บริเวณรอบที่นั่งของผู้มาดูชมหลังจากอัดอั้นไปด้วยความเงียบมาชั่วเวลาหนึ่งดั่งพวกมันถูกปลดพันธนาการออกอย่างไรอย่างนั้น
เนื่องด้วยยามนี้เกิดเสียงดังออกมาจากทั่วสารทิศทั้งยังเป็น้ำเสียงคล้ายดั่งความแตกตื่นเป็ที่สุดยิ่ง
ในตำแหน่งที่นั่งของผู้าุโแห่งตระกูลหยางยามนี้หากจะมีใครที่ตระหนกมากนี้ที่สุดเห็นจะเป็ใครไปเสียมิได้นอกจากหยางจ้าวผู้าุโลำดับที่ห้าแห่งตระกูลหยาง
ตัวมันกระทั่งรับรู้ถึงระดับพลังปราณของเด็กน้อยบุตรบุญธรรมของหญิงรับใช้ตำหนักตนเองดีอยู่แล้วอีกทั้งพร์ของเด็กน้อยเมื่อครั้งเป็ทารกก็ได้ตัวมันเองที่เป็ผู้ทดสอบให้หากตัวตนเด็กน้อยตรงหน้ายามนี้คล้ายกับเป็สิ่งที่มันไม่เคยรู้จักอย่างไรอย่างนั้น
เื่พร์การฝึกยุทธ์แต่เก่าก่อนของหยางเทียนนั้นจะเรียกว่าเป็ตัวตนดั่งขยะก็ไม่เกินเลยไปนัก พร์แสงสีขาวทั้งยังปรากฏออกมาเพียงแค่1จุด ตลอดชีวิตของมันนั้นชัดเจนแล้วว่าถูกขีดเขียนชะตาให้เพียงบรรลุได้แค่ขั้นที่หนึ่งแห่งลมปราณแรกกำเนิดทั้งการฝึกฝนทักษะยุทธ์อื่นๆก็จะทะลวงระดับต่อไปไม่ได้เข่นเดียวกัน
หลังจากที่ตัวมันได้เห็นถึงระดับการใช้ออกด้วยทักษะการสร้างสรรพอาวุธจากลมปราณแล้วนั้นคนพลันเร่งรีบเคลื่อนพลังแห่งลมปราณดินแดนหลอมรวมออกเพื่อตรวจสอบระดับขั้นลมปราณของหยางเทียนในยามนี้
ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าตึตะลึงกว่าสิ่งที่มันบดทำลายหยางกุ้ยยิ่งนักเนื่องด้วยยามนี้ระดับพลังของเด็กน้อยบนลานประลองกับอยู่ขั้นที่ห้าแห่งลมปราณแรกกำเนิดแล้วหากแต่เมื่อสิบกว่าวันก่อนเด็กน้อยนี่กลับอยู่เพียงขั้นแรกแห่งปราณแรกกำเนิดเท่านั้น
ต้องมีความรวดเร็วในการฝึกฝนกระทั่งพร์แบบใดกันถึงใช้เวลาเพียงสิบกว่าวันในการทะลวงจากระดับหนึ่งถึงระดับห้าได้
แม้แต่ตัวตนเช่นหยางจื่อหลิงผู้สามารถสร้างแสงแห่งพร์สีม่วงทั้งยังปรากฏออกมาถึงห้าจุดหาก้าทะลวงระดับเฉกเช่นเดียวกับหยางเทียนยามนี้ คงทำได้เพียงฝันเท่านั้น
ขณะที่ทุกผู้คนนั้นกำลังตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนสนามประลองหยินหยางอยู่พลันมีเสียงผู้หนึ่งดังขึ้นอย่างกะทันหันส่งผลให้ผู้คนทั่วห้องโถงกลางต้องหันไปยังทิศทางของเสียงสายนั้นอย่างอดไม่ได้
“เ้าเด็กสวะวันนี้หากข้าไม่ได้ฆ่าเ้าให้ตกตายคามืออย่าได้เรียกข้าว่าาุโลำดับสามแห่งตระกูลหยางอีกต่อไป”
เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวผสมด้วยโทสะรอดออกมาจากปากของหยางหลงอย่างเกรี้ยวกราดเป็ที่สุด
