ตอนที่ 23 ล่าสัตว์จับปลา (1)
วันนี้ลำพังเพียงแค่ล่าสัตว์ก็ล่ากระต่ายได้ถึงหกตัวและไก่ป่าอีกสี่ตัว นอกจากกระต่ายและไก่ที่แยกออกมาอย่างละตัวแล้ว ที่เหลือก็ถูกเยี่ยซินใส่ไว้ในมิติทั้งหมด ดังนั้นตอนนี้นางจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
นอกจากนั้น เยี่ยซินยังได้เจอกับ ‘น้อยหน่าเครือ’ ที่พอกินได้อีกไม่น้อยกับผลไม้แปลกๆ อีกนิดหน่อย ถึงแม้ว่าด้วยผลจากสภาพอากาศจะทำให้ผลไม้พวกนี้ดูเหมือนน้ำไม่พอไปบ้าง ผลก็ไม่ได้ใหญ่อะไร แต่เยี่ยซินชิมดูแล้ว รสชาติไม่เลวเลย ดังนั้น นางจึงไม่เกรงใจที่จะนำเอาของขวัญจากธรรมชาติเหล่านี้ใส่เข้าไปในมิติ
เมื่อมีสิ่งเหล่านี้เยี่ยซินก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงรำพัน นี่สิที่เรียกว่าชีวิตในชนบทที่แท้จริง อย่างที่นางบอก ที่นี่มีภูเขามีน้ำมีสัตว์ให้ล่า ส่วนใดกันคือที่ที่ไร้พืชผักงอกเงย ผืนดินแร้นแค้น นี่ไม่ใช่ว่าตอนนี้มีของกินแล้วมิใช่หรือ
ภายในถ้ำ เยี่ยซื่อถูกปลุกด้วยแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านเข้ามาด้านในตัวถ้ำ เมื่อคืนนางพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ และไม่อยากจะไปรบกวนเหล่าเด็กๆ ที่กำลังพักผ่อนอยู่ จึงมานั่งอยู่หน้ากองไฟ จ้องมองไฟพลางเฝ้ายามให้กับลูกๆ หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไร ถึงแม้ต้องมาค้างแรมอยู่กลางที่รกร้างเช่นนี้ แต่นางกลับหลับสนิทตลอดคืน ทั้งยังหลับยาวมาจนถึงเช้าอีกวัน
นางหันหน้าไป เห็นเยี่ยเฉินและสือโถวกำลังหลับสบาย แต่บุตรสาวเยี่ยซินกลับไม่รู้ไปไหน เยี่ยซื่อตกใจ รีบออกจากถ้ำไปตรวจสอบ และก็พบกับบุตรสาวที่มือข้างหนึ่งหิ้วไก่ป่าและกระต่ายป่าอย่างละตัว อีกข้างอุ้มชายเสื้อที่ห่อผลไม้ป่าส่วนหนึ่งเอาไว้ นางจึงถอนหายใจโล่งแล้วรีบเดินเข้าไปหา
“ท่านแม่ ทำไมถึงไม่นอนอีกสักหน่อยเล่า” เยี่ยซินเห็นนางเดินมา ทีแรกก็ตกใจ จากนั้นจึงยิ้มให้ “ท่านไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถิด ตรงนี้ข้าจัดการเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว ข้าล่ากระต่ายกับไก่ป่ามาด้วย เดี๋ยวย่างกินเป็นมื้อเช้ากันเจ้าค่ะ”
“อ้อ ได้สิ” เยี่ยซื่อเกือบลายตาเพราะรอยยิ้มของบุตรสาวเสียแล้ว ทำเอาตะลึงไปชั่วขณะ ผ่านไปพักหนึ่งถึงพยักหน้าให้ แล้วไปล้างหน้าล้างตาที่ริมแม่น้ำไม่ไกลจากเพิงนัก
เยี่ยซินมองแผ่นหลังของเยี่ยซื่อ วางไก่ป่าและกระต่ายลง แล้วเริ่มจัดการเก็บเพิงที่พังลงมา
“ซินเอ๋อร์ เมื่อกี้เจ้าเข้าไปในภูเขาต้าชิงมาอย่างนั้นหรือ”
เยี่ยซินกำลังนำเอาผลไม้ที่เก็บมาได้อย่างภาคภูมิใจมาจัดวางเอาไว้บนหินก้อนหนึ่งที่เรียบเสมอกัน เตรียมเอาไว้รอให้พวกเสี่ยวสือโถวมากิน แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของเยี่ยซื่อดังขึ้นข้างหู เด็กสาวสะดุ้งตกใจ หันกลับไปก็พบกับท่านแม่ที่ไม่รู้ว่ากลับมาจากการล้างหน้าตั้งแต่เมื่อไร นางประมาทเกินไปแล้ว ไม่รู้ตัวเลย โชคดีว่าตอนที่นางเอาของออกมาจากมิติใช้แขนเสื้อบังเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงทำให้เยี่ยซื่อตกใจมากเป็นแน่
เมื่อเยี่ยซินเห็นสายตาเชิงตำหนิของเยี่ยซื่อแล้วก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ตั้งแต่ที่ข้ามมิติมาจนถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่นางออกจากบ้านนั้นเยี่ยซื่อผู้เป็นแม่ของนางจะคอยกำชับย้ำเตือนหลายครั้งหลายคราว่าห้ามพวกนางขึ้นเขาต้าชิงเป็นอันขาด
หรือว่าในภูเขาต้าชิงแห่งนี้จะมีอะไรบางอย่างที่นางไม่รู้กันนะ
“ซินเอ๋อร์” เยี่ยซื่อเห็นลูกสาวนิ่งอึ้งไป ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง รีบถามออกไป “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
“ไม่ ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ แค่นึกถึงเรื่องบางอย่างแล้วเผลอเหม่อเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
เยี่ยซินฝืนยิ้มขอโทษเป็นการปลอบใจเพราะรู้ว่าท่านแม่กำลังเป็นห่วงตน รีบเอ่ยอธิบาย “ท่านแม่วางใจเถิด ข้าแค่เดินรอบๆ เชิงเขาเท่านั้น ข้าไม่เข้าไปข้างในภูเขาหรอกเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี ที่นั่นมีอันตรายมากมาย ไม่เพียงแต่มีสัตว์ป่าดุร้ายจำนวนมาก ยังมีพวกดอกไม้ใบหญ้ากินคนอีก เมื่อก่อนมีชาวบ้านขึ้นเขาไปล่าสัตว์ตั้งมากมาย แต่พอไปแล้วก็ไม่มีใครกลับมาอีก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พ่อของเจ้าที่แม้จะเป็นนักล่าสัตว์ที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านก็ยังต้องมาจบชีวิตลงในภูเขาต้าชิง เจ้าต้องจำเอาไว้ให้ดี อย่าเข้าไปด้านในภูเขาเด็ดขาด”
เยี่ยซื่อได้ยินเช่นนี้จึงพยักหน้า แต่ก็ยังไม่วางใจกำชับไปอีกรอบ ขอบตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว
หลังจากได้รับการตักเตือนจากเยี่ยซื่อแล้ว เยี่ยซินถึงได้หาความทรงจำของตัวเยี่ยซินถึงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับภูเขาต้าชิงที่มีไม่มากนักเจอ
ภูเขาต้าชิงนั้นตั้งอยู่ด้านในสุดของหมู่บ้านซั่งหยาง ที่นี่เป็นภูเขาที่สูงและใหญ่มากที่สุดในละแวกหมู่บ้าน ลึกเข้าไปในภูเขา ก็คือเทือกเขาหมอกหนาทึบที่อันตรายยิ่งกว่า ว่ากันว่าสัตว์ป่าบนภูเขาต้าชิงนั้นส่วนใหญ่แล้วออกมาจากหมอกหนาทั้งสิ้น และคนที่นี่ก็ชอบเรียกภูเขาที่ทอดตัวยาวเทือกนี้ว่าภูเขาต้าชิง
เมื่อเทียบกับภูเขาลูกเล็กรอบๆ นี้แล้ว ภูเขาต้าชิงก็เปรียบเสมือนกับบางสิ่งที่ใหญ่มหึมาตั้งตระหง่านอยู่เช่นนั้น เพราะเป็นเขาสูงต้นไม้หนาทึบ ยอดเขามีเมฆหมอกพันรอบปกคลุมตลอดทั้งปี หลังจากที่เข้าไปแล้ว ต่อให้เป็นนักล่าสัตว์มือฉมังก็มักจะหายตัวไปหาทางออกไม่เจอ
ไม่เพียงเท่านั้น พื้นที่ในภูเขาต้าชิงนั้นมีความซับซ้อน ด้านในไม่เพียงแต่มีสัตว์ป่ามากมาย ยังร่ำลือกันว่ามีพืชที่กินคนอีกด้วย เคยมีนักล่าสัตว์รูปร่างสูงใหญ่ในหมู่บ้านนับสิบคนรวมตัวกันเข้าไปในภูเขา สุดท้ายก็กลับออกมา แต่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง
อีกทั้งบนตัวยังเต็มไปด้วยบาดแผล หนักที่สุดก็คือ กลับมาถึงหมู่บ้านได้ไม่นานก็ตายไป ยังมีอยู่คนหนึ่ง ว่ากันว่าถูกเสือกัดขาขาดไปหนึ่งข้าง ทั้งชีวิตลุกยืนขึ้นไม่ได้อีกเลย
อย่างไรเสีย เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก็คือเรื่องของหลี่ต้าฟาบิดาของเยี่ยซินนั่นเอง ในตอนนั้นเขาก็เป็นนักล่าสัตว์ที่เก่งกาจมีชื่อเสียงของหมู่บ้านเช่นกัน