"คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่เจ้าแผนการณ์ยิ่งกว่าเจ้าอยู่บนโลกนี้ด้วย"เมิ่งอี้หรานกล่าว
"ใช่ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่จับคนกะล่อนไหลลื่นอย่างเจ้าได้"ลู่ฟางเยว่กล่าวเสริม
เหล่าภรรยาทุกคนต่างพยักหน้าเชิงเห็นด้วยกับทั้งสอง ทำให้ลั่วอู่หลินพลันคิ้วกระตุกในทันที นี่ตกลงเหล่าภรรยาของเขาจะด่าหรือชมกันแน่เนี้ย
"แล้วจะเอาอย่างไรต่อให้พวกเราออกไปช่วยดีหรือไม่"ไป่หลี่เอ่อร์กล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
ลั่วอู่หลินส่ายหน้าไปมาเชิงปฏิเสธ "ไม่ไหวหรอก พวกเขามีระดับจอมปราชญ์มากมาย คิดจะหนีจึงไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก ข้าอยากให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่บ่มเพาะพลังและช่วยดูซีอวิ้นที่กำลังจะคลอดในอีกไม่นาน ส่วนโลกภายนอกเดี๋ยวข้าจัดการเอง"
กล่าวจบชายหนุ่มก็พลันเรียกใช้หอคอยมหาสมบัติออกมาอีกครั้งและเรียกแหวนมิติออกมาทั้งสิ้นแปดวงด้วยกัน ก่อนจะแจกจ่ายให้กับเหล่าภรรยาทั้งแปดคนของตนเอง
เมื่อพวกนางได้รับแหวนมิติไปก็ไม่รอช้ากวาดจิตตรวจสอบด้านในทันที เวลาต่อมาดวงตาของเหล่าหญิงงามก็พลันเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้
ลั่วอู่หลินที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยและได้กล่าวอธิบายออกไป "แร่ปราณระดับสูงเหล่านี้ข้าแบ่งให้พวกเจ้าเท่าๆกัน เพื่อให้พวกเจ้าเอาไว้ฝึกฝนโดยเฉพาะ หวังว่าภรรยาทั้งแปดคนคงจะพอใจ"
"ขอบคุณสามี"
เหล่าหญิงงามดวงตาเป็นประกายและค่อยๆเดินมาหอมแก้มชายหนุ่มด้วยความตื่นเต้นดีใจ จนมาถึงสองคนสุดท้ายอย่างหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงที่ยังคงมีอาการเขินอายอยู่บ้าง
"อะไร พวกท่านจะไม่ยอมรับข้าเป็นสามีงั้นหรือ นี่ข้าทุ่งสุดตัวเลยนะ"ชายหนุ่มกล่าวแกมหยอกล้อ หยางเหมยกุ้ยไม่กล่าวอะไรนางหอมแก้มชายหนุ่มและเดินไปนั่งรวมกับภรรยาคนอื่นๆในทันที
"หึ ยอมให้เจ้าหรอกนะ"หลี่อิงกล่าวพร้อมกับหอมแก้มชายหนุ่มเช่นกัน นางเดินไปนั่งข้างๆพี่หญิงหยางเหมยกุ้ยของนางอย่างเขินอาย ทำให้ลั่วอู่หลินแย้มยิ้มออกมา นี่ช่างเป็นสิ่งที่น่าชื่นใจที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ หากผู้ชายทั้งโลกได้เห็นภาพนี้เกรงว่าจะต้องกระอักเลือดตายกันบ้าง
"อ๊า ลืมถามเจ้าไป การที่พวกเราหายไปเช่นนี้อาจารย์จะสงสัยหรือไม่?"เป็นหยางเหมยกุ้ยที่คิดขึ้นได้จึงกล่าวถาม
"ไม่หรอก พวกท่านติดป้ายปิดด่านเอาไว้ที่ประตูห้อง การปิดด่านของระดับบรรพชนนั้นส่วนใหญ่ก็กินเวลาหลายปีอยู่แล้ว ฉนั้นไม่ต้องกังวลไป"ลั่วอู่หลินกล่าวตอบเพื่อให้นางสบายใจ
พวกเขายังคงสนทนากันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกไปยังโลกภายนอกในทันที ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเหล่าคนในตระกูลจะกำลังพากันตามหาเขาให้วุ่นเลยทีเดียว
"เหอะๆนี่ข้าคุยกับเหล่าภรรยานานขนาดนี้เลยงั้นหรือ"ชายหนุ่มอดส่ายหัวไปมาไม่ได้ เขาเดินออกจากห้องไปในทันที ทำให้คนที่พบเห็นพากันวิ่งไปรายงานแก่หลินเยว่เฟย จนในเวลาต่อมาเพียงไม่นานทั้งหลินเทียนและหลินเยว่เฟยก็ทะยานร่างมาหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและกล่าวถามออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
"เจ้าไปไหนมา??"
"ข้าว่างไม่มีอะไรทำก็เลยไปนอนเล่นบนต้นไม้ริมสระน้ำ พวกท่านมีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงได้แตกตื่นนัก"ลั่วอู่หลินกล่าวถามและทำสีหน้าฉงนสงสัย
"ไม่มีอะไร เพียงเห็นเจ้าหายไปเลยเป็นห่วง"หลินเยว่เฟยกล่าว
"ทำให้คนอื่นวุ่นวายไปกันหมด ที่หลังจะไปไหนก็บอกคนรับใช้หน้าห้องเอาไว้บ้าง อย่าลืมว่าเจ้ากำลังโดนทำโทษอยู่"หลินเทียนกล่าว ภรรยาสาวถึงกับถลึงตาใส่ในทันที นี่สามีของนางเป็นคนปากไวเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน
"ข้ารู้แล้วน่าว่าโดนพวกท่านทำโทษ นี่ตาแก่ บอกตามตรงนะต่อให้ท่านกักตัวข้าเอาไว้นานเท่าไรท่านยายก็ไม่มาหรอก?"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเบื่อหน่าย
"โอ้ ทำไมถึงรู้เรื่องนั้นได้กันละ?"
"เหอะ ท่านยายของข้าฉลาดไงละ"ลั่วอู่หลินกล่าว ทำให้หลินเทียนทำสีหน้าไม่สบอารมร์นักและกำลังจะจากไป
"เดี๋ยว!"
"อะไรอีกละ?"เมื่อได้ยินเหลนชายเรียก หลินเทียนก็หันหน้ากลับมาในทันที
"เมื่อไรท่านจะปลดผนึกลมปราณให้ข้าเสียที ข้าบอยากบ่มเพาะพลัง อีกทั้งที่นี่ก็มีจอมปราชญ์ตั้งมากมาย ท่านเองก็เป็นถึงระดับเซียน ข้าหนีไม่ได้หรอกน่า"ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความน่าเห็นใจ
หลินเทียนที่ได้ยินก็คิดหนักในทันที การที่จะให้ชายหนุ่มอยู่เฉยๆแบบนี้ก็ดูจะทำให้พรสวรรค์ที่เขามีต้องเสียเปล่า "เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร หากเจ้าทำภารกิจที่ข้ามอบหมายให้เสร็จสิ้นสองภารกิจข้าจะปลดผนึกปราณให้"
หลินเทียนกล่าวข้อเสนอ ลั่วอู่หลินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำท่าทางห่อเหี่ยว "ท่านกำลังพูดตลกอะไรกัน ข้าไม่มีลมปราณแล้วจะไปทำภารกิจได้อย่างไร"
"ไม่ต้องห่วงภารกิจนี้ข้าจะให้เจ้าไปทำกับท่านป้าของเจ้า อีกทั้งก็ไม่ได้ใช้พลังอะไรมากมาย ภารกิจแรกนำโอสถที่ข้ากลั่นไปส่งให้ถึงมือประมุขตระกูลสวี ภารกิจที่สองคือไปตรวจสอบเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วง ทำได้หรือไม่"หลินเทียนกล่าว
ลั่วอู่หลินหรี่ตามอง "ท่านจะไม่โกหกหรือหลอกใช้ข้าแน่ๆใช่หรือไม่ หากข้าทำสำเร็จท่านต้องปลดผนึกตันเถียนให้ข้าในทันที"
"แน่นอน ท่านยายทวดเจ้าเป็นพยานอยู่ตรงนี้ข้าจะไปโกหกได้อย่างไร"หลินเทียนกล่าว เมื่อชายหนุ่มหันไปหาหลินเยว่เฟยนางก็ยกยิ้มและพยักหน้าให้ ลั่วอู่หลินจึงสบายใจขึ้นมาบ้างถึงอย่างไรตาแก่นี่ก็ไม่มีทางขัดคำพูดของท่านยายทวดอย่างแน่นอน
"ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่า ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น"กล่าวจบชายหนุ่มก็หันกลับเดินกลับเข้าไปในห้องทันที ทั้งหลินเทียนและหลินเยว่เฟยต่างพากันยกยิ้มอย่างขบขัน
"ท่านพี่ ท่านจะปลดผนึกปราณให้เหลนจริงหรือไม่ คงไม่ใช่ว่าพูดไปอย่างนั้นหรอกนะ"หลินเยว่เฟยหันไปกล่าวถามสามี
"เห้อ ที่รักเจ้าเห็นข้าเป็นคนอย่างไรกัน จริงอยู่ที่ข้าคิดใช้เขาล่อลูกสาวตัวดีออกมา แต่ก็ไม่ได้โหดร้ายถึงขนาดจะตัดอนาคตเขาเสียหน่อย หากเขากลับมาข้าย่อมปลดผนึกให้จริงๆ"หลินเทียนกล่าวตามตรง
"หึ ให้มันจริงเถอะไม่เช่นนั้นจะได้เห็นดีกัน"หลินเยว่เฟยกล่าวและเดินกลับเข้าคฤหาสน์ไปเช่นเดียวกัน หลินเทียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าตั้งแต่ลั่วอู่หลินปรากฏตัวเขาจะกลายเป็นหมาหัวเน่าสำหรับภรรยาตนเองไปเสียแล้ว
เช้าวันต่อมาลั่วอู่หลินตื่นแต่เช้า เขาสวมใส่อาภรณ์สีขาวลวดลายเปลวเพลิงสีฟ้าที่หลินเยว่เฟยจัดเอาไว้ให้ อีกทั้งก่อนออกไปนางยังบอกอีกว่านี่คือชุดประจำตัวของเขาในฐานะเจ้าชายน้อยแห่งตระกูลหลิน เมื่อชายหนุ่มได้ยินก็อดส่ายหน้าให้ไม่ได้ นี่เวลาตระกูลใหญ่จะไปไหนมาไหนต้องเปิดเผยปานนี้เชียวหรือ
"ช่างเถอะๆ ชุดก็ส่วนชุด ทำภารกิจให้เสร็จก็พอ"ลั่วอู่หลินบ่นกับตัวเองและเดินออกไปจากคฤหาสน์ในทันที บัดนี้บริเวณหน้าคฤหาสน์หลินชิงหลวนและผู้ติดตามของนางอย่างเสียวเตียวได้ยืนรออยู่แล้วพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มประดับไว้ตลอดเวลา
"ท่านปู่ให้โอสถกับข้ามาแล้ว หลานชาย เจ้าพร้อมจะไปหรือยัง"หลินชิงหลวนกล่าวถาม ลั่วอู่หลินก็พยักหน้าให้นางในทันที
"ดีเช่นนั้นก็ไปกัน!"กล่าวจบนางก็พลันนำเรือเหาะออกมา จากนั้นทั้งสามคนก็พุ่งทะยานไปที่เรือเหาะลำนั้นก่อนที่มันจะพุ่งทะยานออกจากตระกูลหลินไปอย่างรวดเร็ว