เนื่องด้วยยามที่ร่างของบุตรชายมันถูกทักษะของหยางเทียนกดทับลงสู่พื้นสนามประลองนั้นแม้ตัวมันจะตกตะลึงกับความรุนแรงของเคล็ดวิชานี้ทั้งยังไม่คาดคิดว่าเด็กชั้นสวะที่มันได้ลงแรงทรมานเมื่อสิบกว่าวันก่อนกลับสามารถใช้ออกด้วยทักษะธาตุน้ำอันล้ำลึกได้
หากแต่อย่างนั้นมันยังคงคิดว่าบุตรชายของมันย่อมไม่เป็อันใดมากเนื่องด้วยบุตรชายของมันอยู่ในขั้นสามแห่งปราณแรกกำเนิดทั้งตัวตนสวะคู่ต่อสู้ของบุตรชายมันยังคงอยู่เพียงขั้นแรกแห่งลมปราณแรกกำเนิดเท่านั้นถึงแม้ทักษะจะลึกล้ำเพียงใดย่อมไม่สามารถทำอันตรายจนถึงขั้นาเ็สาหัสแก่ชนขั้นระดับสามแห่งปราณแรกกำเนิดได้
แต่ถึงตัวมันจะคิดอย่างนั้นหากแต่เหตุการณ์เบื้องหน้ายามนี้กลับกลายเป็คนละเื่ราวไปเสียบุตรชายที่มันคาดว่าจะไม่เป็ไรยามนี้กลับนอนอย่างหมดสภาพคล้ายดั่งเศษผักถูกเหยียบย่ำทั้งยังเืที่ไหลทะลักออกมาไม่ได้หยุด จนตัวบุตรชายมันคล้ายเป็บ่อเืไปยิ่งไม่ต้องพูดถึงกระดูกแขนและขาที่บิดออกจนผิดรูปร่างยิ่งชัดเจนว่ากระดูกส่วนข้อต่อแตกหักจากการกดทับรุนแรงเป็แน่
ทั้งหยางกุ้ยยังเป็ดั่งตัวตนอย่างบุตรชายผู้เดียวที่มันรักและหวงแหนที่สุดนี่ยิ่งทำให้ภายในใจของหยางหลงยามนี้อดกลั้นโทสะไม่ได้อีกต่อไป ตัวมันกระทั้งเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์แห่งตระกูลทั้งปวงที่ห้ามมีการฆ่ากันภายในตระกูลและกระโจนจากตำแหน่งที่ตนนั่งออกด้วยความรวดเร็วและรุนแรงพร้อมกับใช้ออกด้วยทักษะวิชายุทธ์ฝ่ามือสายหนึ่ง
หยางเทียนที่เห็นว่าาุโลำดับสามกำลังพุ่งมาถึงตนคนพลันขมวดคิ้วด้วยความตึงเครียดอย่างที่สุดพร้อมทั้งเคลื่อนปราณอย่างเร่งรีบออกด้วยลมปราณโคจรสมุทรสร้างลักษณ์แห่งธาตุเข้าครอบคลุมร่างกายทั้งมันยังผสานธาตุน้ำนี้ไปกับกลิ่นอายให้ฟ้าและดินอีกด้วย
หากแต่ไหนเลยความเร็วของระดับขั้นที่ห้าแห่งลมปราณแรกกำเนิดจะเคลื่อนใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาได้รวดเร็วไปกว่าความเร็วของชนขั้นหลอมรวมลมปราณได้
หยางเทียนเพิ่งจะรวบรวมก่อตัวลักษณ์แห่งธาตุไม่ทันถึงครึ่งตัวดีคนกลับพบว่ายามนี้ฝ่ามือของหยางหลงพลันใกล้จะกระทบตัวมันเข้าแล้วเห็นได้ชัดว่าหยางเทียนยามนี้ไม่สามารถเคลื่อนปราณใช้ออกด้วยทักษะเพื่อปกป้องร่างกายตนเองได้ทันท่วงทีอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นไม่ทันให้หยางเทียนได้รั้งลมปราณอีกแต่อย่างใดฝ่ามือของผู้าุโลำดับสามทั้งยังแฝงด้วยลมปราณแห่งดินแดนหลอมรวมปราณปะทะเข้าที่ส่วนอกของหยางเทียนอย่างรุนแรงมวลอากาสรอบด้านทั้งปวงแยกออกเป็ริ้วๆจากการพุ่งฝ่ามือมาของผู้าุโลำดับสามแห่งตระกูลหยาง
