แม้จะมีสถานะไม่ธรรมดาในมหาลัยเถาองุ่นแต่ลลิชก็ไม่เคยเกียจค้าน หรือไปทำงานสายอย่างคนบางพวก
วันนี้เธอตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 เรียกได้ว่ามีท่าทีขมักเม้นมากกว่าทุกครั้งก่อนทำงาน
ไม่สิวันนี้เป็นวันเสาร์ ความจริงต้องหยุดแล้วนอนอยู่ในคอนโด แต่เพราะวันนี้มีนัดกับคุณเจมส์เรื่องงานบนเรือ 'อควาเรียม' ดังนั้นลลิชซึ่งชื่นชอบพันธุ์สัตว์ทะเลจึงได้อาสาตัวเอง หวังทำให้เขาประทับใจและผ่านการทดสอบทำงานบนเรือสำราญ
งานในมหาลัยเถาองุ่นก็ดีนะ แต่มันจะดีกว่าที่ได้ทำบนเรือ วันๆ อยู่แต่กับสัตว์ทะเล นอกจากนั้นคือเรือสำราญซึ่งมีราคาแพงหูฉี่
มองหน้าตัวเองในกระจก เธอติดขนตา ทาลิปสติก จัดแต่งทรงผมเป็นทรงสวย ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือแล้วพยักหน้ากับตัวเองเงียบๆ ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องไปข้างนอก
ลลิชเปิดประตูห้อง ต้องผงะเมื่อพบว่ามีใครบางคนรออยู่ก่อน
คล้ายอีกฝ่ายก็แต่งตัวสวยเช่นเดียวกัน ทำให้ลลิชอดประหลาดใจไม่ได้ ต้องเอ่ยถาม “หกโมงวันหยุด มาทำอะไรเหรอเป้ย”
เป้ยอยู่คอนโดชั้นเดียวกัน ยังไม่มีแฟนเป็นสาวโสด ทั้งคู่สนิทและมักจะไปเที่ยวด้วยกันเสมอ เรียกได้ว่าคนรู้ใจก็ว่าได้
เป้ยดึงมือลลิชเข้ามา พลางหัวเราะว่า “ยังมาทำหน้างงอีก วันนี้แกจะไปไหนล่ะ ฉันก็จะไปที่นั่นแหละ”
ได้ฟังคำกล่าวลลิชพลันจำได้ว่าตนเคยพูดว่าคุณเจมส์ชวนไปทำงานบนเรือ ควบคุมดูแล 'อควาเรียม' ไม่คิดเลยว่ายายเพื่อนคนนี้จะจำวันได้ถึงขนาดมารอตั้งแต่เช้าตรู่
ลลิชปิดประตู เดินไปที่ประตูลิฟต์แล้วกล่าวคำ “แกไม่ได้ไปเพราะอยากเที่ยว แต่เพราะคิดถึงเขาใช่ไหมล่ะ”
“หา...คิดถึงใครล่ะ ฉันไม่ได้คิดถึงใครซะหน่อยนะ แกก็รู้ว่าฉันไม่มีแฟน” เป้ยรู้สึกอึดอัดใจ หรือว่ายายเพื่อนตัวร้ายจะจับได้กัน
เข้าไปในลิฟต์กระทั่งถึงชั้นล่าง ลลิชกล่าวว่า “กัปตันไอแซคหล่อเหลาขนาดนั้น หลังจากที่เรือเปิดให้บริการ คงช่วงชิงหัวใจของสาวน้อยสาวใหญ่ได้จำนวนมาก นี่แกไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟเหรอ”
“ไฟ...เหอะเหอะ ไฟยิ่งร้อนยิ่งดีสิ นอกจากนั้นมันก็คุ้มค่าที่จะกระโจนเข้าใส่กองไฟ ฉันอยากลองดูสักครั้ง เพราะงั้นมันก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอ”
ลลิชกรอกตา ดูเหมือนว่ายายเพื่อนคนนี้จะชอบกัปตันไอแซคมาก ถึงขนาดไม่เกรงกลัวบรรดาหญิงสาวในอนาคต
รถยนต์คันเก่ามุ่งหน้าสู่ท่าเรือในเมืองพัทยา
ใช้เวลาราว 15 นาทีทั้งคู่มาถึงที่หมาย
ลลิชลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าสีดำหนึ่งใบ สวมแว่นตากันแดด รองเท้าส้นสูง กางเกงสแลคสูทสีเทา ก้าวเดินไปยังจุดนัดหมายที่เขาให้ไว้กับเธอก่อนหน้านี้
“นี่เป้ย ถ้าหากเขาไม่ให้เธอขึ้นเรือ ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้” ระหว่างทางเธอหันไปบอกเพื่อนสนิท ถึงยังไงเสียเรือนั่นก็ไม่ใช่คนนอกเข้าออกได้ ทุกอย่างต้องมีกฎระเบียบ
เป้ยผงกศีรษะรับฟัง “ถ้าหากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังไงซะก็แค่ต้องพยายามขึ้นอีกหน่อย ไว้ซื้อตั๋วขึ้นเรือสัก 1 สัปดาห์...คงเจอเขาในสักวัน”
