บทที่ 19 นักฆ่าสาวชุดดำ
ฮวาปู๋ลั่วไปเรียนอยู่ต่างประเทศนานหลายปี เวลาพูดจึงติดสำเนียงการพูดของชาวอเมริกันมาด้วย
สำเนียงของเขาจึงฟังดูแปลก ๆ พอเขาเรียกเสี่ยวซาน คนที่ได้ยินจึงฟังเพี้ยนเป็เสี่ยวซานที่หมายถึงเมียน้อย
ทุกวันนี้แม้จะมีคนรวยที่มีเมียน้อยจำนวนมาก แต่แทบไม่มีใครกล้ายอมรับต่อหน้าคนอื่น ๆ คนที่อยู่บริเวณนั้นเมื่อได้ยินจึงชื่นชมความกล้าหาญของฮวาปู๋ลั่วอย่างลับ ๆ ที่กล้าเปิดเผยว่าเขานั้นเลี้ยงเมียน้อยไว้
ผู้พักอาศัยบางคนรู้สึกว่ามันเจ๋งมากที่ผู้ชายคนนั้นะโเรียกผู้หญิงอีกคนว่า ‘เมียน้อย’ ต่อหน้าทุกคน
แฟนคลับหนุ่มคนหนึ่งยกย่องความกล้าหาญของฮวาปู๋ลั่วอย่างเปิดเผย เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของทุกคน หลี่ซานซานก็รู้สึกโกรธจนแทบเป็บ้า
เมื่อเห็นสายตาคนรอบข้างที่มองเธอแปลก ๆ สายตาที่มองส่วนสะโพกและหน้าอกของเธอราวกับเธอเป็เมียน้อยที่ใครก็เลี้ยงได้ หลี่ซานซานโกรธจนแทบคลั่ง
ที่จริงจนถึงตอนนี้เธอก็ยังบริสุทธิ์อยู่ จึงทนต่อสายตาดูิ่ของผู้อื่นไม่ได้
ในอดีตสมัยที่ยังเรียนอยู่ เฉินเซิงมีผลการเรียนเป็อันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ครองอันดับสองของมาอย่างยาวนาน ส่วนหลี่ซานซานไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ได้แค่อันดับสาม จึงมีบางคนเรียกเธอลับหลังว่าเสี่ยวซานตลอดกาล
หลี่ซานซานไม่ชอบให้ใครเรียกเธอว่าเสี่ยวซาน
หลี่ซานซานรู้สึกเสียหน้ามากอยู่แล้ว เมื่อได้ยินฮวาปู๋ลั่วะโเรียกเธอว่าเสี่ยวซานซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็อับอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี เมื่อเห็นคนรอบข้างต่างทำสีหน้าดูถูกอย่างเธออย่างห็นได้ชัด หลี่ซานซานก็ะโออกมาด้วยความโกรธว่า “ฮวาปู๋ลั่ว นายลองเรียกฉันว่าเสี่ยวซานอีกทีสิ”
“ซานซาน…” ฮวาปู๋ลั่วพูดด้วยสีหน้าเก้อเขิน
“สุดยอดไปเลย! คุณไม่เรียกเธอว่าเสี่ยวซานแล้ว แต่เปลี่ยนมาเรียกซานซานแทน งั้นความหมายของเสี่ยวซานกับซานซานก็เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”แฟนคลับหนุ่มคนนั้นยังถามเขาด้วยความสงสัย
“ฮวาปู๋ลั่ว ต่อไปนี้ฉันกับนายเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ถ้านายยังกล้ามายุ่งกับฉันอีก ฉันจะให้คนมาหักขานายซะ!” หลี่ซานซานทิ้งคำพูดนี้ไว้แล้วหันหลังวิ่งจากไป
เมื่อเห็นหลี่ซานซานพูดจาโหดร้ายแบบนี้ ฮวาปู๋ลั่วก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
เมื่อครอบครัวของหลินตงฟางเห็นฮวาปู๋ลั่ว ตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายเช่นนี้ต่างก็รู้สึกสะใจ
เมื่อเห็นเฉินเซิงกำลังขับรถผ่านไป ฮวาปู๋ลั่วก็พูดด้วยน้ำเสียงขู่เข็ญว่า
“เฉินเซิง แกมันก็แค่ไอ้บ้านนอกจากชนบท กล้าดียังไงมาต่อกรกับฉัน คอยดูเถอะฉันไม่มีวันปล่อยนายไปง่าย ๆ แน่!”
“งั้นเหรอ? ถ้านายมีปัญญาก็มาหาฉันได้ตลอดเวลานะ” เฉินเซิงทิ้งคำพูดนี้ไว้แล้วก็ขับรถออกจากหมู่บ้านเล่อหยวน
“เวรเอ๊ย! ฉันกับไอ้หน้าจืดนี่ไม่มีวันอยู่ร่วมกันได้! เมืองเจียงเฉิงมีมันก็ต้องไม่มีฉัน!” ฮวาปู๋ลั่วด่าตามหลังรถยนต์ที่ขับจากไป จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
“พี่เวย ผมฮวาปู๋ลั่วช่วยฆ่าคนให้ผมที ผมไม่สนใจว่าจะต้องเสียเงินเท่าไหร่…” ฮวาปู๋ลั่วพูดกับคนปลายสายพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ
...
หลังจากส่งหลินเสวี่ยเอ๋อร์และครอบครัวกลับบ้านแล้ว เฉินเซิงไม่ได้อยู่กินข้าวที่บ้านตระกูลหลิน ระหว่างทางกลับหมู่บ้านเล่อหยวน เขากลับได้รับโทรศัพท์จากเมิ่งเหยาอย่างกะทันหัน
เฉินเซิงคิดถึงหญิงสาวที่มีกลิ่นกายของหญิงสาวคนนั้นอยู่บ้าง จึงขับรถไปที่พักของอีกฝ่าย
เมื่อเข้าไปในบ้านหรู เฉินเซิงก็เห็นเมิ่งเหยาที่อยู่ในชุดเดรสแขนกุดกระโปรงสีอ่อนกำลังจิบไวน์แดงอยู่ที่ห้องรับแขก
เมิ่งเหยายืนสง่างามอยู่ในห้องโถง ในมือเรียวบางถือแก้วไวน์ไว้ ดวงตาเป็ประกายราวกับดวงดาว ทุกการเคลื่อนไหวของเธอช่างนุ่มนวลและน่าหลงใหล เฉินเซิงรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้ หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเมื่อเธอมองมาที่เขา รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเปรียบเสมือนคำเชิญที่เงียบงัน
เนินอกขาวราวกับหยกคู่งามของเมิ่งเหยาโผล่พ้นเสื้อผ้าให้เห็นเป็ระยะ ชุดที่สวมใส่ช่วยเน้นให้เห็นรูปร่างที่สวยงามได้ชัดเจนมากขึ้น
ชายกระโปรงยาวยาวไปจนถึงข้อเท้าสีขาวอย่างน่าประหลาดใจของเมิ่งเหยา และรองเท้าแตะที่ประณีตที่อยู่ด้านล่างทำให้เล็บเท้าที่ทาสีแดงดูสวยงามยิ่งกว่างานศิลปะอันประณีต
เมื่อเห็นสาวงามยืนอยู่ตรงหน้า เฉินเซิงก็ไม่พูดอะไรมากเขารีบเข้าไปกอดจูบเมิ่งเหยาอย่างดูดดื่ม
เมิ่งเหยายกแขนอันอ่อนนุ่มโอบรอบคอเฉินเซิง แล้วตอบรับจูบของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อน จากนั้นเธอก็ยื่นมือไปปลดเข็มขัดของเฉินเซิง
ไม่นานทั้งคู่ก็ค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นสองชิ้น แล้วก็ไปกลิ้งเกลือกอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องรับแขก
เฉินเซิงลูบไล้ผิวเนียนละเอียดทุกตารางนิ้วบนร่างกายของอีกฝ่าย แล้วแหวกขาอันเรียวยาวกลมกลึงสวยงามของออก
พอมองสำรวจไปจนทั่วเรือนร่างของหญิงสาวก็เห็นแต่ความขาวอมชมพูอันเย้ายวนใจ
เมื่อเห็นดวงตาเย้ายวนปานดั่งเส้นไหมของเมิ่งเหยาที่แฝงแววปรารถนา เฉินเซิงก็ยืดตัวขึ้นร่างกายของทั้งสองหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกันทันที
เมิ่งเหยาถูกเฉินเซิงบุกรุกเข้าสู่จุดยุทธศาสตร์ด้วยวิธีที่รุนแรงที่สุดจนเ็ปจนเธอต้องะโร้องขอความเห็นใจ แต่เฉินเซิงกลับไม่สนใจและพยายามเข้ายึดครองหญิงสาวอย่างแรงกล้า ทั้งสองกลิ้งเกลือกไปด้วยกันราวกับแกะที่ถูกลอกหนัง
...
หลังจากคลื่นลมแห่งตัญหาราคะจบลง ทั้งคู่เริ่มพูดคุยถึงรายละเอียดความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็เหตุผลหลักที่เมิ่งเหยาติดต่อเฉินเซิง และสอดคล้องกับความ้าที่จะพัฒนาธุรกิจของเฉินเซิงเช่นกัน
ค่ำคืนนั้นเฉินเซิงปฏิเสธคำชวนรั้งของเมิ่งเหยา และขับรถกลับบ้าน บนถนนในเวลานั้น แทบจะร้างผู้คน แม้แต่รถยนต์ก็นาน ๆ จะผ่านมาสักคัน ทำให้เฉินเซิงสามารถขับรถได้อย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นภายใต้แสงไฟของรถที่สว่างจ้า เฉินเซิงเห็นเงาราง ๆ ปรากฏขึ้นข้างหน้า เขาจึงเหยียบเบรกกะทันหัน!
หลังจากรถเบรคกะทันหันจนจอดสนิท เงานั้นที่อยู่ด้านหน้าก็หายวับไปเสียแล้ว
เฉินเซิงเหงื่อแตกพลั่ก เมื่อครู่นี้เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กลางถนนชัด ๆ แต่พอเบรครถแล้ว เธอกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ดึกดื่นป่านนี้ หรือว่าเขาจะเจอเื่ลี้ลับเข้าให้แล้ว?
เมื่อคิดดังนั้น ขนทั่วร่างของเฉินเซิงก็ลุกชูขึ้นมาทันที
ขณะที่เขากำลังเพ่งมองไปข้างหน้าอีกครั้ง หญิงสาวผมยาวสลวย สวมกระโปรงสั้นสีดำก็ปรากฏตัวขึ้น ยืนอยู่ไม่ไกลจากรถของเขา
ผมยาวของเธอปลิวไสวไปตามสายลม กระโปรงรัดรูปสีดำเผยให้เห็นสัดส่วนที่งดงามราวกับรูปปั้น ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่จะเป็สีดำเท่านั้น แม้แต่รองเท้าบูทหนังสูงถึงเข่าก็ยังเป็สีดำสนิทเช่นกัน
ผิวของเธอขาวผ่อง หน้าอกอิ่มเอิบ หน้าท้องแบนราบ และเรียวขาขาวเนียน ตัดกับชุดกระโปรงสีดำที่เธอสวมใส่อย่างชัดเจน
หลังจากมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเด็กสาวชัดเจนแล้ว เฉินเซิงคิดในใจว่าเด็กสาวคนนี้ช่างกล้าหาญจริง ๆ ถึงกับกล้าออกมาคนเดียวตอนดึกบนถนนที่ไม่มีผู้คน ทั้งยังไม่กลัวถูกผู้ชายที่มีเจตนาไม่ดีลากไปข่มขืนในที่ไม่มีคนอีก
เฉินเซิงตั้งใจจะถามเด็กสาวว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ แต่พอเงยหน้าขึ้นมา เด็กสาวคนนั้นก็หายไปแล้ว
“เมื่อกี้ก็ยังอยู่เลยนี่ ทำไมจู่ ๆ ถึงหายไป? หรือว่าฉันเจอดีเข้าจริง ๆ?” เฉินเซิงพึมพำกับตัวเอง
ตอนที่เฉินเซิงกำลังจะรีบขับรถออกไปจากสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้ จู่ ๆ ก็มีมีดเล่มคมจ่ออยู่ที่คอของเขา
“เธอเป็ใคร!” เฉินเซิงเห็นหญิงสาวชุดดำยืนอยู่ข้างประตูรถผ่านกระจกมองข้าง เธอสอดมีดเข้ามาทางหน้าต่าง จ่อมีดไว้ที่คอของเขา เขาจึงอดถามออกไปไม่ได้
“รู้แค่ว่าฉันเป็คนที่มาเอาชีวิตแกก็พอ” หญิงสาวชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
แม้ว่าเธอจะมีใบหน้าที่งดงาม แต่กลับไร้ซึ่งความรู้สึก น้ำเสียงของเธอก็เย็นะเืราวกับสายลมที่พัดผ่านูเาหิมะ
“เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ถึงเธอจะฆ่าฉัน ก็น่าจะให้เหตุผลกันบ้างสิ?” เฉินเซิงตั้งสติได้อย่างรวดเร็วแล้วถามออกไป
“่นี้ฉันขาดเงิน มีคนจ้างให้ฉันมาจัดการแก…”
เฉินเซิงถามต่อ “สรุปว่าเธอเป็นักฆ่าสินะ ใครเป็คนจ้างเธอมางั้นเหรอ?”
