หลังจากที่พนักงานคนนั้นนำหินขึ้นไปบนเวที เพื่อที่จะผ่าหินอออกมา อี้เหรินเฟิ่งเองก็ไม่ได้ทราบเช่นกัน ว่าด้านในนั้นจะเป็ของอะไร จินฉานเพียงััได้ถึงของมีค่าจากภายในได้เท่านั้น
แต่เมื่อการผ่าหิน้าเวทีสำเร็จแล้วนั้น ในขณะที่สิ่งที่อยู่ด้านในได้เผยไดทุกคนได้เห็นนั้น เสียงฮือฮาก็ดังเต็มลาน หินหยกเม็ดสีแดงเพลิงขนาดเท่าหัวแม่มือได้แสดงออกมาไห้ทุกคนได้เห็น
หินเม็ดนี้ที่ผ่าออกมาได้นั้น คือหินหยกเฟิ่งหวง ว่ากันว่ามันคือน้ำตาของนกไฟเฟิ่งหวงในตำนาน มีคุณสมบัติธาตุไฟ สามารถช่วยเสริมปราณธาตุไฟไห้แก่ผู้ฝึกวิชาได้
แต่สำหรับอี้เหรินเฟิ่งนั้น ถือเป็ของวิเศษที่ใช้บำรุงิญญาธาตุไฟของเขาได้อย่างดีเยี่ยม อี้เหรินเฟิ่งยินดีเป็อย่างมาก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเก็บตกของวิเศษเช่นนี้มาได้อย่างง่ายๆ
ผู้เชียวชาญตีราคาออกมาแล้ว "หยกวิเศษเฟิ่งหวง ราคาห้าหมื่นหินิญญา"
อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นจึงรีบเดินไปหาพนักงานเพื่อชำระค่าผ่าหินิญญา แล้วจากนั้นเขาก็เก็บหยกวิเศษไว้รอกลับไปที่พักจึงจะเรียกิญญาเพลิงออกมากินมัน
อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานเดินสำรวจหินกันก่อ หวังว่าจะเจอของวิเศษอีกสักสองสามอย่าง พวกเขาเดินดูไปเรื่อยๆ สวนหินแห่งนี้่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
เดินมาสักพักก็เลือกได้อีกหนึ่งก้อน รอบนี้หินมีขนาดเท่าผลส้มโอ ก้อนใหญ่กำลังดี แต่หน้าตาช่างดูเก่าคร่ำคร่า เต็มไปด้วยเศษหินเศษดิน เห็นก็รู้ว่าถูกทิ้งไว้มานานนับสิบๆปี แต่หินก้อนนี้ก็ไม่ได้มีราคาถูกแต่อย่างได
อาจเป็เพราะว่าราคาไม่เหมาะสมกับหน้าตาของมัน มันจึงไม่มีผู้ไดที่จะเลือกซื้อ อี้เหรินเฟิ่งหิ้วหินหยกก้อนนั้นเดินไปทางเวทีเพื่อที่จะชำระเงิน และนำไปผ่าต่อไป ทันไดก็มีเสียงมาจากด้านข้างเวที
"ข้า้าพนันผ่าหิน มีใครผู้ไดสนใจจะพนันกับข้าหรือไม่ ข้าจะพนันโดยใช้หินก้อนนี้ เงินเดิมพัน สามหมื่นหินิญญา ผู้ไดกล้าก็มาพนันหินกัน"
อี้เหรินเฟิ่งมองดูหินก้อนนั้นในมือชายผู้นั้น เขาคุยกับจินฉาน " เป็ยังไงบ้างจินฉานเ้าว่าก้อนนั้นเป็อย่างไรบ้าง "
"ด้านในเป็ของดีนะท่านพี่ แต่ก้อไม่ดีเท่าของเราหรอก คนละชั้นกัน" ได้ยินดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็เดินตรงไปยังชายผู้นั้น
