จูบ
หลังจากที่ไป๋เฉินหยุดมือลงจากการบรรเลงเปียโน
ภายในร้านขายเปียโนโฉ่วโม่ก็เต็มไปด้วยความเงียบ ไม่มีเสียงใดๆ ดังขึ้นมาแม้แต่น้อย มันเป็นความเงียบที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะเป็นใครใน้ร้านขายเปียโนนี้นอกจากไป๋เฉิน ต่างมีใบหน้าที่แสดงความตกตะลึงออกมาให้พบเห็น
หลี่หลินดวงตาคู่กลมโตน่ารักเบิกกว้าง ปากก็อ้าค้างอยู่เป็นเวลานาน
ส่วนชายชราโฉ่วโม่มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งคู่ เขาหลับตาลง ใบหน้าแสดงออกถึงความเศร้าอย่างชัดเจน
พนักงานภายในร้านสามถึงสี่คน ไม่อาจที่จะสงบใจลงได้ พวกเขาต่างอ้าปากตาค้างไปกันหมด
ไป๋เฉินค่อยๆ ลุกออกจากเก้าอี้เปียโน เขาหยิบถุงกระดาษเสื้อผ้าของหลี่หลินมาถือตามเดิม
เขาไม่รู้ว่าคนในร้านมีปฏิกิริยาอะไรกัน เขาเพียงหันไปมองหลี่หลิน
แต่ในทันทีที่เห็นเธอ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างขบขัน เขาพบว่าใบหน้าน่ารักของเธอในตอนนี้ มันค่อนข้างที่จะตลกอยู่บ้าง
เขาพลันเดินเข้าไปหาเธอ ไปหยุดยืนลงตรงหน้าของเธอ ขณะเดียวกัน เขาก็ยกมือขึ้นมา ส่ายไปมาตรงหน้าของเธอ “นี่ สาวน้อย เธอเป็นอะไรไป?”
“นะ...นาย!”
หลี่หลินพลันรู้สึกตัว ใบหน้าของเธอแดงขึ้นเล็กน้อย เธอรู้สึกอายมาก เธอคิดว่าไป๋เฉินคงจะลอบหัวเราะเยาะเธอในใจแน่นอน กับการที่เธอแสดงใบหน้าที่ตลกๆ ออกมา
“อะไร? เธอคงไม่ได้ลืมการพนันของเราใช่ไหม?” ไป๋เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
เขาเลียริมฝีปากเล็กน้อย หัวใจที่อยู่ภายในร่างของเขาก็เต้นแรง เมื่อคิดได้ว่าจะได้จูบกับหลี่หลินผู้น่ารักคนนี้
ร่างกายของหลี่หลินพลันสั่นสะท้าน ใบหน้าของเธอพลันมีการแสดงออกมาอย่างแข็งทื่อ ราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้าของเธอเริ่มร้อนขึ้น สองแก้มแดงระเรื่อขึ้นจนเห็นได้ชัด
เธอไม่รู้จักพูดอะไรออกมาดี เพราะดูเหมือนว่าการพนันครั้งนี้เธอจะเป็นฝ่ายแพ้ และเมื่อแพ้แล้วเธอก็ต้องให้ไป๋เฉินจูบตามที่พนันกันไว้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก
เนื่องจากเธอคิดว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายชนะ ไม่ใช่ฝ่ายแพ้แบบนี้!
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้เตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้เลยแม้แต่น้อย!
“เธอชื่อไป๋เฉินใช่ไหม เมื่อครู่นี้เธอเล่นได้ดีมาก”
ในตอนนี้เอง ชายชราโฉ่วโม่ได้เดินเข้ามาหาไป๋เฉิน เขาเช็ดน้ำตาที่ใบหน้าของตัวเองออกไปแล้ว
สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นเป็นความจริงทุกประการ ไป๋เฉินเล่นเปียโนได้ดีจริงๆ และกระทั่งมีฝีมือการเล่นเหนือกว่าเขาที่เคยเป็นนักเปียโนมืออาชีพมา
ถ้าหากว่าไป๋เฉินไปโลดแล่นในวงการของมืออาชีพละก็เขาต้องมีชื่อเสียงก้องโลกอย่างแน่นอน
ไป๋เฉินหันกลับไปมองชายชราโฉ่วโม่ ด้วยความที่ไม่ได้สนใจมอง เขาจึงไม่รู้ว่าชายชราโฉ่วโม่ถึงกับหลั่งน้ำตาเพราะเพลงที่เขาบรรเลงผ่านเปียโน
“ขอบคุณที่ชมครับ” ไป๋เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จะไม่ให้เขาพูดด้วยรอยยิ้มได้ยังไง
ชายชราโฉ่วโม่ยิ้มออกมา
“เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์จริงๆ บทเพลงที่เธอเล่นเมื่อครู่นี้มีชื่อว่า ‘ความเศร้าในเดือนแปด’ การที่เธอสามารถบรรเลงมันออกมาให้เข้าถึงจิตวิญญาณของผู้ฟังได้นั้น เพียงพอที่จะเป็นมืออาชีพระดับแถวหน้าของวงการเปียโนระดับโลกได้เลย”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เธอสนใจที่จะเป็นนักเปียโนมืออาชีพไหม? ฉันสามารถแนะนำเธอเข้าสู่วงการได้”
