The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 100 อาณาจักรซัลวาโตเร! (จบเล่ม 2)

            การรุกคืบกลืนกินของอาณาจักรเลวาและพุกามนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็กดดันกองทัพชาวคัมเบียให้ถอยร่นกลับมาอย่างต่อเนื่อง ราชาวรมันที่ 2 เองก็จนใจไม่อาจเดินหน้าเข้าหาเป้าหมายที่แท้จริงได้ อาณาจักรพุกามที่ผสมโรงตีเนียนกลืนดินแดนเข้ามาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก็ยึดโยงสุมหัวรวมกับอาณาจักรเลวา พวกมันจับมือกันเป็นพันธมิตรโดยที่กล่าวอ้างใส่ความผู้อื่นอย่างเลวร้าย ราชาวรมันที่ 2 ถูกใส่ความว่าปกครองโดยไม่ชอบธรรมชอบรุกรานผู้อื่น เฟรเกียเองก็โดนสาดสีถูกใส่ร้ายในข้อหาสมคบคิด



            เพื่อความสงบสุขของปวงประชาอาณาจักรพุกามจึงต้องร่วมมือกันกับอาณาจักรเลวา พวกมันประกาศก้องว่าจะกำราบสยบไม่ให้กองทัพชาวคัมเบียเดินหน้าต่อ อีกทั้งยังแสดงเจตจำนงที่แน่ชัดในการเปิดศึกกับทางวังมรณะสาบสูญ ตลอดเวลาที่ผ่านมามิเนอร์วาไม่ได้แยแสในชีวิตของชาวคัมเบียเลยแม่แต่น้อย ปล่อยให้พวกเขาต้องบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ชายหนุ่มเอาแต่ตระเวนเดินทางไปทั่วเพื่อควบคุมดูแลธุรกิจของซัลวาโตเร



            เด็กน้อยเอเธนส์ก็มักจะคอยติดตามรับใช้ผู้เป็นอาจารย์อยู่ข้างกาย หอกแห่งปัญญาได้ถูกหล่อหลอมด้วยความรู้จำนวนมากไม่เคยขาด ผู้ที่มีสายเลือดของเอลฟ์โบราณแฝงอยู่นั้นช่างน่าอัศจรรย์ ร่างกายของพวกเขานั้นพิเศษไม่ธรรมดา หมื่นพิษไม่อาจกล้ำกราย ล้านพืชพันธุ์ล้วนเคารพรัก ช่างต่างจากผู้เป็นอาจารย์ที่หมื่นพิษล้วนอยู่ใต้บงการ ล้านพืชพันธุ์จึงต้องเคารพด้วยยำเกรง พิษพิสดารมีที่มาจากราชันย์เทวะดังนั้นจึงมีความพิเศษที่แตกต่างกันไป



            มิเนอร์วามองดูศิษย์ที่กำลังผสมดินเตรียมปลูกวีดก็คิดไปเรื่อยเปื่อย คิดเกี่ยวกับความพิเศษของโลหิตเผ่าพันธุ์นี้ หากเขามีพลังของสายเลือดเดิม บางทีอาจจะต้องเรียกอีกฝ่ายว่าเป็นโอสถโลหิต ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตมากมายก็ว่าได้ มิเนอร์วาคิดไปคิดมาก็เลิกคิด เขาเอ่ยสอนการปลูกวีดตั้งแต่แรกเริ่มอย่างใจเย็น หวังจะหาผู้ช่วยที่สามารถไว้ใจได้



            “การปลูกวีดนั้นไม่ยาก ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถปลูกได้ แต่การจะปลูกให้ผลผลิตมีคุณภาพที่สูงได้นั้นต้องใช้ประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง เจ้าต้องคิดว่ามันเป็นเด็กทารกคนหนึ่ง วีดทุกต้นล้วนมีชีวิตเป็นของตัวเอง การดูแลเอาใจใส่จึงเป็นเรื่องจำเป็น ความรักความเป็นห่วงยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ดินปลูกเองก็เปรียบเสมือนสารอาหารที่คอยหล่อเลี้ยงทารกให้เติบใหญ่ สูตรผสมดินที่ข้าสอนไปนั้นเจ้าจำได้หมดแล้วใช่หรือไม่?”



