" เปรี้ยง " สายอัสนีสีแดงทะลวงฟ้า ทะลุสวรรค์แผดเผาห้วงมิติจนสิ้นสูญ สายอัสนีร้อนแรงพุ่งตรงเข้าสู่ร่างโปร่ง
" ตายแน่ " นนท์พึมพำ ระเบิดพลังในร่างฟาดฝ่ามือเข้าต้านในทันที
" ตูม " โลกมังกรสั่นไหวคล้ายแตกดับ ร่างสูงปลิวออกไป ร่างทั้งร่างพลันแหลกเหลว นนท์นอนหายใจรวยริน
" หนักหน่วงจริงๆ " นนท์พึมพำ แล้วเร่งกลืนธาราเพลิงสวรรค์ลงไป นนท์หยัดกายนั่งแล้วเร่งชักนำสายอัสนีสีแดงเข้าขัดเกลาร่างของตน
นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น จ้องมองยังวายุอัสนีคลั่ง " จบรึยัง "
" ครืน " ท้องนภาพลันมืดมิด วายุอัสนีพลันแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นสีดำ นนท์ลอบกลืนน้ำลาย
" ครานี้สงสัยตายจริง นนท์จับจ้องยังวายุคลั่งสีทำทะมึน นนท์หายใจหนัก
" เปรี้ยง " เสียงกู่ก้องกัมปนาทลั่นทั่วห้วงจักรวาล โลกมังกรทั้งใบพลันปริแตก ท้องนภาฉีกขาดเป็นริ้วน้อยใหญ่
" ครืน " สายอัสนีสีดำเคลื่อไหวเชื่องช้าโถมพลังเข้าสะกดเพิ่มทีละนิด นนท์ระเบิดพลังในร่างวาดมือสร้างอักขระเต๋าก่อกำแพงใหญ่ยักษ์
" ครึก " เสียงกำแพงยักษ์ปริแตก
" วิ้ง " ความลึกล้ำแห่งจักรวาลเปลี่ยนแปรเป็นเส้นสาย หล่อหลอมกลับกลายเป็นวายุอัสนีคลั่งสีดำทะมึน
" เปรี้ยง " สายอัสนีสีดำฟาดผ่าเข้าใส่ร่างของนนท์โดยที่มิได้ป้องกัน
" ตูม " แผลฉกรรจ์ปรากฎขึ้นทั่วร่าง เลือดสีแดงหลั่งรินอาบทั่วธาราจนแดงฉาน ร่างสูงนอนแน่นิ่งหายใจรวยริน ตั้งสติเรียกธาราเพลิงสวรรค์แล้วเร่งหยัดกายลุกนั่ง ร่างสูงชักนำสายอัสนีสีดำขัดเกลาร่างของตน ยาวนานผ่านไปถึงห้าชั่วยาม
นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น " แขนขาดทั้งสองข้าง ขาขาดอีกข้าง " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" ครืน " วายุอัสนีกลับกลายเป็นสีขาว ทั้งท้องนภายังแปรเปลี่ยนกลับกลาย ประกายสายอัสนีแปลบปลาบทั่ว
" เปรี้ยง " สายอัสนีสีขาวล้านจั้งถั่งโถมลงมาแผดเผาทุกสรรพสิ่งจนมอดไหม้ โลกทั้งใบสั่นไหวอย่างหนักหน่วง
" นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น ใยอัสนีสายที่เก้านี้ทรงพลังยิ่งนัก "
" คลับคล้ายโลกมังกรจะแตกดับ "
นนท์สูดหายใจเข้าลึก ผสานสิบห้าอักขระแล้วเปิดใช้ร่างทอง
" วิ้ง " ร่างทองสองหมื่นจั้งพลันปรากฎ ร่างทองสองหมื่นจั้งระเบิดแก่นต้นกำเนิดเทพแล้วพุ่งเข้าหาสายอัสนีล้านจั้ง
" อ้าก " เปลวเพลิงสีขาวร้อนแรงแผดเผาร่างทองจนมอดไหม้ ร่างเนื้อที่ไหม้เกรียมกลับกลายหลงเหลือเพียงฝุ่นผง ปลิดปลิวล่องลอยไปตามลายลม
