ปัง ! เสียงปิดประตูจากมืออันเรียวยาว
“โอ๊ยย เหนื่อย”ฉันเดินเข้ามายังตัวห้องยังไม่ทันได้ก้าวขาต่อฉันก็ล้มตัวลงนั่งราบไปกับพื้นทิ้งกระเป๋าลงข้างๆ“หึ! อะไรกัน? โรคจิตฉันเนี่ยนะ”
หงึก ` ! ฉันชูมือตัวเองขึ้นและจ้องมองก่อนจะเพ้อถึงเหตุการณ์..ว่าแต่ว่า..นั่นมันอะไรกัน?พลังงานของเขามันต่างออกไปฉันยังไม่เคยเจอกับพลังงานที่บริสุทธิ์ขนาดนี้มาก่อนเลย“....ฮ๊าา หมอนั่นรสชาติดีจริงๆ” ฉันพลางหลุดคำพูดพร้อมกับสีหน้าที่เคลิ้มอย่างเต็มที่ให้ตายเหอะ!!ทุกอย่างในตัวเขามันทำให้ฉันระรุ่มระร่วยไปหมด
"...แต่ดันทำฉันอารมณ์เสีย โรคจิต โรคจิต? งั้นเรอะ!! แล้วไง!!? นี่! นายไม่รู้หรอกว่าฉันเสน่ห์แรงแค่ไหน!!! เื่อะไรที่ฉันต้องไปพอใจคนอย่างนั้น?! อะไรมันทำให้นายหยิ่งขนาดนั้นกัน!!!"
“โอเค..ตั้งสติ”ฉันบ่นพร่ำเพ้อพลางลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด
ในตอนนี้ฉันก็พึ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหัวยังเปียกๆอยู่เลย“อ่า!รู้สึกเหมือนต้องเอาขยะลงไปทิ้งแล้วล่ะ” ฉันเหลือบมองไปเห็นถุงขยะที่ก่อไว้ว่าจะเอาลงไปทิ้งั้แ่เมื่อวานไหนๆก็ไหนๆแล้วยังไงซะก็ว่างอยู่พอดีฉันเลยตัดสินใจนำลงไปทิ้ง
แกร๊กก -
“ตึกนี้พึ่งจะสร้างมาไม่นานนี้เองมีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบก็เลยเป็ที่นิยมกันมาก รอบข้างก็สงบบรรยากาศดีแถมยังใกล้โรงเรียนม.ปลายxxเด็กๆนักเรียนก็มาอาศัยที่นี่เยอะแหละพ่อหนุ่ม! ยังไงมีอะไรติดต่อป้าได้เลยนะจ๊ะ” อ่าเสียงของคุณป้าเ้าของอพาร์ทเม้นท์เองสงสัยคงมีลูกค้ามาเช่าห้องข้างๆแกก็เลยมาชี้แจง
ฉันเดินออกมาจากห้องพร้อมกับถุงขยะได้ยินแค่เสียงพูดคุยของป้าเ้าของอพาร์ทเม้นท์แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรแค่กวาดสายตามองผ่านๆและเดินลงเอาขยะไปทิ้ง
.
หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเสร็จฉันก็เดินกลับขึ้นห้องตัวเองปกติ
“เอ๊ะ!” นี่ฉันตาฟาดไปหรือเปล่าละเนี่ย!
ในขณะที่ฉันกำลังเดินอยู่ระเบียงหน้าห้องก็ต้องสะดุดตาอึ้งไปสักพัก!เมื่อพบกับชายร่างสูงโปร่งสวมชุดพละกางเกงวอร์มขาสั้น โอ้!ใช่เขาคือผู้ชายคนนั้นท่าทางกำลังขนของเข้าห้องข้างๆ และใช่อีกรอบสองเขาคือเพื่อนข้างห้องคนใหม่ของฉันไปอีก!! นี่จะเรียกว่าโชคดีหรือซวยกันล่ะเนี่ย!แต่ฉันคิดว่าน่าจะแบบเเรกนะเหยื่อมาหาถึงที่เลยฮะฮะ..
