[New Life] อิสระของชีวิต

    [57] ความทรงจำ

    [57] ความทรงจำ
    บึ้มมมมม.มม..ม...เสียงระเบิดยังคงดังมาจากที่ไกลๆ ทำเอาเหล่านักวิจัยที่ไม่เคยต้องประสบพบเจออันตรายมาก่อนตัวสั่นกลัวกันยกใหญ่ ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะหวาดกลัวอันตรายที่มองไม่เห็น“หน่วยรักษาความปลอดภัยมัวทำอะไรอยู่เนี่ย?”[เราจะช่วยคุณ แต่คุณคงเข้าใจดีว่าการยื่นมือเข้าไปยุ่งกับหน่วยงานรัฐเป็นอะไรที่เสี่ยง ดังนั้นจงรอจนกว่าทางเราจะพร้อม อย่าได้ทำอะไรมีพิรุธให้ทางนั้นจับได้ และอย่าติดต่อมาอีก]ข้อความที่ส่งมาถึงข้อความแรกและเป็นข้อความสุดท้ายได้เป็นความหวังอันเลือนราง ช่วงเวลากว่าหนึ่งเดือนที่อีกฝ่ายเงียบหายไปช่างชวนให้รู้สึกว่าอนาคตมืดมัว แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว ความช่วยเหลือที่เธอวอนขอและรอคอยได้มาถึงจริงๆ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร เขาไม่ได้โกหก...{ทำการนับเวลาถอยหลัง คำนวนเวลาสำหรับเดินทางกลับ}“สงสัยต้องถอยรถสักคัน ไม่งั้นเวลาจะไปไหนมาไหนทีก็ต้องลำบากไม่จบไม่สิ้นแบบนี้”เซ็ทในบทบาทตัวตนที่ชื่อว่าไซท์อยู่ชุดสีดำสนิท แม้แต่เส้นผมก็ถูกย้อมเป็นสีดำปีกกา ใต้ผืนนภาที่มืดสนิท มีเพียงแสงดาวที่ให้แสงสว่าง เงาร่างของเซ็ททรุดนั่งอยู่บนยอดไม้ต้นหนึ่ง{ต้องกลับก่อนจะเช้านะเซ็ท}“รู้แล้วน่า แต่ก็ช่างคิดจริงๆ ที่มาตั้งฐานไว้ในที่แบบนี้ ถ้าไม่ควบคุมคนไว้ คงได้มีนักท่องเที่ยวหลงเข้ามาอยู่บ้าง”...ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องกำจัดทิ้งเพื่อป้องกันผู้พบเห็นเหตุการณ์สถานที่ตั้งของห้องทดลองที่เซ็ทจะมาถล่มไม่ได้อยู่ในตัวกรุงเทพ ดังนั้นสิ่งที่ต้องควบคุมตัวแปรให้ดีก็คือระยะเวลา หากไม่ได้กลับบ้านก่อนจะเช้าที่บ้านต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ และอาจจะทำให้เป็นที่น่าสงสัยด้วยสายลมเย็นพัดโบกไม่หยุดนิ่ง ลำธารน้ำไหลเอื่อยเฉื่อย ภายใต้หุบเขาเขียวขจีและอ่างเก็บน้ำที่มักจะเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาล่องแพ ดูแล้วสุขสงบห่างไกลความวุ่นวายอย่างแท้จริง แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าความสงบเรียบง่ายของที่แห่งนี้ มันเป็นแค่ฉากหน้าที่มีไว้ปิดบังความเลวร้ายของสังคมเบื้องหลัง{ทำการตัดสัญญาณขอความช่วยเหลือ สามารถเข้าไปทำการล้างทิ้งได้ทุกเมื่อ}“หึ งั้นก็ไปละเลงเลือดกันเถอะโร”ในมือหนาของเซ็ทปรากฏสวิตซ์สำหรับจุดระเบิด ซึ่งเมื่อปุ่มสีแดงถูกกด ค่ำคืนที่เงียบสงบก็พลันถูกทำลาย ตัวจุดระเบิดทั้งหลายที่ถูกเซ็ทนำไปติดตั้งในแทบทุกทางเข้าออกเกิดระเบิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ทำให้คนในไม่สามารถออกคนนอกไม่สามารถเข้าขอบฟ้าบางส่วนถูกย้อมด้วยสีแดง