เทพสงครามมังกรเทวะ

    พรแห่งพระเจ้า

    หอกระบี่ดาวตกในขณะที่เฟยหรงกำลังเข้าสู่กระบวนการยกระดับกายาอยู่นั้น เฟยเทียนผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้อยู่เฉยแต่อย่างใดเขาให้เหล่าผู้อาวุโสของหอกระบี่ดาวกตกไปรับเฟยหงจากทวีประดับต่ำในทันทีเพราะเวลานี้ชายหนุ่มอยากให้ครอบครัวของเขามาอยู่ด้วยกันมากกว่าแต่จะไปด้วยตนเองก็ไม่ได้นั่นเพราะเฟยหรงผู้เป็นลูกชายกำลังอยู่ในกระบวณการสำคัญนั่งเอง

     

    "ท่านหลงเสี่ยวหยา ท่านว่าลูกชายของข้าจะออกมาเมื่อไร"เฟยเทียนนั่งรออยู่หน้าถ้ำอดไม่ได้ที่กล่าวถามเนื่องจากวันนี้เป็นเวลาเจ็ดวันแล้วแต่เฟยหรงไม่มีท่าทีว่าจะออกมาเลยแม้แต่น้อย

     

    "เรื่องนี้ข้าไม่อาจตอบได้ บอกตามตรงตัวข้าเองแม้จะเคยเห็นคนที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ของมังกรอยู่บ้างแต่กายศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าหนูเฟยหรงนั้นข้าคาดเดาพลังไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว"มังกรทองหลงเสียวหยาที่ย่อขนาดเหลือเพียงตัวเท่าฝ่ามือกล่าวขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ ดูเหมือนว่าตัวเขาก็จนปัญญาที่จะตอบเช่นกัน

     

    "เห้อ เช่นนั้นก็ได้แต่รอต่อไป"เฟยเทียนถอนหายใจ ชั่วระยะเวลาเดี๋ยวกันนั้นชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงผู้มาเยือนที่คุ้นเคยมาพร้อมกับวิหคเพลิงที่ถูกสร้างมาด้วยพลังปราณเปลวเพลิงตัวใหญ่ที่สลายหายไปและทำให้เห็นชายผมสีแดงที่กำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยอยู่

     

    "ผู้อาวุโสเฟิงหลินเทียน ท่านมาแล้ว"เฟยเทียนกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม เฟิงหลินเทียนได้ยินดังนั้นเขาก็ทะยานร่างลงไปอยู่ข้างหน้าของเฟยหรงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังมองรอบๆด้วยท่าทีตื่นเต้นดวงตาเป็นประกายงดงาม

     

    "เจ้านิกาย อภัยที่จากไปไม่ได้บอกกล่าว เมื่อข้าสัมผัสได้ถึงการมาของเจ้าข้าก็รีบกลับไปยังคฤหาสน์ทันทีด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เปิดกายศักดิ์สิทธิ์ให้บุตรสาว"เฟิงหลินเทียนกล่าวอธิบายเนื่องจากเขาไม่อยากให้เฟยเทียนรู้สึกว่าเขาละหลวมในหน้าที่แต่อย่างใด

     

    "ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้ถือสาอะไรปานนั้น ทั้งหากพูดกันตามตรงข้าในเวลานี้ออกจะเข้าใจท่านด้วยซ้ำว่าเวลาที่หลานเปิดกายศักดิ์สิทธิ์นั้นน่าตื่นเต้นเพียงใด"

     

    "เข้าใจ??"

     

    "ใช่ ข้าเข้าใจเพราะข้าเองก็มีหลานสาวเช่นกันแถมนางนั้นยังเกิดมาพร้อมกับกายศักดิ์สิทธิ์มังกรเหมันต์บรรพกาลอีกด้วย"เฟยเทียนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ เฟิงหลินเทียนเมื่อเห็นการโอ้อวดของเฟยเทียนดังนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมไอพร้อมทั้งกล่าว "ช่างยอดเยี่ยมนัก กายศักดิ์มังกรเหมันต์บรรพกาลนับว่าหายากยิ่ง ในอนาคตข้างหน้าหวังว่าพวกนางจะเป็นทั้งมิตรและคู่แข่งที่ดีของกันและกัน"

     