" ตูม " แรงระเบิดฉีกห้วงมิติจนดับสูญ โลกทั้งใบสั่นสะท้านราวปริแตก ห้วงจักรวาลยังพลิกพริ้วสั่นไหว
" อา มิเหลือสิ่งใดเลย "
" ลูกเขยข้า "
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ "
ผู้คนมากมายที่รายล้อมอยู่รอบทุ่งทัณฑ์สวรรค์ต่างพากันเศร้าสลดในทันใด หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตา บ้างทิ้งกายคุกเข่าทั้งสองข้างลงที่พื้น
บ้างทอดสายตาเหม่อมองยังละอองฝุ่นสีทองที่ล่องลอยอยู่ทั่วทุ่งทัณฑ์สวรรค์ หลายคนยื่นมือรับเอาฝุ่นสีทองที่ล่องลอยเข้ามาเก็บไว้
บรรยากาศสลดลงในทันใด ความโศกเศร้าเสียใจปะทุขึ้นในใจผู้คน เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างสูดหายใจลึก
ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของเหล่าผู้คนมากมาย
" ครืน " ขุนเขาโบราณใหญ่ยักษ์ล้านล้านลี้ปรากฎขึ้น รัศมีเรืองรองสีทองแผ่กำจายออกทั่ว ทั้งเสียงสวดมรรคาเต๋าบรรพกาลอื้ออึงและอบอวล แหละเมฆหมอกสีทองรายล้อมอยู่ร่ำไร
บรรพตเทพบรรพกาลถือประจักษ์ล่องอยู่กลางท้องนภาบดบังแสงตะวันจนมืดดับ เหล่าผู้คนที่พบเห็นต่างตื่นตะลึงและแข็งค้างตามกัน
" นั่นคือสิ่งใด "
" นี่คือภาพมายาอันใด ตั้งแต่ข้าเกิดมาหลายแสนปี ยังมิเคยพบพาน "
" ช่างน่าครั่นคร้ามยิ่งนัก "
ผู้คนมากมายต่างพากันวิพากษ์มิหยุด
" วิ้ง " บ่อน้ำสวรรค์เก้าสีพลันบังเกิดขึ้น ฝุ่นทองที่ล่องลอยพลันถูกแรงดึงดูดเข้าไปยังบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี
" ตูม " แรงระเบิดสว่างจ้าทำเอาผู้คนมากมายพลันหลับตา
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่กลับมาแล้ว ทั้งมาครบทั้งสามสิบสอง "
ผู้คนต่างไชโยโห่ร้อง น้ำหูน้ำตาหลั่งรินเป็นสาย
ร่างทองของนนท์นั่งขัดสมาธิกลางบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี
" วิ้ง " ตราอินท์ล่องลอยอยู่เหนือหัว แต่เป็นที่น่าแปลกใจ ก่อนนี้ตราอินท์นั้นมีทั้งสองด้าน แต่บัดนี้ตราอินท์นั้นกลับมีเพียงด้านเดียวและอีกด้านนั้นเป็นตราจักรพรรดิ์
ผู้คนมากมายต่างตื่นตากับสิ่งที่เห็น ต่างพากันคาดเดามิหยุดว่าสิ่งที่อยู่เหนือหัวของนนท์นั้นคือสิ่งใด
แสงสวรรค์เก้าสีสาดส่องทั่วโลกมังกร ผู้คนมากมายเร่งดูดซับแสงสวรรค์เก้าสี
" โฮก " สุรเสียงกู่ก้องร้อวคำรามทั่ว ร่างเงามังกรทองใหญ่ยักษ์ถือประจักษ์ ทอดร่างยาวไกลสองพันลี้ บดบังแสงตะวันจนมืดดับ
" ครืน " เกล็ดมังกรพลันร่วงหล่นเต็มท้องทุ่ง ร่างเงามังกรทองยืดยาวราวสามพันลี้ ฉวัดเฉวียนเวียนวนอยู่กลางท้องนภาสีทอง