หลังจากที่ถูกฝ่ามือของหยางหลงเด็กน้อยพลันลอยละลิ่วดั่งว่าวสายป่านขาดกระเด็นออกอย่างรวดเร็วไปยังทิศทางที่นั่งของผู้มาชมฝุ่นตลบอบอวนลอยคละคลุ้งหลังจากร่างของเด็กน้อยชนเข้ากับที่นั่งอย่างรุนแรง
ผู้าุโลำดับสามแห่งตระกูลหยางยามนี้พลันบังเกิดรอยยิ้มขึ้นทันใดทั้งยังเป็รอยยิ้มที่ชั่วร้ายถึงขีดสุดหากแต่นี่กลับเป็รอยยิ้มเพียงชั่วครู่เท่านั้นเนื่องด้วยขณะที่สายตาของหยางหลงมองไปยังทิศทางร่างของเด็กน้อยลอยหลังจากฝุ่นควันจางหายไปเพียงครู่กับปรากฏร่างของหยางเทียนยืนอยู่พร้อมปรากฏรอยยุบบริเวณทรวงอกยุบลงไปอีกทั้งกระดูกส่วนซี่โครงมันยามนี้ย่อมหักลงหลายซี่ด้วยกันอย่างแน่นอน
เด็กน้อยยามนี้ใบหน้ากลับประดับไปด้วยความน่ากลัวอย่างยิ่งเนื่องด้วยดวงตาของมันยามนี้แดงก่ำด้วยโลหิตของมันทั้งยังจ้องมองไปยังตัวของผู้าุโลำดับที่สามราวกับ้าจะถือหนังฉีกกระดูกลงเสียเดี๋ยวนี้
ผู้คนจากตระกูลน้อยใหญ่ต่างๆที่มารับชนยามนี้กลับตกตะลึงอย่างที่สุดเนื่องด้วยตัวตนผู้าุโของตระกูลคือตัวตนเยี่ยงใดกัน มันกระทั่งมีอายุที่มากกว่า40ปีไปแล้วทั้งลมปราณยังเหนือกว่าเกือบหนึ่ง่ชั้น กลับลงมือต่อเด็กน้อยผู้หนึ่งอย่างกะทันหันไม่ทันให้เด็กน้อยได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อยหากแต่เื่นี้ผู้คนยังนับว่าพอทำความเข้าใจได้บ้างว่าหยางหลง้าแก้แค้นแทนผู้บุตรของมันเป็แน่
แต่เื่ราวต่อมากลับยิ่งส่งผลให้พวกมันตะลึงลานจนแทบจะสำลักโลหิตกันออกมาเนื่องจากตัวตนเช่นหยางเทียนที่ชัดเจนว่าหลังจากมันเร่งเคลื่อนลมปราณถึงขีดสุดสร้างออกด้วยลักษณ์แห่งธาตุน้ำกำบังกายของมันั้แ่ส่วนหัวถึง่ท้องแม้จะไม่สามารถสร้างออกคุ้มกันได้ทั้งตัว แต่นี่กลับเรียกได้ว่าน่าอัศจรรย์แล้วด้วยความเร็วที่หยางหลงใช้ออกอย่างกะทันหันนั้น หากเป็รุ่นเยาว์ผู้อื่นอย่าว่าแต่เร่งเคลื่อนลมปราณสร้างหนทางป้องกันเลยแค่เพียงคิดจะเคลื่อนลมปราณอาจยังไม่มีปัญญาทำได้ทันก่อนฝ่ามือของหยางหลงจะมาถึงได้ด้วยซ้ำ
และขณะที่พลังปราณของหยางเทียนแผ่คลื่นความลึกล้ำออกมาจากลักษณ์แห่งธาตุน้ำที่เป็ดั่งเกราะนั้นผู้คนกลับััได้อย่างชัดเจนว่าเ้าเด็กน้อยนี่กลับทะลวงถึงขั้นที่ห้าแห่งลมปราณแรกกำเนิดได้แล้วด้วยวัยเพียง12ปีเท่านั้นอีกทั้งพลังเกราะแห่งลักษณ์ธาตุน้ำของรุ่นเยาว์ผู้อยู่เพียงระดับที่ห้าแห่งลมปราณแรกกำเนิดกลับรั้งรับฝ่ามือจากผู้าุโลำดับสามได้อย่างดื้อดึง
แม้ฝ้ามือที่ผู้าุโลำดับสามปล่อยออกมาจะใช้พลังปราณออกเพียงห้าในสิบส่วนก็ตามหากแต่สิ่งนี้นับว่ายังเพียงพอต่อการฆ่าผู้เยาว์ที่อยู่ระดับห้าแห่งปราณแรกกำเนิดผู้หนึ่งแล้วถึงอย่างนั้นเด็กน้อยผู้นี้กลับยังรอดและยืนอยู่ได้เสียอย่างนั้นทั้งอาการาเ็ของมันแม้จะรุนแรงอาจถึงขั้นอาวัยวะภายในเคลื่อนผิดรูปร่างแต่นี่นับว่าเป็เคราะห์ดีของมันที่ยังไม่ได้ตกตายไป
“เ้าเด็กสวะนี่กลับยังรอดพ้นจากฝ่ามือของข้าที่ใช้ออกด้วยกำลังถึงห้าส่วนได้”หยางหลงยามนี้พลันบังเกิดรอยขมวดคิ้วขึ้นบนใบหน้าอีกทั้งมันยังได้กลืนรอยยิ้มชั่วร้ายอันพึงใจในกาลก่อนกลับไป
หากแต่หลังจากนั้นหยางหลงพลันะเิออกด้วยพลังลมปราณอีกครั้งทั้งยามนี้มันกลับใช้ออกด้วยทักษะฝ่ามือด้วยกำลังเต็มสิบส่วนพร้องทะยานร่างของมันเข้าหาหยางเทียนอย่างรวดเร็วมวลอาศโดยรอบแยกออกเป็ริ้วๆจากความเร็วของตัวตนชั้นหลอมรวมปราณความเร็วของมันในยามนี้นับว่าเร็วกว่ากาลก่อนไปมากนัก
ตัวเด็กน้อยที่เห็นผู้าุโลำดับสามเคลื่อนพลังปราณใช้ออกด้วยทักษะยุทธ์สายฝ่ามือมุ่งตรงมาที่ตัวมันอีกครั้งคนกลับไม่ได้ฝืนรวมพลังปราณของตนเพื่อป้องกันร่างกายอีกแต่อย่างใดหากจะกล่าวให้ถูกตัวมันยามนี้เพียงคิดจะเคลื่อนลมปราณออกแม้เพียงน้อยนิดยังไม่มีปัญญากระทำได้กระทั่งแค่ยืนอยู่อย่างนิ่งเฉยกลับต้องใช้ออกด้วยพลังกายและจิตใจของมันไปทั้งหมดเพื่อสะกดข่มความเ็ปและยังคงสติไม่ให้ตัวมันเกิดสลบได้
หากแต่ขณะที่ฝ่ามือหยางหลงจะได้กระทบกับร่างกายของหยางเทียนอีกครั้งนั้นพลันเกิดริ้วดาบตัดผ่าเป็ละลอกคลื่นพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของหยางหลงอย่างกะทันหัน
ประกายสายตาพร้อมรอยยิ้มโเี้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้าุโหยางหลงอย่างฉับพลันมันกระทั่งสังเกตเห็นพลังสายนี้พุ่งตรงเข้าหาอย่างเด่นชัดทั้งในหัวมันยังคิดว่าสามารถต้านทานพร้อมกับโต้กับพลังสายนี้ได้ไม่ยากเย็นนัก
คนพลันเปลี่ยนทิศทางการโจมตีด้วยทักษะฝ่ามือตนเองเข้าปะทะกับริ้วคลื่นดาบที่พุ่งมาอย่างถนัดแต่ผลที่ได้กลับทำให้ตัวมันยามนี้ถึงกับเผยสีหน้าตกตะลึงทั้งยังเจือปนไปด้วยความเ็ปเป็ส่วนใหญ่