"ข้ารับคำท้า แต่ว่านะ ข้าอยากเพิ่มเงินเดิมพันได้หรือไม่"
"ข้าจะพนันกับท่านในราคา ห้าหมื่นหินิญญา"
"ท่านจะว่าอย่างไร จะสู้หรือไม่"
ชายผู้นั้นได้ยินดังนั้นจึงเหลือบมามองหินก้อนที่อยู่ในมือของอี้เหรินเฟิ่ง
"ท่านจะพนังกับข้าด้วยหินโสโครกในมือก้อนนั้นนะหรือ"
"มาเถอะ หกหมื่นหินิญญาก็ได้"
อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็แอบยิ้มออกมา เนื่องจากอี้เหรินเฟิ่งสวมหมวกคลุมใบหน้าไว้ ชายผู้นั้นจึงไม่อาจเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขาได้ มิเช่นนั้นเขาคงจะกล่าวออกมาแล้วว่า "เ้ายิ้มอันไดกัน ยิ้มไห้หินโสโครกก้อนนั้นกับเงินหกหมื่นของเ้าที่จะบินหายไปนะหรือ"
หลังจากตกลงเงินเดิมพันกันแล้วนั้น ทั้งสองจึงเดินไปข้างเวที เพื่อพูดคุยตกลงกับผู้ดูแล และวางเงินเดิมพันกัน คนละหกหมื่นหินิญญา
หลังจากชำระค่าหินแล้วจึงเริ่มทำการผ่าหินในที่สุด การผ่าหินต้องใช้เครื่องมือเฉพาะและช่างที่มีประสบการณ์ในการผ่า ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง หินทั้งสองก้อนจึงผ่าเสร็จสิ้น
โดยในการเปิดหินนั้น จะเป็ทางฝั่งของชายผู้นั้นเปิดออกและทำการประเมินราคาก่อน เมื่อถึงเวลาเปิดหินนั้น ทั้งลานก็เริ่มฮือฮาขึ้นมาทันที เมื่อเปิดหินก้อนนั้นออกมา แสงสว่างสีทองค่อยๆเปล่งออกมา จากหินหยกก้อนเท่าถังน้ำ ผ่าออกมาหินหยกด้านในนั้นเหลือเพียงก้อนเท่าส้มโอ เนื้อหินสีเหลืองนวลเปล่งประกายดวงดายพร่างพราวออกมา
"หินหยกเหลืองประกายดาว" หยกวิเศษชนิดนี้เป็หยกหายากชนิดหนึ่ง สามารถนำไปหลอมของวิเศษต่างๆได้สารพัด ช่วยเสริมไห้ของวิเศษชนิดนั้นๆ แข็งแกร่งขึ้น ถ้านำไปเสริมในเกระวิเศษ ก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าจะกลายเป็เกระที่ไม่สามารถถูกแทงไห้ทะลุได้
"หินหยกเหลืองประกายดาว เจ็ดหมื่นหินิญญา"เสียงฮือฮาดังขึ้นเนื่องจากไม่ได้ผ่าออกมาเป็หินหยกชนิดนี้มานานมากแล้ว ชายผู้นั้นมองมาทางอี้เหรินเฟิ่งจากนั้นก็ถากถางออกมาเบาๆ
"คุณชายท่านนี้ ข้าว่าไม่ต้องเปิดหินของท่านไห้อายคนหรอก ท่านยอมแพ้เสียแต่ตอนนี้ ค่าผ่าหินข้าจะจ่ายไห้ท่าเอง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเยาะในใจแล้วกล่าวออกไปเรียบๆว่า
"ายังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร หรือถ้าท่านมั่นใจขนาดนั้น เพิ่มเดิมพันดีหรือไม่ ?"