“แกไม่จำเป็ต้องรู้ทุกเื่หรอก” หญิงสาวชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
เฉินเซิงพยักหน้า นักฆ่าก็มีจรรยาบรรณ คงไม่ยอมเปิดเผยตัวตนของผู้ว่าจ้างง่าย ๆ
“ลงจากรถแล้วเดินไปที่สวนสาธารณะตรงนั้น” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ได้” เฉินเซิงไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่ลงมือฆ่าเขาเสียตรงนี้ แต่กลับสั่งให้เขาลงจากรถ ถ้าเธอลงมือตอนนี้เขาก็คงต้องจบชีวิตลงตรงนี้แน่ ๆ แต่ถ้าลงจากรถไป อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสรอด เฉินเซิงจึงเปิดประตูรถ และเดินอย่างระมัดระวังไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกล
ภายใต้แสงไฟริมถนน เฉินเซิงจึงมองเห็นรูปร่างของหญิงสาวได้ชัดเจน
เธอมีรูปร่างสูงโปร่งกว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์เล็กน้อย ดูแข็งแรงและกระฉับกระเฉงกว่า หน้าอกหน้าใจของเธอก็ดูโดดเด่น เรียวขายาวสวย มองมุมไหนก็ถือว่าเป็สาวงามระดับเดียวกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์และเซี่ยซิน ข้อเสียอย่างเดียวก็คือเธอดูเ็าไปหน่อย
ทันใดนั้นเฉินเซิงก็พูดขึ้นว่า “ฉันรู้ว่าเธอเป็ใคร และรู้ด้วยว่าเธอมาจากไหน!”
“อย่ามาหลอกกันซะให้ยาก” หญิงสาวชุดดำถึงกับมือสั่น มีดที่อยู่ในมือก็สั่นไหวเล็กน้อย
เธอคิดในใจว่า ‘หรือว่าเ้าหนุ่มหน้าจืดคนนี้จะรู้จักชื่อของเธอจริง ๆ? เขายังบอกว่ารู้ว่าเธอมาจากไหน หรือว่าเื่ที่เธอทรยศองค์กร ชายคนนี้ก็รู้แล้ว?’
สาเหตุที่เฉินเซิงพูดแบบนั้นออกไปก็เพื่อที่จะใช้ทักษะอ่านใจเพื่อทำความเข้าใจความจริงของอีกฝ่าย
สมองของมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย หากหญิงสาวไม่คิดอะไรเลย ต่อให้เฉินเซิงใช้พลังอ่านใจ ก็ไม่อาจหาข้อมูลที่้าจากคลังข้อมูลมหาศาลในหัวของเธอได้
ดังนั้น เขาจึงจงใจหลอกเธอ
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเซิง แม้ปากของหญิงสาวจะยังคงแข็งกร้าว แต่ในใจเธอกลับคิดถึงเื่ต่าง ๆ มากมายโดยไม่รู้ตัว ทำให้เฉินเซิงรู้ถึงภูมิหลังและที่มาของเธอ
เฉินเซิงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “เธอชื่อว่า เหลิง เป็หนึ่งในนักฆ่าระดับท็อปของขององค์กรนักฆ่าระหว่างประเทศ เนื่องจากคุณทรยศองค์กร จึงถูกคนจากองค์กรเดิมไล่ล่าอย่างลับ ๆ ทั่วโลก คุณจึงหนีมาที่ นี่เพราะหมดทางไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าในสถานการณ์ที่คุณหนีตายไปทั่ว ยังมีอารมณ์มารับงานอีก?”
หญิงสาวถึงกับแสดงสีหน้าตกตะลึง หลังจากที่เธอทรยศองค์กรใน่ครึ่งปีที่ผ่านมา เธอเดินทางไปหลายประเทศ และต่อสู้กับคนที่ตามล่าเธออย่างดุเดือดหลายครั้ง การต่อสู้ที่นองเืที่สุดคือเธอฆ่าสมาชิกในองค์กรเดิมไปถึงสิบคน
หลังจากมาถึงที่นี่ เธอก็ใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด
เดิมทีเธอแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่เพราะเงินขาดมือ เธอจึงแอบติดต่อกับกลุ่มอิทธิพลในเมืองเจียงเฉิง และรับงานฆ่าชายหนุ่มคนนี้
ในเมืองเจียงเฉิงเธอใช้ชื่อปลอม แม้แต่คนที่ติดต่อกับเธอในเมืองเจียง
เฉิงก็ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอ
เมื่อเฉินเซิงเอ่ยชื่อและเปิดเผยที่มาของเธออย่างกะทันหัน หญิงสาวจึงถึงกับตะลึงงัน
เฉินเซิงจึงฉวยโอกาสที่หญิงสาวยังคงใ ใช้มือข้างหนึ่งบิดข้อมือของเธออย่างรวดเร็ว ส่วนมืออีกข้างก็คว้าเอวบางของเธอไว้
ใบหน้าสวยคมของหญิงสาวเผยให้เห็นถึงความโกรธที่ยากจะปกปิด ไม่ว่าจะเป็ตอนที่ยังอยู่ในองค์กร หรือหลังจากที่เธอทรยศองค์กร เธอก็ไม่เคยถูกใครเล่นตลกแบบนี้มาก่อน ชายคนนี้กล้ามาฉวยโอกาสตอนที่เธอกำลังเสียสมาธิ!
