ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80

    ตอนที่ 9 โดนจีบครั้งแรก

    ในคืนวันหนึ่งหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จกันหาทางที่จะมาคุยกับแดงต้อยเ๱ื่๵๹ที่เขากำลังจะแต่งงานกับเอมอรแต่ความจริงเขาก็รู้กันไปทั้งหมู่บ้าน

                “อ้ายกันสิแต่งงานกับอีเอมอรติ” (พี่กันจะแต่งงานกับอีเอมอรเหรอ)แดงต้อยเอ่ยถามขึ้นก่อนเมื่อเจอหน้าคนรัก หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้มาหาเธอ

                “แมน อ้ายขัดเฒ่าพ่อบ่อได้” (ใช่พี่ขัดคุณพ่อไม่ได้) กันสีหน้าดูเศร้าลง ก่อนจะคุยกับแดงต้อยอีกไม่กี่คำก็ขอตัวกลับพอกันกลับไปแดงต้อยก็นั่งพิงเสาร้องไห้อยู่คนเดียวจนแม่ได้ยินเสียงสะอื้นจึงเดินออกมาดู

                “มึงไห้เฮ็ดหยัง” (มึงร้องไห้ทำไม)

                “กะอ้ายกันลาวสิแต่งงานเนาะแม่” (ก็พี่กันเขาจะแต่งงานนี่คะแม่)

                “เอ๊อ กะเฮามันจนคิดซะว่าเขาบ่อแมนคู่เฮา เซาไห้ๆเข้าไปนอน” (เอ๊อ ก็เรามันจนคิดซะว่าเขาไม่ใช่คู่เรา หยุดร้องไห้ๆเข้าไปนอน)แม่ของเธอลูบผมลูกสาวเบาๆแล้วส่งเธอเข้าห้องนอน

     

                ๰่๭๫บ่ายคล้อยวันหนึ่งป้าแจ้งเดินมาหาหลานสาวที่กำลังเกี่ยวข้าว

                “สิพาไปหาปลาข่อน ไปนำบ่อ” (จะพาไปหาปลาขาดน้ำไปด้วยมั้ย) ป้าแจ้งเอ่ยถามหลานสาว เอมอรหันขวับไปมองหน้ากันที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วขมวดคิ้ว เขาอมยิ้มเหมือนรู้ทันว่าเธอคงไม่เข้าใจที่ป้าแจ้งพูด

                “ไปบ่อล่ะ สิพาไป” (ไปมั้ยล่ะจะพาไป) กันไม่ได้ตอบแต่ถามเธอกลับมา เอมอรจึงพยักหน้า ตอนนี้กันเริ่มชวนเอมอรไปไหนมาไหนด้วยมากขึ้นแต่ก่อนแค่เห็นหน้ายังอยากจะเดินหนี

                ป้าแจ้งถือถังน้ำใบหนึ่งมาด้วยแล้วเดินนำหน้าไปตามคันนาที่เต็มไปด้วยหญ้าคาขาของเธอเริ่มจะเป็๲แผลเพิ่มขึ้นมาอีกแล้วเพราะโดนหญ้าคาบาดแต่เธอก็ฝืนเดินต่อไปไม่ยอมหยุด คนร่างใหญ่ที่เดินนำไปก่อนก็คอยหันมามองเธออยู่บ่อยครั้งและพยายามเดินให้ช้าลง

                พอมาถึงเอมอรเห็นปลาจำนวนมากทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักรวมกันอยู่มุมหนึ่งของนาข้าวที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวแต่น้ำกำลังจะแห้งเหือดไปจากมัน

                “ป้าจะเอามันไปปล่อยเหรอคะ”เอมอรเอ่ยถามเพราะเห็นปลาส่วนมากตัวไม่ใหญ่มาก และบางตัวกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาบนบกตัวมีแต่ดินแห้งกรังเกาะอยู่คล้ายกำลังจะตาย

                “บ่อ…ปล่อยเฮ็ดหยังกะเอาไปไว้ถ่ากินตั้วเนาะ กินบ่อเหมิดกะเฮ็ดปลาแดกซั่นตั้ว” (ไม่…ปล่อยทำไม ก็เอาไปไว้สำหรับทำกินสิ กินไม่หมดก็ทำปลาร้าสิ)

            เอมอรสังเกตว่ายุคนี้ไม่นิยมขายของหรือจ้างงานกันส่วนใหญ่จะเป็๲ลงแขกหรือไหว้วานกันและแบ่งอาหารกันกิน อาหารการกินทุกอย่างไม่เคยได้ซื้อหาอะไรได้จากธรรมชาติก็สามารถนำมาปรุงเป็๲อาหารได้เกือบหมดไม่ว่าจะเป็๲พืชหรือสัตว์ขนาดเปลือกต้นมะกอกป่า ต้นแค ยังสามารถนำมาตำกินได้

            ๻ั้๫แ๻่มาอยู่ที่นี่เธอยังไม่ได้ใช้เงินสักบาทเพราะของใช้ส่วนตัวต่างๆในบ้านแม่อวนเป็๞คนหาซื้อมาซึ่งก็มีแค่ไม่กี่อย่างดีหน่อยที่ยังมีผ้าอนามัยบางคนที่ยากจนจริงๆเขาก็ไม่ซื้อปล่อยให้ระดูเปื้อนผ้าถุงไปหมด

            ‘เธอคือคนที่โชคดีแล้วนะ’

             เธอไม่เคยได้กินขนมจุบจิบ  กับข้าวกับปลาที่กินอยู่ทุกวันก็ได้มาจากพ่อและน้องชายไปหามาไว้ให้แม่อวนประกอบอาหารแต่สิ่งที่เธอกินไม่ได้เลยตอนนี้ก็คือหนู วันก่อนน้องชายของเธอพึ่งไปหามาแม่แกงอ่อมใส่สะเดาทุกคนบอกว่ามันอร่อยมากแต่ว่าเธอขอปล่อยผ่าน

                กันกับป้าแจ้งช่วยกันจับปลาจนเนื้อตัวเปื้อนโคลนไปหมดเอมอรจะลงไปช่วยเพราะดูแล้วน่าสนุกดีแต่เขาห้ามไว้เพราะกลัวเธอจะเลอะ

            “มันสิห้าวขาอย่าลงมา” (ขามันจะแห้งตึง อย่าลงมา)กันบอกกับเธอแบบนี้

            กว่าจะจับเสร็จก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงได้ปลามาเกือบเต็มถังปลาที่เธอพอรู้จักก็น่าจะมีปลาหมอ ปลาดุก ปลาช่อน และปลากระดี่ นอกนั้นมันหน้าตาไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่

                ตกเย็นแม่อวนทำต้มยำปลาช่อนน้ำใสสไตล์อีสานให้เธอกินโดยการต้มทั้งตัวขอดเกล็ดอย่างเดียวใส่มะกอกป่ามะกอกป่าจะทำให้น้ำแกงสีขาวขุ่นเล็กน้อยให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานและฝาดเล็กน้อยแต่รวมๆแล้วคือแซบนัวเอมอรยอมรับว่ามันก็อร่อยไปอีกแบบ แม่อวนตักแยกถ้วยต่างหากเพราะแกชอบใส่ผักแขยงลงไปด้วยให้รสชาติหอมเผ็ดร้อนขึ้นมาอีก

                หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จพ่อกับแม่ของเธอกำลังเตรียมจะเข้านอนเพราะบ้านเธอไม่มีโทรทัศน์ถ้าอยากดูก็ต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นแต่ถึงมีก็ดูได้แค่สองช่องแถมเป็๲สีขาวดำอีกเดี่ยวกับทองเพื่อนของกันมาด้อมๆมองๆอยู่แถวบันไดเรือนสักพักก็เดินตามกันขึ้นมาบนบ้านพ่อกับแม่รู้ได้ทันทีว่าว่าที่ลูกเขยกำลังจะมาจีบลูกสาวตัวเอง

                “หล้าไปเอายาสูบมาให้อ้ายแหมะ” (หนูไปเอายาสูบมาให้พี่สิ)แม่อวนบอกเอมอร เธอจึงไปจัดเตรียมใส่จานมาให้พร้อมกับไม้ขีดไฟทั้งสองพันยาสูบสูบคนละมวนแล้วนั่งถามคุยสารทุกข์สุกดิบอยู่สักพักแล้วกันก็เดินตามหลังขึ้นมาเป็๞คนสุดท้ายพอยาสูบหมดมวน เดี่ยวกับทองก็เดินลงเรือนไปเหลือแค่กันเพียงคนเดียวนี่เป็๞ประเพณีจีบสาวสมัยก่อนที่ต้องมีเพื่อนขึ้นไปคุยเปิดทางให้ก่อนจากนั้นจึงปล่อยให้หนุ่มสาวได้คุยกันสองต่อสอง

                ‘เฮ้อ! ขั้นตอนจะเยอะไปไหนแอบคุยไม่ได้ด้วยนะ’

                นี่เป็๞ครั้งแรกที่เอมอรได้นั่งคุยกับกันอย่างเป็๞ทางการเขายื่นขวดบางอย่างให้กับเธอ

                “เอาอั่นนี้มาให้” (เอาอันนี้มาให้)เอมอรรับจากมือเขามาดูมันเหมือนน้ำมันอะไรสักอย่าง

                “มันคืออะไรอะ”

                “น้ำมันเอาไว้ทาแผลตามแขนขา มันสิเฮ็ดให้แผลเซาไวขึ้น” (น้ำมันเอาไว้ทาแผลตามแขนขา มันจะทำให้แผลหายเร็วขึ้น) กันคงสังเกตว่าเธอมีแผลอยู่เต็มแขนขาไปหมด

                “ขอบคุณค่ะ”เอมอรพูดแล้วยิ้มละมุนให้เขา ในสายตากันตอนนี้เขามองว่าเอมอรเป็๞ผู้หญิงที่ดูน่ารักและน่าค้นหาคนหนึ่งผิดกับเอมอรคนก่อนที่คอยผลักเขาออกห่างอยู่ตลอดเวลา

                ทั้งสองนั่งคุยกันจนดึกดื่นไม่รู้ว่าสรรหาเ๱ื่๵๹อะไรมาคุยกันคนหนึ่งพูดภาษากลางอีกคนพูดภาษาอีสานบางครั้งต่างคนก็ต่างสอนภาษาให้กันเอมอรคงเหงาที่มาอยู่ที่นี่แล้วไม่มีเพื่อนคุยพอมีคนมานั่งคุยด้วยก็คงรู้สึกดีขึ้นส่วนกันจากคนที่ไม่ค่อยพูดพอมีคนชวนคุยก็คุยไม่หยุด จนแม่อวนต้องเดินออกมา เพราะหลับไปหลายตื่นแล้วเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับ

                “บ่อพอเมียแล้วติหล้า มันเดิกแล้วเด้อ” (ไม่ถึงเวลากลับแล้วเหรอหนุ่ม มันดึกแล้วนะ) โดนแม่ไล่กันก็ยิ้มอายๆแล้วขอตัวกลับบ้านไปอย่างอิดออด

                “ข่อยเมียเกิ่นเด้อ มื่ออื่นจั่งสิมาใหม่” (ผมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยจะมาใหม่)กันเริ่มรู้สึกว่าการได้คุยกับเอมอรมันก็สนุกดี ดูเธอเป็๲ผู้หญิงที่มีความรู้และหัวทันสมัยบางมุมเธอก็เหมือนเอมอรที่เขาเคยรู้จักแต่บางมุมก็เหมือนเธออยู่คนละโลกกับเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาเข้าไม่ถึงเธอ

                หลังจากวันนั้นตอนกลางวันกันก็ไปช่วยเอมอรเกี่ยวข้าวบางวันก็ไปเกี่ยวข้าวที่นาตัวเองบ้าง ตกตอนเย็นก็มานั่งคุยกับเธอเกือบทุกคืน ความจริงแล้วกันไม่จำเป็๲ต้องมาบ้านเอมอรแบบนี้ก็ได้รอให้ถึงวันแต่งงานทีเดียวก็ย่อมได้ แต่เขาอยากจะมาหาเธอเองวันไหนที่กันไม่ได้คุยกับเอมอรแล้วมันรู้สึกกระสับกส่ายจนนอนไม่ค่อยหลับ