“ขอบคุณปู่โม่ที่ชมนะครับ ส่วนเรื่องที่จะเป็นนักเปียโนมืออาชีพนั้นผมไม่สนใจหรอกครับ”
ไป๋เฉินส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่มีความคิดที่จะเป็นนักเปียโนมืออาชีพเลยแม้แต่น้อย
“แบบนั้นคงน่าเสียดายแย่”
ชายชราโฉ่วโม่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง แต่เขาไม่ได้พูดโน้มน้าวเพื่อให้ไป๋เฉินคิดดู เพราะเขารู้ดีว่าแต่ละคนย่อมมีความฝันที่แตกต่างกันออกไป
ไป๋เฉินทำเพียงยิ้มเป็นการขอโทษต่อความหวังดีของชายชราโฉ่วโม่ จากนั้นเขาก็หันหน้ากลับไปมองหลี่หลิน
ทว่าเขากลับไม่เห็นเธอแล้ว เธอไม่ได้ยืนอยู่ยังที่เธอเคยอยู่อีกต่อไป
‘หนี? เธอเลือกที่จะหนีเหรอ?’ ไป๋เฉินแทบจะเข้าใจในทันทีที่ไม่เห็นเธอยืนอยู่ที่เดิม สงสัยว่าเธอคงหนีไปแล้วอย่างแน่นอน เขาอดส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มไม่ได้
“ปู่โม่ ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาหันไปบอกลาชายชราโฉ่วโม่ ก่อนจะเดินไปถามพนักงานชาย
เมื่อได้รับคำตอบว่าหลี่หลินวิ่งออกไปจากร้านแล้ว เขาก็ออกจากร้านไปในทันที
“น่าเสียดายจริงๆ” ชายชราโฉ่วโม่เดินออกมาถึงหน้าร้าน เขามองไป๋เฉินจนเขาเดินหายไปจากสายตา เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในร้านด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้า
ความจริงบทเพลง ‘ความเศร้าในเดือนแปด’ เป็นบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นเพื่อรำลึกถึงภรรยาของเขาที่จากไปในเดือนแปด
......................
ไป๋เฉินรีบลงมาจากชั้นสี่ เขาลงบันไดเลื่อนมาถึงชั้นสาม แต่เขาไม่ได้หยุดยังชั้นนี้เลย เขาลงไปที่ชั้นสองต่อ สุดท้ายก็ไปถึงยังชั้นหนึ่ง จากนั้นเขาก็เดินออกมานอกห้างสรรพสินค้าซิงหยวน
เขามองซ้ายมองขวาเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็พบเห็นหลี่หลิน เธอกำลังมีสีหน้าระมัดระวัง มองซ้ายมองขวาอยู่ที่ข้างตู้ขายน้ำอัตโนมัติ
เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ ขณะเดียวกัน เขาก็เดินเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว
“นาย!” เมื่อหลี่หลินพบเห็นว่าไป๋เฉินกำลังเดินเข้ามาหาตัวเอง หัวใจของเธอก็เต้นแรง เธอคิดว่าหนีเขาพ้นแล้วเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะถูกเจอตัวแบบนี้
“เธอแพ้พนันนะ เธอไม่คิดที่จะทำตามที่ตกลงกันไว้ใช่ไหม?”
ไป๋เฉินเดินมาหยุดลงที่ตรงหน้าของเธอ เขายิ้มให้เธอจนเผยให้เห็นฟันขาว
“บ้า!” หลี่หลินพูดด้วยใบหน้าที่แดงกร่ำ เธอเหมือนกับแมวที่ถูกเหยียบหาง “ใครว่าฉันจะไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ จูบก็จูบสิ! เอ้า! มัวทำอะไรอยู่จูบสิ!”
เธอเริ่มหลับตาลง พลางยื่นริมฝีปากเล็กๆ ออกมา สองแก้มของเธอนั้นแดงระเรื่อ จนไม่รู้จะแดงยังไงได้อีกแล้ว เห็นได้ชัดว่าเธอนั้นอายมาก
ไป๋เฉินมองซ้ายขาวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนี้ เขาวางมือทั้งสองข้างที่ไหล่เล็กๆ ที่สั่นเทาของเธอ ก่อนจะก้มหน้าลง...ประทับจูบที่ริมฝีปากของหลี่หลินในทันที
สัมผัสที่นุ่มละมุนและกลิ่นหอมหวานสามารถรู้สึกได้จากริมฝีปากของเขาในตอนนี้
หัวใจของไป๋เฉินเริ่มเต้นแรงขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต เขาพบว่าสัมผัสของการจูบนี้มันช่างรู้สึกดีจริงๆ
จบบทที่ 28