หญิงสาวสะบัดเข่าขึ้น กระแทกเข้าจุดสำคัญระหว่างขาของเฉินเซิงอย่างแรง
เห็นดังนั้น เฉินเซิงจึงบิดตัวหลบอย่างรวดเร็ว จนรอดพ้นจุดสำคัญไปได้หวุดหวิด แต่เข่าของเธอก็ยังกระแทกเข้าที่ต้นขาของเขาอย่างจัง
เฉินเซิงคิดในใจว่ายัยตัวแสบนี่เล่นแรงจริง ๆ ถ้าเขาไม่ได้ฝึกพลังปราณอู๋จี๋จนร่างกายแข็งแกร่ง และตอบสนองรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเข่าของเธอเมื่อกี้คงทำให้เขาต้องกลายเป็พ่อพันธุ์หมันไปแล้ว
เฉินเซิงรู้ดีว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับนักฆ่าระดับโลก แค่เผลอเพียงนิดเดียว ชีวิตเขาก็คงจะจบสิ้น เขาจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
ตอนที่หญิงสาวยกขาขึ้น เฉินเซิงก็ออกแรงรวบตัวเธอเข้ามากอดแน่น หน้าอกอิ่มเอิบของเธอถูกบดเบียดเข้ากับอกของเขาอย่างจัง
หญิงสาวไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืนที่ถูกเขาัั แต่กลับใช้มืออีกข้าง รัดเข้าที่ลำคอของเฉินเซิงอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเฉินเซิงจะเริ่มหายใจติดขัด แต่เขาก็ไม่มีท่าทีจะปล่อยเธอ ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะผ่านการฝึกฝนมาดีแค่ไหน แต่ก็ยากที่จะสู้แรงผู้ชายอย่างเขาได้ เขาจึงไม่กลัวที่จะต่อสู้ประชิดตัวกับเธอ
ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปบนพื้นหญ้า พลิกตัวไปมา หญิงสาวดูบอบบาง แต่แรงของเธอกลับไม่น้อยไปกว่าเฉินเซิงเลยแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งที่ถือมีดพยายามจะแทงเฉินเซิง ส่วนอีกข้างก็บีบรัดลำคอเขาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ออก เฉินเซิงจึงใช้มือดันไปที่หน้าอกของหญิงสาวอย่างแรง แต่ก็ไม่สามารถผลักร่างที่ทับอยู่บนตัวเขาออกไปได้
หญิงสาวยังคงเกาะติดเขาแน่นราวกับตุ๊กแก
เฉินเซิงคิดในใจว่า ‘ถ้าตอนอยู่บนเตียงเธอเร่าร้อนแบบนี้ก็ดีสิ’
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหายใจไม่ออก เฉินเซิงจึงตัดสินใจใช้ไม้ตาย เขากระชากคอเสื้อของหญิงสาวอย่างแรง
เขาคิดในใจว่า ถ้าเขาฉีกเสื้อผ้าของเธอจนหมด เธอคงไม่กล้ามาสู้กับเขาต่อแล้วละ
‘แคว่ก!’
คอเสื้อของหญิงสาวชุดดำถูกฉีกออกเป็ชิ้น ๆ เผยให้เห็นผิวขาวผ่องเป็บริเวณกว้าง ส่วนหนึ่งของเนินอกข้างซ้ายก็หลุดพ้นออกมาจากเสื้อชั้นใน
แม้หน้าอกของเธอจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็เต่งตึงสวยงาม ไม่มีหย่อนคล้อย ดูอวบอิ่มน่ามอง
เมื่อเห็นเนินเนื้อเนียนขาวและยอดสีแดงระเรื่อ เฉินเซิงก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าในสถานการณ์คับขันเช่นนี้เขายังจะโชคดีแบบนี้อีก