บทที่ 33: แยกจากกัน (Separated)
มีรถตำรวจจำนวนหลายคันมุ่งหน้ามาถึงที่หน้าประตูรั้งของบ้านคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระ เหล่าผู้คนที่บุกเข้ามาในบ้านต่างก็ถูกจับกุมไปยังสถานีตำรวจ พวกเขาทั้งหมดต่างก็ถูกตำรวจในสถานีเทศน์กันยกใหญ่ โดยที่พวกเขานั้นกลับจำเรื่องราวก่อนหน้าที่พวกเขาบุกเข้าไปวุ่นวายในบ้านคฤหาสน์ไม่ได้เลย อันเนื่องมาจากพวกเขานั้นได้ถูกยูโตะและสึรุฮิเมะทำการลบความทรงจำส่วนนั้นด้วยพลังเวทย์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่ช่วยพวกเราเอาไว้”“ถ้าไม่ได้พวกคุณช่วยไว้ พวกเราต้องแย่แน่”เซ็นเคียวกับนิชิโกะต่างก็โค้งคำนับให้กับยูโตะและสึรุฮิเมะเป็นการขอบคุณ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ทำความรู้จักกัน“ดิฉันโอริ สึรุอิมินะคะ เป็นผู้ดูแลศาลเจ้าโอยามะซุมิค่ะ”สึรุฮิเมะพยายามแนะนำตัวด้วยชื่อที่มีเสียงสะกดคล้ายคลึงกัน เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอยูโตะกับสึรุฮิเมะต่างก็ขอร้องให้คนในครอบครัวตระกูลมัทสึไดระช่วยปกปิดเรื่องพลังเวทย์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสองไว้เป็นความลับ เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้คนภายนอกมารู้เรื่องนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายในภายหลังได้ เซ็นเคียวกับนิชิโกะต่างก็ตอบตกลงกับพวกเขาทั้งสอง“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ช่วยปกปิดเรื่องของหนูไว้เป็นความลับด้วยนะคะ”ยูกินะก็กล่าวขอร้องผู้เป็นบุพการีทั้งสองด้วยอีกคน ก่อนที่จะทำการอัญเชิญเท็นมะ ภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาออกมา “คุณยูกินะครับ ถ้าหากวันไหนที่คุณจะต้องออกไปอยู่ข้างนอกนานๆ ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมอยากจะให้คุณฝากตัวน้องสาวคุณไว้กับผมหน่ะครับ คือถ้าผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวแบบนั้น ผมเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัยสำหรับเธอหน่ะครับ ดังนั้น ผมจึงคิดว่าควรจะมีใครสักคนคอยมาอยู่ดูแลเคียงข้างจะดีกว่านะครับ คุณจะได้สบายใจและก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องของน้องสาวคุณไงหล่ะครับ...”ยูโตะเว้นจังหวะสักพักก่อนที่จะพูดต่อไปว่า“คือที่ร้านกาแฟในบ้านผมก็ยังพอมีห้องชั้นใต้ดินอยู่หน่ะครับ และน้องสาวผมก็กำลังจะเปิดเป็นห้องเช่ารายเดือนอยู่พอดี แล้วที่สำคัญ…ร้านกาแฟในบ้านผมก็อยู่ใกล้โรงเรียนของน้องสาวคุณด้วย น้องสาวคุณจะได้เดินทางไปกลับได้สะดวกขึ้นยังไงหล่ะครับ ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่คุณก็พาน้องสาวคุณมาเช่าอยู่ได้เลยนะครับ”หลังจากที่ยูโตะพูดจบ ทางด้านยูกินะกับสึบากิก็รีบโค้งคำนับพ่อแม่ของพวกเธอเป็นการร่ำลา ก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางข้ามจังหวัดกลับไปยังหอพักในเมืองโตเกียวด้วยกัน โดยมีสึรุฮิเมะเดินทางไปเป็นเพื่อนด้วย เธอนั้นเดินทางด้วยรถม้าที่มาในสไตล์บ้านเรือนแบบญี่ปุ่นโบราณขนาดย่อม ซึ่งเกิดจากการแปลงกายโดยทานุกิ ภูติพิทักษ์ประจำกายของเธอทางด้านยูโตะก็รีบโค้งคำนับให้กับเซ็นเคียวกับนิชิโกะเป็นการร่ำลา ก่อนที่จะอัญเชิญซากุระอุจิ ภูติพิทักษ์วัวบุปผาออกมาและขึ้นขี่บนหลัง วัวบุปผาได้แปรเปลี่ยนไปเป็นวัวไฟอเวจี โทนสีบนตัวของมันนั้นเปลี่ยนจากสีซีดไปเป็นสีแดงเพลิงพร้อมกับเปลวไฟบนเขาทั้งสองข้างที่ได้เปลี่ยนเป็นสีเพลิงอันร้อนแรงดั่งเปลวไฟอเวจีวัวไฟอเวจีนั้นค่อยๆ พาตัวยูโตะที่ขึ้นขี่อยู่บนหลังของมันวิ่งขึ้นบนกลางอากาศ ก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางข้ามจังหวัดมุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรมหรูในเมืองนาสุ จังหวัดโทชิกิที่เขาจากมาด้วยความเร็วสูงประดุจลูกอุกกาบาตหลังจากที่วัวไฟอเวจีนั้นได้มาลงจอดที่กลางลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนโรงแรมหรู ยูโตะก็รีบลงจากหลังวัวและวิ่งลงไปยังห้องพักในโรงแรมด้วยความเร่งรีบ ทางด้านภูติพิทักษ์วัวไฟอเวจีนั้นก็ได้แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นวัวบุปผาเช่นเดิม ก่อนที่ร่างวัวนั้นจะเลือนหายไป สีของตัวมันได้เปลี่ยนกลับไปเป็นสีซีด พร้อมกับเปลวไฟบนเขาทั้งสองข้างที่ได้เปลี่ยนกลับไปเป็นเปลวไฟสีบานเย็นที่มีกลีบซากุระนับพันกว่ากลีบที่ลอยฟุ้งออกมาเหมือนเดิมทางด้านยูกินะกับสึบากิก็ได้มาถึงที่หอพักในเมืองโตเกียวพร้อมกับสึรุฮิเมะที่ตามพวกเธอมาด้วย สึบากิรีบเข้ามาเก็บชุดเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เข้ากระเป๋าเดินทางที่มีขนาดใหญ่นิดๆ ก่อนที่พวกเธอทั้งหมดจะเดินทางไปยังร้านกาแฟในบ้านทาวน์โฮมของยูโตะที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนสาธิตฯ ที่สึบากิกำลังเรียนชั้นมัธยมปลายอยู่ในขณะนี้เมื่อเดินทางมาถึงพวกเธอก็ได้พบกับเพื่อนทั้งสามของสึบากิที่หน้าร้านกาแฟ คืออาซึสะ ริโกะ และซานาเอะ ซึ่งพวกเธอเองก็จะมาเช่าห้องใต้ดินในร้านอยู่ร่วมกับสึบากิด้วยเพราะต้องการจะปกป้องเธอ“นับจากนี้เป็นต้นไป เราสองคนจะต้องแยกจากกันตรงนี้ อดทนไว้นะสึบากิจัง ไม่ว่ายังไงพี่จะต้องทำลายคำสาปในตัวสึบากิจังและรอดชีวิตกลับมาให้ได้ เพื่อที่เราสองคนจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”มือเรียวงามทั้งสองข้างของยูกินะพลางจับเข้าที่บริเวณไหล่และลูบที่ใบหน้างามของสึบากิที่มีหยดน้ำตาไหลรินออก มาจากดวงตาคู่งามสีเขียวมรกตทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบา สึบากิรีบเข้าสวมกอดยูกินะ ผู้เป็นพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายอย่างแนบชิดพลางร้องไห้สะอื้นออกมา ยูกินะกอดตอบสึบากิ ผู้เป็นน้องสาวอย่างแนบชิดพลางปลอบประโลมอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน หลังจากที่โอบกอดกันมาได้สักพัก ทั้งสองต่างก็คลายกอดออกมาก่อนที่ยูกินะจะฝากตัวสึบากิให้กับเพื่อนทั้งสามของเธอสึบากินั้นได้รู้จักกับอาซึสะมาตั้งแต่สมัยอนุบาล และได้รู้จักกับริโกะมาตั้งแต่สมัยประถม จากนั้นเธอก็ได้รู้จักกับซา นาเอะมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น จนกระทั่งพวกเธอได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในชั้นมัธยมปลายและเริ่มสนิทสนมกันนับแต่นั้นเป็นต้นมา ดังนั้นแล้ว พวกเธอจึงเป็นเหมือนกับเพื่อนตายที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างซึ่งกันและกันและจะไม่มีวันทิ้งกันโดยเด็ดขาด ไม่ว่าเพื่อนคนใดคนหนึ่งจะกลายเป็นตัวอะไรไปแล้วก็ตาม“ฝากดูแลสึบากิจังด้วยนะ ทุกคน”เพื่อนทั้งสามต่างก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการรับปากว่าจะดูแลอยู่เคียงข้างและปกป้องสึบากิให้ถึงที่สุด“เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวมิโกะผู้นั้นจะรอนาน”ยูกินะรีบอัญเชิญภูติพิทักษ์เท็นมะออกมา ก่อนที่จะขึ้นขี่บนหลังม้าปีกมีเขาและมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าโอยามะซุมิที่เกาะโอมิชิมะทันที โดยที่สึรุฮิเมะนั้นได้สั่งให้ทานุกิแปลงกายเป็นรถม้าให้เธอขึ้นมาขับเคลื่อนเพื่อคอยนำทางยูกินะไปยังศาลเจ้าแห่งนั้น ทางด้านยูโตะ ในระหว่างที่กำลังลงลิฟท์ VIP กลับไปที่ห้องพักในโรงแรมหรูอยู่นั้นก็ได้มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา“รุ่นพี่ยูโตะ ยังคงเดินเล่นอยู่ข้างล่างใช่ไหมคะ”ผู้เป็นเจ้าของเสียงปลายสายที่หวานแหววนั้น ก็คือโยชิโกะที่รุ่นน้องนักข่าวของยูโตะ“อืม เดี๋ยวช่วยไปบอกรุ่นพี่เอย์จิกับรุ่นพี่คารินให้หน่อยนะ ว่ากำลังจะขึ้นไป”“งั้นรุ่นพี่ก็รีบหน่อยนะคะ พวกรุ่นพี่กับทีมงามกำลังรอรุ่นพี่อยู่”“อืม งั้นแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวจะรีบขึ้นไป” ทันทีที่กดวางสาย ประตูลิฟท์ก็ได้เปิดออก ยูโตะวิ่งกลับไปที่ห้องพักหรูด้วยความเร่งรีบ หลังจากที่กลับมาถึงห้องพักแล้ว ทั้งยูโตะ เอย์จิ คาริน โยชิโกะ และทีมงานอีก 7 ก็ออกจากห้องพักไปเที่ยวเล่นด้วยกันในเมืองนาสุทันที โดยที่ทางด้านยูโตะก็คอยปิดบังเรื่องพลังเวทย์ในตัวเขาไว้ไม่ใครรู้