ณ บริเวณชายฝั่งของเกาะงู ซึ่งเป็นเกาะที่ได้ขึ้นชื่อมีอันตรายอยู่รอบด้าน บนเกาะแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยพืชพันธุ์หลากหลายชนิด หลากหลายฤดูบางแห่งเป็นทุ่งหญ้ากว้าง บางแห่งเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ที่ขึ้นเฉพาะในป่าดิบชื้น ด้วยความหลากหลายทางระบบนิเวศเหล่านี้ทำให้เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ไม่กี่ประเภทเท่านั้น มันอาจจะมีมากกว่าพันชนิดเลยก็ได้
“แฮ่กๆ”
ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีร่างกายและเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำได้โผล่ขึ้นมาจากทะเลสาบและก้าวเหยียบชายฝั่งบนเกาะงูเป็นคนแรก ท่าทางของชายหนุ่มคนนี้เรียกได้ว่าดูอ่อนล้าเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามความอ่อนล้าเหล่านั้นหายไปจากตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจและความตื่นเต้น เมื่อมองสภาพโดยรอบเกาะงู
ชายหนุ่มคนนี้นั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นภานุนั่นเอง ซึ่งดูเหมือนว่าชายหนุ่มนั้นจะเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นมาบนเกาะนี้ในหมู่นักเรียนทหารแทบทั้งหมด
ชายหนุ่มลากบางอย่างขึ้นมาจากในทะเลสาบซึ่งดูเหมือนจะเป็นงูไททันขนาดใหญ่ที่มีลมหายใจแผ่วเบาอย่างมาก ดูเหมือนมันกำลังจะตายในไม่ช้าเนื่องจากบาดแผลบริเวณท้องของมันที่ถูกมีดกรีดเข้าไปลึกอย่างมาก เผยให้เห็นอวัยวะและซากสิ่งมีชีวิตที่มันพึ่งกินเข้าไปไหลออกมาในขณะที่ภานุลากมันขึ้นมาจากน้ำ
ภานุได้มองไปรอบๆ บริเวณชายฝั่งบนเกาะงูและพบว่าเกาะแห่งนี้นั้นมีความกว้างใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อแม้จะเป็นแค่ชายฝั่งก็ตาม เมื่อได้เช็กแน่ใจแล้วว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอันตรายใดๆ ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้แล้ว ภานุก็ได้มองไปที่งูไททันตัวโตด้วยสายตาหิวโหยทันที ก่อนที่จะจับมันด้วยมือสองข้าง ซึ่งงูไททันนั้นมีแรงมหาศาลแม้ว่ามันจะอ่อนแอเต็มทีมันก็ยังออกแรงดิ้นอยู่เสมอ แต่ในจังหวะนั้นภานุก็ได้อ้าปากและกัดกินเนื้อสดๆ ของมันทันที
“งับๆ”
เขี้ยวของภานุถูกฝังลงไปภายใต้เนื้อหนังของงูไททันในหลายๆ ส่วนของตัวมัน เลือดสดๆ และเนื้อสดๆ ได้ถูกกลืนเข้าไปในท้องของชายหนุ่มช้าๆ พร้อมกับกระแสความอบอุ่นที่ไม่ทราบที่มาทำให้ร่างกายของชายหนุ่มรู้สึกดีมากขึ้นหลายเท่า หลังจากได้ผ่านการว่ายน้ำอันแสนเหน็ดเหนื่อยมา
“ได้โปรดมอบพลังของแกให้ฉันเถอะ! ”
ภานุได้กล่าวขึ้นด้วยความหวังเต็มเปี่ยมในขณะที่กัดกินเนื้อของงูไททันไม่หยุด จนในที่สุดเจ้างูเองก็ทนพิษบาดแผลและความเจ็บปวดไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด
【ท่านได้รับทักษะ : การหายใจในน้ำ】
【ท่านได้รับทักษะ : ร่างกายยืดหยุ่น】
【การหายใจในน้ำ : ทำให้ท่านสามารถใช้ชีวิตอยู่ใต้น้ำได้นานยิ่งขึ้นโดยใช้ปริมาณออกซิเจนในการหายใจลดลงเมื่ออยู่ใต้น้ำ】
【ร่างกายยืดหยุ่น : ร่างกายจะมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น สามารถเคลื่อนไหวในท่าทางที่มนุษย์ปกติไม่สามารถทำได้ ราวกับร่างกายไร้กระดูก】
【ชื่อ: ภานุ】
【สถานะ: สมบูรณ์】
【ระดับ: 0】
【พรสวรรค์: กลืนกิน】
【ทักษะ: หนึ่งเดียวกับสายลม,ความทรหดของมด,การหายใจใต้น้ำ,ร่างกายยืดหยุ่น】
…..