เสียงต้นไม้ล้มดังมาจากที่ไกลๆ ฝุ่นควันลอยคละคลุ้งไปทั่วเซ็ทไม่กลัวว่าจะมีหน่วยงานไหนโผล่ออกมาขัดขวาง เนื่องจากสถานที่แห่งนี้แทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และยังมีโรคอยรบกวนสัญญาณต่างๆ ให้ ดังนั้นจนกว่าทุกอย่างจะจบลง เรื่องในตอนนี้ก็จะไม่ต่างจากความลับยามราตรีระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่องเพื่อปิดกั้นทุกทางหนี จวบจนเสียงระเบิดเงียบลง เซ็ทจึงลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดไปตามกิ่งของต้นไม้มุ่งหน้าไปในหุบเขา เงาร่างสีดำแวบไปแวบมาไม่นานก็ถูกกลืนหายไปกับเงาไม้“มุกิ้ว!!”เจ้าอเล็กซ์เกาะเส้นผมของเซ็ทแน่น ปากเล็กๆ ก็ส่งเสียงร้องร่า เงยหน้าแหลมๆ ขึ้นมารับลมกลางคืนยามเซ็ทวิ่ง ท่าทางคึกคักราวกับรู้ว่าเลือดในกายของเซ็ทกำลังเดือดพล่านต้องให้อุกอาจที่สุด น่าหวาดหวั่นที่สุด เพื่อให้เรื่องนี้เป็นคำเตือนที่จะส่งไปถึงพวกเบื้องบนที่ไม่สนใจชีวิตของคนเบื้องล่าง!เซ็ทกระโดดลงบนพื้นหิน หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเหวดิน มือหนาเงื้อขึ้นก่อนจะต่อยเข้าที่ก้อนหินที่โผล่พ้นหน้าดินออกมาก้อนหนึ่งเต็มแรง ประตูลับก็พลันถูกเปิดออก{ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีกาก แต่ก็สร้างฐานในเขาจนได้นี่ ก็น่าชื่นชมอยู่นะ}“ไม่ได้สร้างฐานในเขา แต่สร้างฐานแล้วปกปิดให้รูปลักษณ์ภายนอกอยู่ในลักษณะภูเขาต่างหากล่ะโร จะประชดก็เอาให้มันดีๆ”เสียงสัญญาณเตือนภัยในฐานยังคงดังไม่หยุดจนน่ารำคาญหู ทว่าเซ็ทก็ยังก้าวเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ{จากแผนที่โครงสร้าง มีห้องสำคัญอยู่ทั้งหมดห้าแห่ง คือห้องเก็บข้อมูลเอกสารการทดลอง ห้องกักตัวผู้มีกิ๊ฟ ห้องเก็บร่างทดลอง ห้องทดลองทางเคมี ห้องเฉพาะทางเทคโนโลยี จะไปห้องไหนก่อนเซ็ท?}“ไปทีละห้อง ทุกห้องนั่นแหละ จัดการขโมยข้อมูลการทดลองในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดออกมาด้วย พอเอามาครบก็ลบทิ้งไปซะ”{รับทราบ จะจัดการให้ตามที่คุณต้องการ}เซ็ทควักปืนออกจากช่องเก็บของ ก้าวเดินเข้าไปตามทางเดินยาวอย่างอุกอาจ ดวงตาคมหลังกรอบแว่นกันแดดเหลือบมองไปยังกล้องวงจรปิดที่อยู่บนเพดาน เซ็ทยิ้มมุมปากก่อนชี้ปลายกระบอกปืนไปยังกล้องตัวนั้นกล้องวงจรปิดถูกยิงจนเลนส์แตกกระจุยมีไฟฟ้าลัดวงจรออกมา เซ็ทกำลังทำการคำนวนว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยจะโผล่ออกมาเมื่อไหร่ ซึ่งก็ไม่นานจนเกินรอ กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเกราะกันกระสุนพร้อมปืนในมือกว่ายี่สิบคนตั้งแถวหน้ากระดาน เว้นระยะระหว่างตัวเองกับผู้บุกรุกอย่างพอเหมาะ“มึงเป็นใครวะ!!?”“ตัวประกอบอย่างพวกนาย รู้ไปก็เท่านั้น”เซ็ทไม่คิดเสียเวลาให้ตัวประกอบที่โผล่มาเพื่อถูกฆ่า ต่อให้อาวุธครบมือพร้อมที่ป้องกันตัวเองอย่างดีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซ็ท ระยะห่างที่ฝ่ายตรงข้ามเว้นระยะเอาไว้ไม่ใช่ปัญหาสำคัญ เนื่องเพราะเพียงชั่วพริบตาเดียว เงาร่างของเซ็ทก็ปรากฏตัวขึ้นกลางดงศัตรูแล้ว“...ตายซะ”ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!!ลูกปืนในรังเพลิงลั่นเข้าที่กระโหลกศีรษะของใครสักคน และไกปืนก็ยังถูกเหนี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ไม่เจาะเข้าที่กระโหลกก็เจาะเข้าที่แขนขา แม้จะไม่ถึงตายแต่ก็ต้องได้บาดแผล เกราะกันกระสุนไม่ใช่ของที่ใส่แล้วเกิดประโยชน์แต่อย่างใดเพราะเซ็ทไม่ได้เล็งไปโดนมันเลย ...จนกระทั่งกระสุนหมดแม็ก เซ็ทก็เปลี่ยนมาใช้มือเปล่าฉีกกระชากแคว่ก!! ตุ้บ-!!“อ๊ากกกกกก!!!”เนื่องจากเซ็ทจงใจฆ่าแบบทรมาน ภาพการละเลงเลือดเลยโหดร้ายพอสมควร แขนขาของหน่วยรักษาความปลอดภัยถูกฉีกกระชากไม่ต่างจากถูกคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายขย้ำขาดเป็นชิ้นๆ เศษเนื้อกระจัดกระจายทั่วพื้น อวัยวะภายในบางส่วนยังกระเด็นไปกระแทกติดกับฝาผนังความเละของเศษเนื้อเหลวๆ ไม่ต่างจากเนื้อบดที่เลือดยังคงไหลเยิ้ม ของเหลวจากศพ เปลี่ยนพื้นคอนกรีตเรียบกลายเป็นแอ่งน้ำขุ่นคลั่กที่ปริมาณมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ “วะ-เหวอ!!”เกราะกันกระสุนของคนตายยังอยู่ดีหากแต่ถูกย้อมด้วยเลือดจนชุ่ม ทว่าสำหรับร่างกายของผู้สวมใส่ ไม่มีใครคนไหนเลยที่จะครบสามสิบสอง สภาพของแต่ละคนล้วนแต่น่าสยดสยองจนเกินจะรับไหวบางคนร่างท่อนบนกับท่อนล่างถูกฉีกเป็นสองส่วน บางคนกระโหลกศีรษะถูกบีบจนแตกกระจาย บางคนถูกเตะจนร่างครึ่งตัวฝังอยู่ในกำแพง“สะ-สัตว์ประหลาด”“ไอ้ปีศาจ!!”เงาร่างสีดำหายตัวไปมาราวภูติผี ลูกกระสุนปืนที่ถูกยิงออกมารับมือล้วนแต่โดนอากาศทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามเรี่ยวแรงของฝ่ายตรงข้ามไม่ต่างจากแรงของสัตว์ประหลาด หมัดธรรมดาแค่หนึ่งทีทำให้กระดูกหักได้ ท่าดึงบิดข้อต่อทั่วไปก็เล่นทำให้กระดูกหลุดออกมาเป็นซากพร้อมกับชิ้นเนื้อได้ทางเดินยาวที่เคยขาวสะอาดเปรอะเลือดสีแดงฉาน กลิ่นคาวเหม็นคลุ้ง เขม่าดินปืนยังคงลอยว่อน ผู้บุกรุกที่เป็นดั่งพญามัจจุราชของเหล่าผู้รักษาความปลอดภัย หยุดยืนนิ่งแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ“ได้แค่นี้เองเหรอ?”