(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 111 พวกหอยกาบต่อสู้กัน

            ขณะที่คนของตระกูลจินและมังกรอัคคีหลังหนามกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน


            สนามรบรอบบริเวณก็แปรเปลี่ยนเป็นทะเลแห่งลมและไฟ เสียงคำรามของสัตว์อสูรสลับกับเสียงคำสั่งของมนุษย์ดังก้องไปทั่วภูผา เปลวเพลิงสีแดงฉานพวยพุ่งตัดผ่านความมืดยามค่ำคืน ขณะที่สายลมวิญญาณหมุนวนโต้ตอบราวพายุที่ไม่อาจสงบลง


            จินหลงและจินหมิงยืนเป็นแนวหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง


            ต่อให้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผลและโลหิตยังซึมออกจากมุมปาก ทั้งสองกลับไม่ถอยกระทั่งก้าวเดียว สายลมวิญญาณของพวกเขาถูกเรียกออกมาอย่างต่อเนื่อง หมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดมหึมา ตัดผ่านเปลวไฟและบิดเบือนทิศทางของลมหายใจมังกร


            จินหลงสะบัดแขนอย่างรวดเร็ว ใบมีดอากาศหลายร้อยเส้นพุ่งเข้าใส่ลำตัวของมังกรอัคคีหลังหนาม


            ขณะที่จินหมิงเคลื่อนไหววูบไหวไปมาราวเงาพริบไหว พลิกแพลงพลังของตนให้กลายเป็นแรงกระแทกอัดแน่นเข้าใส่จุดอ่อนของสัตว์ร้าย


            มังกรอัคคีหลังหนามคำรามกึกก้อง เสียงนั้นเต็มไปด้วยความขุ่นแค้น


            เปลวไฟรอบกายพวยพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม หนามบนสันหลังลุกโชนสว่างไสวราวหอกไฟนับร้อย


            ทันใดนั้นตัวของมันก็กระโดดทะยานขึ้นเหนือฟ้าด้วยเท้าที่ใหญ่โตทั้งสี่ แรงเหยียบพื้นก่อนกระโดดทำให้ดินหินแตกกระจาย เสียงสะท้อนดังสนั่นราวภูเขาถล่ม ร่างมหึมาลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เปลวเพลิงหมุนวนรอบกายอย่างบ้าคลั่ง


            พลังอำนาจทั้งหมดถูกบีบอัดเข้าสู่ร่างของมัน หนามเปลวเพลิงบนสันหลังเริ่มสั่นสะเทือน ไหลผ่านแนวหนามทีละเส้นจนสว่างจ้า


            “ตายซะไอ้พวกชั้นต่ำ!”


            ในชั่วพริบตามังกรอัคคีหลังหนามได้ทิ้งน้ำหนักลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอย่างรุนแรง


            แรงกระแทกครั้งนั้นสั่นสะเทือนทั่วทั้งสนามรบ ดินหินกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า


            และในเวลาเดียวกัน หนามเปลวเพลิงนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกจากสันหลังของมัน แปรเปลี่ยนเป็นหอกเพลิงแหลมคมที่ตกลงมาดั่งห่าฝน


            ท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยสายไฟสีแดงที่พุ่งลงมาจากเบื้องบน


            ภาพนั้นงดงามราวปรากฏการณ์แห่งหายนะ ทว่าภายใต้ความสวยงามกลับแฝงความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


            ทุกคนที่เห็นต่างหน้าซีดเผือดโดยพร้อมเพรียง ทำให้เสียงคำรามของจินหลงดังขึ้นทันที


            “ตั้งรับ!”


            นักล่ามังกรของตระกูลจินต่างเร่งปลดปล่อยพลังวิญญาณ ผสานเข้ากับเจตจำนงแห่งสายลมของตนอย่างสุดกำลัง สายลมหมุนวนเป็นเกราะโปร่งใส บางคนสร้างโล่พายุ บางคนเรียกกำแพงลมหลายชั้น บางคนเหินกายหลบหลีกอย่างรวดเร็ว


            หนามเพลิงตกกระทบลงมาอย่างต่อเนื่อง กำแพงอากาศหลายแห่งแตกกระจายทันทีเมื่อถูกเจาะทะลุ


            หอกไฟพุ่งผ่านร่างมนุษย์อย่างไร้ความปรานี ทำให้เกิดเสียงกรีดร้องที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ


            ก่อนที่ร่างของนักล่ามังกรหลายคนจะถูกเสียบทะลุ เลือดสาดกระจายผสมกับประกายไฟ พวกเขาล้มลงทีละคนด้วยความรวดเร็ว