            “จำได้หมดแล้วขอรับท่านอาจารย์ ในช่วงอนุบาล 2 สัปดาห์แรกต้องใช้ดินสูตรหนึ่ง ส่วนผสมก็มีซากพืชที่ทับถมกันมามากกว่าหมื่นปี 1 ส่วน ปะการังภูเขาไฟที่แตกละเอียดเท่ากรวดขนาดเล็กอีก 1 ส่วน จากนั้นก็นำทั้งสองมาผสมกันในอัตรา 1 ต่อ 1 วีดในระยะนี้ต้องการความชื้นที่สูงมาก อุณหภูมิที่เย็นและชั่วโมงแสงที่มากเพียงพอคือตัวเร่งการเจริญเติบโต”



            เอเธนส์พยักหน้ารับ แล้วให้คำตอบที่ฉะฉานละเอียดมาก มิเนอร์วาอมยิ้มน้อยๆ เอ่ยชมศิษย์ไปหนึ่งทีก็พลิกมือขึ้นมาแบ บนฝ่ามือมีเมล็ดพันธุ์สีน้ำตาลลายดำปรากฏขึ้น 10 เมล็ด เอเธนส์กล่าวขอบคุณแล้วแบมือไปวางซ้อนใต้มือของมิเนอร์วาอย่างระมัดระวัง ศิษย์ของเขาผู้นี้มีความฉลาดเฉลียวแถมมาให้ตั้งแต่ยังเด็กก็นับว่าเป็นฟ้าประทานพรแล้ว มิเนอร์วายืนมองเอเธนส์ที่กำลังนำเมล็ดพันธุ์ไปแช่น้ำเปล่าแล้วเอ่ยสอนต่อ



            “ถึงข้าจะเคยบอกว่าช่วงอนุบาลต้นอ่อนนั้นต้องการชั่วโมงแสงที่มากเข้าไว้ แต่ช่วงเพาะเมล็ดไปจนถึงแตกหน่ออ่อนนั้นเจ้าทำเก็บพวกมันเอาไว้ในความมืด ให้เป็นเสมือนบุตรที่อยู่ในครรภ์ของมารดา พวกมันจะแตกหน่อแทงยอดอ่อนออกมาจากเมล็ด เมื่ออยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นที่เหมาะสม เหล่าทารกน้อยใบเขียวก็จะพากันเติบโต เมื่อเริ่มรดน้ำก็ให้ใช้มือสัมผัสหน้าดินเอา หากดินแห้งก็ให้รดน้ำในสัดส่วน 20% ของดินในกระถาง ต้องระวังอย่าให้น้ำในปริมาณที่มากเกินไปจนดินแฉะ โรครากเน่าคือปัญหาที่นักปลูกหน้าใหม่มักพบเจอ…”



            เอเธนส์วาดรูปจดบันทึกลงไปในกระดาษ เขาระบุวันเวลารายละเอียดตั้งแต่เริ่มแช่น้ำ วีดสายพันธุ์ก็อดโอนี้ค่อนข้างพิเศษ วิธีการปลูกจึงต้องไม่ธรรมดา ต้องใช้ความละเอียดแม่นยำในเรื่องของตัวเลข การใช้ปุ๋ยให้น้ำก็ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ แสงแดดที่จำเป็นก็ได้รับโดยตรงผ่านดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า แม้ในตอนนี้ผู้อื่นจะรบราฆ่าฟันกัน แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงซัลวาโตเรกลับใช้ชีวิตกันอย่างสงบนัก ประชากรจำนวนมากกำลังได้รับการพัฒนาที่เหมาะสม สวัสดิการทางด้านการศึกษาถือเป็นเรื่องพื้นฐานสามัญของเมืองหลวงแห่งนี้