เซ็ทไม่ได้แปลกใจนักที่คนป้องกันจะไม่ได้มีฝีมืออะไร เพราะจากข้อมูลที่โรเป็นคนรวบรวม ฐานทดลองแห่งนี้อาศัยหลบซ่อนอยู่ในซอกหลืบป้องกันไม่ให้คนบุกรุกเข้ามาได้ซะมากกว่า อีกทั้งจากที่แล้วๆ มาก็ไม่เคยมีใครเข้ามาบุกทำลายฐานทดลองนี้เลยด้วย“ระ-ระบบป้องกัน มัวทำอะไรอยู่ รีบๆ เปิดระบบป้องกันผู้บุกรุกสิวะ!!”“ถ้าเปิดได้พวกของนายก็คงเปิดไปนานแล้วล่ะ”เซ็ทตอบแทนคนที่ยังเหลือรอด ระบบป้องกันทั้งหลายทั้งแหล่ที่เป็นเทคโนโลยีล้วนถูกยึดอยู่ในการควบคุมของโรหมดแล้ว ที่ไม่ยึดระบบกล้องวงจรปิดมาด้วยก็เผื่อจะได้ล่อขยะออกมาฆ่าง่ายๆ ก็เท่านั้นแหละ{อีกหกคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ สามร้อยเมตรทางซ้าย สองร้อยห้าสิบ}เซ็ทหลับตาลงเพื่อจับสัมผัสคนมาใหม่ แต่แล้วก็ต้องลืมตาแล้วถอนหายใจแรง“พวกนั้นไม่มีใครมีกิ๊ฟ เอาคนธรรมดามารับมือเนี่ย คิดได้ยังไงกัน”คนที่มีกิ๊ฟจะมีลักษณะสัมผัสที่แผ่ออกจากตัวแตกต่างจากคนธรรมดา ปกติแล้วยิ่งสัมผัสแรงความสามารถกิ๊ฟก็จะยิ่งแข็งแกร่ง ซึ่งคนทั่วไปจะไม่มีทางแยกสัมผัสพวกนั้นออก แต่สำหรับคนที่คลุกคลีและมีประสบการณ์มากพอจะสามารถรับรู้และแยกแยะได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ต่างจากการจับจิตมุ่งร้ายหรือจิตสังหาร ...ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แยกได้ลึกขนาดแยกได้ว่ามีกิ๊ฟประเภทไหนหรอกนะ “นี่ หน่วยป้องกันที่มีกิ๊ฟไปไหนหมดแล้วล่ะ จากข้อมูลแล้วต้องมีคนมีกิ๊ฟอยู่ในหน่วยรักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสองคนสิ”เซ็ทตัดสินใจถามอย่างตรงไปตรงมา ทว่าคนโดนถามนั้นกลับทำหน้ายักษ์เปลี่ยนเรื่อง“แก-แกเป็นหน่วยงานของประเทศไหนกัน?”“...ฉันไม่อยู่ใต้คำสั่งใครทั้งนั้น ถ้าไม่ตอบก็ตายไปซะเถอะ”ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นปะทุขึ้นมาจากภายใน มือหนาใต้ถุงมือสีดำบีบที่กระโหลกศีรษะของอีกฝ่ายจนแตกโผละ เซ็ทใช้ปลายนิ้วปาดเลือดที่เปื้อนข้างแก้มออกก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไปตามทาง ไม่ว่าจะเจอใคร สิ่งที่เซ็ททำโดยไม่พูดไม่จาก็คือสังหาร...เลือดเย็นที่สุด โหดเหี้ยมที่สุด รวดเร็วที่สุด นั่นแหละเซ็ทล่ะ...“มุกิ้วววววว เอิ๊บบบบ~”อเล็กซ์จัดการดูดซากศพที่เซ็ททิ้งไว้ลงท้องอย่างเอร็ดอร่อย เหลือทิ้งไว้เพียงคราบเลือดกองโตพอให้รู้ว่าก่อนหน้านี้ ณ ที่ตรงนี้มีคนตายมากมาย เจ้าจิ้กจกมีขนนอนแผ่ไปบนเส้นผมของเซ็ทก่อนจะเรอออกมาเสียงดัง“อย่ากินเยอะจนอ้วกใส่หัวฉันเชียวนะอเล็กซ์”“กิ้ววว!!” เท้าเปื้อนเลือดเหยียบย่ำไปบนทางเดินทิ้งรอยเท้าสีแดงไว้ตลอดทาง ชายเสื้อโค้ทยาวมีหยดเลือดหยดมาเป็นทาง ไม่ต่างกับสัญลักษณ์ที่ทิ้งไว้ให้คนอื่นที่คิดจะจัดการเขาตามรอยมาได้ตามสะดวก{คำถามของคุณ ผมขอประมวลผลและตอบว่าผู้มีกิ๊ฟน่าจะรับหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้พวกเจ้าหน้าที่วิจัยชั้นสูงมากกว่ากันฐานทดลองนะครับ}“อาจจะเป็นอย่างนั้น ปิดเสียงเตือนทีโร ฉันรำคาญ”{รับทราบ}...เสียงสัญญาณเตือนอาจจะดับลง หากแต่ค่ำคืนอันยาวนานพึ่งเริ่มต้นขึ้น วันนี้เวลานี้ ภายในฐานแห่งนี้ ผู้เกี่ยวข้องทุกคนต้องถูกกำจัด......ฐานทดลองมีสภาพไม่ต่างจากตึกหลายชั้น ห้องหลายต่อหลายห้องถูกเซ็ทแวะเวียนไปเปลี่ยนสภาพห้องให้กลายเป็นนรกมาแทบทุกห้อง คนมากมายที่ถูกฆ่าต่างก็ได้กลายเป็นอาหารให้อเล็กซ์กินจนอิ่มท้องกันถ้วนหน้า“ทำไม ทำไมไม่ปิดวะ!!”“รีบๆ ปิดสิมันมานั่นแล้ว ปิดดิวะ!!”ฉัวะ!!ประตูห้อง ประตูทางเดิน ล้วนแต่เปิดอ้ารอคอยให้เซ็ทบุกรุกเข้าไป ไม่ว่าจะพยายามสั่งการแค่ไหนล้วนแล้วแต่ไร้ความหมาย ต่อให้หลบไปยังส่วนใด ต่างก็ถูกตามจนเจอ เพราะทุกอย่างในฐานแห่งนี้ต่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเซ็ทและโร“กรี๊ดดดดดด!!!”มือหนากระชากเส้นผมของหญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่หลังตู้ให้โผล่หัวออกมาเผชิญหน้า เซ็ทสะบัดร่างบางให้ปลิวล้มกระแทกพื้นก่อนจะเตะเข้าที่ตู้เก็บของอีกหน คนอีกสามคนที่ซ่อนตัวอยู่ในที่เดียวกันต่างก็ถูกกวาดต้อนออกมาราวกับหมูกับหมา“เธอเป็นเจ้าหน้าที่รัฐสินะ”“มะ-ไม่ใช่นะ ฉันไม่-!!”“โกหก”ว่าจบนิ้วเรียวก็ลั่นไกปืนโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา เซ็ทกวาดตามองคนที่เหลือก่อนจะเอ่ยปากเนิบช้า ไม่สนใจว่าผู้ฟังจะสติหลุดจนฟังไม่ได้ศัพท์รึเปล่าด้วยซ้ำไป“ไปรวมตัวกันที่ห้องอาหาร เฉพาะคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น บอกต่อคนอื่นด้วย ถ้ามีคนที่ไม่ใช่หลงมาก็รับผิดชอบกันเอาเอง”“....หมาย...หมายความว่าไง?”“ฉันจะทำลายที่นี่และปล่อยทุกคนออกไป ถ้าไม่ไปก็ตายไปซะ”เซ็ทหาข้อมูลของคนในฐานไว้ทั้งหมดแล้ว รู้หมดว่าใครบ้างที่ถูกพามาทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ ความจริงแล้วเซ็ทจะฆ่าทิ้งทั้งหมดเลยมันก็ได้ ออกจะสบายกว่าด้วย แต่ในเมื่อคิดจะช่วยแล้วก็จะช่วยให้มากที่สุด แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ช่วยแล้วทำให้ตัวเองเดือดร้อนเซ็ทยังคงเดินเคลียร์สถานที่แบบห้องต่อห้อง ฆ่าแล้วฆ่าอีกจนทั้งตัวชโลมไปด้วยเลือด ไร้ความเห็นใจ ไร้ความปราณี... {เหลืออีกประมาณครึ่งนึงนะเซ็ท}“อา รู้แล้ว พวกนักวิจัยที่เหลืออยู่ไหน?”{ห้องทดลองที่สาม ดูเหมือนจะมีบางส่วนพยายามหนีแต่หนีไม่ได้น่ะ นักวิจัยที่ขอความช่วยเหลือมาก็ดูท่าจะถูกคุมตัวอยู่ในนั้นด้วย}“งั้นไปห้องนั้นกันเลยก็ได้ แล้วพวกลูกกระจ๊อกค่อยตามเก็บกวาดทีหลัง”...เสียงเตือนภัยเงียบลงไปสักพักแล้ว หัวใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ของลูกพีชพลันกระตุกวาบ เธอไม่รู้ว่าภายนอกห้องนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง การบุกรุกสำเร็จหรือล้มเหลว แล้วท้ายที่สุดจะมีใครเข้ามาช่วยพวกเธอรึเปล่า หญิงสาวยังคงนั่งรวมกลุ่มกับบรรดานักวิจัยคนอื่นๆ หากแต่ก็ยังพยายามเงี่ยหูฟังสถานการณ์“อะไรนะ คนเดียวจะบ้าเหรอ รีบๆ จัดการซะสิ!”“ไม่มีทางออก นี่พูดเรื่องบ้าอะไรอยู่ จะปล่อยให้หัวกะทิอย่างพวกเราตายรึยังไง?”ดูเหมือนช่องสื่อสารภายในและระบบภาพกล้องวงจรปิดจะไม่มีปัญหา ทว่าไม่สามารถขอความช่วยเหลือไปยังภายนอกและไม่มีทางหนีบรรดาระดับสูงเลยดูจะนั่งกันไม่ติดเก้าอี้เพล้ง!!“ห้องนี้สินะ ดูแล้วพวกตัวสำคัญจะอยู่กันครบเลย”กระจกนิรภัยถูกทำลายโดยฝ่าเท้าของชายร่างสูงในชุดสีดำคนหนึ่ง ตลอดทั้งร่างของเขาแผ่กลิ่นไออันตราย กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งไปทั่ว ชายคนนั้นเดินล้วงกระเป๋ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ ลูกพีชรู้สึกเหมือนถูกดวงตาหลังกรอบแว่นสะกดให้อยู่นิ่ง แม้จะไม่ได้มองโดยตรง แต่ก็ไม่กล้าละสายตาเธอคิดว่าคนตรงหน้าคือคนที่เข้ามาช่วย แต่เธอไม่รู้ว่าเขามากับใคร หากมาคนเดียว เขาจะช่วยคนทั้งหมดในฐานนี้ออกไปได้ยังไง เบื้องหลังของเขาแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่?“...ฉันมาทำตามคำสัญญา”เซ็ทกล่าวขึ้นลอยๆ เหมือนไม่ได้พูดกับใครเป็นพิเศษ นัยน์ตาคมตวัดมองรอบข้าง ก่อนที่จิตสังหารที่นิ่งสงบจะเริ่มไม่คงที่อย่างไม่ทันรู้ตัว{เซ็ท ใจเย็นลงก่อน สงบใจไว้}เสียงของโรไม่แม้แต่จะช่วยให้เซ็ทใจเย็นลง ในเวลานี้ถ้อยคำของโรไม่ต่างอะไรจากกระแสลมที่แค่พัดผ่านเลยไป หากแต่ไร้ซึ่งน้ำหนักให้ต้องใส่ใจฟัง‘การทดลองปลูกถ่ายเซลล์ประสบความสำเร็จ’‘ดูเหมือนโครงสร้างระหว่างพี่น้องจะเข้ากันได้ดีนะ’‘อยากจะให้มีแฝดสิบดูจริงๆ บางทีอวัยวะและเซลล์อาจจะเข้ากันได้หมดเลยก็ได้’‘ลองโคลนนิ่งดูเพิ่มดีมั้ย แล้วก็ตัดต่อพันธุกรรมเพิ่มด้วย’เสียงพูดคุยดังจอแจอยู่ในหัว ภาพผู้ใหญ่ในชุดขาวเดินเข้าๆ ออกๆ ห้องไปมา แท้งค์ทดลองสีฟ้าสด สารเคมีมากมายที่ถูกฉีด สายปลูกถ่ายเลือดระหว่างคนสองคน ภายใต้การควบคุมดูแลของคนมากมาย ตัวเลขข้อมูลที่เด้งราวน้ำหลาก...ความเจ็บปวดที่ได้รับมาตลอดยามเห็นภาพความทรงจำของตัวเอง เวลานี้มันเจ็บยิ่งกว่า... ...เขา...เขาอยู่ในนั้น......ในห้องทดลอง...ที่คล้ายกันกับห้องๆ นี้...ภาพและเสียงซ้อนทับกันไปมาจนแทบไม่รู้ว่าอะไรคือความจริงอะไรคือความทรงจำ มือหนากำหมัดแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังกร็อบ หากแต่ไม่กี่วิต่อมากระดูกที่น่าจะหักไปแล้วก็ประสานกันเหมือนไม่เคยหักมาก่อน“แกเป็นใคร! บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของภาครัฐแบบนี้ต้องการอะไร!?”