“ศิษย์น้องเคารพศิษย์พี่ผู้เป็บุตรแห่ง์ขอรับ”
นทีนิ่งค้างไปหลังจากได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็ศิษย์น้อง บุตรแห่ง์อะไรกัน เขาก็เป็แค่งูไม่ใช่รึไง เขาเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาจริงจัง
“เ้ามองตาข้านะ ไหนลองพูดอีกทีว่าข้าเป็ใคร” ศิษย์น้องใช้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองเขาด้วยความเคารพนับถือแล้วเอ่ยประโยคเดิมด้วยความนอบน้อม
“ศิษย์น้องเคารพศิษย์พี่ผู้เป็บุตรแห่ง์ขอรับ” นทียกมือขึ้นมากุมศีรษะของตัวเอง เขาสับสนมึนงงจนไม่รู้แล้วว่าเื่ไหนคือเื่จริงกันแน่ เขากัดฟันด้วยความทรมาณจากอาการปวดหัวของตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามศิษย์น้อง
“ถ้าหากข้าเป็บุตรแห่ง์จริง แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า” เด็กหนุ่มรีบพุ่งเข้ามาประคองนทีที่โอนเอนไปมา เขามองผู้ที่ตนเองเรียกว่าศิษย์พี่ด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะกล่าวตอบไป
“เป็ความผิดของศิษย์น้องเองขอรับ แท้จริงแล้วข้ามีหน้าที่ปกป้องไม่ให้ท่านถูกรบกวนจากการบำเพ็ญเพียร แต่ด้วยความโง่เขลา ข้าถูกเ้าขุนนางมนุษย์ผู้นั้นหลอกใช้ให้นำทางมาหาตัวท่านในสำนัก” พูดจบเด็กหนุ่มคนนั้นก็ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาเขา นทีเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยทันที
“แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับข้า” ศิษย์น้องผู้นั้นมีท่าทีลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด เขาหรี่ตาลงก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครา
“หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับตัวข้า..” คนถูกถามก้มหมอบแนบพื้นแล้วทำสิ่งที่นทีคิดไม่ถึงออกมา ภาพตรงหน้าที่เขามองเห็นคือชายร่างเล็กโขกหัวตัวเองลงกับพื้นหินจนเกิดเสียงดังก้องไปทั่วถ้ำ เขารีบเอ่ยห้ามทันที
“เ้าทำอะไรของเ้า หยุดนะ!” ถึงเขาจะพยายามดึงอีกฝ่ายไว้แค่ไหน คนตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าจะหยุดสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่แม้แต่น้อย หนำซ้ำกลับเพิ่มแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนตัวคนห้ามเองเริ่มรู้สึกปวดแผลขึ้นมา
“ศิษย์น้องสมควรตาย” นทีเองทนความเจ็บไม่ไหวผละออกมาจากตัวเด็กหนุ่มก่อนจะกุมแผลบริเวณท้องของตัวเองที่ฉีกขาดเพราะการขยับตัวมากเกินไปเอาไว้
“ถ้าหากเ้ารู้สึกผิดกับข้าจริงก็ช่วยหยุดทำร้ายตัวเองเสียที ข้าในตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน ถ้าเ้าเป็อะไรไปข้าจะทำอย่างไร” พูดจบศิษย์น้องก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเขาพร้อมทั้งน้ำตาและเืที่ไหลออกมา
“ศิษย์น้อง.. ศิษย์น้องจะดูแลศิษย์พี่เองขอรับ!” อีกฝ่ายกล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจัง นทีพยักหน้ารับอย่างอ่อนแรง จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา ความเ็ปคราวนี้มันมากเสียจนตัวเขาเองทนไม่ไหว เขากุมศีรษะไว้แน่น ก่อนภาพข้างหน้าจะพร่ามัว
“ศิษย์พี่! ศิษย์พี่!” เสียงรอบกายค่อยๆ เบาลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ นทีลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นเ้าก้อนแสงลอยอยู่ตรงหน้า เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหามันอย่างเชื่องช้า ในลำคอเต็มไปด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา
“เ้าหิ่งห้อย” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เหมือนมันจะตอบรับคำเรียกนั้น ก้อนแสงค่อยๆ ขยับมาทางเขาอย่างเชื่องช้า ก่อนแสงจากตัวมันจะดับไปพร้อมกับร่างเล็กที่ร่วงหล่นลงไปในความมืดมิด
เมื่อเ้าก้อนแสงหล่นหายไปในความมืดพลันรอบกายของนทีก็มีแสงสว่างสาดส่องลงมา เขาหันมองรอบๆ ก่อนจะพบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆขาวปุย เขายื่นมือออกไปััละอองเมฆด้วยความสงสัย
“จงอย่าลืมว่าเ้าคือสิ่งที่ไม่สมควรดำรงอยู่ในที่แห่งนี้ ไม่ว่าเ้าจะทำอย่างไร ก็ไม่สามารถลบล้างชาติกำเนิดหรือความปรารถนาที่กลืนกินตัวเ้าอยู่ในตอนนี้ได้” นทีดึงมือกลับมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังขึ้น เขาหันกลับไปมองข้างหลังตนเอง
“ถ้าเช่นนั้นแล้วข้าควรทำอย่างไรงั้นหรือขอรับ” บุรุษผมขาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“สละดวงจิตของเ้าให้ข้า ตัวเ้าเองด้วยชาติกำเนิดที่ต้อยต่ำหยาบช้าและน่ารังเกียจ ถึงจะพยายามมากเท่าไหร่ สุดท้ายเ้าก็เป็ได้แค่ความผิดพลาดของสรวง์เท่านั้น” เขาหยุดยืนอยู่หน้าบัลลังก์ทองขนาดใหญ่ พอเงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็นเพียงดวงตาสีทองอร่ามของอีกฝ่ายเท่านั้น ใบหน้าของผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ถูกปกปิดไปด้วยหน้ากากสีขาว
นทีหันมามองบุรุษผมขาวที่ตอนนี้กำหมัดแน่นจนเส้นเืที่แขนปูดโปนออกมา แต่ก็เพียงครู่เดียว อีกฝ่ายกลับไปมีท่าทีสงบนิ่งดังเช่นคราแรกอย่างรวดเร็ว
“พวกชั้นต่ำก็ยังคงเป็พวกชั้นต่ำอยู่วันยังค่ำ” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนและสมเพชเสียจนตัวนทีเองก็รู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่คนผู้นั้นกล่าวออกมา
บุรุษบนบัลลังก์ทองก้าวเท้าลงมาก่อนจะเชิดปลายคางของชายหนุ่มผมขาวขึ้น ดวงตาสีทองอร่ามจ้องมองเข้าไปในดวงตาสองสีของคนตรงหน้าด้วยความรังเกียจ
“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น จงจำเอาไว้” เมื่อชายสวมหน้ากากดึงมือกลับมาใบหน้าซีกซ้ายของคนที่คุกเข่าอยู่ก็ปรากฏผืนผ้าสีดำคาดปิดดวงตาเอาไว้ เขาก้มหน้าลงก่อนภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป
“ศิษย์พี่ขอรับ.. ฮืออ” พอลืมตาขึ้นมานทีก็ััได้ถึงหยาดน้ำตาที่ไหลหยดกระทบใบหน้าตัวเอง เขากะพริบตาช้าๆ ก่อนจะเอ่ยทักศิษย์น้องด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ถ้าเ้าร้องไห้ให้ข้าเห็นอีกครั้ง ข้าจะะโหนีเ้าลงเหวไม่ให้ได้พบได้เจอกันอีกเลย” เด็กหนุ่มผมดำกลั้นหายใจทันทีก่อนจะปาดน้ำตาลวกๆ แล้วนั่งมองหน้าเขาด้วยดวงตาใสแป๋ว
“ข้าชื่ออะไร” นทีเอ่ยถามพลางก้มลงมองร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของตัวเอง
“อะไรนะขอรับ” เด็กหนุ่มที่นั่งมองเขาเหมือนจะเหม่อไปครู่หนึ่งถึงได้ถามเขากลับมาเช่นนี้
“ข้าชื่ออะไร” นทีเอ่ยอีกครั้งด้วยความใจเย็น ศิษย์น้องตาเป็ประกายขึ้นมาก่อนจะรีบตอบเขา
“ข้าพูดได้หรือขอรับ” เขาพยักหน้ารับ นึกสงสัยว่าทำไมถึงต้องขออนุญาตเขาก่อน
“ท่านมีนามว่า จ้าวหลิว ขอรับ” เขาเงยหน้าขึ้นมามองคนที่กำลังยิ้มหน้าบานเพราะได้เอ่ยชื่อศิษย์พี่ของตัวเองด้วยความมึนงง แค่ได้เรียกชื่อมันต้องดีใจขนาดนั้นเลยหรือ.. นทีกระแอมทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้า
“แล้วเ้าชื่ออะไร” ชายร่างเล็กตรงหน้าตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที ท่าทางใยิ่งกว่าตอนที่เขาอนุญาตให้เรียกชื่อเสียอีก
“ข้าจินหยวนขอรับ ข้าเคยพูดชื่อไปแล้วแต่ถึงศิษย์พี่จะลืมก็ไม่ใช่เื่แปลกหรอกขอรับ” จินหยวนเอ่ยเสียงเบาหวิวจนเหมือนพูดอยู่กับตัวเองเสียมากกว่า นทีถอนหายใจออกมาก่อนจะพยายามปรับตัวให้กลมกลืน จ้าวหลิว.. ชื่อนี้ฟังแล้วก็ไม่ได้แย่อะไร
“แล้ว.. ที่บอกว่าข้าเป็บุตรแห่ง์นี่หมายถึงอะไรงั้นหรือ” อีกฝ่ายเงียบเสียงไปก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้แล้วเอ่ยตอบ ฟังดูอู้อี้พิกล
“ข้าพูดไม่ได้ขอรับ ถ้าหากพูดแล้วข้าจะตาย เดี๋ยวไม่มีคนดูแลศิษย์พี่” นทีที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็จ้าวหลิวเต็มตัวแล้วก็ทำได้แค่ส่ายหัวไปมา นึกเอ็นดูในความใสซื่อของคนตรงหน้า
“ถ้าเป็เช่นนั้นเ้าก็เขียนเอาสิ” ตัวเขาเอ่ยเสนอขึ้นมา
“ไม่ได้ขอรับ เปิดเผยความลับ์โทษถึงตาย” จินหยวนส่ายหัวไปมาจนผมสีดำที่มัดไว้สะบัดพลิ้วไปมา พอลองมาสังเกตดูดีๆ แล้ว เขารู้สึกคุ้นเคยกับเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมอยู่มิใช่น้อย ราวกับหลุดออกมาจากหนังกำลังภายในที่เขาเคยดูอยู่บ่อยครั้ง
คิดได้เช่นนั้นนทีหรือจ้าวหลิวก็เด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรงทันทีก่อนจะหันไปถามจินหยวนด้วยท่าทางตื่นใ
“จินหยวน!” ศิษย์น้องสะดุ้งตัวโยน เพราะจู่ๆ ตัวจ้าวหลิวก็ลุกขึ้นมาถามตนด้วยท่าทีจริงจัง
“ขอรับศิษย์พี่ มีอะไรงั้นหรือขอรับ” เขาเอ่ยถามกลับ
“ที่นี่มีอะไรแบบว่า เอ่อ ลมปราณ.. หรือ วรยุทธ หรือไม่” จ้าวหลิวลังเลเล็กน้อยยามกล่าวออกมา
“ศิษย์พี่หมายถึงการบ่มเพาะพลังลมปราณใช่หรือไม่ขอรับ” จินหยวนเอียงคอมองศิษย์พี่ของตนด้วยความสงสัย จ้าวหลิวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย
“แล้วระดับพลังปราณของข้าในตอนนี้เป็อย่างไร อยู่ในขั้นไหนกัน” จินหยวนสูดลมหายใจเข้าก่อนจะเอ่ยตอบเขาด้วยท่าทางเศร้าเสียใจ
“ศิษย์พี่ จักระของท่านถูกทำลายจนเสียหายอย่างหนัก พูดอีกอย่างก็คือตัวท่านในตอนนี้ไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้เลยแม้แต่น้อยขอรับ”
มาช้าแต่มานะค๊าาาาาาาาาา พรุ่งนี้เจอกันอีกหนึ่งตอนค่า