ขณะที่คนของตระกูลจินและมังกรอัคคีหลังหนามกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
สนามรบรอบบริเวณก็แปรเปลี่ยนเป็นทะเลแห่งลมและไฟ เสียงคำรามของสัตว์อสูรสลับกับเสียงคำสั่งของมนุษย์ดังก้องไปทั่วภูผา เปลวเพลิงสีแดงฉานพวยพุ่งตัดผ่านความมืดยามค่ำคืน ขณะที่สายลมวิญญาณหมุนวนโต้ตอบราวพายุที่ไม่อาจสงบลง
จินหลงและจินหมิงยืนเป็นแนวหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง
ต่อให้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผลและโลหิตยังซึมออกจากมุมปาก ทั้งสองกลับไม่ถอยกระทั่งก้าวเดียว สายลมวิญญาณของพวกเขาถูกเรียกออกมาอย่างต่อเนื่อง หมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดมหึมา ตัดผ่านเปลวไฟและบิดเบือนทิศทางของลมหายใจมังกร
จินหลงสะบัดแขนอย่างรวดเร็ว ใบมีดอากาศหลายร้อยเส้นพุ่งเข้าใส่ลำตัวของมังกรอัคคีหลังหนาม
ขณะที่จินหมิงเคลื่อนไหววูบไหวไปมาราวเงาพริบไหว พลิกแพลงพลังของตนให้กลายเป็นแรงกระแทกอัดแน่นเข้าใส่จุดอ่อนของสัตว์ร้าย
มังกรอัคคีหลังหนามคำรามกึกก้อง เสียงนั้นเต็มไปด้วยความขุ่นแค้น
เปลวไฟรอบกายพวยพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม หนามบนสันหลังลุกโชนสว่างไสวราวหอกไฟนับร้อย
ทันใดนั้นตัวของมันก็กระโดดทะยานขึ้นเหนือฟ้าด้วยเท้าที่ใหญ่โตทั้งสี่ แรงเหยียบพื้นก่อนกระโดดทำให้ดินหินแตกกระจาย เสียงสะท้อนดังสนั่นราวภูเขาถล่ม ร่างมหึมาลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เปลวเพลิงหมุนวนรอบกายอย่างบ้าคลั่ง
พลังอำนาจทั้งหมดถูกบีบอัดเข้าสู่ร่างของมัน หนามเปลวเพลิงบนสันหลังเริ่มสั่นสะเทือน ไหลผ่านแนวหนามทีละเส้นจนสว่างจ้า
“ตายซะไอ้พวกชั้นต่ำ!”
ในชั่วพริบตามังกรอัคคีหลังหนามได้ทิ้งน้ำหนักลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอย่างรุนแรง
แรงกระแทกครั้งนั้นสั่นสะเทือนทั่วทั้งสนามรบ ดินหินกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า
และในเวลาเดียวกัน หนามเปลวเพลิงนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกจากสันหลังของมัน แปรเปลี่ยนเป็นหอกเพลิงแหลมคมที่ตกลงมาดั่งห่าฝน
ท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยสายไฟสีแดงที่พุ่งลงมาจากเบื้องบน
ภาพนั้นงดงามราวปรากฏการณ์แห่งหายนะ ทว่าภายใต้ความสวยงามกลับแฝงความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทุกคนที่เห็นต่างหน้าซีดเผือดโดยพร้อมเพรียง ทำให้เสียงคำรามของจินหลงดังขึ้นทันที
“ตั้งรับ!”
นักล่ามังกรของตระกูลจินต่างเร่งปลดปล่อยพลังวิญญาณ ผสานเข้ากับเจตจำนงแห่งสายลมของตนอย่างสุดกำลัง สายลมหมุนวนเป็นเกราะโปร่งใส บางคนสร้างโล่พายุ บางคนเรียกกำแพงลมหลายชั้น บางคนเหินกายหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
หนามเพลิงตกกระทบลงมาอย่างต่อเนื่อง กำแพงอากาศหลายแห่งแตกกระจายทันทีเมื่อถูกเจาะทะลุ
หอกไฟพุ่งผ่านร่างมนุษย์อย่างไร้ความปรานี ทำให้เกิดเสียงกรีดร้องที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
ก่อนที่ร่างของนักล่ามังกรหลายคนจะถูกเสียบทะลุ เลือดสาดกระจายผสมกับประกายไฟ พวกเขาล้มลงทีละคนด้วยความรวดเร็ว
บางคนยังพยายามยืนหยัดแม้ถูกแทงทะลุแขนหรือไหล่ ทว่าหนามที่สองและสามก็ปักลงมาอย่างไร้ปรานี ทำให้ร่างทรุดลงสู่พื้นอย่างน่าอนาถ เพราะการโจมตีครั้งนี้รุนแรงและอาณาเขตกว้างเกินกว่าที่คาดคิด มันเต็มไปด้วยอำนาจแห่งมังกรที่แท้จริงเลยก็ว่าได้
เพียงชั่วอึดใจ นักล่ามังกรจากตระกูลจินก็ต้องตกตายไปมากกว่าครึ่ง สนามรบถูกแต้มด้วยเลือดและเถ้าถ่าน
จินหลงมองภาพนั้นด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ไอ้บัดซบ!”