ภานุได้มีอาการตกใจจนพูดไม่ออก เมื่อได้ยินเสียงในหัวรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขาซึ่งผลทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เกิดจากพรสวรรค์ “กลืนกิน” ของเขา อย่างไรก็ตามทักษะที่ได้รับนั้นดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้ภานุดีใจมากนัก กลับกันชายหนุ่มกลับผิดหวังเลยก็ว่าได้
“ได้มาสองทักษะ แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์มากเท่าไหร่ ฉันอยากจะได้ทักษะที่เหนือมนุษย์มากกว่านี้…”
มนุษย์นั้นมีความโลภไม่เว้นแม้แต่ภานุที่ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการมีทักษะที่ขี้โกง เขาชื่นชอบทักษะหนึ่งเดียวกับสายลมที่ได้รับจากวานรวายุอย่างมาก มันสามารถยกระดับความเร็วของเขาในพริบตาได้ นับว่ามีประโยชน์อย่างถึงที่สุดในการต่อสู้
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ได้ถอนหายใจและปลอบใจตัวเองในแง่ดีว่า ทักษะทั้งสองที่เขาได้รับมามันอาจจะใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ที่จำเป็น
ในการเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ภานุไม่ได้กลัวว่าตนเองจะไม่ผ่านทดสอบเลยแม้แต่นิดเดียว จุดประสงค์หลักของเขาก็คือการมาฟามทักษะจากสัตว์หลากหลายชนิดในเกาะแห่งนี้เพื่อที่จะให้ตนเองได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
หลังจากที่ชายหนุ่มได้นั่งพักและกินอาหารอย่างพึงพอใจแล้ว ชายหนุ่มก็ได้ออกตามหาใบภารกิจทันทีเพื่อที่จะสามารถผ่านการทดสอบได้อย่างรวดเร็ว และมีเวลาในการล่าพวกสัตว์ร้ายได้มากขึ้น
หลังจากได้ใช้พรสวรรค์กลืนกิน มาหลายครั้งแล้วทำให้ชายหนุ่มค้นพบว่าตนเองนั้นต่อให้กินมากขนาดไหนก็ไม่อาจเติมเต็มความหิวโหยของตนได้ จนต้องโหยหาของกินตลอดเวลา นี่อาจจะเป็นผลกระทบจากการใช้ทักษะที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่คุ้นชินกับมันก็เป็นได้
อย่างเช่นหากผู้นั้นมีทักษะที่ทำให้กล้ามเนื้อทนทาน พวกเขาก็ต้องการสารอาหารมากกว่าคนอื่นๆ เช่นเดียวกันเพื่อรักษาพลังของกล้ามเนื้อ ไม่มีพรสวรรค์ชนิดใดที่ไม่มีผลเสีย หรือเอาแต่ได้อย่างเดียว มันจะต้องแลกมาด้วยสิ่งตอบแทนบางอย่างในการใช้มันแต่ละครั้ง
“หืม?”