มันรั้งพลังตนเองต้านทานคลื่นปราณสายนี้อย่างยากลำบากทั้งพอผ่านไปเพียงสองลมหายใจพลังปราณจากคลื่นดาบได้ะเิออกส่งผลให้ร่างของผู้าุโลำดับที่สามหยางหลงยามนี้กระเด็นออกไปจนกระแทกเข้ากับพื้นที่ตำแหน่งคนดูอันเป็ทิศทางตรงกันข้ามกับหยางเทียนทั้งสภาพของมันยังย่ำแย่อย่างมากจากการรับพลังสายนี้
“ผู้าุโสูงสุดนี่หมายความว่าอย่างไรกัน เหตุใดถึงยื่นมือเข้าขัดขวางข้า”หยางหลงแผดเสียงร้องก้องดังไปด้วยโทสะที่รุนแรงเป็อย่างมากใบหน้าของมันมืดคล้ำบิดเบี้ยวด้วยความโกรธอย่างที่สุด
“แล้วเหตุใดท่านถึงกลับเข้าจู่โจมเด็กน้อยในตระกูลอย่างกับ้าให้มันตกตายเช่นนั้นเล่าอีกทั้งนี่มันเป็เพียงการประลองของรุ่นเยาว์เท่านั้นหากตัวของเด็กน้อยหยางเทียนจะพลั้งมือทำร้ายคู่ต่อสู้ไปบ้างก็ไม่ควรถึงกับที่ท่านจะลงมือฆ่ามันได้เช่นนี้”เสียงกล่าวตอบของผู้าุโสูงสุกล่าวออกอย่างเรียบง่ายทั้งใบหน้ายังแต่งแต้มไปด้วยร้อยยิ้มอันบางเบาสายหนึ่ง
“ท่านกลับไม่เห็นหรืออย่างไรว่าเ้าเด็กนี่ลงมือโเี้เพียงใดต่อบุตรชายข้าทั้งเส้นเืที่ปริแตกออกแทบจะทั้งร่าง กระทั่งกระดูกแขนขาก็ยังบิดเบี้ยวนี่ถือเป็การกระทำอันรุนแรงเกินไปการที่ข้าผู้ซึ่งาุโเข้าลงโทษต่อเด็กสวะผู้นี้ย่อมเป็เื่สมควรแล้ว”คำกล่าวของหยางหลงยังคงแข็งกร้าวปะปนด้วยโทสะอย่างรุนแรงขณะกล่าวต่อตัวตนอย่างผู้าุโสูงสุดชัดเจนยิ่งว่าตัวของหยางหลงไม่ได้เกรงกลัวต่อตัวตนตรงหน้ามันเลยแม้แต่น้อย
“พวกเ้าทั้งสองหยุดกริยาน่าอายในที่แห่งนี้สะ”ระหว่างที่ผู้าุโลำดับสามกับผู้าุโสูงสุดกำลังกล่าววาจาดั่งยอมหักไม่ยอมงอกันนั้นพลันบังเกิดเสียงอันเด็ดขาดรุนแรงกระทั่งสงผลให้ทั่วบริเวณโถงกลางแห่งตระกูลหยางเกิดสั่นขึ้นเล็กน้อย
ทันทีที่ทั้งสองได้ยินวาจานี้คนพลันเงียบลงและสำรวมท่าทีของตนในทันที เนื่องด้วยน้ำเสียงนี้ดังรอดออกมาจากปากของหยางลู่จิวหัวหน้าแห่งตระกูลหยางทั้งคำกล่าวที่ดังออกมาชัดเจนว่าแทบจะไม่เหลือความอดกลั้นอีกต่อไป
“หยางจ้าวเ้าจงพาเด็กรับใช้ของตำหนักเ้าไปรักษาอาการาเ็ที่ตำหนักคลังยาแห่งตระกูลหยางเสียอาการของมันยามนี้ชัดเจนว่าหากปล่อยไว้อาจทำให้มันพิการในหนทางการฝึกยุทธ์ได้และข้าก็ไม่อยากเสียตัวตนดั่งอัจฉริยะนี้ไป”
“ส่วนเด็กน้อยหยางเทียนหากเ้ารักษาตัวดีแล้วจงมาพบข้าที่ตำหนักหัวหน้าตระกูลในทันที”หยางลู่จิวเปิดปากกล่าวต่อหยางเทียนด้วยใบหน้าและน้ำเสียงอันนิ่งเรียบทั้งโทสะที่ได้เอ่ยวาจาปรามาสต่อผู้าุโทั้งสองเมื่อกาลก่อนหน้านี้ยังคล้ายกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาด้วยเช่นกัน
“เมื่อการทดสอบนี้จบลงเรามีเื่ต้องคุยกันผู้าุโลำดับสาม”วาจาของหยางลู่จิวพลันรุนแรงขึ้นเมื่อกล่าวไปต่อตัวตนอย่างผู้าุโลำดับที่สามแห่งตระกูลหยางทั้งยังชัดเจนว่ายามนี้ตัวตนเช่นหัวหน้าตระกูลหยางกำลังเกิดโทสะขึ้นจากเหตุการณ์ในกาลก่อน
“ขะ . .. ขอรับท่านหัวหน้าตระกูล” หยางหลงกล่าวตอบคำอย่างว่าง่ายทั้งน้ำเสียงยังสั่นเครือเด่นชัดว่ามันเกรงกลัวต่อตัวตนอย่างหัวหน้าตระกูลหยางอยู่ไม่ใช่น้อยเลยหากแต่เมื่อรับคำจบตัวมันชัดเจนว่าเร่งรีบเคลื่อนกายตนเองเข้าโอบอุ้มบุตรชายที่นอนจอมกองเืก่อนจะเร่งรีบนำตัวบุตรชายมันออกไปจากโถงกลางแห่งตระกูลเด่นชัดว่าต้องรีบนำไปรักษาเป็แน่แท้
“ในเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลงแล้วขอทุกท่านโปรดนั่งลงเพื่อรับชมการประลองทดสอบพลังรุ่นเยาว์ตระกูลหยางต่อเถิด” ขณะที่หยางลู่จิวกล่าวต่อผู้คนนั้นมันพลันได้หันหน้าไปส่งสายตาต่อผู้คุมการทดสอบอย่างจงใจทั้งยังกล่าวไปยังผู้คุมการทดสอบทางกระแสลมปราณพุ่งตรงสู่จิติญญาโดยตรงเพื่อให้มันเริ่มต้นการประลองต่อไปได้แล้ว
ทันใดนั้นกลับเกิดเสียงอันคล้ายดั่งคำชมเจือปนด้วยความเย้าแหย่ดังขึ้นจากข้างกายของหัวหน้าตระกูลหยางขึ้น“พี่ลู่จิ่วนอกจากบุตรสาวท่านแล้วกลับมีตัวตนอันแปลกประหลาดอย่างเด็กน้อยหยางเทียนนั้นขึ้นมาอีกกระทั่งรับฝ่ามือเสียดนภาอันเป็ทักษะระดับต่ำขั้นสูงทั้งยังใช้ออกด้วยพลังถึงห้าในสิบส่วนจากตัวตนขั้นที่หนึ่งแห่งดินแดนหลอมหลวมลมปราณแล้วกลับรอดมาได้นี่ไม่ใช่ว่าตระกูลหยางท่านจะยิ่งใหญ่เกินไปในภายภาคหน้าหรืออย่างไรกัน”วาจานี้แน่นอนว่าต้องเป็ของกู่เลี่ยงหรงผู้เป็หัวหน้าตระกูลกู่อย่างแน่นอน
หากแต่นอกจากตระกูลกู่ที่แสดงความยินดีออกมาแล้วตระกูลโจว ตระกูลเจิ้ง และตระกูลอี๋ทั้งสามตระกูลใหญ่ที่เหลือกลับนั่งนิ่งเงียบงันจมจ่อมอยู่ในความคิดของตนเองคล้ายดั่งว่าพวกมันกำลังวางแผนบางอย่างอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ท่านกู่เลี่ยงหรงกลับกล่าวหนักเกินไปไฉนยามนี้ข้าเพียงมองเห็นแต่ความวุ่นวายของตระกูลหยางเพียงเท่านั้น”ถึงแม้จะกล่าวอย่างถ่อมตนเพียงใดแต่ใบหน้าของหยางลู่จิวกับตรงกันข้ามกับคำพูดมันยิ่งนักมันประดับไปด้วยรอยยิ้มอันยากจะปิดบังทั้งยังเป็รอยยิ้มแห่งความปิติยินดีและภาคภูมิที่ตระกูลมันสมควรจะเป็หนึ่งในฟ้าอำพันในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน