“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ทราบว่าองค์ชายจะเสด็จมาเยือนจวนลู่ พวกเราจึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับให้ดีกว่านี้”
“ท่านเสนาบดีไม่ต้องเกรงใจ ข้าได้ยินว่าคุณหนูรองไม่สบาย ข้าจึงอยากมาเยี่ยมนางเท่านั้น เวลานี้คุณหนูรองอาการเป็นอย่างไรบ้าง” เซียวเซียนเจี้ยนยิ้มเพียงเล็กน้อย แต่เพราะเขามีใบหน้าที่หล่อเหลายิ่งส่งให้รอยยิ้มนั้นดูจริงใจมากขึ้น
ผ่านมาแล้วหลายวันที่ลู่เยี่ยนฟางนอนพักรักษาตัวอยู่ในเรือน และเสนาบดีลู่ก็ไม่ได้ไปเยี่ยมบุตรสาวเลยสักครั้ง เพราะตั้งแต่วันนั้นคำพูดของบุตรสาวที่ตะโกนด่าทอและแช่งตนเองให้ตายตกนรกนั้นยังคงฝังอยู่ในหัวของเขา ยังดีที่พ่อบ้านมารายงานอาการของนางให้ทราบอยู่ทุกวัน เมื่อองค์ชายรองเอ่ยถาม เขาจึงตอบคำถามของอีกฝ่ายได้อย่างเป็นปกติ
“เวลานี้บุตรสาวของกระหม่อมอาการดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าขอเข้าไปเยี่ยมคุณหนูรองสักหน่อยจะได้หรือไม่” องค์ชายรองเซียวเซียนเจี้ยนบอกความประสงค์อย่างไม่รีบร้อน
“ได้สิขอรับ เดี๋ยวข้าจะพาพี่เขยไปเอง” ลู่เหวินถงพูดขึ้น
“ถงเอ๋อ! เหตุใดเจ้าจึงพูดจาเช่นนี้ องค์ชายรองมีฐานะสูงส่งเพียงใด ใช่คนที่เจ้าจะมาตีเสมอได้หรือ คุกเข่าลงเพื่อขอรับโทษเดี๋ยวนี้” เสนาบดีลู่ตวาดบุตรชาย พร้อมทั้งสังเกตองค์ชายรองไปด้วย
“ท่านเสนาบดีไม่ต้องไปดุน้องชายหรอก ข้ากับเขารู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งยังคุ้นเคยกันมากด้วย และเป็นข้าที่อนุญาตให้เขาเรียกขานข้าเช่นนี้เอง ถึงอย่างไรอนาคตพวกเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว จะมาเสียเวลาพูดจาด้วยถ้อยคำห่างเหินไปไย”
“ขอบพระทัยองค์ชายที่ไม่ถือสาบุตรชายไม่รู้ความของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”
“ไปเถอะ เราอยากไปเยี่ยมน้องฟางเอ๋อสักหน่อย”
เสนาบดีลู่แอบยิ้มด้วยความดีใจ ถึงแม้เวลานี้เขาจะสงสัยในตัวของอนุและบุตรสาว แต่หากพวกนางยังมีประโยชน์ต่อเขาอยู่ เขาก็จะพยายามปล่อยวางเรื่องนี้ไปก่อน หากวันใดที่พวกนางหมดประโยชน์ต่อเขา เมื่อนั้นเขาจะจัดการกับพวกนางอย่างสาสมเอง
“ท่านแม่ให้ข้าแต่งตัวเช่นนี้ทำไมหรือเจ้าคะ ข้ายังรู้สึกว่าข้ายังไม่หายดีจึงยังไม่อยากออกจากห้องไปไหน” ลู่เยี่ยนฟางบอกกับมารดาอย่างอดทน ในชีวิตที่แล้วนางไม่ค่อยชอบพบปะสังสรรค์กับใคร ทำให้นางไม่มีเพื่อนมากนัก ชีวิตส่วนใหญ่จะหมดไปกับการฝึกซ้อมอาวุธและศิลปะการต่อสู้ นางยังรู้สึกอิจฉาพี่สาวด้วยซ้ำที่มีโอกาสได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการปลอมตัวออกไปรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลก็ตาม มันก็ยังดีกว่าที่ต้องใช้ชีวิตอย่างอุดอู้อยู่ในองค์กรไม่ใช่หรือ
ยังดีที่ในองค์กรมาเฟียที่ยิ่งใหญ่แห่งนั้นมีคนสำคัญอยู่คนหนึ่งที่นางพูดคุยด้วยมากที่สุด และเขายังเป็นคนรักที่นางยอมมอบกายถวายชีวิตให้อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ในวาระสุดท้ายของชีวิต เขากลับไม่ได้อยู่เคียงข้างนาง ทั้งๆ ที่สัญญากันไว้แล้วว่าพวกเขาจะจัดการกับลู่เกาและลู่อวิ๋นชย่าด้วยกัน เมื่อองค์กรตกมาเป็นของพวกเขา พวกเขาก็จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ก็ดีแล้วที่เขาไม่มา เพราะหากเขาอยู่กับนางในเวลานั้น เขาก็คงจะจบชีวิตไปพร้อมกับนางแล้ว‘อาเจี้ยน...ต่อไปนี้เราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว ฉันขอให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หากเกิดใหม่ได้อีกครั้งฉันก็จะขอรักคุณคนเดียว และฉันจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เราต้องพรากจากกัน’
คลับชั้นสูงในโลกอนาคต
สาวสวย : พี่อาเจี้ยนทำไมนั่งกอดอกอยู่อย่างนั้นล่ะคะ พี่ไม่สบายหรือ (สาวสวยขยับตัวกระแซะเข้าไปใกล้ชายหนุ่มมากขึ้น)
อาเจี้ยน : อยู่ดีๆ ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาน่ะ
สาวสวย : ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ตายไปแล้ว พวกเราจะกลับมาอยู่ด้วยกันได้หรือยังคะ
อาเจี้ยน : รอให้ฉันได้รับเงินประกันงวดสุดท้ายก่อนก็แล้วกัน จากนั้นพวกเราก็จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
สาวสวย : พี่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับหล่อนเลยจริงๆ หรือคะ
อาเจี้ยน : จะไปรู้สึกอะไรล่ะ แค่หลอกให้มันรักมันหลงเท่านั้นเอง ผู้หญิงโง่คนนั้นทำประกันชีวิตให้ฉันเป็นผู้รับผลประโยชน์ตั้งหลายล้าน แล้วเธอรู้ไหมที่มันโง่เชื่อฉันด้วยนะว่าฉันจะไปจัดการกับคุณลู่เกาและคุณหนูหย่าหยาให้มัน ฉันที่เป็นแค่ลูกน้องปลายแถวขององค์กรจะกล้าไปต่อกรกับเจ้านายและคุณหนูได้ยังไง ดีที่ฉันไหวตัวหนีออกมาได้ทัน ไม่งั้นฉันคงตายไปพร้อมกับหล่อนแล้ว
ลู่เยี่ยนฟางที่ทะลุมิติไปอยู่ในยุคโบราณยังคร่ำครวญถึงคนรักอยู่ทุกคืนวัน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่เธอรักจนสุดหัวใจนั้นกำลังเสพสุขอยู่บนกองเงินกองทองที่เธอเตรียมไว้ให้เขาพร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่เขารักอย่างแท้จริง
“องค์ชายรองเสด็จมาเยี่ยมท่านน่ะพี่รอง”
ลู่เหวินถงเดินเข้าห้องไปหาพี่สาวอย่างถือวิสาสะโดยที่ยังไม่ให้สาวใช้ไปแจ้งนางก่อนด้วยซ้ำ
“ทำไมเจ้าไม่ให้สาวใช้เข้ามาแจ้งข้าก่อน เข้ามาในเรือนของข้าโดยพลการเช่นนี้มันเหมาะสมแล้วหรือ” ลู่เยี่ยนฟางไม่ค่อยพอใจน้องชายคนนี้สักเท่าไหร่ เพราะตอนที่นางเพิ่งฟื้นขึ้นมา เป็นเขาที่เข้ามาผลักจนนางต้องหัวกระแทกไปอีกครั้ง และรอยช้ำจากการบีบที่รอบคอยิ่งทำให้นางไม่พอใจเขามากขึ้น เพียงแต่เวลานี้นางยังทำอะไรเขาไม่ได้ จึงได้แต่ต้องเก็บความไม่พอใจเอาไว้
“โถ่พี่รอง ท่านจะเคร่งครัดไปทำไม เมื่อก่อนข้าเข้ามาในเรือนของท่านก็ไม่เคยแจ้งกับสาวใช้ก่อนเลยสักครั้ง มาครั้งนี้ทำไมถึงได้ทำตัวยุ่งยากขึ้นด้วยเล่า เอาเถอะ...ข้าไม่มีเวลามาถกเถียงกับท่านแล้ว องค์ชายรองมาเยี่ยมอาการป่วยของท่าน เวลานี้องค์ชายยังยืนรออยู่ด้านนอก ถ้าท่านเตรียมตัวเสร็จแล้วข้าจะได้ไปเชิญเขาเข้ามา”
“เจ้าบอกว่าองค์ชายรองมาเยี่ยมฟางเอ๋ออย่างนั้นหรือ” เจินอี๋เหนียงคว้าแขนบุตรชายไว้เมื่อเห็นเขากำลังจะเดินกลับออกไป
“เวลานี้องค์ชายกับท่านพ่อกำลังยืนรออยู่ด้านนอก ท่านแม่รีบเข้าไปดูพี่รองให้เรียบร้อยเถิดขอรับ กำชับนางให้ปฏิบัติกับองค์ชายรองให้ดีด้วยล่ะ ไม่เช่นนั้นตำแหน่งพระชายาอาจจะหลุดมือไปได้ ถึงตอนนั้นจะมานั่งเสียใจทีหลังก็ไม่ทันแล้ว”
“ถงเอ๋อหมายความว่ายังไงหรือเจ้าคะท่านแม่ พวกท่านกำลังจะจับคู่ให้ข้าอยู่หรือเจ้าคะ” ลู่เยี่ยนฟางขมวดคิ้วถาม เพิ่งทะลุเวลามาอยู่ในร่างของคุณหนูเอาแต่ใจได้ไม่นาน แล้วนี่กำลังจะถูกพ่อแม่คลุมถุงชนแล้วหรือ ไม่นะ...นางยังลืมอาเจี้ยนไม่ได้เลย
“ที่ท่านพ่อทำไปเพราะหวังดีกับเจ้านะลูกรัก” เจินอี๋เหนียงปลอบลูกสาวอย่างอ่อนโยน หลายวันมานี้นางรู้สึกว่าลูกสาวดูเปลี่ยนไปมาก และยังทำตัวห่างเหินกับนาง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ลูกสาวมักจะมาออดอ้อนและวนเวียนอยู่รอบกายนางไม่ห่าง
“รักข้า! รักแล้วยังจะบังคับให้ข้าแต่งงานไปกับคนที่ข้าไม่เคยเห็นหน้า ซ้ำยังไม่ถามความสมัครใจจากข้าสักคำอย่างนั้นหรือเจ้าคะ พวกท่านหวังดีต่อข้าหรือต้องการใช้ข้าเพื่อเป็นสะพานข้ามไปสู่อำนาจกันแน่”
“ฟางเอ๋อ! ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าพวกเราคุยกันแล้วหรือ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเคยบอกกับแม่ว่ายังไง”
ความทรงจำของลู่เยี่ยนฟางคนเดิมถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง สาวน้อยช่างฝันคนนั้นอยากขึ้นไปนั่งในตำแหน่งที่สูงที่สุดของฝ่ายใน และเหตุผลที่ตลกที่สุดก็คือนางอยากเอาชนะพี่สาวต่างมารดา เพราะเวลานี้พี่สาวต่างมารดาเป็นถึงคู่หมั้นของเซียวซื่อจื่อ หากนางอยากเอาชนะพี่สาว นางก็ต้องแต่งกับคนที่มีฐานะสูงกว่าเซียวซื่อจื่อเท่านั้น ลู่เยี่ยนฟางแอบถอนหายใจให้กับร่างเดิม ช่างเป็นคนที่เอาแต่เพ้อฝันไปวันๆ จริงๆ
“ข้าจำได้เจ้าค่ะท่านแม่ แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากทำอย่างนั้นแล้ว”
“เจ้าหมายความว่ายังไง เจ้าไม่อยากแต่งกับองค์ชายรองแล้วหรือ”
“ดูเหมือนว่าคุณหนูรองจะไม่เต็มใจแต่งเป็นชายาของข้า เห็นทีข้อตกลงของเราคงต้องยกเลิกเสียแล้วเสนาบดีลู่” องค์ชายรองที่เดินเข้ามาทันได้ยินสองแม่ลูกพูดกันอยู่พอดี จริงอยู่ว่าเขาอยากแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพราะอยากดึงเอาเสนาบดีลู่เข้ามาเป็นพวก เพราะเป็นทางเดียวที่เขาจะเข้าหาสกุลเจินได้ แต่ตอนนี้สกุลเจินเสนอตัวเข้ามาสนับสนุนเขาโดยตรงแล้ว เพราะฉะนั้นข้อตกลงที่เขากับเสนาบดีลู่เคยทำไว้ร่วมกันก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป แต่การที่เขาที่เป็นถึงองค์ชายกลับถูกหญิงสาวคนหนึ่งตั้งแง่และรังเกียจ แม้เขาจะมอบตำแหน่งพระชายาให้แต่นางก็ไม่สนใจ สองแม่ลูกคู่นี้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจเลยจริงๆ
“บุตรสาวของกระหม่อมเพิ่งพ้นจากอาการป่วยมาไม่นาน ทั้งก่อนหน้านี้นางยังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ สมองอาจจะได้รับความกระทบกระเทือน ขอองค์ชายอย่าได้เก็บมาใส่ใจเลยพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีลู่รีบเข้าไปอธิบาย พร้อมกับหันไปมองบุตรสาวอย่างไม่พอใจ “ยังไม่รีบมาขอโทษองค์ชายรองอีก!”
เจินอี๋เหนียงรีบฉุดบุตรสาวให้คุกเข่าลง แต่ลู่เยี่ยนฟางไม่อยากทำตาม นางหันไปมองคนที่กำลังเดินเข้ามาอย่างไม่พอใจ แต่คนที่ยืนอยู่ตรงประตูนั้นทำให้นางน้ำตาไหลออกมาช้าๆ
“อาเจี้ยน คุณ...เป็นคุณจริงๆ ใช่ไหมคะ”