            มิเนอร์วาและเอเธนส์ที่เสร็จธุระกับแปลงเกษตรแล้วก็พากันเดินทางไปยังพื้นที่สาขาแห่งใหม่ของซัลวาโตเร เมื่อไปถึงพ่อค้าอาวุธวิคเตอร์ก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับ มันรีบนำทางมิเนอร์วาให้เข้าไปพักในบ่อนการพนัน พวกเขาสองศิษย์อาจารย์ก็เดินตามเข้าไป ผู้คนภายในบ่อนการพนัน รวมไปถึงศัตรูเก่าของเอเธนส์ที่วิ่งเล่นอยู่ก็ต้องสงวนท่าทีรีบก้มหน้า ชายอันธพาลคนนั้นรีบวิ่งมากดศีรษะของบุตรมันให้ก้มมองต่ำ ด้วยยำเกรงในอำนาจบารมีของมิเนอร์วา เอเธนส์เองก็ไม่ได้เก็บเรื่องราวในอดีตมาใส่ใจ เขาเดินผ่านไปไม่แลมองอีกฝ่ายเลยสักนิด



            วิคเตอร์นำทางพวกเขาทั้งคู่ไปยังห้องที่ว่างโล่งแห่งหนึ่ง ด้านในมีโต๊ะตัวยาวหลายที่นั่ง มิเนอร์วานั้นนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานที่หัวโต๊ะ เอเธนส์ก็เลือกที่นั่งติดกันถัดไป เด็กหนุ่มนั่งอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับวิคเตอร์ ชายหนุ่มสั่งให้พ่อค้าอาวุธคนนี้เล่าเรื่องราวต่างๆ ของต่างอาณาจักร จึงได้รู้ว่าอาณาจักรพุกาม และอาณาจักรเลวานั้นมีระบบระเบียบภายในเป็นอย่างไร แรกเริ่มเดิมทีอาณาจักรพุกามและอาณาจักรเลวานั้นต่างก็ทำสงครามรบพุ่งกันอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งเมื่อ 50 ปีก่อนสงครามที่เคยปะทุขึ้นอยู่บ่อยครั้งก็ได้สงบลงอย่างน่าประหลาด วิคเตอร์ยังคงเล่าเรื่องราวที่เขารู้มากมายให้ทั้งสองฟัง มิเนอร์วารู้ได้ทันทีว่าพ่อค้าอาวุธคนนี้ต้องการอะไร เขาพลิกมือหนึ่งทีก็มีถุงใส่เหรียญทองปรากฏขึ้นมาวางอยู่บนโต๊ะ




            "เจ้าเป็นถึงพ่อค้าอาวุธที่ร่ำรวย กิจการในต่างแดนเองก็คงมีมากหลายสาขา ข้อมูลก็นับว่าเป็นของซื้อขาย หากเหรียญทองถุงนี้มีค่าไม่มากพอ ก็จงเอ่ยเสนอมาอย่าได้เกรงใจ ข้าต้องการรู้ทุกสิ่งที่เจ้ารู้เกี่ยวกับทั้งสองอาณาจักร"



            “ฮะๆ ๆ ท่านมิเนอร์วาเองก็หาใช่คนธรรมดาสามัญ ช่างใจกว้างยิ่งใหญ่ดุจนทีลึก เรื่องนี้ที่จริงข้าเองก็คิดจะพูดในตอนท้าย แต่ในเมื่อท่านเอ่ยปากขอซื้อแล้ว เช่นนั้นข้าเองก็จะขายมันให้แก่ท่าน เพื่อแลกกับมิตรภาพของพวกเรา”



            มิเนอร์วายังคงทำหน้านิ่งรอฟังข้อมูลต่อไป ส่วนเอเธนส์นั้นมองไปที่อาจารย์ของตนอย่างประหลาดใจมีความสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยขัดออกไป วิคเตอร์นับจำนวนเหรียญทองแล้วก็ใจเต้น พ่อค้าที่ดีย่อมต้องสามารถขายได้ทุกสิ่ง ข่าวสารความลับใดล้วนสามารถขายออกได้ถ้ารู้จักวิธีการเรียกราคา ตัวมันยอมพูดเรื่องทั่วไปจนน้ำลายแห้ง ส่วนเรื่องที่สามารถขายได้นั้นต้องเก็บเอาไว้เพื่อเรียกราคา เมื่ออีกฝ่ายจ่ายเหรียญทองซื้อไปแล้ว ตัวมันจึงยกยิ้มแล้วเอ่ยพูดถึงเรื่องราวเบื้องหลังที่ปิดบังไว้



            “ลือกันว่าสาเหตุที่อาณาจักรเลวา และอาณาจักรพุกามนั้นสามารถยุติข้อบาดหมางลงได้ เป็นเพราะกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังของแต่ละอาณาจักร เหล่าพ่อค้าทั้งหลายต่างก็รู้กันดี ว่าพุกามนั้นมีเล่าตี้ ส่วนเลวานั้นมีขุนซ่า พวกเขาทั้งสองคนเป็นสหายร่วมอุดมการณ์ที่มาจากพุกาม เรียกร้องการปลดแอกสร้างเป็นเอกราชให้กับเหล่าชนกลุ่มน้อย ที่นำโดยตระกูลล้านลี้ และตระกูลซีฟูที่เป็นเอกราชไม่ขึ้นตรงกับผู้ใด เป็นดังเช่นเขตการปกครองพิเศษของบิดาท่านเมื่อก่อนหน้านี้ แต่ต่างกันตรงที่พวกเขาเลือกที่จะอาศัยอยู่บริเวณชายแดนของอาณาจักร ล้านลี้ดูแลพื้นที่ชายแดนของพุกาม ส่วนซีฟูก็ดูแลในส่วนของชายแดนเลวา”



            “ในเมื่อทั้งสองคนมีที่มาจากอาณาจักรพุกาม เช่นนั้นเหตุใดอาณาจักรเลวาจึงยอมให้ขุนซ่าปกครองชายแดนของตนเอง?”



            เอเธนส์ถามขึ้นมาอย่างสงสัย ในความเป็นจริงแล้วการจะให้คนนอกมาดูแลดินแดนของตัวเองนั้นย่อมเกิดขึ้นได้ยาก ซ้ำร้ายขุนซ่าผู้นี้ยังมาจากอาณาจักรอื่นที่เคยเป็นศัตรู คิดยังไงเอเธนส์ที่อ่อนต่อโลกก็คิดไม่ออก วิคเตอร์เองก็ไม่รู้ถึงรายละเอียดในความลับนี้เช่นกัน ตัวมันจึงได้แต่ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา มิเนอร์วาก้มหน้าคิดอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงมองไปที่ศิษย์ของตนอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวขึ้น



            “โลกใบนี้ไม่เคยมีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร ความจีรังยั่งยืนล้วนเป็นเพียงภาพมายา สักวันหนึ่งเมื่อเจ้าเติบใหญ่แล้วก็จะรู้ได้ด้วยตัวเอง ศัตรูอาจกลายมาเป็นเพื่อน ดั่งเช่นข้าและวิคเตอร์ แต่จิตใจของมนุษย์นั้นยากที่จะหยั่งถึง ลึกลงไปในใจของผู้คนมักจะมีความสัมพันธ์ที่ตั้งเป็นเกราะกำบังไว้ ยิ่งสนิทกันมากเกราะของเจ้าก็จะยิ่งบางเพราะไว้ใจ แต่หากเจ้าสร้างเกราะที่หนาเกินไป เช่นนั้นก็จะกลายเป็นคนขี้กลัวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง”



            เอเธนส์ก้มหน้าคิดตามคำพูดของผู้เป็นอาจารย์อยู่ครู่ใหญ่ก็เหมือนจะเข้าใจได้ เขานิ่งเงียบไม่พูดสิ่งใด มิเนอร์วาจึงพยักหน้าบอกให้วิคเตอร์เล่าต่อ พ่อค้าอาวุธก็หลงขบคิดตามคำพูดของชายหนุ่ม ช่างเป็นการสั่งสอนศิษย์ที่เต็มไปด้วยปรัชญาให้ขบคิด ราวกับปราชญ์โบราณสั่งสอนนกให้ขับร้อง หากตีความคำที่ได้ยินไปคนละทิศ ทั้งชีวิตของนกตัวนั้นก็จะร้องไม่เป็นเพลง แต่ปรัชญานี้ของมิเนอร์วากลับสามารถเข้าใจได้ง่ายเป็นอย่างยิ่ง สาเหตุที่ตัวของวิคเตอร์และลูกน้องยังอยู่รอดปลอดภัยดีนั้น ก็เป็นเพราะความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายกล่าวถึงนี้นี่เอง วิคเตอร์จึงพยักหน้าพูดต่อไป



            “ข้ารู้มาว่าทั้งสองกลุ่มนั้นมีรากฐานที่แตกต่างกัน ผู้ที่อยู่เลวานั้นสร้างตัวขึ้นมาจากการค้าโอเปียมและเฮโรอีน อีกหนึ่งอาศัยที่พุกาม พวกเขามีสูตรโอสถที่เรียกว่าแอมเฟตามีน และเมทแอมเฟตามีน นี่คือสิ่งที่ข้ารู้มาทั้งหมด หากจะให้ข้าแนะนำท่านสักเรื่องหนึ่ง ข้าขอแนะนำให้ท่านรีบไปชิงดินแดนกลับคืนมาจะดีกว่า ข้าไม่อยากจะคิดถึงเวลาที่ผู้คนทั้งหลายต้องตกเป็นทาสของพวกมัน คงจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอยู่ไม่น้อย…”



            “นั่นก็คงต้องโทษเหล่าเจ้าเมืองที่ไร้ความสามารถแล้ว สถานการณ์เช่นนี้วังมรณะสาบสูญไม่มีทางเคลื่อนกำลังพลเด็ดขาด หากต้องขวบขี่อาชาลงสู้ศึก ศึกนั้นข้าต้องทำให้มั่นใจก่อนว่าจะเป็นผู้ชนะ ข้าเองก็คือคติ ในสงครามที่ไม่อาจเอาชัยเหนือศัตรูได้ ข้าจะไม่มีวันลงไปรบโดยเด็ดขาด คำถามสุดท้าย… เจ้าเคยได้ยินชื่ออินดิโกวิช ฮู้ด และซิลเวอร์วูฟหรือไม่?”



            หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นโคซานอสตราก็ได้กระจายกันหายไป ซัลวาโตเรนั้นยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม อินดิโกวิชไร้ร่องรอย ซิลเวอร์วูฟก็เร้นกายเงียบ ฮู้ดเองก็กบดานอำพรางกลิ่น มิเนอร์วายังคงไม่ลืมพรรคพวกของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่วิคเตอร์เองก็ไม่ทราบในส่วนนี้ ตัวมันจึงได้แต่ส่ายศีรษะปฏิเสธ เอเธนส์ที่ศึกษาตำราหนังสือมามากมายก็พอจะรู้อยู่บ้าง เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งอดีต มิเนอร์วาเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนที่จะบอกให้วิคเตอร์เดินออกไปรออยู่ข้างนอก เพียงกวาดมือสะบัดออกไปอย่างเรียบง่าย ลังไม้จำนวนมากก็ปรากฏขึ้นเรียงซ้อนกันอย่างน่าอัศจรรย์



            เพียงไม่นานเอเธนส์ก็เดินออกไปเรียกวิคเตอร์ให้กลับเข้ามา พ่อค้าอาวุธรายนี้ตกตะลึงตาโตทันทีที่เห็นลังไม้จำนวนมากตั้งเรียงอยู่ ด้วยเหตุนี้เองไดนาไมท์จำนวนมากจึงถูกส่งมอบออกไป สัญญาของวันวานนั้นยังคงมีผลอยู่เสมอ มิเนอร์วารับค่าจ้างเป็นเหรียญทองจำนวนมาก ส่วนวิคเตอร์ก็สั่งให้คนรีบมาขนออกไป มันปั้นหน้ายิ้มเอ่ยขอตัวอย่างเร็วไว เมื่อทั้งสองฝ่ายหมดธุระกันแล้วก็แยกย้ายกันจากไปตามทางของแต่ละคน



            มิเนอร์วาเดินนำหน้าเอเธนส์อยู่บนถนนเส้นหนึ่ง ทั้งสองก้าวเดินไปอย่างไม่รีบร้อน แต่เอเธนส์นั้นมีท่าทางลังเลไม่แน่ใจแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างเอ็นดู รอดูว่าศิษย์ของตนนั้นจะเอ่ยขอปรึกษาในเรื่องใด คอยอยู่นานหลายนาทีมิเนอร์วาก็เป็นฝ่ายขมวดคิ้วทนไม่ไหว เขาหยุดเดินแล้วหันหน้าไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน เอเธนส์เองก็หยุดแล้วเงยหน้ามองตาม และแล้วมิเนอร์วาก็เอ่ยพูดเสียงเรียบ



            “อืม… ดูจากช่วงวัยของเจ้าแล้ว ข้าเดาว่าคงจะเป็นปัญหาเรื่องความรักใช่หรือไม่? ถึงข้าจะไม่เชี่ยวชาญในด้านนี้ แต่ข้ามีคำแนะนำเพียงหนึ่งเดียว หากรู้สึกว่ารัก ก็จงรีบพูดออกไปว่ารัก อย่าได้คิดอะไรมากมายจนสายเกินไป”



            “หา? ท่านพูดถึงเรื่องอะไรกัน ข้าแค่ลังเลว่าจะบอกท่านถึงความลับที่ได้รู้มาโดยบังเอิญดีหรือไม่ ในเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ดีเหมือนกัน ข้าเชื่อใจท่าน ดังนั้นข้าจะเล่าให้ท่านฟัง…”



            เอเธนส์สาธยายถึงรายละเอียดของความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ มิเนอร์วาเองก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี จึงได้รู้ว่าสายเลือดภายในกายของศิษย์ตนนั้นกำลังจะฟื้นคืนชีพ สายเลือดเอลฟ์โบราณที่หลับใหลได้ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นเพราะพิษพิสดารที่รุกล้ำเข้าร่างกาย ความทรงจำของเหล่าบรรพบุรุษมากมายที่หลับใหลจึงถูกเปิดออก หมู่บ้านลับแลที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอาณาจักรคือบ้านเกิดของเอเธนส์



            เผ่าพันธุ์เอลฟ์โบราณถูกรุกรานยึดครองโดยมังกรตัวหนึ่ง สาเหตุนั้นเป็นเพราะพลังของต้นไม้แห่งชีวิตคือโอสถรักษาชีวิตของมัน เอลฟ์ชนชั้นราชวงศ์จึงได้ก่อตั้งกองกำลังเพื่อเข้าขับไล่มังกรร้าย แต่ช่างน่าเสียดายที่หมื่นภูตล้วนไร้ค่าในสายตาของมังกร ล้านวิญญาณของไพรพนาก็ไม่อาจสังหารผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เหล่าเอลฟ์ที่เหลือรอดก็ได้แต่ต้องอดทนหลบซ่อนตัวในผืนป่า หมู่บ้านลับแลนี้ตั้งอยู่ที่ชายแดนทางทิศเหนือที่มีเขตแดนติดกับอาณาจักรเลวา



