วันนี้เป็อีกหนึ่งวันที่ซูลี่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้ว่าทำอะไรดี หลังจากที่เธอทำเื่เรียนจบแล้ว มันทำให้เธอได้พักผ่อนจนถึงขั้นกับทำให้เธอรู้สึกเบื่อหน่าย เธอนอนพลิกตัวไปมาบนที่นอนนุ่มของเธอพร้อมกับคิดว่า นิยายกำลังจะเปลี่ยนไปในทางใดกัน จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับเธออีกหรือไม่ เพราะพระเอกได้เงียบหายไปหลังจากงานเลี้ยงจบ ส่วนหลินฮวา ออกไปกับหยางเพ่ยตงบ่อยครั้งและไม่พูดถึงเหวินหลงอีกเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเธอยังทำท่ารักเขา ตามเขายังกะเหาฉลามยังไงยังงั้น ส่วนเธอนะเหรอั้แ่ทานข้าวกับหวางเจียเล่อก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีกเลย ‘อ่าา นี่ฉันคิดถึงเขางั้นเหรอ’ หญิงสาวคิดพลางเอาหน้าถูไถไปกับหมอนด้วยความไม่ยอมรับ
การที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้าย เธอไม่ได้คิดว่าจะต้องมีแฟน หรือมีความรักอะไร เธอแค่อยากจะทำให้มันถูกต้อง โดยการฉีกหน้ากากยัยแม่เลี้ยงและน้องสาวจอมเสแสร้งของเธอ ทำให้พ่อและพี่ชายกลับมารักนางร้าย และทำให้นางร้ายมีความสุขมากกว่าที่ควรจะเป็ ส่วนอะไรที่ไม่ดีต่อใจเช่นพระอกเธอก็จะตัดทิ้งไปเสีย เพื่อเริ่มต้นใหม่กับคนที่ดีกว่าพระเอกอย่างหลิวเหวินหลง เธอคิดว่ามันต้องมีสักคนซิน่า
ซูลี่เมื่อคิดถึงเื่ความรัก เธอกลับคิดถึงใบหน้าชายหนุ่มที่เธอเพิ่งไปทานข้าวกับเขามาวันก่อน คิดถึงคำพูดที่เขา้าเป็มากกว่าเพื่อนเธอ มันทำให้เธอรู้สึกเขินๆจนถึงขั้นกับนอนกลิ้งเกลือกไปมาราวกับไส้เดือนถูกแดดเผา ในขณะที่เธอเอามือขย้ำหมอนนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพอมองที่จอ ปรากฏชื่อของคนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่โทรเข้ามา เป็เขาหวางเจียเล่อ ‘แค่เธอคิดถึงเขา แค่เนี้ยะใจเราจะตรงกันเกินไปแล้ว’…O///O
“ สะ..สวัสดีคะ คุณหวางเจียเล่อ” ///
“ครับผม ซูลี่วันนี้คุณพอจะว่างไหมครับผมอยากจะชวนคุณมาทานข้าวด้วยกันสักมือ คุณสะดวกไหม่ครับ ”
“ อะอ่อ ก็สะดวกนะคะว่าแต่เราไปเจอกันที่ไหนดีคะ ”
“เจอกันที่ร้าน M นะครับ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันครับ”
กดวางสายไปแล้วหญิงสาวยังจ้องไปที่หน้าจอมือถือหัวใจจะวาย อย่างไม่อยากเชื่อว่าเขาจะโทรมาหาเธออีก ดีล่ะ….คิดแล้วพลันดีดตัวเองออกจากที่นอนทันที เธอเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวคงลืมไปแล้วว่าเมื่อวันก่อนเธอเพิ่งจะหงุดหงิดและอารมณ์เสียใส่เขาไปแหมบๆ อะไรทำให้เธอเปลี่ยนใจได้เร็วขนาดนี้กันนะ (ไรท์ก็งง)
………………
หญิงสาวเลือกหยิบชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน เพราะมันช่วยขับเน้นผิวของเธอให้ขาวขึ้นไปอีกปล่อยผมสีดำเงางาม ราวกับเส้นใหมเป็ลอนสวยๆ เธอแค่จัดแต่งทรงผมให้น่ามองด้วยการใส่ที่คาดผมคริสตัลเล็กๆ แต่งหน้าบางๆโทนชมพูเพื่อให้แลดูเป็สาวสุขภาพดี ทาลิปสีชมพูอ่อนๆเคลือบด้วยลิปกรอสซ้ำลงไปให้ดูฉ่ำวาวแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับคนสวยอย่างเธอแล้ว
ยังไม่ทันจะออกจากบ้านบิดาของเธอได้ให้คนมาตามเธอไปพบ เพื่อ้าพูดคุยบางอย่างกับเธอ หญิงสาวจึงรีบไปพบบิดาที่ห้องรับแขกทันที
“คุณพ่อคะ ให้คนไปตามลูกมีเื่อะไรหรือเปล่าคะ”
“ อ้าวลี่เออร์ลูกแต่งตัวกำลังจะออกไปข้างนอกงั้นหรือ จะไปไหนละลูก” ผู้เป็พ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทำให้ซูหญิงสาวยิ้มออกมา
“ พอดีประธานหวาง เขานัดลูกทานข้าวน่ะค่ะคุณพ่อ ” เหมือนคำตอบของเธอจะไปสะกิดต่อมอิจฉาของแม่เลี้ยงและน้องสาวเธอเข้าพอดี ทั้งสองจึงลอบมองหน้ากันและคิดถึงแผนการบางอย่าง
“ พอดีเลยค่ะคุณ ฮวาเออร์บ่นเบื่อๆอาหารที่บ้านอยู่เหมือนกัน งั้นเราไปทานข้าวกับลี่เออร์ดีไหมคะ จะได้ออกไปทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา แถมคุณยังได้คุยกับประธานหวางอีกด้วย ดีไหมคะ”
เผือกมาก เผือกสุดๆ….ซูลี่พ่นลมหายใจออกมาถ้ามีไฟออกมาเหมือนก็อตซิลล่าก็คงจะดี เธอจะเผาสองแม่ลูกคู่นี้ให้ไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าเลยเชียว
“ ไม่ดีมั้งคะคุณแม่เลี้ยงพอดีประธานหวาง้าความเป็ส่วนตัว ถ้าหากเขา้าพูดคุยกับคุณพ่อ เขาคงจะติดต่อมาทางคุณพ่อเองแหละค่ะ ”
“ อืมใช่ หากเขาอยากจะคุยกับพ่อ เขาก็คงจะติดต่อมาทางเลขาพ่อเองแหละ งั้นลูกไปเถอะอย่าให้ประธานหวางต้องรอนาน”
“ คุณพ่อคะแต่ฮวาฮวาอยากทานข้าวข้างนอกบ้างน่ะค่ะ ทานแต่กับข้าวที่บ้าน ฮวาฮวาเบื่อจะแย่อยู่แล้ว”
หลินฮวาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับทำปากยื่นออกมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู….แต่มันน่ารำคาญสำหรับซูลี่ ดูปากที่ยื่นออกมานั่นสิน่าเกลียดเสียจริง
“ ถ้าเธออยากจะไปก็ชวนคุณพ่อไปแต่ฉันคงไม่บอกเธอหรอกนะ ว่าฉันไปร้านไหนเพราะฉัน้าความเป็ ส่วน ตัว " ซูลี่เน้นคำว่าส่วนตัวให้ได้ยินชัดๆ จะได้หนีจากยัยเด็กบ้านี่สะที
“ อ่อคุณพ่อคะ พอดีลูกจะแจ้งคุณพ่อน่ะค่ะ ว่าลูกจะขอย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ตอนนี้ลูกหาห้องพักไว้แถวๆที่ทำงานด้วยน่ะค่ะ จะได้สะดวกกับการเริ่มทำงาน และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากที่เรียนด้วยนะคะ ”
“ อืม ลูกจะออกไปอยู่ข้างนอกพ่อไม่ว่าหรอกนะ เพราะลูกโตแล้วตัดสินใจเองได้ แต่มีปัญหาอะไรลูกต้องบอกพ่อนะ เข้าใจไหม ”
“ เข้าใจแล้วค่ะขอบคุณคุณพ่อมากเลยนะคะ ” จุ๊บ หญิงสาวรีบเดินเข้าไปจุ๊บที่แก้มของบิดา ทำให้บิดาเธอออกอาการเขินไม่น้อย
“ ลูกขอตัวก่อนนะคะ”
เมื่อลูกเลี้ยงสาวเดินพ้นประตูออกไปแล้ว เหม่ยฟางจึงทำท่าทางไม่พอใจใส่สามีของเธอต่อ
“ นี่คุณคะ ทำไมถึงให้ซูลี่ไปอยู่ข้างนอกล่ะ มันจะไม่เปลืองเงินทองในการหาเช่าห้องหรอกเหรอคะคุณ ” เหม่ยฟางหวังจะเกลี้ยกล่อมสามีให้คัดค้านการไปอยู่ด้านนอกเพียงลำพังของหวังซูลี่ หากเป็เช่นนั้นพวกเธอแม่ลูกก็จะไม่ได้รู้เื่ราวของลูกเลี้ยงคนนี้นะสิ
“ ทำไม! ซูลี่เค้ามีเงินเก็บมีงานของตัวเองทำ ลูกจะซื้อหรือเช่ามันก็เป็สิทธิ์ของเธอเอง ผมไปวุ่นวายอะไรกับลูกมาไม่ได้หรอก ”
“ แล้วหลินฮวาล่ะคะ ทำไมลูกถึงไม่ได้รับหุ้นบริษัทเหมือนกับลูกชายลูกสาวของคุณ หรือว่าคุณลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน ”
“ เหม่ยฟาง!! คุณไม่มีตามอง ไม่มีหูฟังหรือยังไงหุ้นที่ผมแบ่งให้พวกเขามันเป็ของแม่พวกเขาเอง แล้วคุณล่ะมีหุ้นในบริษัทเท่าไหร่ คุณมีอะไรให้หลินฮวาบ้าง หากอยากได้เงินก็ไปทำงานที่บริษัทซะ ”
หลินฮวาได้ยินดังนั้นได้แต่ทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจบิดายิ่งนัก ที่เธอเองก็เป็บุตรของตระกูลหวังเช่นกันแต่ทำไมเธอนั้นไม่ได้อะไรจากตระกูลเลยแม้แต่อย่างเดียว ยิ่งมองไปทางมารดาด้วยยิ่งแล้วใหญ่มารดาเป็เพียงคนต่างจังหวัดต่างเมือง ไม่มีที่ทางหรือสมบัติอะไรเหมือนกับมารดาของหวังซูลี่ นั่นจึงทำให้เธอเองดูด้อยค่าลงและ้าแย่งทุกสิ่งของพี่สาวต่างมารดามาเป็ของตนแทน
………………………………
…………………………