เมื่อภานุได้เดินผ่านทุ่งหญ้าที่สูงประมาณบริเวณเอวของเขา ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่ขยับอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนักชายหนุ่มจึงหยุดนิ่งก่อนที่จะหมอบลงช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง และจับจ้องไปที่พื้นที่เบื้องหน้าทันที
ภานุได้ศึกษาข้อมูลของเกาะงูมาพอสมควร ในข้อมูลทุกแหล่งที่ได้รับมาไม่ว่าจะมาจากการบอกเล่นของอาจารย์ลีน่าก่อนจะเริ่มการทดสอบ หรือข้อมูลจากหนังสือตำราจากห้องสมุดของบอสหลง ทุกอย่างล้วนบอกไปในทางเดียวกันว่าบนเกาะแห่งนี้นั้นทุกตารางเมตรอย่างน้อยต้องมีสัตว์ป่าดุร้ายหนึ่งตัวอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตามตั้งแต่ขึ้นมาบนเกาะแห่งนี้
นอกจากแมลงพิษตัวเล็กๆ แล้ว ภานุยังไม่อาจค้นหาสิ่งที่เรียกว่าสัตว์ร้ายได้เต็มปากเจอเลย แม้แต่ร่องรอยของพวกมัน เขาก็ยังไม่ค้นพบ ซึ่งผิดปกติอย่างมาก แต่ตอนนี้เมื่อเขาได้ยินเสียงเขาก็เบาใจลงเพราะในที่สุดโอกาสที่เขาจะได้รับทักษะใหม่ก็ได้เข้ามาหาแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อสิ่งมีชีวิตที่มีเสียงเท้าและจังหวะการก้าวที่มั่นคงนั้นเดินเข้ามาใกล้ในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ภานุสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยไม่ถูกหมอกบดบัง ก็ทำให้ภานุต้องประหลาดใจ
เพราะภาพที่ปรากฏนั้นไม่ใช่ภาพของสัตว์ร้ายที่ภานุหวังจะพบเจอพวกมัน แต่กลับเป็นกลุ่มมนุษย์สามคน ซึ่งสามคนนี้นั้นไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนทหารหรือทหารแต่อย่างใด พวกเขาล้วนแล้วแต่อยู่ในชุดสีดำแบบเดียวกัน และได้ห้อยสร้อยแปลกๆ ที่มีสัญลักษณ์รูปกากบาท ซึ่งทำมาจากวัตถุสะท้อนแสงสีเงิน ทั้งสามล้วนแล้วแต่สวมสร้อยแบบนี้เหมือนกันทำให้ภานุคิดว่าบางทีพวกนี้อาจจะเป็นกลุ่มหรือหน่วยงานอะไรสักอย่าง แต่ภานุกลับไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินมันมาก่อน
ชายคนแรกที่เดินนำหน้ามีท่าทีแปลกๆ เหมือนกับคนบ้า เขามักจะทำท่าทางสั่นหัว และแขนของตัวเองตลอดเวลา ท่าทางนั้นทำให้ภานุรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
ที่สำคัญก็คือใบหน้าของพวกเขาถูกแต่งแต้มด้วยสีดำจนเหมือนกับผี คนแรกสั่นหัวของตนเองก่อนที่จะหันมามองพื้นที่เบื้องหน้าของมัน ซึ่งเป็นทิศทางเดียวที่ภานุซุ่มอยู่ ก่อนที่มันจะหันกลับไปหาเพื่อนของมันและกล่าวขึ้นมาว่า
“เรามีเวลาไม่มากแล้ว วิหารกีอาร์ต้องการเลือดสดๆ จำนวนมาก พวกสัตว์บนเกาะนี้มีจำนวนน้อยเกินไป อย่างน้อยต้องการมากกว่านี้สามเท่า!”
หนึ่งในคนที่ได้ฟังก็ได้พยักหน้าก่อนที่จะกล่าวมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า
“ที่พวกเราหามามากขนาดนี้ยังไม่พออีกเหรอ? ดูเหมือนครั้งนี้จะทำพิธีบูชายัญที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อนนะ…”
ภานุที่แอบฟังบทสนทนาของพวกมันอยู่นั้นก็รู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกของเขามันบอกว่าคนพวกนี้นั้นกำลังทำชั่วอยู่อย่างไรอย่างนั้น
‘วิหารกีอาร์? เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย มันฟังดูเหมือนชื่อสถานที่แต่ดูจากการแต่งตัวของพวกนั้นคงจะเป็นชื่อลัทธิมากกว่า’
ชายหนุ่มวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ และสรุปภายในใจของตนเอง ก่อนที่จะฟังบทสนทนาต่อ
“ครั้งนี้ไม่ใช่การบูชายัญธรรมดา แต่เป็นการเปิดประตูโลกปีศาจ ตามความประสงค์ของเทพีกีอาร์”
เมื่อภานุได้ฟังดังนั้นก็ตกตะลึง ปีศาจ เป็นตัวตนแห่งความชั่วร้ายของโลกใบนี้ ซึ่งพวกมันนั้นเป็นศัตรูกับมนุษย์อย่างสิ้นเชิง แล้วเพราะเหตุใดมนุษย์เบื้องหน้าของภานุ จากการกระทำและคำพูดคำจาของพวกมันนั้นเหมือนกำลังสนับสนุนปีศาจ
“ไอหนูโสโครกที่แอบฟังอยู่จะโผล่หัวออกมาดีๆ หรือจะให้บังคับออกมา!”
ชายผู้มีบุคลิกผิดเพี้ยนจากพวกกล่าวขึ้นเสียงดัง พร้อมกับหันมามองที่ภานุ สายตาของมันเต็มไปด้วยความต้องการจะสังหาร พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูทุเรศผิดมนุษย์ทำให้ภานุหันหลังและวิ่งหนีออกไปด้วยสัญชาตญาณทันที
“จะหนีไปไหน!”
เสียงที่ฟังดูน่าขนลุกดังขึ้นเบื้องหลังของภานุ ราวกับว่าเสียงนั้นเข้ามาใกล้มากจนแทบกระซิบข้างหู
“เวรเอ่ย!”
ภานุขยับร่างกายด้วยสัญชาตญาณเขาก้มตัวลงให้ต่ำที่สุดก่อนที่จะชักมีดออกมาเตรียมตัวเอาไว้
“เคร่ง!”
มีดและเคียวที่โค้งยาวเหมือนจันทร์เสี้ยวได้ปะทะกัน ภานุได้หันกลับมาและใช้มีดป้องกันการจู่โจมของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ทันท่วงที ชายหนุ่มต้องตกตะลึงกับอาวุธที่แปลกประหลาดและดูใหญ่อย่างมาก
หญ้าที่สูงเลยหัวเข่ารอบกายของชายปริศนาผู้ที่ดูเหมือนโรคจิตถูกตัดอย่างเนียนซึ่งแสดงให้เห็นว่าเคียวของอีกฝ่ายนั้นคมอย่างมาก
“หืม? เครื่องแบบนี้ไม่ใช่นักเรียนทหารหรอกเหรอ? ดูเหมือนว่าแกจะโชคดีนะที่ปัดป้องการโจมตีของฉันคนนี้ได้”
ชายโรคจิตกล่าวขึ้นก่อนที่จะเคลื่อนไหวมืออย่างรวดเร็วด้วยท่าทางที่ชำนาญ เคียวขนาดใหญ่หมุนวนอย่างรวดเร็วจนสามารถสร้างภาพติดตาในดวงตาของมนุษย์ได้
“ฉับๆ”
หญ้าแถบนั้นถูกตัดออกไปด้วยการควงเคียวของอีกฝ่ายทำให้ภานุรู้สึกกดดัน
“พวกแกเป็นใคร!? ทำไมต้องโจมตีฉัน…”
ภานุต้องการจะกล่าวถามอีกฝ่าย อย่างไรก็ตามชายหนุ่มรู้สึกถึงกระแสลมที่พุ่งลงมาเหนือศีรษะของตนเอง ทำให้ชายหนุ่มต้องกล่าวถอยออกไปอย่างกะทันหัน
“ฮ่าๆๆๆๆ”
ชายโรคจิตหัวเราะอย่างบ้าคลั่งมันคิดว่าการโจมตีในครั้งนี้ของมันนั้นสามารถสังหารภานุได้แล้ว อย่างไรก็ตามภานุกลับสามารถหลบไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ต้องแลกมากับบาดแผลที่ปลายจมูกเล็กน้อย
“จึก!”
เคียวอันแหลมคมปักลงไปในดินลึกด้วยความคมของมัน โอกาสนี้เองเป็นโอกาสที่ภานุตัดสินใจลงมือเพื่อความอยู่รอดของตน หากเขาไม่ตอบโต้ไปบ้าง อาจเป็นเรื่องยากที่จะรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้