            ฟังมาถึงตรงนี้มิเนอร์วาก็หรี่ตามองฟ้า โสตประสาทก็รับฟังข้อมูลต่างๆ แล้วเอามาวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว แสงพระอาทิตย์ที่พึ่งตกดินไปได้สักระยะ ก็ได้สร้างเป็นความเงียบชั่วขณะ ก่อนที่เสียงแมลงในพงหญ้าจะร้องปลุกสติของชายหนุ่ม แสงจันทร์อันอ่อนโยนก็แผ่ปกคลุมไปทั่วแดน เขาหันหน้ามองลูกศิษย์ของตนอย่างเงียบเสียง แสงจันทร์เต็มดวงได้อาบย้อมใบหน้าของลูกศิษย์ที่กำลังเปลี่ยนไป สีผิวก็ขาวผุดผ่องขึ้นมาอย่างน่าประหลาด สองหูกำลังยื่นยาวจนแหลม กลิ่นหอมของมวลบุปผาโชยสะพัดกระจายไปทั่วแดน ดวงเนตรทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนราวกับยอดอ่อนของต้นวีด แม้สัดส่วนและรูปร่างจะยังคงมีขนาดเท่าเดิม แต่สายเลือดของเอลฟ์โบราณได้ตื่นขึ้นแล้วอย่างแน่นอน



            “กราบอาจารย์ผู้เมตตา ในอดีตข้านั้นมีนามว่าดัวร์ลาน เป็นสายโลหิตที่สิบทอดมาจากราชวงศ์เฮมล็อค พระคุณของอาจารย์ที่ช่วยเหลือข้านั้นช่างสูงค่าไม่อาจตีเป็นราคา เรื่องของบรรพบุรุษก็ถือว่าให้จบลงที่ข้าก็แล้วกัน มังกรตัวนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป ไม่ควรมีผู้ใดต้องเสียชีวิตลงเพราะมันอีก ในเมื่อตอนนี้ข้าคือเอเธนส์ ผู้เป็นหอกแห่งปัญญาของซัลวาโตเร ดังนั้นข้าจะตั้งใจช่วยเหลือท่านเพื่อทดแทนพระคุณ”



            เอเธนส์ก้มลงกราบอาจารย์อย่างเคารพรัก มิเนอร์วารีบไปพยุงยกศิษย์รักให้ยืนขึ้น ชายหนุ่มคิดไปแล้วก็เข้าใจได้ในทันที บางทีเป้าหมายของอาณาจักรคัมเบียอาจจะไม่ได้อยู่ที่อาณาจักรเลวา แต่เป็นเพราะพวกมันพบเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับขุมทรัพย์ที่อยู่ในนั้น อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าเทพีอสรพิษเก้าเศียรนางนั้นเป็นอย่างมาก แต่หากได้มารู้ความลับเข้าจริงๆ สิ่งที่คิดว่าแข็งแกร่งมากพอที่จะช่วยเหลือ บางทีอาจจะยังแข็งแกร่งไม่พอ…



            “ผู้นำมาซึ่งความตาย โนตูรอน? ...”



            เอเธนส์เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เป็นเพราะเขาไม่เคยเล่ารายละเอียดของมังกรตนนั้น เพียงแต่เอ่ยเรียกหาว่ามังกรนั้นชื่อโนตูรอนก็เท่านั้น ดังนั้นจึงประหลาดใจเป็นอย่างมากที่อาจารย์ของตนนั้นรู้จัก มิเนอร์วาได้แต่ส่ายศีรษะแล้วก็โบกมือ ในขณะที่กำลังจะเอ่ยแนะนำราชันย์มังกรอีฟริท คนผู้หนึ่งก็วิ่งเข้ามาขัดจังหวะอย่างเหนื่อยหอบ มันรีบกล่าวรายงานแล้วล้มลงไป ชายหนุ่มจึงสั่งให้ศิษย์ของตนอยู่ที่นี่เพื่อพยาบาลดูแลคนส่งสาร จากนั้นเขาก็พริบร่างก้าวหายไป



            สาเหตุที่ชายหนุ่มต้องรีบร้อนเช่นนี้ก็เป็นเพราะศัตรูนั้นบุกมาไวเกินไป ผู้ใดจะคาดคิดกันว่ากองทัพของวรมันที่ 2 จะอ่อนแอไม่ยอมต่อสู้เพื่อเป้าหมาย ถอยร่นลงมาจนใกล้จะถึงระยะของทุ่งระเบิดแล้ว หากเกิดการต่อสู้รุนแรงขึ้นที่นั่น เหรียญทองจำนวน 1,500 ล้านสุดท้ายที่ค้างจ่ายก็จะระเบิดขึ้นที่นั่น ทางอาณาจักรคัมเบียที่สูญเสียราชาไป หากชายหนุ่มต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายราชาของพวกมัน เช่นนั้นขุมอำนาจแห่งคัมเบียที่เหลืออยู่ก็จะอ้างไม่รับผิดชอบเอาได้ ชายหนุ่มสบถหัวเสียอย่างรำคาญใจ เดินทางอยู่นานก็ไปปรากฏตัวขึ้นที่กลางค่ายของชาวคัมเบีย วรมันที่ 2 เองก็เดินออกมาจากมุมหนึ่งของค่ายพัก มันยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยขอโทษขึ้นมาอย่างเกรงใจ



            “ข้าต้องขอโทษจริงๆ ที่ทำให้เจ้านั้นเป็นห่วง เอาแบบนี้เป็นอย่างไร พวกเราสองคนมาร่วมมือกัน ช่วยกันขับไล่พวกมันให้ถอยกลับไป ข้ามีลายแทงขุมทรัพย์ที่ได้มาจากเทพองค์หนึ่ง เจ้าเองก็น่าจะยังไม่เคยเห็นเทพตัวเป็นๆ ใช่ไหมล่ะ พวกเขานั้นมากฤทธิ์ทรงพลัง ดังนั้นขุมสมบัตินี้ยิ่งล้ำค่า ข้าจ่ายส่วนที่ค้างเอาไว้ 1,500 ล้านตรงนี้เลย ส่วนขุมทรัพย์นั้นพวกเราก็เข้าไปเอาด้วยกัน ได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับวาสนา ดีหรือไม่?”



            “ตกลง… แต่เจ้าต้องร่วมมือกับข้าก่อน จงเกณฑ์กองทัพชาวคัมเบียทุกนายให้มาอยู่ภายในกรุงซัลวาโตเร ข้าจะจัดเขตปกครองพิเศษให้พวกเจ้าอยู่อาศัยโดยเฉพาะ อาณาจักรแห่งนี้เดิมทีก็ไม่ใช่ของข้าหรือของผู้ใด แต่ในเมื่อพวกมันกล้าบุกบ้านของข้า เช่นนั้นข้าก็จะรอต้อนรับ หากแผ่นดินนี้จะเหลือเพียงแค่กรุงซัลวาโตเร ข้าก็จะเปลี่ยนให้กรุงซัลวาโตเรแห่งนี้เป็นอาณาจักร นับแต่นี้เป็นต้นไป ข้าจะทำให้ดินแดนนี้ถูกเรียกขานด้วยนามว่าอาณาจักร…”



            “อาณาจักรซัลวาโตเร!”





    จบเล่มที่ 2 อาณาจักรซัลวาโตเร!


            ***God O :ขอบคุณเหล่าผู้มาเยือนทุกท่านที่กดติดตาม กดแชร์ กดให้กำลังใจกันมาโดยตลอดนะครับ ขอบพระคุณมากครับ แล้วพบกันใหม่ในเล่มถัดไป สวัสดีครับ