โรงแรมทั่วไปต่อให้เป็นห้าดาวก็แพงหูฉี่แล้ว
ลลิชไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเป็นเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'จะแพงขนาดไหน
ลลิชทำได้เพียงส่ายหน้าเมื่อเห็นความมุ่งมั่นของเพื่อนสนิท ดูเหมือนว่าการจีบกัปตันไอแซค นอกจากต้องพยายามแล้วคุณต้องมีเงินด้วย
หากเทียบกับหนังรักแล้วนี่สิคือโลกความจริง
ไม่มีใครอยากกัดก้อนเกลือกิน ทุกอย่างต้องมีค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกับความรัก เมื่อเราอยากได้ก็ต้องพยายาม ให้เขารู้ว่าเราคู่ควรกับเขา...ลลิชคิดกับตัวเองเงียบๆ กระทั่งเดินมาถึงจุดนัดหมาย แลเห็นชายในชุดสูทและผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับตนยืนอยู่ที่นั่น ไม่ต่ำกว่า 20 คน
“ลลิช คู่แข่งของเธอมากจัง” เป้ยกล่าวพลางให้กำลังใจเพื่อนสนิท
สำหรับคำพูดของเพื่อนคนสวย กลับยิ่งทำให้ลลิชเผยแววตาเด็ดเดี่ยว
“แล้วไง การต้องเดินทางไปเส้นทางนี้คนเดียวมันคงเงียบเหงาเกินไป ให้พวกเขาได้เป็นหินรองเท้าฉันสิดี!”
เป้ยลอบปรบมือเบาๆ เพื่อนคนนี้ไม่ว่าเวลาไหนก็มักจะไม่ย่อท้อ
แมทธิวคล้ายเห็นทั้งสองเดินมาถึง ก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นหนึ่งในผู้สมัครแน่ เขากล่าวขอตัวกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกล่าวทักทายตามมารยาท
“สวัสดี ผมแมทธิวจากมหาลัยเมน่าจอร์น ยินดีที่ได้รู้จักครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ...”
“จากเถาอวุ่น ลลิชค่ะ”
“โอ้...ศาตราจารย์คนดังจากเถาองุ่นนั่นเอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“รู้จักฉันด้วย?”
แมทธิวพยักหน้ารับ “แน่นอนสิครับ ผมเคยอ่านบทความของคุณในหนังสือเรื่อง 'โลกใต้ทะเล' ประทับใจมากเลยล่ะครับ เนื้อหาในหนังสือที่คุณเขียนมีความลึกซึ้ง ใช้กล่าวอ้างในบทความด้านการศึกษา ยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้นอีกระดับ เรื่องนี้หากไม่ใช่คุณเขียน ผมว่าคงไม่ออกมาดีขนาดนี้”
เป้ยดึงเพื่อนมาข้างๆ กระซิบเสียงแผ่ว “ตานี่พูดมากจัง สงสัยกำลังจีบแกอยู่แหงๆ”
ลลิชกรอกตา หัวยายนี่กระทบกระเทือนหรือไง ฟังตรงไหนคิดว่าเขาจีบ ไม่ได้มีถ้อยคำหวานๆ มีเพียงถ้อยคำนับถือที่มาจากใจเท่านั้นเอง
“ขอบคุณนะคะที่ชอบหนังสือของฉัน แต่หากเทียบกับผลงานศาตราจารย์คนอื่นแล้ว ฉันก็เป็นแค่นักเรียนที่กำลังเรียนรู้”
“ถ่อมตัวเกินไปแล้ว” แมทธิวยิ้มใสซื่อ “อาศัยความสามารถของคุณ ผมว่าคุณจะต้องเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับเลือกให้ทำงานบนเรือ แม้ผมยังไม่เห็นหน้าตาของเรือดังกล่าว แต่ฟังว่ามันมีมูลค่ามหาศาล แม้แต่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในเมืองยังต้องอาย!”
แมทธิวไม่ได้พูดออกมาทั้งหมด นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วยังมีปัจจัยสำคัญ นั่นคือเงินเดือน!
คนเราเรียนสูงๆ เพื่อที่จะมีหน้าที่การงานดีๆ ทำ และเขาเองก็ฝักใฝ่การเรียนเพื่อสนุกไปกับชื่อเสียงยามมีอายุ และตอนนี้ก็ถึงคราวแล้วที่จะเฉิดฉาย โบกลามหาลัยที่ให้เงินแค่ 5 หมื่นบาท มาทำงานบนเรือที่ให้ค่าแรงถึง 1 แสนบาท!
นี่คือขั้นต่ำจากสัญญาที่ทางนั้นกล่าวอ้าง แต่ถ้าหากเป็นผู้ช่วยซึ่งคอยดูแล 'อควาเรียม' หรือผู้จัดการใหญ่ที่มีหน้าที่ดูแลทุกอย่างใน 'อควาเรียม' เงินที่ได้รับจะยิ่งทวีคูณ
ยิ่งคิดถึงมันแมทธิวก็รอไม่ไหวที่จะทดสอบตัวเอง แล้วเข้าทำงานบนเรือสำราญ!
ใช่จะมีแค่แมทธิวคนเดียวเท่านั้นที่คิดแบบนี้ ทุกคนเองก็คิด และหวังได้ใช้ชีวิตอันหรูหราบนเรือสำราญ
“ดูนั่น เรือมาแล้ว!”
หันไปมองทางมือกำลังชี้ เห็นเรือสีขาวสองลำกำลังแล่นมาเทียบท่า ด้านข้างเรือสลักอักษรวิจิตรา'AMERIA'
เดย์อยู่ในชุดเดรสกระโปรงทรงเอก้าวเดินมาข้างหน้า เส้นผมสีบลอนด์ ดวงตาราวกับอัญมณีของเธอทำให้หนุ่มๆ หลายคนหลงใหล คล้ายกับร่างกายถูกดูดพลังชีวิตไปจนถึงจิตวิญญาณ
“ฉันเดย์ รับหน้าที่ดูแลพวกคุณพาไปยังเรือหลัก เชิญขึ้นเรือค่ะ แบ่งคนละ 10 นะคะ แยกกันขึ้นเรือ” เดย์ยิ้มทักทายแล้วกล่าวเข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม
ลลิชเดินไปขึ้นเรือลำแรก
ในจุดนี้พวกเขาไม่เหมือนกับแม่ค้าในตลาดสดที่แหกปากโวยวาย ทุกคนเรียงแถวขึ้นไป คล้ายกับเด็กที่อยู่ในปกครองกำลังเข้าเรียนก็ไม่ผิด
กระทั่งทุกคนขึ้นหมดเหลือเพียงเป้ย เดย์จึงได้ถามว่า “คุณ...ไม่ได้มาสอบคัดเลือกใช่ไหมคะ”
เป้ยส่ายหน้าเก้อเขิน “ไม่ใช่ค่ะ ฉันแค่มาส่งเพื่อน...แล้วเอ่อ...”
“...ว่าไงคะ”
“ฉันคิดถึงกัปตันเรือไอแซคค่ะ ก็เลยอยากพบกับเขา!” เป้ยกัดฟันตอบ พลางก้มหน้างุด
คำตอบของหญิงสาวทำให้เดย์ประหลาดใจทีแรก ก่อนจะเผยอยิ้มมุมปาก “ทราบแล้วค่ะ ฉันจะบอกเขาให้นะคะเพียงแต่ว่าคงให้คุณขึ้นเรือไม่ได้ ขอตัวก่อนนะคะ”
เป้ยทำได้เพียงถอนหายใจ มองเรือแล่นออกไปจากท่าอย่างห่อเหี่ยว แต่ไม่นานเมื่อทบทวนคำพูดของเดย์ใบหน้าของเป้ยเริ่มแดงเรื่อ หากเจอกับไอแซคอีกครั้งจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
......
บนเรือ'AMERIA'
ทุกคนจับจองพื้นที่ นั่งดูวิวทะเลสวยพลางพูดคุยถึงเรื่องที่กำลังเดินทางไปสมัครงานบนเรือลำใหญ่
แมทธิวกระชับเนคไทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินไปหาเดย์พร้อมกับยิ้มมุมปาก “สวัสดีครับคุณเดย์ ขอให้ผมนั่งตรงนี้ได้หรือเปล่าครับ”
เห็นการกระทำของชายหนุ่ม มีหลายคนค่อนข้างไม่พอใจ
เดย์มีหน้าตาสวยงาม หุ่นมีแรงดึงดูดสูงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ชายไทยชื่นชอบอดไม่ได้ที่จะมองซ้ำๆ เป้าหมายของแมทธิวคงเป็นเรื่องอย่างว่า เพียงแต่ยังไม่มีใครกล้าพอลุกขึ้นไปแทรก
เดย์เปรยตามองชายหนุ่มครู่หนึ่ง ก่อนจะผงกศีรษะเป็นอันตกลง
เมื่อเห็นว่าการตีสนิทของแมทธิวประสบความสำเร็จ ชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาสะอาดหมดจดก็ลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาทำความทักทายเดย์
“สวัสดีครับคุณเดย์ ผมชื่อว่าโป๊บ เป็นอาจารย์สอนที่มหาลัยอังคณา”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“คุณเดย์ ทำงานอยู่บนเรือเหรอครับ” โป๊บถาม เขามีความสนใจผู้หญิงคนนี้ไม่น้อย โดยมองเธอว่าเป็นแค่ผู้นำทาง คงได้เงินเดือนไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าหากเขาได้ทำงานบนเรือ มีเงินเดือนสูงขึ้นคาดว่าคงไม่ยากที่จะจีบเดย์