โอเคเหมือนตอนนี้เขาจะมองเห็นฉันแล้วเพราะเขาหันมามองฉันที่ยืนมองเขาอยู่หน้าห้องตัวเอง
“นี่เธอตามมาถึงบ้านฉันเลยหรอ” ห่ะ!!เมื้อกี้หมอนี่พูดว่าอะไรนะ?
“นี่ฟังกันก่อนสิดูเหมือนนายจะเข้าใจฉันผิดนะ” ฉันรีบสวนกลับคำพูดของเขาในทันที
“เป็สต๊อกเกอร์รึไง” อะไรกัน?ตานี่ว่าฉันเป็โรคจิตไม่พอแถมยังเพิ่มข้อหาสต็อกเกอร์ให้อีกเรอะ!!
“ให้ตายสิ! นี่!ฉันไม่ใช่โรคจิตและไม่ใช่สต๊อกเกอร์ด้วยย๊ะ!! นายพึ่งย้ายมาใหม่แล้วดันเป็ห้องข้างๆกันมันก็แค่บังเอิญ อ๋อแล้วเื่เมื่อตอนนั้นฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดอะไรแบบนั้นแต่ฉันไม่ใช่โรคจิต ยู้โน๊ววว!!”
ปั้ง !
ไม่ทันไรเขาก็เดินเข้าห้องปิดประตูใส่ฉันเฉยเลยโอ้ยย!!ฉันยังพูดไม่จบเลยนะว๊อย!! คนบ้าอะไรใครเขาจะไปอยากตามห๊ะ!มีดีแค่อร่อยแค่นั้นแหละ!ไร้มารยาทชะมัดเลย
ฉันเดินเข้าห้องด้วยความหงุดหงิด! ! และะโเสียงดังอยู่ภายในใจ “ ไอ้บ้าเอ๊ยยยยย”
( / (눈‸눈) / )
“ฮ่าฮ่า..ฮ่า..ฮ่า.ฮ่าฮ่า..ฮาฮา”
“ไม่ต้องมาหัวเราะกูเลยนะพวกมึงอ่ะ! แค่นึกถึงก็อารมณ์เสียสุดขีด!!” ฉันนั่งอยู่โต๊ะม้าหินอ่อนพร้อมกับเล่าเื่ราวข้างต้นให้กับเพื่อนในกลุ่มฟัง
“ฮะฮะ เเล้วเป็ไง หมอนั่นนะ!” จู่ๆหญิงสาวมัดรวบผมยาวสีดำเข้มหน้าตาคมคายหุ่นโครตจะเซ็กซี่เธอมีชื่อว่าพริ้มใช่เป็เพื่อนของฉันเองและก็เป็แวมไพร์ด้วยเหมือนกัน “ผู้ชายที่เธอได้จับน่ะ” อ้อแล้วก็คนนี้ที่พึ่งถามฉันชื่อว่าฟอร์ด เป็แฟนยัยพริ้มหน้าตาออกแนวหนุ่มๆยุโรปหน่อยๆกร้าวใจเวอร์!ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละที่สนิทกันจริงๆอ่ะ “อืม..ก็ไม่เลว” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงปกติพลางนึกถึงรสชาติที่ได้ลิ้มลอง
“ไม่ดิ ต้องบอกว่าเยี่ยมเลย พลังงานบริสุทธิ์ที่สุดยอดเอามากๆนี่แค่มือฉันแตะเข้าแค่นิดหน่อยนะยังตามเขาไปแบบไม่รู้ตัวเลย รู้สึกเหมือนทุกอย่างแปรปรวนไปหมด”
