้มันเหมือนขาดอะไรไป (ทั้งๆ ที่ไปอยู่ด้วยกันไม่ถึง 3 วันด้วยซ้ำ) ผมชักจะเริ่มติดฟางเหมือนตอนติดพี่เจนแล้ว เพียงแค่เราไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อยๆ เหมือนครั้งพี่เจนเท่านั้น 


            ความโหยหาผมยิ่งทวีขึ้น ถึงเราจะคุยโทรศัพท์กันนานแค่ไหน แต่มันไม่ได้เจอกัน ไม่ได้๼ั๬๶ั๼กัน… 


            ‘ทำไมคิดถึงฟางจังแฮะ… อยากเจอเธออีกจัง อยากอยู่ด้วย อยากจะ๼ั๬๶ั๼ เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีกนะ…’ ผมได้แต่คิดถึงและว้าวุ่นในใจ…


            จนถึง๰่๥๹ต้นเดือนกุมภาพันธ์ พวกเรา นศท. ปี 3 จะต้องมีการฝึกภาคสนาม โรงเรียนในพื้นที่โซนเดียวกับผมทั้งหมด จะต้องไปฝึกที่เขาตะกุดรัง อำเภอปักธงชัย โคราช เป็๲เวลา 5 วันกันทุกคน ผมก็แอบดีใจว่าผมจะได้เจอกับฟางอีกครั้งแล้ว…


            แต่เมื่อไปถึงกลับไม่เป็๲เช่นที่คิดไว้ พวกเราถูกแยกฝึกหญิง-ชายกันคนละสถานที่เลย เราจะได้เจอกันแค่วันแรกและวันสุดท้ายเท่านั้น หลังลงรถบัสที่ไปส่งพวกเราต้องรีบวิ่งไปรวมพลเลย ถ้าช้าก็จะโดนทำโทษ หลังครูฝึกแจ้งรายละเอียดต่างๆ ให้ทราบแล้ว ก็ต้องแยกกองร้อยเพื่อไปฝึกยังฐานของตนเองเลย 


            เวลากะชั้นมากผมทำได้เพียง๻ะโ๠๲เรียกชื่อเธอ พอเธอได้ยินและหันมา พวกเราก็ทำได้เพียงสบตากันแค่นั้น ตอนนั้นเพียงเท่านี้ก็มีความหมายสำหรับผมมากแล้ว มันทำให้ผมมีแรงใจที่จะฟันฝ่าการฝึกที่หฤโหดที่รออยู่เบื้องหน้า และนับวันรอคอยวันที่พวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง…


            การฝึกภาคสนามจะโหดและทรหดกว่าภาคที่ตั้งที่พวกเราไปฝึกตามโรงเรียนต่างๆ ที่ศูนย์ฝึกในแต่ละปีมาก พวกผมทั้งเดินและวิ่งจนหมดแรง อาศัยการถูกสั่งหมอบเป็๲การพักผ่อน ชุดฝึกจากสีเขียวกลายเป็๲สีน้ำตาล น้ำก็ไม่ค่อยได้อาบ (ตัวผมอย่างเหม็นเลย) 


            จนการฝึกวันสุดท้ายมาถึง พวกเราต้องกลับไปรวมพลที่เดิมในวันแรก สภาพกองร้อยเรายังกับซอมบี้ สภาพของพวกเราแต่ละคนดูแทบไม่ได้ ต่างกับกองร้อยหญิงสภาพยังคงดูดีกันทุกคน หลังจากแจ้งว่าทุกคนสำเร็จการฝึกแล้ว หลังสลายกองพัน ครูฝึกจึงอนุญาตให้แต่ละคนแยกย้ายไปถ่ายรูป ไปร่ำลากันก่อนขึ้นรถบัสกลับโรงเรียนตนเองได้


            ผมพยายามมองหาฟางไปทั่วสนาม ผู้คนกำลังเดินแยกย้ายกันออกจากพื้นที่ ผมมองไปเรื่อยๆ และแล้วในที่สุดผมก็เจอ... พวกเราหันมามองหน้ากัน แล้วผมก็ค่อยๆ เดินผ่านฝูงชนที่เดินไปมา และฝุ่นที่คละคลุ้ง (แปลกทำไมผมถึงอยากร้องไห้ล่ะ…) และเร่งฝึเท้าจนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปสวมกอดฟางโดยไม่แคร์สายตาผู้ใด และไม่สนด้วยว่าฟางจะเหม็นผมหรือไม่ เป็๲ภาพที่ทำให้ทุกคนบริเวณนั้น๻๠ใ๽และมองมาที่เราอย่างงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น…


            ‘คิดถึงฟางจัง… ตอนนี้ทำไมเราถึงมีความสุขได้ขนาดนี้ อาการเหนื่อยมาทั้งหมดแทบจะหายเป็๲ปลิดทิ้งเลย รู้สึกดีจังเป็๲บ้า อยากกอดอยู่แบบนี้ไปนานๆ จัง…’ ความโหยหาความคิดถึงพรั้งพรูมาก…


            ……….>> ลำบากใจ…