" วิ้ง " คนเล็กร่างทองล่องลอยกลางนภา ปรับเปลี่ยนกายากลับกลายเป็นเก้าสี ร่างทองเก้าสีกวาดตามองทั่วแล้วทะยานร่างไปนั่งยังหัวมังกรทองที่ขดตัวรับแสงสวรรค์
เนิ่นนานราวสามเดือนที่นนท์ทำการดูดซับพลังจากบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี
" อืม " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น
" สามเดือนเลยรึ " นนท์พึมพำ
" ราชันย์จักรพรรดิ์สูงสุดขั้นที่หนึ่ง " นนท์กำหมัดทั้งสองข้างเพื่อวัดพลัง
" พลังกายประมือกับสี่อักขระได้ หากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังประมือกับห้าอักขระได้ หากใช้อาวุธประมือกับหกอักขระได้ " นนท์พยักหน้าช้าๆ
" ทัณฑ์สวรรค์ครานี้ช่างหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งนัก น่าจะเป็นที่เรามิได้ชำระล้างนานมากแล้ว คราสุดท้ายที่ผ่านทัณฑ์สวรรค์คือขั้นใด " นนท์ครุ่นคิด
เมื่อพลังสวรรค์เก้าสีในบ่อน้ำสวรรค์เก้าสีหมดลง นนท์ทะยานร่างขึ้นจากบ่อน้ำสวรรค์เก้าสี กวาดตามองทั่วทุ่งทัณฑ์สวรรค์
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกเขยข้า จับงานฉลองให้กับลูกเขยข้าดี๋ยวนี้ " นนท์ยกยิ้ม งานฉลองยาวนานถึงหนึ่งเดือน
เมื่อทุกอย่างเข้าที่นนท์เริ่มทำการหลอมอาวุธเสื้อเกราะจากเกล็ดมังกรทอง โอสถต่างๆ ทั้งยังชี้แนะให้กับเหล่ารุ่นเยาว์และศิษย์ดีเด่นของสำนัก และฝึกฝน
" เดือนหน้าเราจะเดินทางไปยังวิหารสีขาว " นนท์เอ่ยขึ้นในที่ประชุมของสภามังกร
" ลูกเขยข้า ข้าอยากไปดูแดนเทพว่าเป็นเช่นไร เจ้าจะพาข้าไปได้รึไม่ " นนท์มองยังเพ่อตาราชา
" ท่านพ่อตา ข้าพาท่านไปได้ แต่ท่านต่องอยู่ฝึกที่นั่นถึงพันปีจึงจะออกจากแดนเทพได้ " นนท์ยกยิ้ม
" พันปีเชียวรึ " นนท์พยักหน้า
" หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงมิไป " นนท์ยกยิ้ม
" ท่านพ่อตา แดนเทพกับโลกมังกรเวลานี้ ห่างกันเพียงสามขั้น อีกมินานโลกมังกรก็จะเป็นแดนเทพที่ทุกคนใฝ่ฝัน และเมื่อถึงเวลานั้น พวกเราก็มิต้องส่งศิษย์ไปฝึกยังแดนเทพ " เหล่าผู้เฒ่าสภาต่างพยักหน้า
" นี่คือเสื้อเกราะระดับมหาศาสตราวุธมหาเทพสูงสุด และอาวุธ " นนท์แจกจ่ายให้กับผู้เฒ่าสภา
" อาจารย์โจว ระดับของเสื้อเกราะและอาวุธระดับสูงกว่านี้คือระดับใด " นนท์พยักหน้า
" ศาสตราวุธสวรรค์ มหาศาสตราวุธสวรรค์ มหาศาสตราวุธสวรรค์สูงสุด ศาสตราเทพสวรรค์ มหาศาสตราเทพสวรรค์ ศาสตรายอดเทพสวรรค์ มหาศาสตรายอดเทพสวรรค์ นี่คือขั้นสูงสุดที่มนุษย์ทำการหลอมได้ " เหล่าผู้เฒ่าพยักหน้า
" แล้วที่เกิดขึ้นเองสมัยสร้างจักรวาล " นนท์พยักหน้า
" ศาสตรวุธจักรวาล มหาศาสตราวุธจักรวาล มหาศาสตราวุธจักรวาลสูงสุด แต่อาวุธที่เกิดขึ้นตอนสร้างจักรวาลนั้นยังแบ่งออกเป็นหลายอย่าง ทั้งปฐพี นภา สวรรค์ โกลาหล แม้นจะมีหลายชื่อแต่ก็อยู่ระดับเดียวกัน " เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้า
" ระหว่างอาวุธที่มนุษย์หลอมได้ กับที่เกิดขึ้นยามสร้างจักรวาลสิ่งใดเหนือกว่ากัน " นนท์พยักหน้า
" แน่นอนย่อมสิ่งที่เกิดขึ้นเองในตอนสร้างจักรวาลย่อมเหนือกว่า " นนท์เอ่ยตอบ
นนท์และเหล่าสภาต่างพูดคุยกันอยู่นานราวสี่ชั่วยามจึงแยกย้ายกลับ
" ออกเดินทาง " นนท์เร่งเรือเหาะไปยังแดนจักรพรรดิ์เพื่อรับศิษย์แล้วเร่งไปยังแดนโกลาหลเมฆา
" อาจารย์โจว เชิญขอรับ " นนท์โยนผลึกปรานโกลาหลให้ทหารยามคนละสิบก้อน แล้วเร่งไปยังวิหารสีขาว
" ครืน " ประตูวิหารใหญ่พลันเปิดออก นนท์ก้าวเท้าเดินเข้าไปภายใน
" ผู้อาวุโสทุกท่าน ตรวจสอบเหล่าศิษย์ด้วย " ผู้อาวุโสต่างเร่งตรวจสอบเหล่าศิษย์
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ อยู่ครบขอรับ " นนท์พยักหน้า
" พระผู้สร้าง ข้าขอไปยังแดนเทพได้รึไม่ " นนท์ส่งเสียงทางจิตถาม
" พ่อหนุ่ม เจ้าพาพ่อหนุ่มคนนั้นไปยังสุสานทวยเทพ เมื่อเสร็จแล้วให้เจ้ารีบกลับ " นนท์พยักหน้าช้าๆ
" พี่ปิง ไปที่เรือเหาะลำนั้น " นนท์ทะยานร่างไปยังเรือเหาะ
" วิ้ง " ร่างของทุกคนปรากฎขึ้นที่แท่นค่ายกลเคลื่อนย้าย นนท์เร่งพาเหล่าศิษย์ไปยังสำนักอักกะ สาขาแดนเทพทันที
" ไอ้หนู เจ้ามาแล้ว " นนท์ยกยิ้มให้หมาป่า ภรรยาและเหล่าสหาย และแล้วงานเลี้ยงต้อนรับจึงเริ่มขึ้น
" ท่านพี่ " เหล่าภรรยารุมปลุกปล้ำสามีหื่นกามจนสิ้นเรี่ยวแรง แล้วผล็อยหลับไป
" หมาป่านี่เป็นแก่นต้นกำเนิดปรานมรกต " นนท์ยื่นแหวนมิติให้หมาป่า
" ไอ้หนู พลังชีวิตมากมายนัก ทั้งพลังสวรรค์ขั้นสูงอีก เจ้าช่างสรรหาของดีมาให้ข้าเรื่อย " นนท์ยกยิ้ม
" พวกเจ้าหยั่งรู้อักขระได้แปดตัวแล้วรึ " นนท์มองยังเหล่าสหายและภรรยา
" พี่เขยศิลานทีเทพนั้นช่วยข้าได้มากยิ่ง " นนท์พยักหน้า
" พวกเจ้าเอาแหวนห้วงมิติออกมา " นนท์วาดมืองวางศิลานทีเทพสิบหกอักขระไว้แทนของเดิม
" ไอ้หนู เจ้าหยั่งรู้ได้สิบหกอักขระแล้วรึ " หมาป่าพลันแตกตื่น
" ข้ามีสิ่งที่พิเศษ " นนท์เรียกผลึกปรานอักขระออกมา
" พี่นนท์ มันคือผลึกใดรึ " เหลียงหย่งจินเอ่ยถาม
" นี่คือผลึกปรานอักขระ " นนท์อธิบายเกี่ยวกับผลึกปรานอักขระนี้
" มีผู้ใดอยากจะลองบ้าง " เหล่าสหายต่างส่ายหน้า
" ไอ้หนู หากเจ้ามิได้ลอง ก็อย่าได้นำมาให้พวกข้า " หมาป่าแสยะเขี้ยวใส่
" ครานี้ข้าจะพาพี่ปิงไปยังสุสานทวยเทพ " นนท์เอ่ยกับเหล่าภรรยาและสหาย