“มันก็ดีแล้วนิ่!เหมือนมีเหยื่อรสชาติดีมาอยู่ใกล้ตัว” ... “มันก็ใช่เว้ย!ฟอร์ดแต่หมอนั่นไม่ได้เข้าใกล้ง่ายๆนี่ขนาดอยู่คนละห้องกับยัยฟ้ายังได้ยินข่าวลือที่เขาว่าเ็ากับผู้หญิงสุดๆแค่จะแตะเนื้อต้องตัวนิดหน่อยยังยากเลย” เสียงพูดคุยของเพื่อนฉันทั้งสองเริ่มทำให้หวั่นแล้วสิ แต่แล้วไงใครแคร์
“แปลกดีนะ...ยิ่งทำให้ดูน่าสนใจขึ้นไปอีก ถ้าได้มาง่ายๆก็ไม่สนุกสิ” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่หยาดเคลิ้มก็แน่สิ..คิดว่าฉันจะปล่อยมื้ออาหารรสโอชานี่ไปงั้นเหรอไม่มีทาง / /
“เกมนี้กูให้เวลามึง21วัน มัดใจได้ป่ะละ” ยัยพริ้มพูดขึ้นเชิงท้าทายพร้อมกับสายตาที่เ้าเล่ห์ของนางเฮ้อ!!ฉันละไม่ชอบสายตาแบบนี้จริงๆเล๊ย
“อย่าเผลอตกหลุมรักเหยื่อนะ” โอเคๆนี่ระดับขนาดคุณชายฟร์อดยังเตือนสติฉันแบบนี้ยิ่งน่าลองขึ้นไปอีกเลยแฮะ “ไม่ลองไม่รู้หรอก” ฉันตอบกลับเพียงประโยคสั้นๆก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงขึ้นห้อง
เอาล่ะ!ต่อจากนี้เรามาเริ่มกันฉันจะทำทุกทางให้ได้นายมา ฮึ..ดูเหมือนเหยื่อครั้งนี้ทำฉันตื่นเต้นสุดๆไปเลย “พ่อหนุ่มเ็ามันจะซักเท่าไหร่กัน”
ตอนนี้ฉันกำลังนั่งบนโต๊ะเรียนและเขา...ที่นั่งอยู่ใกล้แค่เอื้อมใช่ด้านหน้าฉันเอง ฉันไม่ทนกับกลิ่นที่ยั่วยวนของเขาอีกต่อไปแล้วอ่าา..กลิ่นแบบนี้ไงมันทำให้ฉันเอามือไปจิ้มๆหลังเขามาสักพักแล้ว^^ ได้ชิมนิดนึงก็ยังดี ส่วนเขาก็เอาแต่ขยับเก้าอี้หนีไปเรื่อยๆทำไมกันฉันก็ว่าหน้าตาฉันก็ดีอยู่นะ? มั้ง กลิ่นก็หอมนิ่ ฟึด พลางดมแขนเสื้อ
อยากจะร้อง!!ยัยนั่นเดินมาแล้วเห็นนั่นไหมหญิงสาวผมบ๊อบสั้นหน้าม้าเต่อๆนั่นอ่ะ ล้อเล่นนะเธอไม่ได้หน้าม้าเต่อหรอกแต่ฉันแค่หมั่นไส้นิดหน่อย หน้าตาจิ้มลิ้มส่วนสูงมาตรฐานหญิงไทยมองเผินๆก็น่ารักนุ้บนิ้บเลยล่ะ ฉันชอบนะน่ารักดีแต่ก็..เธอคือมารหัวใจฉันไงล่ะนี่ศัตรูตัวฉกาจ!
“ต้นข้อนี้แก้ยังไงหรอ” เสียงสองอันแสนหวานแหววปานหยดน้ำผึ้งเดือนแปดของเธอได้เอ่ยถามเขาชายยอดรักอาหารรสเลิศของฉัน
“อ่อแบบนี้ครับบลาบลาบลา~~~” แหม!ทีงี้ปฏิบัติต่างกับฉันเชียวนะ! เขายื่นปากกาไปที่สมุดของเธอก่อนจะพูดอธิบายอะไรไม่รู้แฮะๆฉันไม่ค่อยรู้เื่การเรียนนักหรอก โอเคไหนข่าวลือที่ว่าไม่ชอบให้หญิงแตะตัวไม่เห็นจะจริงดูนิ้วชี้ของพวกเขาสิจะจรดกันในหน้ากระดาษอยู่แล้ว
“ขอบคุณนะ เอ่อนายพอมีเวลาว่างไหมเราแค่จะรบกวนมาติวด้วยกัน่เลิกเรียนอ่ะ” ฮื้อ!!!จะร้องนี่เธอเปิดศึกจะจีบเขาใช่ไหมนั่น!แต่ใครยอมที่ไหนกัน “หัวหน้าค่าาา ติวไรกันหรอติวด้วยคนได้ไหม” ฉันพูดเสนอออกไปทันทีแต่ดูสีหน้าเธอสิ!ไม่ค่อยพอใจแน่ๆเลยแต่ช่วยไม่ได้ฉันไม่ยอมให้พวกเธออยู่ด้วยกันสองต่อสองหรอกกนะว๊อย! “ไม่ล่ะ ผมไม่ว่างครับ” นายคนนี้รับบทเป็คนขวางโลกรึยังไงละเนี่ย เขาปฏิเสธเธอไปพร้อมกับสีหน้าที่เซ็งๆเหมือนไม่อยากติวกับฉันเลยอ่ะ
“อื้อไม่เป็ไร งั้นเราขอทักนายไปบ่อยๆหน่อยละกันนะ” ... “ครับ” สายตาที่กลุ้มกลิ่มของตานี่หมายความว่ายังไงน่ะ เฮ้ยย!!นี่ฉันยังไม่ทันได้เริ่มก็แพ้แล้วหรอ ????
ในขณะที่ฉันนั่งมือเท้าคางมองสองคนนี้อยู่นั้นก็มีนิ้วของโต๊ะข้างๆที่นั่งคู่กับฉันสะกิดไหล่เบาๆ “มีไรรึ” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงแ่ๆโดยไม่ได้หันหน้าไปตามนิ้วที่สะกิดก็เพราะมัวแต่โฟกัสกับคนตรงหน้าอยู่ “กูว่าคะแนนเราสองคนก็ไล่เลี่ยกัน เรามาฟร์อมทีมกันดีกว่า” ปลายเสียงนี้เป็ชายร่างผอมสูงแต่งตัวผิดระเบียบั้แ่หัวยันเท้าหน้าตาตี๋ๆผิวขาวนวลทรงผมรองทรงสูงเขาชื่อว่านายนทีชื่อเล่นทีเพื่อนร่วมห้องที่ค่อนข้างเข้ากันดีกับฉันเลยแหละแถมยังเรียนบ๊วยสุดในห้องแล้วฉันก็เป็รองบ๊วย เฮอะๆ
“มึงว่ากูกับแม่สาวน้อยนั่นใครน่ารักกว่ากัน” นทีหันควับไปตามสิ่งที่ฉันมองก่อนจะเอ่ยตอบ “แพรไหมหัวหน้าห้องนะหรอ” ฉันหลุดโฟกัสมาที่นทีพร้อมกับสายตาแป๋วว่าตอบฉันสิ• “เขา” หมอนี่ตอบเพียงสั้นๆด้วยสีหน้าที่กวนโอ๊ยของมัน “อือฮึ กูน่ารักน้อยไปฟร์อมทีมกับมึงไม่ได้หรอก” ฉันหันมาตอบเพื่อนที่แสนกวนก่อนจะแตะตัวมันเพื่อดูดพลังงานอารมณ์เสียต้องกินเห็นในกูเกิ้ลบอกมาแต่ไอ้ทีเนี่ยรสชาติจืดชืดดดชะมัด!!!
