ลำนำชะตาหวนคืน (อ่านฟรีจนจบ)

    บทที่ 21 ตรวจสอบ(1/2)

    ความโกลาหลเกิดขึ้นจนสะเทือนไปทั่วทั้งเรือนสาวใช้ เสียงกรีดร้องของซ่งหยวนก็ดังมากพอที่จะทำให้พวกนางที่เคยนอนหลับใหลสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ จนในท้ายที่สุดก็พากันออกมาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ซึ่งภาพที่พวกนางได้เห็นนั่นก็คือ ซ่งหยวนที่มีเลือดพุ่งทะลักออกมาจากทางปากอย่างน่าสยดสยองกำลังถูกหามออกไป คาดว่าคงพาไปรักษาเป็นการเร่งด่วน

    “เกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดซ่งหยวนจึงมีสภาพเช่นนั้น” สาวใช้ที่ประจำการในโรงครัวเรือนคุณชายใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นก็มีเสียงดังอื้ออึงจากสาวใช้คนอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ถึงกระนั้นก็ยังมีเหล่าองครักษ์ยอดฝีมือของจวนล้อมเรือนอันเป็นที่พักของซ่งหยวนเอาไว้ไม่ให้ใครได้เข้าไปด้านในทั้งนั้น

    “ไม่พบคนขอรับ” องครักษ์คนหนึ่งกล่าวกับผู้ที่เป็นหัวหน้า เมื่อองครักษ์นับยี่สิบคนที่เย่ฮุ่ยอิงสั่งให้มาล้อมจับคนแต่กลับไม่พบใครอื่นเลยนอกจากซ่งหยวนที่บาดเจ็บสาหัสจากการถูกตัดลิ้น ทั้งที่พวกเขามั่นใจแท้ๆ ว่าฝ่ายนั้นจะไม่ทันได้หนีออกไป ดังนั้นจึงได้แต่งุนงงว่าในเมื่อพวกเขาล้อมทุกทิศทุกทางเช่นนี้ ไยจึงจับตัวไม่ได้อีก

    “อีกประเดี๋ยวเย่ฮูหยินจะมาแล้ว ไปเร็ว ไปหาหลักฐานอื่น” ผู้เป็นหัวหน้าออกคำสั่ง

    “เราตรวจสอบดูแล้วขอรับ ผงกำจัดแมลงที่โรยเอาไว้รอบตัวเรือนรวมถึงบริเวณขอบหน้าต่างถูกเหยียบไปเป็นที่เรียบร้อย นั่นคือหลักฐาน” องครักษ์ที่มารายงานคนเดิมเอ่ยเสียงกระซิบกระซาบ ผงกำจัดแมลงชนิดที่ว่าเป็นผงสีขาว หากมีใครมาเหยียบมันก็จะติดรองเท้าของคนผู้นั้นไป

    เมื่อได้รับคำตอบ คนเป็นหัวหน้าก็พยักหน้าเข้าใจในทันที ก่อนที่จะได้ยินเสียงของเย่ฮูหยินมาแต่ไกล

    “มีอะไรกัน เสียงดังไปจนถึงเรือนข้า” เย่ฮุ่ยอิ่งเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ข้างกายยังมีซ่งเสี่ยวม่านและบุตรชายอย่างหยูจินหมิงที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วย

    เสียงกรีดร้องโหยหวนของซ่งหยวนทำให้คนทั้งสามหันไปมองกันเป็นตาเดียว ซ่งเสี่ยวม่านรีบวิ่งเข้าไปดูคนแรก เมื่อเห็นสภาพของหลานสาวก็แสดงอาการตื่นตกใจร้องตะโกนขึ้นมา “อาหยวน ใครทำเช่นนี้กับเจ้ากัน ใครเป็นคนทำ”

    เย่ฮูหยินเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปผสมโรง “เสี่ยวม่าน นั่น! นั่นหลานสาวเจ้าหรือ” นางเอ่ยพลางหันไปสบตาองครักษ์ผู้เป็นหัวหน้าคนนั้น ซึ่งนางกำลังคิดว่าคนเหล่านี้น่าจะจับตัวคนเอาไว้ได้เพราะว่าได้วางแผนมาอย่างดี ทว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด เย่ฮุ่ยอิ่งก็ได้แต่ขมวดคิ้ว

    “เรียนเย่ฮูหยิน เรียนคุณชายใหญ่ พวกข้าได้ยินเสียงร้องจึงเร่งรุดเข้ามาดูก็เห็นว่าซ่งหยวนมีสภาพเช่นนี้แล้ว ส่วนคนทำ...คาดว่าคงหนีไปแล้วขอรับ”

    หยูจินหมิงได้แต่ถอนหายใจ เขาถูกฟู่เถียนปลุกกลางดึกดื่นด้วยเหตุที่ว่ามารดาให้มาเรียกเพราะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นภายในจวน ไม่คาดคิดว่าเรื่องใหญ่ที่ว่าคือเรื่องของสาวใช้นางหนึ่ง

    เย่ฮุ่ยอิ่งได้ฟังก็เกิดบันดาลโทสะขึ้นมา เพราะนางอุตส่าห์มั่นใจว่าคนเหล่านี้จะจับตัวซูฮวาคนนั้นได้แท้ๆ

    “ปล่อยให้หนีไปได้อย่างไร!” เสียงตวาดดังลั่นต่อจากประโยครายงานประโยคนั้นในทันที แต่เมื่อเห็นสายตาที่มองมาอย่างสงสัยของบุตรชายก็จำต้องเก็บสีหน้าอาการลง

    คุณชายใหญ่ของจวนละสายตาจากมารดาก่อนจะเดินมามองซ่งหยวนที่ส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา เขาเห็นว่าปากของซ่งหยวนเต็มไปด้วยเลือดก็เบือนหน้าหนี และปัดมือให้คนหามพาซ่งหยวนออกไป ก่อนจะถามเสียงนิ่ง “นางเป็นอะไร”

    “นาง...นางถูกตัดลิ้นขอรับ” องครักษ์คนนั้นรายงาน

    เมื่อเย่ฮุ่ยอิ่งเห็นว่าบุตรชายกำลังสนใจคำพูดขององครักษ์ก็หันไปส่งสายตาให้ซ่งเสี่ยวม่านในทันที บัดนั้นเองที่ผู้เป็นหัวหน้าสาวใช้ก็คุกเข่าลงพร้อมโขกศีรษะลงกับพื้น

    “ขอให้คุณชายใหญ่ทวงคืนความยุติธรรมให้อาหยวนของบ่าวด้วย ขอให้เย่ฮูหยินทวงคืนความยุติธรรมให้อาหยวนด้วยเจ้าค่ะ เห็นแก่ที่บ่าวทำงานเป็นคนเก่าแก่มานาน ขอให้พวกท่านให้ความช่วยเหลือในการสืบหาตัวคนร้ายด้วยนะเจ้าคะ” ซ่งเสี่ยวม่านเอ่ยเสียงสั่นๆ จนดูน่าสงสาร

    “เจ้าลุกขึ้นเถอะเสี่ยวม่าน ข้ากับบุตรชาย ย่อมไม่ปล่อยให้คนทำลอยนวลอยู่แล้ว จริงหรือไม่จินหมิง” เย่ฮุ่ยอิ่งกล่าวราวเห็นใจก่อนหันไปถามบุตรชายที่มีใบหน้าเรียบเฉยอยู่

    “เช่นนั้นท่านแม่ก็จัดการเถอะ หากอยากเรียกใช้คนของข้าก็เชิญตามสบาย ข้าขอตัวก่อน” หยูจินหมิงกล่าวขึ้นท่าทางเหน็ดเหนื่อยที่เหตุใดมารดาต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่

    “ได้อย่างไร นี่เป็นเขตเรือนของเจ้านะ”

    “ท่านก็รู้เรื่องนี้อย่างนั้นหรือ” ความหมายของเขาคือเหตุใดมารดาต้องยื่นมือเข้ามายุ่งทั้งที่ในเวลานี้เป็นเวลากลางยามโฉ่วที่คนทั่วไปมักจะหลับสนิท เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ

    “ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเจ้าเป็นเจ้าของเรือนก็ต้องอยู่ตัดสินหาตัวคนทำผิด เสี่ยวม่าน เจ้าพอมีเบาะแสใดเกี่ยวกับนางบ้าง” หลังจากเอ่ยอย่างตัดรำคาญ ประโยคหลังเย่ฮุ่ยอิ่งก็หันไปถามซ่งเสี่ยวม่าน

    ผู้เป็นหัวหน้าสาวใช้มีท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อยเพื่อความแนบเนียน จากนั้นก็ทำท่าราวกับนึกบางสิ่งขึ้นได้ “มีเจ้าค่ะ ตัวเรือนแห่งนี้มีพวกแมลงค่อนข้างเยอะ บ่าวเลยโรยผงกำจัดแมลงเอาไว้เจ้าค่ะ” นางกล่าวก่อนนำพานายท่านทั้งสองเดินไปดูใกล้ตัวเรือน ซึ่งมีผงสีขาวบนพื้นของชานตัวเรือนลาดยาวไปถึงพื้นดิน จากนั้นก็มีองครักษ์คนหนึ่งมาแจ้งบางอย่าง

    “ฮูหยิน ทางด้านนั้นมีรอยเหยียบของรองเท้าขอรับ” เขากล่าวก่อนนำทางไปดู ซึ่งเห็นเป็นรอยเท้าตั้งแต่พื้นจนถึงขอบบานหน้าต่าง

    “นี่คือหลักฐาน ฮูหยินเจ้าคะ โปรดส่งคนไปตรวจสอบให้บ่าวหน่อยนะเจ้าคะ” ซ่งเสี่ยวม่านหันมาเอ่ยขอร้องกับเย่ฮูหยินที่รู้กัน ดีที่พวกนางวางแผนเผื่อในกรณีที่อีกฝ่ายรอดตัวไปได้ไว้ด้วย

    จากนั้นซ่งเสี่ยวม่านก็ทำทีราวกับคิดบางอย่างขึ้นได้อีก นางจึงเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของซ่งหยวน “บ่าวจุดกำยานไล่แมลงชนิดพิเศษเอาไว้เจ้าค่ะ กำยานชนิดนี้ส่งมาจากบ้านเกิดของบ่าวเมื่อเช้าเลยยังไม่เคยได้นำไปใช้ที่ใด ที่สำคัญคือมันจะมีกลิ่นที่ฝังเข้าไปในเสื้อผ้าเป็นอย่างดี และตั้งแต่บ่าวจุดกำยานชนิดนี้ก็เป็นเวลาที่คนอื่นๆ เข้านอนกันหมดแล้ว ดังนั้นหากเจอใครที่มีกลิ่นกำยานชนิดนี้ติดเสื้อผ้าและเจอรองเท้าติดผงกำจัดแมลงชนิดนั้น แสดงว่าคนผู้นั้นคือคนร้ายเจ้าค่ะ”

    คล้ายกับเรื่องลำนำชะตาหวนคืน (อ่านฟรีจนจบ) ที่คุณอ่าน