ตัวของจินหมิงเองก็ยิ่งโกรธจัด ลมหายใจหนักหน่วงขึ้นทุกครั้งที่เห็นร่างผู้ร่วมตระกูลล้มลงต่อหน้า
แต่ความสูญเสียได้เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้พวกเขาสูญเสียนักล่ามังกรที่มาด้วยไปกว่าครึ่ง จำนวนผู้ยืนหยัดอยู่บนพื้นดินเหลือเพียงหยิบมือ
สายตาของจินหลงและจินหมิงสบกันชั่วครู่ ความเข้าใจบางอย่างส่งผ่านโดยไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำ
ถอยไม่ได้
หากล่าถอยในตอนนี้ ไม่เพียงศักดิ์ศรีจะสูญสิ้น ชีวิตของผู้ที่เหลืออยู่ก็ยากจะรักษาไว้
มังกรอัคคีหลังหนามยืนตระหง่านท่ามกลางเปลวเพลิง หนามบางส่วนบนสันหลังหายไป แต่พลังอำนาจรอบกายยังคงลุกโชน
ดวงตาสีแดงจ้องลงมายังมนุษย์เบื้องล่างด้วยความเย้ยหยัน ถึงจะบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่
“อ่อนแอ!”
“พวกแกนักล่ามังกรทั้งหมดจะอ่อนแอกันเกินไปแล้ว! มีพลังเพียงแค่นี้แต่คิดที่จะล่าสังหารข้าเรอะ?!”
ขณะเดียวกัน นายน้อยตระกูลจินอย่างจินชวนที่ยืนอยู่ห่างจากสมรภูมิหลักออกไป ก็ไม่เหลือแม้เศษเสี้ยวของความทะนงตนที่เคยมี
ร่างของเขาสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ไหล่ทั้งสองสั่นไหว ฟันกระทบกันดังระรัวจนกรามชา
นัยน์ตาที่เคยฉายประกายอหังการกลับพร่าเลือนด้วยความหวาดผวา เปลวเพลิงของมังกรสะท้อนในม่านตาเป็นภาพซ้อนทับกับร่างผู้ร่วมตระกูลที่ล้มลงทีละคน กลิ่นเลือดคละคลุ้งผสมกับกลิ่นไหม้เกรียมทำให้ลมหายใจของเขาหนักอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองอย่างรวดเร็ว
“หนี..”
เสียงในใจแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะดังชัดขึ้นเรื่อยๆ
“หะ.. หนี!”
“ข้าต้องหนีเดี๋ยวนี้!”
“ยังไงท่านผู้อาวุโสทั้งสองและคนอื่นๆก็คงไม่อาจรอดชีวิต!”
คำพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด แทบไม่สนใจเสียงปะทะของลมและไฟที่ยังคงกึกก้องอยู่เบื้องหลัง ไม่สนใจสายตาของผู้ใดอีกต่อไป ความอยู่รอดของตนเองกลายเป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในจิตใจ
เขาหันกายหมายจะวิ่งออกจากอาณาเขตการต่อสู้โดยไม่ลังเล แม้เท้ายังสั่น แต่ความกลัวกลับผลักดันให้เคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าปกติ
ทว่าในฉับพลันจากด้านหลัง
เสียงฉีกอากาศแหลมคมดังวาบขึ้น รากไม้สีม่วงเข้มพุ่งทะยานเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด มันเร็วเกินกว่าจะมองเห็นชัด
ก่อนที่ปลายรากอันแหลมคมจะทะลวงผ่านแผ่นหลังของจินชวนอย่างไร้ปรานี แรงกระแทกทำให้ร่างของเขาชะงักค้างอยู่กลางอากาศ โลหิตพุ่งออกจากปากทันที ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสระเบิดขึ้นจากส่วนลึกของร่างกาย ลามไปทั่วทุกเส้นประสาทจนดวงตาพร่ามัว
“ทะ.. ท่านผู้...”
น้ำเสียงของมันขาดห้วงสั่นเครือ พยายามตะโกนเรียกคนอื่นๆในตระกูล ทว่าก่อนถ้อยคำจะหลุดพ้น รากไม้ที่แทงทะลุร่างก็แยกตัวออกเป็นเส้นย่อยนับไม่ถ้วน แผ่กระจายราวใยแมงมุม ก่อนจะเลื้อยขึ้นมาปิดปากของเขาเอาไว้แน่นหนา
เสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านลึกยิ่งกว่าไฟมังกร โลหิตไหลซึมตามลำต้นรากสีม่วงเข้มที่ฝังอยู่ในร่าง
ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลังเหมือนกระซิบที่ข้างหู
“ใต้ผืนน้ำสีครามอันนิ่งงัน มีหอยกาบสองตัวเฝ้าฝันกลางสายชล ตัวหนึ่งใหญ่ อีกตัวใจร้อนเกินทน ต่างคนต่างคิดว่าตนแกร่งกว่าใคร????”
“คลื่นพัดเบา แต่ใจกลับเดือดดาล เปลือกกระทบกันดังสะท้านไกล เปิดปิดงับกันไม่ยอมแพ้ใคร ศึกเล็กๆกลับลุกไหม้ในทะเล????”
“หอยกาบสู้กันจนลืมโลกกว้าง ลืมว่ามีภัยซ่อนอยู่ข้างหน้า งับกันไป งับกันมา สุดท้ายก็เหนื่อยล้าเกินทน????”
“หอยกาบสู้กันไม่รู้ชะตา ว่ามีคนรอเก็บอยู่ด้านบน ชาวประมงยิ้มรับผล ได้ทั้งสองโดยไม่ต้องสู้เลย????”
เสียงเพลงนั้นเสียดแทงยิ่งกว่าใบมีด มันดังอยู่ข้างหูของจินชวน ทำให้หัวใจของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เขาพยายามเบิกตากว้าง หายใจติดขัดเพราะรากไม้ที่รัดแน่นรอบปาก ความหวาดกลัวและความตกตะลึงผสมปนเปกันจนแทบไม่อาจควบคุมสติ เขารู้จักเสียงนั้น เสียงที่เคยได้ยินมาก่อน ไม่ใช่ผู้อาวุโส ไม่ใช่มังกรอัคคีหลังหนาม
หากเป็นใครบางคนที่ไม่น่าจะปรากฏตัวในสถานการณ์เช่นนี้
ภาพความทรงจำในซากปรักหักพังของเมืองผุดขึ้นมาในสมองอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มนักล่ามังกรตัวเล็กๆ ผู้ที่ดูไร้พิษสงและไม่คู่ควรแก่การใส่ใจในสายตาของเขาในช่วงกลางวัน
ท่ามกลางเงามืดและแสงเพลิงสะท้อน เงาร่างเล็กๆยืนอยู่ไม่ห่างนัก ท่าทีผ่อนคลายเกินกว่าจะเข้ากับสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเลือดและไฟ
ดวงตาคู่นั้นมองเขาอย่างสงบนิ่ง ริมฝีปากยังคงขยับฮัมทำนองต่อเนื่องอย่างไม่เร่งรีบ
ความเข้าใจบางอย่างแล่นผ่านจิตใจของจินชวนในชั่วพริบตา
เขาไม่ใช่ผู้ล่า
แต่เป็นเหยื่อ
ริมฝีปากที่ถูกปิดแน่นด้วยรากไม้ขยับอย่างยากลำบาก
“กะ.. แก..”
น้ำเสียงนั้นเล็ดลอดออกมาเพียงแผ่วเบา ก่อนจะถูกกลืนหายไปอีกครั้งในอ้อมรัดของรากสีม่วงเข้มที่รัดแน่นยิ่งกว่าเดิม
เสียงเพลงยังคงลอยละล่องอยู่ข้างหู และในสายตาที่พร่าเลือนของจินชวน
เงาร่างเล็กๆตรงหน้ากลับดูน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่ามังกรอัคคีหลังหนามเสียอีก
..
แม่งกวนมาก 555+