    "แน่นอนย่อมเป็นเช่นนั้น อ้าวดูสิพอพูดถึงนางก็มาพอดี"เฟยเทียนกล่าว ในเวลานี้หญิงสาวสองคนกำลังจับมือของเด็กน้อยอายุราวๆสามถึงสี่ปีเดินเข้ามา ด้านด้านเด็กสาวผมสีเงินเมื่อเห็นผู้เป็นปู่กำลังยกยิ้มให้นางก็พลันวิ่งไปหาเขาในทันที

     

    "ท่านปู่!!"ปิงลี่อินกระโดดเข้าสวมกอดเฟยเทียนด้วยความดีใจ ในช่วงสามถึงสี่วันนี้นางรู้สึกเบื่อเป็นอย่างมากที่ต้องนั่งฟังความรู้พื้นฐานการฝึกฝนลมปราณดังนั้นเมื่อเห็นปู่ที่ตามใจนางทุกอย่างเด็กหญิงย่อมอยากเข้าไปกอดมากขึ้นไปอีก

     

    "เด็กดีๆเป็นอย่างไรบ้างฝึกฝนอยู่กับพวกแม่ๆคงจะเบื่อใช่หรือไม่"เฟยเทียนกล่าวถาม ไม่ว่าใครในยามฝึกฝนแรกๆย่อมต้องเบื่อเป็นธรรมดาเพราะมันเป็นการเรียนภาคทฤษฎีเพื่อให้รู้ถึงพื้นฐานก็เท่านั้น

     

    "เล็กน้อยเจ้าค่ะ แต่ลี่อินต้องใจมากๆ"ปิงลี่อินกล่าวด้วยท่าทีมุ่งมั่นเฟยหรงที่เห็นก็ยกมือและลูบผมนางเบาๆด้วยความเอ็นดู

     

    "มาๆปู่จะแนะนำคนให้หลานรู้จัก นี่คือผู้อาวุโสเฟิงกับหลานของเขา"เฟยเทียนกล่าวแนะนำ ปิงลี่อินหันไปมองทั้งสองคนในทันทีก่อนที่นางจะทำความเคารพผู้อาวุโสเฟิงอย่างสุภาพ "คาราวะผู้อาวุโสเฟิงเจ้าค่ะ แล้วก็เอ่อ...."

     

    "สวัสดีพี่สาวชื่อเฟิงหยุนเยว่ เป็นหลานของท่านตา"เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่รู้จะเรียกตนอย่างไร เฟิงหยุนเยว่จึงฉวยโอกาสแนะนำตัวเองอย่างเร็วพลันด้วยพร้อมกับรอยยิ้มที่ร่าเริง ทำให้ปิงลี่อินที่ยืนเกร็งอยู่ผ่อนคลายลงและกล่าวทักทายหญิงสาวผมสีแดงอีกครั้ง "สวัสดีเจ้าค่ะ ปิงลี่อินยินดีที่ได้รู้จักท่านที่เฟิงหยุนเยว่"

     

    "ฮุฮุ เจ้าน่ารักจัง เรียกพี่สาวว่าหยุนเยว่เฉยๆก็ได้นะ พี่สาวขอเรียกเจ้าว่าลี่อินได้หรือเปล่า"เฟิงหยุนเยว่กระโดดจากอ้อมกอดของผู้เป็นตาและพุ่งมาตรงหน้าของหญิงสาวผู้น้องอย่างรวดเร็วแววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวัง

     

    "เอ๊ะ!! ดะ ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะเรียกท่านว่าพี่สาวหยุนเยว่ก็แล้วกัน"ปิงลี่อินกล่าวอย่างเขินอาย ไม่รู้ว่าทำไมแต่ดวงตาสีแดงคู่นั้นของเฟิงหยุนเยว่ทำให้นางรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

     

    "ฮ่าๆๆหลานสาวท่านช่างพลังเหลือล้นจริงๆผู้อาวุโสเฟิง ไปสิลี่อินพาพี่เขาไปเที่ยวดูหอกระบี่ดาวตกของเราเสียหน่อยเป็นอย่างไร"เฟยเทียนกล่าวดังนั้นปิงลี่อินก็พลันพยักหน้าอย่างยินดี ก่อนที่เด็กหญิงตัวน้อยจะลงมาจากอ้อมกอดของปู่และพากันไปเที่ยวชมหอกระบี่ตามที่เฟยเทียนผู้เป็นปู่ได้กล่าว ส่วนพวกหมิงเย่และฮั่วหลิงหลิงนั้นเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันพวกนางก็ตามพวกเด็กๆไปในทันที

     

    ทางด้านเฟยเทียนและเฟิงหลินเทียนเมื่อเห็นว่าหลานสาวทั้งสองเหมือนจะเข้ากันได้ดี พวกเขาก็คลายใจและนั่งดื่มชา ณ จุดนั้นดังเดิม "การที่หลานสาวของเจ้านิกายมีพรสวรรค์ระดับนี้เห็นทีพ่อแม่ของนางคงจะไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้"

     

    "แน่นอน แม่ของเด็กคนนั้นคือศิษย์ของนางมารเหมันต์ปฐมกาลเสวียเหม่ย ส่วนพ่อของนางเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของข้าและกำลังปิดด่านบ่มเพาะพลังอยู่ในเวลานี้"

     

    "นางมารเหมันต์ปฐมกาล!! ขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์พระราชวังเยือกแข็ง!!!"เฟิงหลินเทียนถึงกับพูดไม่ออก ชื่อเสียงเรียงนางของเสวียเหม่ยมีมานับแสนปีทั้งยังเป็นเรื่องความเด็ดเดี๋ยว งดงาม และเอาแต่ใจ เมื่อหมื่นปีที่แล้วว่ากันว่ามีขุมกำลังระดับสูงและจำนวนมากและขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์อีกบางส่วนหมายในความงดงามของนางจึงได้เปิดศึกกับพระราชวังเยือกแข็งแต่ขุมกำลังระดับสูงพวกนั้นกลับโดนนางทำให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทั้งหมดภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ด้วยวีรกรรมเหล่านี้ทำให้ต่อมาไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปยุ่งกับพระราชวังเยือกแข็งอีกต่อไป

     

    "คาดไม่ถึงว่าหญิงสาวคนนั้นจะรับศิษย์ บุตรของเจ้าโชคดีมากทีเดียวที่ได้ลูกศิษย์ของนางเป็นภรรยา"เฟิงหลินเทียนกล่าวขึ้นมาเฟยเทียนได้แต่ยกยิ้ม แน่นอนหากเขาเป็นเฟิงหลินเทียนเขาย่อมคิดเหมือนกันว่าเฟยหรงนั้นโชคดีแต่แท้จริงกลับกันเลยต่างหาก หญิงสาวที่เป็นภรรยาของเฟยหรงมากกว่าที่โชคดีเพราะกายมังกรของเฟยหรงนั้นพิเศษมาก บุตรที่เกิดออกมาล้วนแต่มีพรสวรรค์สูงส่งทั้งผู้เป็นภรรยาอย่างพวกนางเองก็ได้รับผลประโยชน์ไม่แพ้กันยกตัวอย่างเส้นลมปราณเหมันต์บรรพกาลของปิงเหยาที่มันกลายพันธุ์เป็นเส้นลมปราณมังกรเหมันต์บรรพกาลนั่นเอง

     

    "โชคร้ายจริงๆที่เขากำลังในช่วงปิดด่านไม่เช่นนั้นข้าต้องให้เขามาคาราวะท่านแน่"เฟยเทียนกล่าว สิ้นเสียงของเขาพลังปราณที่รุนแรงและหนาแน่นก็ระเบิดออกมาจากถ้ำด้านหลังของเฟยเทียนจนทำให้ทั้งสองพากันมองไปยังถ้ำนั้นด้วยความตกตะลึง ภาพเบื้องหน้าเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจจะจินนาการได้พลังปราณระเบิดออกมาเหล่านั้นกลายเป็นร่างพลังงานรูปแบบมังกรขนาดใหญ่กางปีกสองปีกราวกับจะเปิดฟ้าได้พร้อมส่งเสียงคำรามออกมาดังสั่นจนเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดถึงกับตื่นตระหนกและพากันออกมาไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม

     

    "นะ นั่นมัน!!"เฟิงหลินเทียนกล่าวอย่างตกตะลึง หากจะบอกว่านี่เป็นนิมิตสวรรค์ก็คงจะดูถูกปรากฏการณ์นี้เกินไป จะมีเพียงคำเดียวเท่านั้นที่นิยามได้ นั่นคือพรแห่งพระเจ้า!!