เสียงแหลมดึงสติเซ็ทให้หลุดออกจากภวังค์ เซ็ทสูดลมหายใจลึก รู้สึกราวกับเลือดในกายเย็นเยียบไม่ต่างจากน้ำแข็ง หากแต่พายุอารมณ์กลับคุกกรุ่นจนไม่ต่างจากระเบิดเวลา‘...ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องทำกับเราแบบนี้’เสียงร้องไห้คร่ำครวญยังคงติดแน่นอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาราวกับแผ่นเทปที่ถูกกรอสลับ เสียงกรีดร้องขอความเมตตายังคงดังอยู่ในที่ห่างไกล มือเล็กๆ ของใครบางคนพยายามยื่นมาเบื้องหน้าเซ็ทพยายามตั้งสติ มองเลยไปยังบรรดาอุปกรณ์ที่ถูกตั้งเรียงไว้ แค่ดูผ่านๆ ก็รู้แล้วว่าอุปกรณ์พวกนั้นถูกใช้งานมาอย่างโชกโชน คราบเลือดบนพื้นนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีทั้งรอยเก่ารอยใหม่ ซึ่งการมองไปทั่วนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีเอาเสียเลยเพราะยิ่งมองเสียงในหัวของเซ็ทก็ยิ่งดังก้อง ภาพของห้องทดลองที่ดูทันสมัยกว่า เทคโนโลยีที่เหนือล้ำยิ่งกว่าซ้อนทับกับภาพห้องทดลองสีขาวที่เห็นในปัจจุบัน ศพเด็กมากมายถูกโยนทิ้งไม่ต่างจากคนขายเนื้อกำลังแยกเนื้อเกรดดีออกจากเนื้อธรรมดา...ใครบางคนกำลังร้องไห้ ร้องราวกับจะหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือด เขาถูกดึงออกจากอ้อมกอดของใครสักคน และใครสักคนที่ถูกดึงออกจากอ้อมแขนของเขา......นี่คือการเสียสละ......เพื่อผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า...‘โปรเจ็กต์สร้างเจ้าหน้าที่ที่แข็งแกร่งที่สุด’‘คนหนึ่งคนที่ปกติมีความสามารถแค่หนึ่งอย่าง ถ้าทำให้ใช้ได้หลายอย่างจะสุดยอดขนาดไหน?’“เฮ้ย!! ตอบคำถามฉันเดี๋ยวนี้!!”“...หนวกหู”เซ็ทพึมพำ ดวงตาคมทอประกายสีทองอร่าม ทั่วทั้งร่างสั่นระริกจนสามารถสังเกตเห็นได้ไม่ยาก‘คนพี่นี่ดีนะ ถึกทนดีจริงๆ โดนไปขนาดนั้นแต่ก็ยังฟื้นตัวได้’‘คนน้องก็พิเศษอยู่หรอก แต่คนพี่ก็พิเศษไม่แพ้กัน ถ้ารวมความสามารถของพี่กับน้องเข้าด้วยกันจะไม่ยิ่งพิเศษหรอกเหรอ?’‘ใช้ร่างกายของพี่เป็นหลัก หาทางปลูกถ่ายความสามารถของน้องให้คนพี่ซะ’‘ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วคนน้องล่ะจะเอายังไง?’‘จะตายก็ช่างสิ มันก็แค่วัตถุดิบในการทดลองเท่านั้นเอง’“หนวกหู!!!”เซ็ทตะโกนดังลั่น มือหนาทุบกำแพงจนตัวกำแพงแตกร้าวเป็นทางยาว เซ็ทกระชากแว่นออกจากใบหน้า ก่อนที่มือหนาจะขยุ้มเส้นผมบนศีรษะอย่างแรง เขากู่ร้องตะโกนราวกับสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะถึงแม้ร่างกายจะไม่เป็นไร หากแต่จิตใจก็ไม่ต่างอะไรจากแหลกสลายไปแล้วเงาร่างของเซ็ทหายวับไปจากที่เดิม ก่อนจะปรากฏตัวเบื้องหน้าบรรดานักวิจัยที่อยู่ในรายชื่อ มือหนาจับหักเข้าที่ลำคอของผู้เคราะห์ร้ายราวกับหักกิ่งไม้ สองมือจับร่างกายอันแสนปวกเปียกของเหล่านักวิจัยน่าตายขึ้นฉีกกระชาก ทีละคนๆ จนศพเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว“ปกป้องฉันสิเจ้าพวกบ้า!!”