            บางคนยังพยายามยืนหยัดแม้ถูกแทงทะลุแขนหรือไหล่ ทว่าหนามที่สองและสามก็ปักลงมาอย่างไร้ปรานี ทำให้ร่างทรุดลงสู่พื้นอย่างน่าอนาถ เพราะการโจมตีครั้งนี้รุนแรงและอาณาเขตกว้างเกินกว่าที่คาดคิด มันเต็มไปด้วยอำนาจแห่งมังกรที่แท้จริงเลยก็ว่าได้


            เพียงชั่วอึดใจ นักล่ามังกรจากตระกูลจินก็ต้องตกตายไปมากกว่าครึ่ง สนามรบถูกแต้มด้วยเลือดและเถ้าถ่าน


            จินหลงมองภาพนั้นด้วยดวงตาแดงก่ำ


            “ไอ้บัดซบ!”


            ตัวของจินหมิงเองก็ยิ่งโกรธจัด ลมหายใจหนักหน่วงขึ้นทุกครั้งที่เห็นร่างผู้ร่วมตระกูลล้มลงต่อหน้า


            แต่ความสูญเสียได้เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้พวกเขาสูญเสียนักล่ามังกรที่มาด้วยไปกว่าครึ่ง จำนวนผู้ยืนหยัดอยู่บนพื้นดินเหลือเพียงหยิบมือ


            สายตาของจินหลงและจินหมิงสบกันชั่วครู่ ความเข้าใจบางอย่างส่งผ่านโดยไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำ


            ถอยไม่ได้


            หากล่าถอยในตอนนี้ ไม่เพียงศักดิ์ศรีจะสูญสิ้น ชีวิตของผู้ที่เหลืออยู่ก็ยากจะรักษาไว้


            มังกรอัคคีหลังหนามยืนตระหง่านท่ามกลางเปลวเพลิง หนามบางส่วนบนสันหลังหายไป แต่พลังอำนาจรอบกายยังคงลุกโชน


            ดวงตาสีแดงจ้องลงมายังมนุษย์เบื้องล่างด้วยความเย้ยหยัน ถึงจะบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่


            “อ่อนแอ!”


            “พวกแกนักล่ามังกรทั้งหมดจะอ่อนแอกันเกินไปแล้ว! มีพลังเพียงแค่นี้แต่คิดที่จะล่าสังหารข้าเรอะ?!”


            ขณะเดียวกัน นายน้อยตระกูลจินอย่างจินชวนที่ยืนอยู่ห่างจากสมรภูมิหลักออกไป ก็ไม่เหลือแม้เศษเสี้ยวของความทะนงตนที่เคยมี


            ร่างของเขาสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ไหล่ทั้งสองสั่นไหว ฟันกระทบกันดังระรัวจนกรามชา


            นัยน์ตาที่เคยฉายประกายอหังการกลับพร่าเลือนด้วยความหวาดผวา เปลวเพลิงของมังกรสะท้อนในม่านตาเป็นภาพซ้อนทับกับร่างผู้ร่วมตระกูลที่ล้มลงทีละคน กลิ่นเลือดคละคลุ้งผสมกับกลิ่นไหม้เกรียมทำให้ลมหายใจของเขาหนักอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก


            ความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองอย่างรวดเร็ว


            “หนี..”


            เสียงในใจแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะดังชัดขึ้นเรื่อยๆ


            “หะ.. หนี!”


            “ข้าต้องหนีเดี๋ยวนี้!”


            “ยังไงท่านผู้อาวุโสทั้งสองและคนอื่นๆก็คงไม่อาจรอดชีวิต!”


            คำพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด แทบไม่สนใจเสียงปะทะของลมและไฟที่ยังคงกึกก้องอยู่เบื้องหลัง ไม่สนใจสายตาของผู้ใดอีกต่อไป ความอยู่รอดของตนเองกลายเป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในจิตใจ


            เขาหันกายหมายจะวิ่งออกจากอาณาเขตการต่อสู้โดยไม่ลังเล แม้เท้ายังสั่น แต่ความกลัวกลับผลักดันให้เคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าปกติ


            ทว่าในฉับพลันจากด้านหลัง


            เสียงฉีกอากาศแหลมคมดังวาบขึ้น รากไม้สีม่วงเข้มพุ่งทะยานเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด มันเร็วเกินกว่าจะมองเห็นชัด


            ก่อนที่ปลายรากอันแหลมคมจะทะลวงผ่านแผ่นหลังของจินชวนอย่างไร้ปรานี แรงกระแทกทำให้ร่างของเขาชะงักค้างอยู่กลางอากาศ โลหิตพุ่งออกจากปากทันที ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสระเบิดขึ้นจากส่วนลึกของร่างกาย ลามไปทั่วทุกเส้นประสาทจนดวงตาพร่ามัว


            “ทะ.. ท่านผู้...”


            น้ำเสียงของมันขาดห้วงสั่นเครือ พยายามตะโกนเรียกคนอื่นๆในตระกูล ทว่าก่อนถ้อยคำจะหลุดพ้น รากไม้ที่แทงทะลุร่างก็แยกตัวออกเป็นเส้นย่อยนับไม่ถ้วน แผ่กระจายราวใยแมงมุม ก่อนจะเลื้อยขึ้นมาปิดปากของเขาเอาไว้แน่นหนา


            เสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ


            ความเจ็บปวดแผ่ซ่านลึกยิ่งกว่าไฟมังกร โลหิตไหลซึมตามลำต้นรากสีม่วงเข้มที่ฝังอยู่ในร่าง


            ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลังเหมือนกระซิบที่ข้างหู


            “ใต้ผืนน้ำสีครามอันนิ่งงัน มีหอยกาบสองตัวเฝ้าฝันกลางสายชล ตัวหนึ่งใหญ่ อีกตัวใจร้อนเกินทน ต่างคนต่างคิดว่าตนแกร่งกว่าใคร????”


            “คลื่นพัดเบา แต่ใจกลับเดือดดาล เปลือกกระทบกันดังสะท้านไกล เปิดปิดงับกันไม่ยอมแพ้ใคร ศึกเล็กๆกลับลุกไหม้ในทะเล????”


            “หอยกาบสู้กันจนลืมโลกกว้าง ลืมว่ามีภัยซ่อนอยู่ข้างหน้า งับกันไป งับกันมา สุดท้ายก็เหนื่อยล้าเกินทน????”


            “หอยกาบสู้กันไม่รู้ชะตา ว่ามีคนรอเก็บอยู่ด้านบน ชาวประมงยิ้มรับผล ได้ทั้งสองโดยไม่ต้องสู้เลย????”


            เสียงเพลงนั้นเสียดแทงยิ่งกว่าใบมีด มันดังอยู่ข้างหูของจินชวน ทำให้หัวใจของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง


            เขาพยายามเบิกตากว้าง หายใจติดขัดเพราะรากไม้ที่รัดแน่นรอบปาก ความหวาดกลัวและความตกตะลึงผสมปนเปกันจนแทบไม่อาจควบคุมสติ เขารู้จักเสียงนั้น เสียงที่เคยได้ยินมาก่อน ไม่ใช่ผู้อาวุโส ไม่ใช่มังกรอัคคีหลังหนาม


            หากเป็นใครบางคนที่ไม่น่าจะปรากฏตัวในสถานการณ์เช่นนี้


            ภาพความทรงจำในซากปรักหักพังของเมืองผุดขึ้นมาในสมองอย่างรวดเร็ว


            ชายหนุ่มนักล่ามังกรตัวเล็กๆ ผู้ที่ดูไร้พิษสงและไม่คู่ควรแก่การใส่ใจในสายตาของเขาในช่วงกลางวัน


            ท่ามกลางเงามืดและแสงเพลิงสะท้อน เงาร่างเล็กๆยืนอยู่ไม่ห่างนัก ท่าทีผ่อนคลายเกินกว่าจะเข้ากับสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเลือดและไฟ


            ดวงตาคู่นั้นมองเขาอย่างสงบนิ่ง ริมฝีปากยังคงขยับฮัมทำนองต่อเนื่องอย่างไม่เร่งรีบ


            ความเข้าใจบางอย่างแล่นผ่านจิตใจของจินชวนในชั่วพริบตา


            เขาไม่ใช่ผู้ล่า


            แต่เป็นเหยื่อ


            ริมฝีปากที่ถูกปิดแน่นด้วยรากไม้ขยับอย่างยากลำบาก


            “กะ.. แก..”


            น้ำเสียงนั้นเล็ดลอดออกมาเพียงแผ่วเบา ก่อนจะถูกกลืนหายไปอีกครั้งในอ้อมรัดของรากสีม่วงเข้มที่รัดแน่นยิ่งกว่าเดิม


            เสียงเพลงยังคงลอยละล่องอยู่ข้างหู และในสายตาที่พร่าเลือนของจินชวน


            เงาร่างเล็กๆตรงหน้ากลับดูน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่ามังกรอัคคีหลังหนามเสียอีก


            ..

            แม่งกวนมาก 555+


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน