..ณ สถานีตำรวจประจำอำเภอ..
“นี่คือสัญญาเงินกู้ยืมที่ทางคุณณัฐภูมิเซ็นสัญญาเอาไว้กับทางเราครับ.. เงินต้น 200,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 กระทั่งทบมาถึงตอนนี้เป็จำนวนเงินทั้งสิ้น 248,459.38 บาทครับ”
หลังจากที่รถเก๋งคันงามของเฟยได้แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าโรงพัก เฟยพร้อมกับครอบครัวก็เข้าไปพูดคุยกับทางเ้าหนี้ที่มารออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาทางทนายของอีกฝ่ายก็กล่าวจำนวนเงินที่พ่อของเขาเป็หนี้มาจนถึงปัจจุบันนี้ และมันก็เป็เงินกว่า 250,000 บาทเลยทีเดียว
ซึ่งเฟยก็ไม่พูดอะไรให้มากความ เขายื่นเงินจำนวนดังกล่าวไปให้อีกฝ่ายในทันที แน่นอนว่าทนายของอีกฝ่ายรวมถึงตำรวจที่เป็พยานอยู่ก็ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย พวกเขานับเงิน และมันก็ครบตามจำนวนที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ และสัญญาเงินกู้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการของมัน..
“เื่อาการาเ็ของคุณณัฐภูมิก่อนหน้านี้ ทางเรารู้สึกเสียใจเป็อย่างยิ่ง ทางคุณสามารถที่จะแจ้งความเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้ตามกฎหมาย แน่นอนว่าทางเรายินดีที่จะชดใช้ และช่วยเหลือทุกวิถีทางที่จะกระทำได้ครับ..” ทนายของอีกฝ่ายกล่าว และเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับต้องขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใช้ไม้นี้
“หมายความว่าทางคุณจะปัดความรับผิดชอบนี้ให้กับผู้ก่อเหตุเพียงฝ่ายเดียวอย่างนั้นใช่หรือไม่..” เฟยกล่าวถาม ทนายที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้าให้กับเขา
“เดิมทีแล้วผู้ให้กู้ ซึ่งเป็เ้านายของผมนั้นเปิดให้กู้ยืมเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบางครั้งอาจจะมีเื่ผิดพลาดเกิดขึ้นมาบ้าง กระผมขอยืนยันในฐานะที่เป็ตัวแทนของผู้ให้กู้ว่าทางเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องสำหรับการตัดสินใจกระทำของพนักงานทวงหนี้ครับ แต่ถึงอย่างนั้นโดยส่วนหนึ่งแล้วก็ยังถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้กู้อยู่ดี ทางผู้ให้กู้อยากจะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็จำนวนเงิน 20,000 บาทครับ” ทนายกล่าวอธิบาย พร้อมกับยี่นข้อเสนอให้ชดเชยกับเหตุการณ์นี้
“20,000 บาท? เราจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปเป็แสน แต่กลับได้มาแค่ 20,000 บาท มันไม่น้อยเกินไปหน่อยหรือ” เฟยกล่าวถามกับทนาย
“ต้องขอโทษ ผมเกรงว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะครับ.. เงินจำนวนนี้เป็เงินค่าสินไหมที่ทางผู้ให้กู้ชดเชยให้กับเื่ราวแย่ๆที่เกิดขึ้นมา ส่วนค่ารักษาพยาบาลนั้นทางคุณสามารถแจ้งความเอาผิด และดำเนินคดีทางแพ่งเรียกร้องเอาเงินแก่ผู้กระทำผิดได้โดยตรงครับ” ทนายกล่าว
“ก็คือสรุปว่าให้ไปเรียกร้องเอาเงินจากผู้กระทำเอง โดยที่ผู้ว่าจ้างของมันไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ หากเรายินยอมที่จะรับเงิน 2 หมื่นบาทนี้ ผมเข้าใจถูกต้องตามนี้ใช่ไหม” เฟยหรี่ตากล่าวถาม
“คุณเข้าใจได้ถูกต้องแล้วครับ..” ทนายกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นเราก็พูดคุยกันจบแล้ว เื่หนี้สินทางเราได้เคลียร์หมดแล้ว ต่อไปก็เป็เื่การฟ้องเรียกค่าสินไหม และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเอง.. ผมจะส่งทนายเข้ามาติดต่อกับคุณในภายหลัง สำหรับวันนี้คงจะพอแค่นี้ก่อน” เฟยกล่าวพร้อมกับสะกิดให้ครอบครัวของตัวเองลุกออกจากที่นั่ง เพราะว่าพวกเขาไม่จำเป็ต้องตกลงให้ไปให้มากกว่านี้อีกแล้ว
“เดี๋ยวก่อนสิครับ.. เงินของคุณ โปรดรับกลับไปด้วย นี่คือการเตือนด้วยความหวังดี เพราะไม่ว่าทางคุณจะดำเนินคดีกับทางผู้ให้กู้อย่างไร ผมก็คิดว่าคุณก็คงจะได้เท่านี้ กรุณาอย่าได้คิดที่จะเสียเวลาให้เปล่าประโยชน์เลย หรือไม่บางทีคดีความนี้อาจจะไม่มีความคืบหน้าเลยก็เป็ไปได้นะครับ”
ทนายความคนเดิมกล่าว ซึ่งไม่ว่าจะฟังอย่างไรมันก็เหมือนเป็การข่มขู่ทางอ้อม ซึ่งเฟยก็ได้แต่หรี่ตามองเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าเดินจากไปอย่างไม่แยแสใดๆ..