กร็อบ!!เซ็ทที่ตั้งใจจะกระชากหัวใจจากนักวิจัยร่างบาง จำต้องหยุดมองข้อมือของตัวเองที่หักจนมือขวาห้อยผิดรูปด้วยนัยน์ตาไร้ประกายราวกับไม่รู้สึกเจ็บ ก่อนจะเหลือบตามองชายกล้ามโตที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยหางตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว“...เกะกะ หายไปซะ”คนตรงหน้าจะมีกิ๊ฟอะไรเซ็ทไม่รู้และเซ็ทก็ไม่สน ภายนอกจะแข็งขึ้นแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าภายในจะแข็งขึ้นไปด้วย มือข้างที่ไม่บาดเจ็บของเซ็ทจัดการขยี้หัวใจในทรวงอกของอีกฝ่ายจนแหลกเละ ร่างใหญ่โตกระอักเลือด ตัวกระตุกก่อนจะล้มหงายหลัง...เจ้าหน้าพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุด บุคคลเดียวในโลกที่ครอบครองความสามารถถึงสองอย่าง...อะไรกันล่ะของพรรค์นั้นน่ะ......ความสามารถนี้ กิ๊ฟนี้ ความพิเศษนี้ ไม่ใช่ของเขา ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากได้ ทั้งหมด...ทั้งหมด...นั่นน่ะ...‘...พี่ขา’...ที่ว่าแพ้น้องก็เพราะแบบนี้สินะโร......เรื่องบางเรื่อง หากลืมไปซะให้หมด ไม่ต้องจดจำได้อีก อาจจะดีกว่าก็ได้... ‘ขึ้นชื่อว่าความทรงจำ ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะน่าจดจำเสมอไป’

    -----------------จำนวนคำตอนนี้อาจจะดูสั้นกว่าหลายๆ ตอนที่ผ่านมาไปสักหน่อย ขออภัยด้วยนะคะ แต่จำนวนหน้ายังเท่าเดิมน้า แบบว่าตอนนี้ประโยคคำพูดอาจจะมากสักหน่อยอ่ะ //ตอนที่แล้วทิ้งท้ายไว้เหมือนจะไปปมฝั่งพ่อ แล้วแมวก็เปลี่ยนปมใหม่หักดริฟกันแบบกระทันหันสุดๆ เอ๊ะ หรือตอนหน้าจะเปลี่ยนเป็นปมอื่นหว่า เอ๋ๆ เอาไงดีเน้อ? นักอ่านอยากไปเคลียร์ปมไหนกันก่อนดี??เซ็ทจะมีการเห็นภาพความทรงจำกับเสียงเป็นระยะๆ ถ้ายังไม่ลืมกัน ซึ่งจากเหตุการณ์ตอนนี้ สิ่งที่เซ็ทเห็นก็ไปปลดล็อกความจำเดิมท่ีครั้งหนึ่งเซ็ทได้ลืมไป เซ็ทก็เลยสติแตกเสียสูญอยู่นี่ล่ะ แมวไม่ได้แกล้งพระเอกตัวเองเลยจริงๆ นะ ถถถถ เรื่องของน้องสาวและกิ๊ฟนั้น ก็ยังเฉลยแบบเเย็ปๆ ตามเคย แต่ถ้าอ่านแบบเก็บรายละเอียด แมวก็เฉลยไว้ในเรื่องทั้งหมดแล้วเด้อขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม ทุกคอมเม้นต์ ทุกการเปย์ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ กราบงามๆ

    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน