พลับพลาแห่งนิรันดร์

    ตอนที่ 34 เมืองแห่งการค้า

    "ก็ได้.. ก็ได้ข้าสัญญา"

     

    "นี่ท่านพูดจริงๆนะ"เยว่ฉีเอ่ยถาม

     

    "หน้าข้าเหมือนคนพูดล้อเล่นหรือไง"

     

    "ก็ดูหน้าท่านไม่เห็นเหมือนคนดีใจเลย"เยว่พูดด้วยท่าทางฉีหยอกล้อ

     

    "แต่งงานกับเจ้ามีสิ่งใดที่ต้องดีใจกัน" จินหลงเอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง

     

    "ข้ามันไม่ดีตรงไหน" เยว่ฉีควันออกหูเมื่อได้ยินสิ่งที่จินหลงพูด

     

    "ถึงเจ้าจะดูงดงามก็เถอะแต่เจ้าชอบใช้กำลังและพูดจาแข็งกร้าวต่อข้า"

     

    "เมื่อเราแต่งงานกันข้าจะเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อท่านใหม่"เยว่ฉีเมื่อได้ยินจินหลงชมนางก็หายโกรธถึงแม้ถ้อยคำต่อมาจะต่อว่านางก็ตาม

     

    "นี่เจ้าเป็นไข้ด้วยหรือยังไง"จินหลงแปลกใจที่วันนี้เยว่ฉียอมอ่อนข้อให้ตน

     

    "เมื่อไหร่ท่านจะเริ่มรักษาข้าซะที"เยว่ฉีเร่งรัดเข้าสู่การรักษา

     

    "งั้นเจ้าก็นั่งลงซะข้าจะเริ่มรักษาให้"

     

    "พึบ"เยว่ฉีนั่งลงและหลังตาทั้งสองข้าง

     

    "หมับ"จินหลงใช้ริมฝีปากของตนประกบเข้ากับริมฝีปากของเยว่ฉี

     

    "หวืดด"พลังปราณสีดำเรืองแสงขึ้นมาในช่วงท้องของเยว่ฉี

     

    "อ้า.."เยว่ฉีได้แอบลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่าจินหลงถอนริมฝีปากออกไปแล้ว

     

    "ควับ"จินหลงใช้หัตถ์เทวะบีบก้อนพลังปราณสีดำนั้นทิ้งทันที

     

    "ตอนนี้เจ้ารู้สึกเป็นยังไงบ้าง"จินหลงเอ่ยถาม

     

    "ข้ารู้สึกว่าพลังปราณของข้ามั่นคงแล้ว"เยว่ฉีตอบกลับ

     

    "เช่นนั้นก็ดีแล้ว"

     

    "ขอบคุณค่ะท่านพี่จินหลง"

     

    "นี่เจ้า.."จินหลงขนลุกเมื่อได้ยินเยว่ฉีเรียกตนสุภาพเช่นนี้

     

    "ท่านอย่าลืมสัญญาของเราละ"เยว่ฉีเอ่ยย้ำออกมาและเดินจากไป

     

    ....

     

    หลายวันผ่านไปเยว่ฉีปฏิบัติต่อจินหลงดีขึ้นอย่างกับเป็นคนละคนกันจินหลงเองเมื่อถูกเยว่ฉีเอาอกเอาใจก็รู้สึกหวั่นไหวภายในจิตใจขึ้นมา

     

    นานวันเข้าจินหลงก็รู้สึกได้ถึงความรักของตนที่มีต่อเยว่ฉีเปรียบได้ว่าภายในสี่ห้องหัวใจของจินหลงนั้นมีเพียงแต่เยว่ฉีผู้เดียว

     

    "เยว่ฉีข้าว่าข้าจะออกจากสำนักและออกเดินทางต่อ"

     

    "ท่านพี่จินหลงท่านจะไปที่แห่งใด"

     

    "ข้าเองก็ไม่รู้ข้าเพียงแค่อยากเดินทางไปเรื่อยๆ"

     

    "เช่นนั้นแล้วเราจะได้พบกันอีกหรือไม่"

     

    "แน่นอนว่าเราจะต้องพบกันอีกเพราะเจ้าเป็นหญิงที่รักของข้า" จินหลงเอ่ย

     

    "เช่นนั้นข้าจะรอท่านกลับมา"เยว่ฉีก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย

     

    "เยว่ฉีเจ้าไม่อยากติดตามข้าไปอย่างนั้นรึ"จินหลงแปลกใจที่เยว่ฉีไม่ขอติดตามไปด้วย

     

    "ไม่หละท่านพี่ข้าจะกลับไปที่วังเพื่อบอกเรื่องของเราต่อท่านพ่อ"

     

    "ก็แล้วแต่เจ้าเถอะงั้นเราคงต้องจากกันตรงนี้" 

     

    "ท่านพี่นี่คือป้ายประจำตัวของข้าเมื่อท่านกลับมาท่านสามารถไปหาข้าได้ที่วัง"เยว่ฉีกล่าวพร้อมยื่นป้ายหยกให้แก่จินหลง

     

    "ตกลงเมื่อข้ากลับมาข้าจะรีบไปหาเจ้า"จินหลงรับป้ายหยกมาแล้วเก็บเข้าแหวนมิติ

     

    ....

     

    จินหลงหลังจากแยกทางกับเยว่ฉีแล้วก็ไม่ลืมที่จะไปล่ำลาพี่ชายของตน

     

    "เจ้าจะไปแล้ว?" เทียนหลิวพูดขึ้น

     

    "ใช่แล้วพี่เทียนหลิว"

     

    "ข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่าสำนักลำธารมรกตเล็กๆแห่งนี้คงรั้งเจ้าไว้ได้ไม่นาน"

     

    "พี่เทียนหลิวรักษาตัวด้วย"จินหลงเอ่ยคำล่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย

     

    "เจ้าเองก็เหมือนกัน"

     

    ....

     

    จินหลงบัดนี้ได้เดินทางออกมาจากสำนักลำธารมรกตแล้วและเดินทางต่อไปโดยไร้จุดมุ่งหมาย

     

    1 วัน..

     

    3 วัน..

     

    5 วัน..

     

    "กร๊อบ กร๊อบ"เสียงรถม้ากำลังวิ่งตรงมา

     

    "เจ้าหนุ่ม..เจ้ามาเดินเล่นอะไรคนเดียวในป่าเช่นนี้" ชายแก่เจ้าของรถม้าถามขึ้น

     

    "ข้าเพียงแค่เดินไปเรื่อยๆเผื่อจะเจอเมืองข้างหน้า" จินหลงเอ่ยตอบ

     

    "ข้าขอเตือนเจ้าทางข้างหน้ามีโจรคอยดักปล้นอยู่ข้าเองก็พึ่งจะหนีออกมาได้" ชายแก่กล่าวเตือนด้วยความหวังดี

     

    "ขอบคุณสำหรับคำเตือน"จินหลงไม่สนใจคำเตือนแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ

     

    "เดี๋ยวๆข้าว่าเจ้าคงเป็นผู้ฝึกยุทธใช่หรือไม่" ชายแก่กล่าวถามด้วยแววตาคาดหวัง

     

    "ก็ประมาณนั้น"จินหลงเอ่ยบ่ายเบี่ยง

     

    "งั้นข้าขอติดตามเจ้าไปด้วยได้หรือไม่"ชายแก่เห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่กลัวเหล่าโจรที่ตนกล่าวเตือนไปจึงคิดว่าจินหลงนั้นจะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสูงเป็นแน่

     

    "ไม่ใช่ว่าท่านพึ่งออกมาจากเมืองงั้นรึ"จินหลงเอ่ยถาม

     

    "ไม่ใช่..ตัวข้าต้องการไปเมืองแห่งการค้าแต่กลับถูกกลุ่มโจรดักปล้นระหว่างทางจึงทำให้ข้าต้องหนีย้อนกลับมาทางนี้"

     

    "เมืองแห่งการค้าคือที่แห่งใด"

     

    "นี่เจ้าไม่รู้จักงั้นรึ"

     

    "..." จินหลงพยักหัวตอบ

     

    "เมืองแห่งการค้าเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด"ชายแก่เล่าออกมาคร่าวๆ

     

    "เช่นนั้นเราก็ไปกัน"จินหลงเอ่ยบอก

     

    ...

     

    "นั่นศพของคนคุ้มกันที่ข้าจ้างมาข้าว่าพวกโจรต้องดักซุ่มอยู่แถวนี้แน่" ชายแก่พูดออกมาด้วยความระแวง

     

    "ฟึบ ฟึบ"กลุ่มโจรพุ่งออกมาจากพุ่มไม้

     

    "เจ้านี้มันโง่จริงๆหนีรอดไปแล้วแต่ดันย้อนกลับมาอีก ฮ่า ฮ๋า" กลุ่มโจรหัวเราะ

     

    "หลีกทางไป"จินหลงเอ่ยออกมา

     

    "ข้าหลีกทางให้เจ้าแน่แต่พวกเจ้าต้องทิ้งของมีค่าทั้งหมดเสียก่อน" โจรผู้หนึ่งพูดขึ้น

     

    "เจ้าหนุ่มเราจะทำยังไงดี"ชายแก่กล่าวถามออกมา

     

    "ข้าจะพูดอีกครั้งพวกเจ้าจะหลีกทางไปหรือไม่" จินหลงเอ่ยย้ำคำเดิม

     

    "นี่เจ้าหูหนวกหรือยังไงข้าก็บอกไป.."

     

    "ฉับ"โจรคนที่พูดยังพูดไม่ทันจบหัวก็หลุดออกจากลำตัวทันที

     

    "ฉับ ฉับ"ส่วนเหล่าโจรที่เหลือก็ตกตายตามไปอย่างรวดเร็ว

     

    "เจ้าหนุ่มเจ้าเก่งมาก ฮ่าฮ๋า" ชายแก่เมื่อเห็นสิ่งที่จินหลงทำก็อดดีใจไม่ได้

     

    "เดินทางต่อ"หลังจากจินหลงรูดทรัพย์ของกลุ่มโจรเสร็จก็ทำการออกเดินทางต่อ

     

    ...

     

    "ข้างหน้านี่แหละเมืองแห่งการค้า"ชายแก่พูดขึ้น

     

    เมืองแห่งการค้าเป็นเมืองเสรีไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของเป็นเพียงเมืองสำหรับการค้าขายเท่านั้นแต่ก็ยังมีกฎสำคัญที่ทุกคนต้องทำตามอยู่ด้วย ซึ่งถ้าใครทำผิดกฎก็จะถูกรุมสังหารโดยคนที่สามารถสังหารผู้ที่ทำผิดกฎจะได้ครอบครองทรัพย์สินของคนผู้นั้นไปโดยปริยายจึงทำให้มีพวกนักล่ารางวัลอยู่ภายในเมืองเป็นจำนวนมาก

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องพลับพลาแห่งนิรันดร์ ที่คุณอ่าน