“เฮ้ย ไอ้หนู! มันจะมากไปแล้วนะเว้ย กลับมารับเงินของแกแล้วก็จากไปดีๆดีกว่าน่า” ร้อยเวรที่เป็พยานรู้เห็นการคืนหนี้สินในครั้งนี้จู่ๆก็กล่าว และลุกขึ้นจากเก้าอี้แบบพรวดพราด แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินตรงไปจับไหล่ของเ้าหนุ่มตรงหน้า เขากลับสะดุดอะไรบางอย่าง..
อ๊ะ!.. ตื้ง! ตั่ง!.. โอ๊ย! เสียงของร้อยเวรคนดังกล่าวดังขึ้นมา เขาสะดุดอากาศราวกับมีอะไรมาขัดขาของเขาเอาไว้ จากนั้นผลกระทบที่ไม่คาดคิดก็ตามมา ด้วยความที่ไม่ได้ระวังตัวศีรษะของเขาเข้ากระแทกกับตู้เหล็ก ก่อนจะกระเด้งมาอีกฝั่งส่งผลให้สุดท้ายหัวของร้อยเวรกระแทกเข้ากับปลายขอบโต๊ะ เืสีแดงๆไหลรินอาบใบหน้าของเขาไปหมด..
“โอ้! เดินระวังๆหน่อยสิครับ.. แต่ว่าไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ครับท่านผู้กอง ไม่จำเป็ที่ท่านจะต้องรีบมาหาผม เพราะว่าผมจะไปหาท่าน และครอบครัวของท่านด้วยตัวเอง หึหึ!..”
เฟยกล่าวออกมาเสียงดัง ก่อนที่ประโยคสุดท้ายเฟยจะเข้าไปกระซิบข้างๆหูของผู้กองพร้อมกับบรรยากาศที่เยือกเย็นลึกลงไปถึงกระดูกเลยทีเดียว
ทางด้านทนายที่เห็นอย่างนั้นเขาก็อ้าปากค้าง เขาไม่เข้าใจว่าชายคนนี้เล่นลูกเล่นอะไรหรือเปล่า เห็นกันชัดๆไม่ว่ายังไงก็เป็แผนการที่เขาเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
เฟยที่เห็นอาการของคุณทนายความปากเก่งเมื่อครู่อ้าปากค้างอย่างนั้นเขาก็แอบสะใจไม่น้อย และมันจะได้อ้าปากค้างอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อมันตื่นนอน เพราะเฟยมีแผนที่จะจัดการกับชายคนนี้ด้วยเช่นกัน
“เราไปกันเถอะครับ..” เฟยกล่าว ก่อนจะพาทุกคนขึ้นรถยนต์ของเขา
รถเก๋งคันใหม่ออกจากสถานีตำรวจแห่งนี้ไปในที่สุด ในระหว่างทางทั้งครอบครัวไม่มีใครพูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยังคงคาติดอยู่ในสมองของพวกเขา พ่อกับแม่รู้ดีว่าเหตุการณ์ของผู้กองคนนั้นคงจะเป็ฝีมือของเ้าเฟยลูกชายของพวกเขาแน่ๆ แต่สำหรับฟางแล้วเธอคิดว่ามันคงจะเป็ความบังเอิญ..
แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่ผู้กองคนนั้นสะดุดล้ม เป็ฝีมือของเฟยจริงๆ เขาใช้เพียงแค่พลังเวทย์ธาตุลมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นผลลัพธ์ที่ออกมาให้เห็นนั้น มันช่างทรงประสิทธิภาพจริงๆ เื่จากใช้เวทย์ลมขัดการเดินของผู้กองคนนั้น ก่อนจะใช้ลมพัดร่างของเขาให้เคลื่อนที่ไวกว่าแรงโน้มถ่วงนิดหน่อย พัดทางซ้ายทีขวาทีเท่านี้มันก็ออกเป็อย่างเช่นที่เห็นแล้ว..
“พ่อครับ แม่ครับ.. ผมจำเป็ต้องไปสถานที่หนึ่งก่อน ถ้าไม่จำเป็จริงๆก็อย่าออกจากรถนะครับ ฟางเองก็ด้วย เข้าใจใช่ไหม..” เฟยกล่าวให้ครอบครัวทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าก่อน และสถานที่ที่เขากำลังจะมุ่งไปนั้นก็คือ ‘เดอร์คอยน์’ นั่นเอง..
รถยนต์ของเฟยแล่นเข้ามาจากแถบตรอกทางเข้าลับของเดอร์คอยน์ แน่นอนว่าในเวลาดึกราวๆ 2 ทุ่มเช่นนี้ นักเที่ยวนักดื่มก็เดินกันเต็มบริเวณไปหมด แม้ว่าแสงสีจะตระการตา แต่มันก็แฝงไปด้วยความอันตรายหลากหลายรูปแบบ ถ้าคุณไม่มีเพื่อนที่ไว้ใจได้ไปด้วย บางทีอาจจะตกกลายเป็โสเพณีที่ต่างแดนอย่างไม่รู้ตัว
“ผมเตือนอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่ผม อย่าปลดล็อกประตู.. ผมจะไปเพียงแค่ 10-15 นาทีเท่านั้น พ่อกับแม่ก็นอนหลับพักผ่อนรอก็ได้ ฟางเธอก็เล่นมือถือไป อย่าได้คิดทำอะไรแผลงๆเชียวล่ะ นี่ไม่ใช่เื่เล่นๆ” เฟยกล่าว
“ฉันรู้แล้วน่าพี่.. ไม่ต้องย้ำกันขนาดนั้นก็ได้” ฟางกล่าวพร้อมกับหน้ามุ่ย แค่พูดครั้งเดียวเธอก็เข้าใจแล้ว จะย้ำอะไรนักอะไรหนาก็ไม่รู้ วัยรุ่นเซ็ง ก่อนที่เธอจะหันมาสนใจโทรศัพท์เครื่องใหม่ และท่องโซเชียลในระหว่างที่รอ พ่อแม่ที่ได้ยินคำเตือนของลูกชายพวกเขาก็พยักหน้ารับก่อนจะพิงเบาะนุ่มๆของรถคันใหม่ไป
เฟยเดินไปทางประตูลับที่อยู่ภายในตรอก ก่อนจะเคาะประตู และทำแบบเดิม แต่ทว่ารอบนี้กลับไม่มีใครถามเลยว่าเขามาทำอะไรหรือต้องใช้รหัสลับอื่นๆ แม้ว่าเขาจะสงสัยในทีแรก แต่ก็ต้องเลิกสงสัยหลังจากประตูเปิดออก พิภพได้มายืนรอต้อนรับเขาแล้ว..
“ยินดีต้อนรับท่านปรมจารย์สู่เดอร์คอยน์อีกครั้งขอรับ..เชิญด้านในดีกว่าขอรับ” พิภพกล่าวเรียนเชิญ
“หือออ ทานเม็ดยาที่ให้ไปแล้วอย่างนั้นหรือ..” เฟยกล่าวถามหลังจากที่เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของพิภพ ซึ่งเ้าตัวที่ได้ยินคำถามนั้นก็พลางยิ้มกว้างไม่ยอมหุบ ก่อนที่มันจะก้มหัวลงอีกครั้ง..
“เป็เพราะความกรุณาของท่านปรมจารย์.. กระผมจึงได้เลื่อนเป็ระดับ 4 เมื่อ่เย็นที่ผ่านมาขอรับ” พิภพกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง เฟยที่เห็นอย่างนั้นก็จ้องมองไปที่พลังของพิภพก่อนจะเอ่ยขึ้น..
“พลังของคุณยังไม่เสถียรดีพอ.. คุณฝึกวิชาพลังหยางเยอะจนเกินไปด้วย ทำให้พลังหลินในร่างกายลดน้อยลงตามการฝึก หากเป็เช่นนั้นแล้วร่างกายจะไม่เกิดการสมดุล.. ผมขอแนะนำให้คุณฝึกโคจรสายพลังปราณในยามดึกเช่นนี้ด้วย อย่างน้อยๆก็สัก 2-3 ชั่วโมง แต่จงจำเอาไว้ให้ดี ห้ามมิให้เกินชั่วโมงที่ 4 เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นพลังหยินจะควบคุมร่างกายของคุณแทน..” เฟยกล่าว
“ขอบพระคุณที่ท่านปรมจารย์ช่วยชี้แนะขอรับ...”
พิภพก้มหัวขอบคุณอีกครั้ง เขารู้ตัวเองดีว่าพลังของเขายังไม่เสถียรมากพอ จนคำพูดของท่านปรมจารย์ช่วยชี้แนะ เขาก็ย้อนกลับไปนึกถึงพื้นฐานของพลังปราณว่าแท้จริงแล้ว มันคือความสมดุลของหยิน และหยาง และด้วยคำชี้แนะที่มีค่านี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนให้ท่านปรมจารย์ได้อย่างไรแล้ว พิภพเร่งเชิญเฟยให้มายังห้องรับรองให้เร็วที่สุด เพื่อที่ท่านจะได้พูดคุยธุระที่ท่านเดินทางมาในเวลาเช่นนี้ได้สะดวก..