"ท่านหาเื่เองนะ ได้! ข้าขอเพิ่มเดิมพันเป็หนึ่งแสนหินิญญา ถ้าข้าแพ้ ข้าจะยกหินหยกเหลืองประกายดาวก้อนนี้ไห้เ้าด้วย"
"เป็อย่างไร เ้ามีเงินหรือไม่ มาเลย"
" ได้!! " อี้เหรินเฟิ่งตอบกลับไปทั้งสองจึงเดินไปเพิ่มเงินเดิมพันกับผู้ดูแล จากนั้นจึงถึงตาของอี้เหรินเฟิ่งแล้วที่จะเปิดหิน
ตอนนี้้าเวทีนั้นพร้อมแล้วที่จะเปิดหินของอี้เหรินเฟิ่ง และในขณะที่เปิดเหินก้อนนั้น ไอควันสีม่วงเข้มก็พวยพุ่งออกมาจากก้อนหยกก้อนนั้น แสงม่วงพร่างพราวสะท้อนออกมาจากเม็ดหยกที่อยู่ด้านใน หยกก้อนนี้ผ่าออกมาเหลือเพียงขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ มีสีม่วงใสแวววาวแผ่กลิ่นอายอันบริสุทธิ์ออกมา
เสียงฮือฮาดังยิ่งกว่าเดิม มีเสียงคนะโออกมาโดยรอบ หลังจากได้ยินเสียง ชายคนที่พนันหินกับอี้เหรินเฟิ่งนั้นแข้งขาอ่อนแรง ล้มฟุบลงไปแล้ว
"หยก์ม่วง"หยก์ม่วงในตำนาน
"โอ้แม่จ้าว ของวิเศษฟ้าดินสุดแสนจะหายาก"
"ไม่เคยมีใครเคยผ่าได้มาก่อนเลย"
"ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นหินหยก์ม่วงที่นี่"
เสียงเซ็งแซ่เต็มลานผ่าหิน และแล้วผู้ประเมินราคาก็พูดขึ้นในที่สุด
"หินหยก์ม่วง สองแสนหินิญญา!!!!"
ต้องบอกก่อนว่าหินหยก์ม่วงนี้ เป็หินหยกในตำนาน กล่าวกันว่าหยก์ม่วงตกมาจากแดน์บรรพ์กาล ดูดซับไอพลังฟ้าดินั้แ่บรรพ์กาลจนก่อตัวมาเป็หยกก้อนนี้ หยก์ม่วงว่ากันว่าผู้ไดมีไว้นั้น จะสามารถทำไห้ดูดซับพลังแห่งฟ้าดินได้อย่างรวดเร็วนับสิบเท่า
เหมาะที่จะนำไปเป็หยกประดับพกติดกาย หรือสำนักบำเพ็ญก็นำไปประกอบค่ายกลรวมปราณ เพื่อที่จะใช้ฝึกบำเพ็ญ นับเป็ของวิเศษหายากที่ทุกคนต่างเฝ้าตามหา
อี้เหรินเฟิ่งยิ้มร่า เดินตรงเข้าไปหาผู้ดูแลข้างเวที เขาหันมากล่าวกับชายผู้นั้น
"ขอบคุณสำหรับหินิญญา และหินหยกเหลืองประกายดาว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
จากนั้นผู้ดูแลจึงนำหินหยกทั้งสอง พร้อมกับเงินที่หักส่วนแบ่งค่าผ่าหินไปแล้วมาไห้กับอี้เหรินเฟิ่ง หลังจากนั้น อี้เหรินเฟิ่งก็ออกไปเดินสำรวจเหล่าหินหยกที่เหลือต่อไป เขาหวังจะหาของวิเศษไห้ได้อีกสักชิ้นสองชิ้น
หลังจากที่อี้เหรินเฟิ่งนั้นเปิดได้ของวิเศษติดกันกันสองชิ้น ผู้ที่อยู่รอบๆก็กระตือรือร้นในการซื้อหินมาผ่ามากยิ่งขึ้น ลูกค้าเกือบทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตาเดินเลือกซื้อหิน หวังจะมีโชคได้อย่างอี้เหรินเฟิ่ง จนในเวลานี้การผ่าหินนั้น จำต้องรอเป็แถวยาวเหยียดเสียแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งและจินฉานเดินเข้าไปสำรวจก้อนหยกเ่าั้ตามที่ต่างรบเกือบจะทั่วแล้ว ทันไดนั้นจินฉานก็กล่าวขึ้นมา
"ท่านพี่ เร็วๆๆ ทางขวานั่น ก้อนสีดำๆเท่าผลส้มนั่น อยู่ในกองก้อนละสองร้อยหินิญญานั่น"
อี้เหรินเฟิ่งจึงหายวับไปโผล่ที่ตรงนั้นรีบหยิบหินก้อนนั้นขึ้นมาจ่ายเงินกับผู้ดูแลด้วยความเร็วราวสายฟ้า
"ของดีท่านพี่ ของดีกว่าก้อนก่อนหน้านี้เสียอีก กลิ่นอายของวิเศษที่แผ่ออกมานั้นเข้มข้นยิ่งนัก"
ได้ยินดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็ยิ้มร่า เดินตรงไปยังเวทีผ่าหินในทันได