นทีหันไปจ้องมองเขาด้วยความสงสัยสลับกับหันกลับมามองที่ฉัน “มึง..มึงชอบไอ้ต้นหรอวะ”มันเอ่ยถามฉันที่เอาแต่จ้องผู้ชายโต๊ะด้านหน้า“ใช่กูชอบ ชอบมากด้วย อยากกิน” หลังจากที่ได้คำตอบเห็นได้ชัดว่าสีหน้ามันดูใเอามาก “เชี่ย!!ั้แ่รู้จักมึงมาสามปีไม่เคยเห็นชอบใครเป็จริงเป็จังว่ะ เอาเื่” ว่าล่ะไม่ได้สาระอะไรกับไอ้ทีจริงด้วยทำอย่างกับฉันจะแต่งงานวันพรุ่งนี้ไปได้ “เอางี้กูช่วยเอง แต่เเลกกันมึงทำงานวิชาเจ๊สุพรให้กูหน่อยดิ” นั่นไงเป็อย่างที่ฉันเดาไว้ไม่ผิดไอ้นทีเนี่ยหางานค้างมาให้ทำอีกละ!! “เออๆเค”
“มึงฟังกูนะเพื่อนรัก” นทีเริ่มขยับเข้ามาใกล้ๆและกล่าวบอกข้อมูลที่รู้ทุกอย่างให้กับฉันฟัง
“ต้นอ่ะ มันมารร.เช้ากลับค่ำเพราะซ้อมบาสเอาะ!บ้านมันอยู่ใกล้รร.มันเลยปั่นจักรยานมา อีกเื่ได้ยินมาว่ามันปิดใจจากผู้หญิงทุกคนแบบว่าไม่สนเื่รักใคร่ต่างๆอะไรแบบนั้นอะล่ะ”
“แค่นี้? ไม่คุ้มเลยว่ะไม่เอาละทำเองมึงเลยนะงานกองตั้งเบ้อเร่อ” ฉันไม่น่าคาดหวังอะไรกับมันเลยจริงๆแต่โชคดีเพราะฉันก็ปั่นจักรยานมาเหมือนกัน “มึงเพื่อนกูจริงปะเนี่ยยย” เสียงอ้อนแอ้นจากนายนทีผู้น่าสงสารมีงานค้างเป็กอง
“อ่ะนี่ สมุดเลข” จู่ๆนทีก็ยื่นสมุดเล่มหนึ่งมาให้ซึ่งหน้าปกนั้นเป็ชื่อนายต้นน้ำแน่นอนว่าฉันต้องรับไว้อยู่แล้ว “เอาไปคืนสิเมื่อเช้ากูยืมมันมาลอก” อรั้ยย๊ะ!!พึ่งเห็นนทีมันทำตัวมีประโยชน์ก็วันนี้แหละ “รู้งานมากนะคุณมึงขา” อิอิ
..............................................................................
17 : 45
ฉันว่าฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆนี่รอมาเกือบชม.ยังไม่เห็นวี่แววเลยแต่ฉันก็ไม่ถอยหรอกเืนักสู้โทษทีพอดีลูกพระเ้าตาก!!!
นั่นมาแล้ว ! ฉันหันสายตาไปมองยังต้นที่กำลังเดินเข้ามาในลานจอดจักรยาน
เขาเดินเมินฉันและตรงไปที่จักรยานของตัวเอง เ็ากับฉันสุดๆ!!!
“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ฉันเอ่ยพูดในระยะห่าง10เมตรตอนแรกก็คิดว่าต้องโดนเมินอีกแน่ๆแต่ไม่เลย ดันให้ความสนใจสะงั้น!?
“มีอะไรครับ” เสียงแหบพร่าของเขาทำให้สมองฉันโล่งขาวไปหมดเลย
ฉันเดินเข้าไปหาเขาที่จับจักรยานเตรียมพร้อมจะออก เดินเข้าไปใกล้จนตอนนี้หน้าของเราทั้งสองแทบจะแนบชิดติดกันแล้ว แต่เขากลับไม่ผลักฉันออกหรือมีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆสายตาที่แหลมคมของเขาจับจ้องมายังใบหน้าอันครวญโฉมของฉัน
“แปลกจัง นายมันพิลึกคน” ฉันจ้องมองดวงตาอันแหลมคมคู่นี้ที่ไร้ความรู้สึกไม่แม้แต่จะแวววาวสบอารมณ์เลยซักนิด
“ตลก 'ฉันพิลึก'ที่ไม่ได้ชอบเธอหรอ”
เขาหันหน้าหนีและขึ้นขี่จักรยานก่อนจะปั่นมันออกไป