" พี่ปิงไปกันเถอะ ข้าจะพาท่านไปยังที่ที่พิเศษที่สุด " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า นนท์ทยานร่างไปในโพรงใต้ดิน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
" พี่ปิง เดินลงไปข้างล่างกับข้า " นนท์เดินนำทางฟั่นตี้ปิงลัดเลาะลงเขาราวห้าวัน จึงมาถึงยังชายหาด
" พี่ปิง ท่านพร้อมรึไม่ " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" ไปกัน " นนท์ก้าวเท้าเดินผ่านม่านพลัง
" พี่นนท์คลื่นยักษ์ " นนท์พยักหน้า
" มิต้องฝืน " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้าปล่อยตัวไปกับคลื่นยักษ์
นนท์มองดูร่างของฟั่นตี้ปิงที่ลอยไปยังวิหารกลางมหาสมุทรปรานเทพ
" นั่นอะไร " นนท์พึมพำ ตาคมจับจ้องยังห้วงมิติที่เลื่อนลาง นนท์ยกยิ้มแล้วกระโจนลงมหาสมุทรปรานเทพ เพื่อค้นหาโครงกระดูกเทพ
" มิพบเจอสิ่งใด นอกจากบ่อน้ำปรานเทพ " นนท์พึมพำอยู่ใต้มหาสมุทรปรานเทพ
" เก็บของดีกว่า " นนท์วาดมือเก็บบ่อน้ำปรานเทพมากมาย ทั้งน้ำปรานเทพอีกจนมิอาจนับจำนวนได้
" พี่นนท์ " ฟั่นตี้ปิงร้องตะโกน นนท์เร่งทะยานร่างขึ้นสู่ผิวน้ำในทันที
" พี่ปิงกลับกัน " นนท์เร่งทะยานร่างพาฟั่นตี้ปิงกลับไปยังสำนักอักกะ
" คารวะผู้เฒ่าเซี้ยะ " นนท์ประสานสองมือ
" ข้าได้ยินว่า เจ้ามายังแดนเทพ จึงได้มาเยี่ยม " นนท์พยักหน้า
" ผู้เฒ่าเชิญ " นนท์ผายมือยังเก้าอี้
" ผู้เฒ่า ท่านกลับมาจากโลกจินซานแล้วเรื่องราวเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยถาม
" ตระกูลและสำนักที่มิได้ร่วมสู้ ต่างถูกจิตทัศนะลงทัณฑ์อย่างหนัก ตัดทรัพยากรฝึกฝนพันปี และส่งเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ไปทำเหมืองพันปีเช่นกัน " นนท์พยักหน้า
" ดี " นนท์ยกยิ้ม
" ท่านได้รางวัลใดจากจิตทัศนะ " นนท์เอ่ยถาม
" สำนักของข้าและอีกหลายตระกูลที่เข้าร่วมนั้น ได้รับผลึกปรานสรรพสิ่งหมื่นล้านก้อน และยังได้สิทธิ์แช่ร่างในบ่อน้ำปรานเทพหนึ่งวัน
" บ่อน้ำปรานเทพ " นนท์แสร้งตื่นเต้น และแสร้งสอบถามเรื่องบ่อน้ำปรานเทพ
" ผู้เฒ่าเซี้ยะช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " นนท์ยกยิ้มออกมา นนท์และผู้เฒ่าเซี้ยะ พูดคุยกันนานราวสองชั่วยาม โดยมีเอี้ยชิงและเหล่าผู้อาวุโสของสำนักร่วมสนทนาด้วย
" น้องเขยข้า เจ้าคิดว่าเช่นไร " เอี้ยชิงเอ่ยถาม
" พี่ชิง คงกันไว้เป็นระดับพันธมิตรก่อน อย่าเพิ่งให้ล่วงรู้ความลับของพวกเราเป็การดีที่สุด " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า