ยิ่งใกล้วันฉลองงานพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้ดูเหมือนเมืองหลวงจะครึกครื้นมากขึ้น ผู้คนจากต่างแดนต่างหลั่งไหลกันเข้ามา ถิงโม่หานและถิงอู่ต้องออกจากจวนทุกวันเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยและช่วยงานองค์รัชทายาทกับองค์ชายรอง
“วันนี้พี่ใหญ่กับพี่รองออกไปข้างนอกกันอีกแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะ”
หลันหลันพยักหน้าให้กับจางจูก่อนจะนึกถึงเรื่องที่จางอี้ได้กลับมาเล่าให้ตนฟังถึงเด็กหนุ่มที่บาดเจ็บนั้นความจริงเขาเป็นถึงองค์ชายรองของดินแดนเหมันต์ ที่นั่นมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีเมื่อเทียบความอุดมสมบูรณ์กับแคว้นนี้แล้วนับว่าสูสีกันอยู่ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายเป็นอริต่อกันย่อมเกิดปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน ‘ใครกันนะที่รอเก็บผลประโยชน์จากเรื่องนี้’หญิงสาวนั่งคิดสักพักเมื่อคิดไม่ออกจึงได้เลิกคิดไปเสีย
“วันนี้ท่านพ่อจะเข้าวังหรือไม่”
“ดูเหมือนกำลังเตรียมตัวอยู่นะเจ้าคะ”
“เช่นนั้นพวกเราก็มาเตรียมตัวกันเถอะข้าเองก็จะเข้าไปหาหยางจี้เหมือนกัน”
“เจ้าค่ะ”
ในตำหนักที่เงียบเหงาเด็กชายนั่งรอขันทีซูมารายงานเรื่องที่ตนสั่งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันรอว่าเมื่อไหร่คนที่เขารอจะเข้ามาในวังแล้วหวงฝูเองก็อยู่รอเป็นเพื่อนนายของตนเช่นกัน
“องค์ชายวันนี้คุณหนูถิงจะมาหรือไม่พะยะค่ะ”
“ช่วงนี้ทุกคนต่างยุ่งเพราะจัดเตรียมงานของเสด็จพ่อท่านราชครูเองก็คงจะยุ่งเช่นกันจึงมิได้เข้ามาในวัง”
“แต่ความจริงคุณหนูถิงเองก็สามารถมาได้ตามสะดวกมิใช่หรือพะยะค่ะเพราะนางมีป้า...”
ยังมิทันที่หวงฝูจะพูดจบกลับถูกเด็กชายปิดปากไว้ทันที
“เรื่องนี้คนยิ่งรู้น้อยนางจะยิ่งปลอดภัย”
“พะยะค่ะเป็นกระหม่อมที่สะเพร่าเอง”
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นขันทีฝึกหัดได้เดินมาคำนับองค์ชายหยางจี้หรือจี้เหยาอย่างนอบน้อม
“องค์ชายกระหม่อมได้รับไว้วานจากขันทีซูให้มาแจ้งแก่องค์ชายว่าตอนนี้เพื่อนขององค์ชายได้มาถึงแล้วพะยะค่ะ”
“แล้วขันทีซูล่ะ”
“ดูเหมือนจะถูกเรียกตัวไปพะยะค่ะ”
อารามดีใจทำให้จี้เหยามิได้คิดสิ่งใดเขารีบเดินนำหน้าขันทีฝึกหัดไปในทันที ขณะที่กำลังเดินไปนั้นจู่ ๆ เท้าน้อย ๆก็ค่อย ๆ เดินช้าลง ๆ ‘ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอันใดขันทีซูจะมิเคยทิ้งหน้าที่แต่หากจำเป็นจะมาแจ้งข้าก่อนทุกครั้งอีกทั้งเรื่องที่ข้ากับหลันหลันไปมาหาสู่กันแม้จะมีไม่กี่คนที่รู้แต่ทุกคนจะเรียกนางว่าคุณหนูถิง มิใช่ บอกเพียงว่าเพื่อนขององค์ชาย...หรือว่า’ยังมิทันที่จี้เหยาจะคิดสิ่งใดต่อทุกอย่างเบื้องหน้ากลับมืดมิดลงในทันทีบุรุษที่ยืนอยู่ยกยิ้มก่อนจะแบกร่างน้อยนั้นหายไปจากจุดนั้นอย่างรวดเร็วในทันที
“องค์ชายๆ คุณหนูถิงมาแล้ว”
รอยยิ้มสดใสมาพร้อมร่างขันทีซูที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหานายของตนด้วยความตื่นเต้น
“มิใช่เจ้าให้คนมาตามองค์ชายไปแล้วหรอกหรือ”
หวงฝูเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นขันทีซูกลับมาที่ตำหนักขันทีซูซ่ายหน้าไปมา ทั้งสองสบตากันด้วยความตกใจ
“แย่แล้ว!!!”
ทั้งสองรีบแยกกันตามหาจี้เหยาโดยที่ขันทีซูไม่ลืมที่จะไปยังสวนพฤกษาเพื่อดูให้แน่ใจอีกทีแต่เมื่อย่างเท้าเข้าไปกลับพบเพียงสตรีร่างน้อยในอาภรณ์สีม่วงอ่อนกำลังนั่งอ่านหนังสือรอองค์ชายของเขาอยู่
“อ้าว!ขันทีซู จี้เหยาล่ะ”
ขันทีซูที่ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรได้คุกเข่าลงก่อนจะเอาหัวโขกพื้น
“คุณหนูถิงช่วยพวกเราด้วยตอนนี้ไม่รู้คุณชายหายไปไหน พวกเราตามหาจนทั่วแล้วก็หาไม่เจอ”
“ใจเย็นๆ ก่อนขันทีซู ค่อย ๆเล่ามาตั้งแต่ต้น”
ขันทีซูได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลันหลันฟังเด็กหญิงฟังก่อนจะคิดอะไรบางอย่างได้
“พวกเจ้าค่อยๆ ตามหาอย่าให้มีพิรุธ หากมีข่าวคราวอันใดให้ไปแจ้งแก่ท่านลุงฮู่”
“ละลุง ฮู่ งั้นหรือ”
ขันทีซูกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น‘คุณหนูช่างสนิทกับคนผู้นั้นจนถึงขั้นเรียกกันเช่นนี้เลยหรือ’
“ใช่!จำไว้เรื่องนี้อย่าให้ใครรู้ ข้าจะไปปรึกษาลุงฮู่กับท่านพ่อก่อน”
ขันทีซูหยักหน้าช้าๆ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกกันทำหน้าที่ในทันทีหลันหลันเดินไปตามทางที่หยางจี้เคยพาไปก่อนจะไปถึงประตูที่แม่ทัพอีเฝ้าอยู่เด็กหญิงคำนับแม่ทัพอีในทันที ชายหนุ่มเดินออกมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“คุณหนูถิงจะไปหอตำราหลวงอีกหรือ มะ”
ยังมิทันที่แม่ทัพอีจะกล่าวจบเด็กหญิงเดินเข้าประชิดตัวชายหนุ่มก่อนจะจับมือของเขาไว้ดวงตากลมโตของหลันหลันที่สบเข้ากับดวงตาของแม่ทัพอีนั้นทำให้ใจของชายหนุ่มนั้นรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากระตุกและเต้นไม่เป็นจังหวะ
“แม่ทัพอีรบกวนท่านช่วยพาข้าไปพบท่านพ่อกับท่านลุงฮู่ทีได้หรือไม่”
“เกรงว่าตอนนี้คงจะไม่สะดวกเพราะท่านราชครูถิงและท่านผราชครูกำลังเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้อยู่”
“แต่เรื่องนี้สำคัญมากได้โปรด”
เมื่อเห็นแววตาอ้อนวอนของเด็กหญิงชายหนุ่มที่ตอนนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวได้เผลอรับปากไปอย่างง่ายดายทหารยามที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกใจกับอาการของแม่ทัพอี ‘มิใช่ท่านแม่ทัพเกลียดสตรีหรอกหรือเห็นไล่ตะเพิดไปทุกที หรือไม่ก็เดินหนีแต่ทำไมกับคุณหนูถิงถึงได้ใกล้ชิดกันถึงเพียงนั้นกันนะ’ แม้จะสงสัยแต่ก็มิมีใครกล้าเอ่ยปากเพราะพวกเขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายหรือมีคนพูดถึงพวกเขาที่อยู่ตรงนี้ไม่ได้ตายดีอย่างแน่นอน
“ตามข้ามา!”
ชายหนุ่มพาหลันหลันเดินผ่านประตูยามต่างๆ ได้อย่างง่ายดายโดยมิมีผู้ใดกล้าขวางดอกไม้หรือความสวยงามตลอดทางมิได้ทำให้หลันหลันสนใจแม้แต่น้อยเด็กหญิงเดินตามแม่ทัพอีไปติด ๆ จนชายหนุ่มหยุดเท้าลงเด็กหญิงจึงได้หยุดตามเบื้องหน้านั้นบุรุษที่หลันหลันคุ้นตากำลังยืนคุยกันอยู่หน้าประตูห้องที่เด็กหญิงไม่รู้จักหลันหลันรีบเดินเข้าไปคารวะบุคคลทั้งสองก่อนจะหันมาขอบคุณแม่ทัพอีชายหนุ่มที่เห็นว่าหลันหลันถึงจุดหมายก็ได้คำนับลาบุรุษสูงอายุทั้งสองแล้วจากมาแต่สายตาของเขากลับยังคงมองแขนที่ถูกเด็กหญิงจับไว้เมื่อสักครู่ดั่งเจ้าของมือยังอยู่ข้างตนก่อนจะถอนหายใจช้าๆ แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน!”
ถิงหลงเอ่ยถามบุตรสาวในทันทีเด็กหญิงยิ้มอ่อนก่อนจะตอบบิดาของตน
“เรื่องนี้พูดที่นี่ไม่สะดวกท่านพ่อกับลุงฮู่พอจะมีที่ที่พอจะคุยกันแบบส่วนตัวได้หรือไม่เจ้าคะ”
ถิงหลงมองบุรุษเบื้องหน้าลุงฮู่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะบอกให้ทั้งสองตามมา เขาได้พาทั้งสองมายังห้องข้าง ๆนั้นโดยไล่นางกำนัลและขันทีทุกคนออกไป หลันหลันที่กำลังร้อนใจมิได้สนใจมองรอบ ๆห้องหรือสิ่งใด แม้กระทั่งชุดแต่งกายของลุงฮู่ที่ตอนนี้ใส่อย่างเต็มยศและบ่งบอกถึงตำแหน่งของเขาอย่างชัดเจน
“คุณหนูถิงมีเรื่องอันใดเช่นนั้นหรือ”
“ท่านลุงฮู่ดูเหมือนจี้เหยาจะหายตัวไปเจ้าค่ะ”
“องค์ชายแปดหยางจี้งั้นหรือ”
“เจ้าค่ะพวกเราตามหาจนทั่วแล้ว ขันทีซูไปรอข้าที่หน้าประตูดั่งเช่นปกติแต่หวงฝูที่อยู่กับจี้หยาได้บอกว่ามีขันทีฝึกหัดเข้ามาเรียกตัวจี้เหยาไปก่อนหน้าที่ข้าจะมาเจ้าค่ะ”
“ขันทีฝึกหัด...ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ปกติเช่นนั้นคงต้องแบ่งคนออกตามหาเพิ่ม”
“ราชครูถิงเรื่องนั้นเห็นทีคงจะทำไม่ได้ เพราะอีกไม่กี่วันทางแคว้นเซี่ยก็คงจะมาถึงหากพวกเขารู้ว่าองค์ชายเป็นอะไรไปคงเกิดเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน”
“เรื่องนี้ข้าได้ให้ขันทีซูและหวงฝูจัดการกันเงียบๆ แล้วเจ้าค่ะ เมื่อแน่ใจแล้วจึงได้รีบมาแจ้งท่านลุงฮู่และท่านพ่อหากให้คาดการณ์ข้าคิดว่าตอนนี้พวกเขาคงพาจี้เหยาออกจากวังหลวงแล้วไปแล้ว”
บุรุษทั้งสองมองหน้าเด็กหญิงที่ยืนทำท่าครุ่นคิดก่อนจะมองหน้ากัน
“เรื่องนี้หากทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็อาจทำให้บ้านเมืองร้อนเป็นไฟได้เช่นนั้นเอาเช่นนี้ได้หรือไม่เจ้าคะให้พี่ใหญ่และแม่ทัพอีตรวจตราคนเข้าออกอย่างเข้มงวดขึ้น โดยใช้งานพระราชสมภพนี้ให้เป็นประโยชน์”
“เจ้าจะบอกว่าจะให้ทหารตรวจตราอย่างเข้มงวดเพื่อดูแลความปลอดภัยของบ้านเมืองก่อนงานพระราชสมภพงั้นหรือ”
“ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนี้ก็จะทำให้พวกมันไม่สามารถพาองค์ชายออกไปได้แต่เราจะไปตามหาตัวองค์ชายได้ที่ไหนกัน หากออกตรวจค้นก็จะเท่ากับเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นสิ”
“เรื่องนั้นเดี๋ยวข้าจะจัดการเองแต่ท่านพ่อ”
เด็กหญิงเดินเข้าไปใกล้บิดาก่อนจะกระตุกแขนเสื้อถิงหลงเบาๆ ด้วยสายตาอ้อนวอน บุรุษมากอายุถอนหายใจแรง ๆหนึ่งครั้งก่อนจะมองหน้าบุตรสาวของตนเอง
“ข้ารู้แล้วๆ เดี๋ยวเรื่องแม่ของเจ้าข้าจะจัดการเอง”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”
"แต่เรื่องนี้มันอันตรายนะ เจ้าทำได้แน่หรือ"
"เรื่องนั้นท่านพ่ออย่าได้เป็นห่วงไปเลยเจ้าค่ะ"
เด็กหญิงยิ้มกว้างไปทางบิดาถิงหลงรู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หากผิดพลาดไปแม้แต่น้อยย่อมทำให้เกิดภัยใหญ่หลวงอย่างแน่นอนแต่เขาเองกลับรู้สึกเชื่อใจบุตรสาวตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูกเมื่อตกลงกันได้แล้วถิงหลงและหลันหลันได้ลาลุงฮู่ไปทันทีลับหลังคนทั้งสองบุรุษในชุดสีทองที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นได้เดินออกมาจากที่ซ่อนก่อนจะมองไปทางที่หลันหลันเดินไป
“เรื่องนี้คงต้องทำดั่งที่นางว่ามาไม่คิดว่าเด็กเช่นนางจะคิดได้เช่นนี้ สมกับที่เป็นบุตรีราชครูถิงจริง ๆ”