"กู้ตงหลิงสมคบกับศัตรู ใส่ร้ายป้ายสีตระกูลไป๋ทั้งยังลงมือสังหารฮูหยินรองไป๋ด้วยตนเอง แล้วโยนความผิดให้คุณหนูรองตระกูลกู้กู้ชิงเฉิง เป็นความผิดร้ายแรงถึงตาย สมควรถูกจองจำในคุกหลวงและจะถูกนำไปประหารชีวิตเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง" หลังจากการสอบสวนพยานหลักฐานเจ้ากรมต้าหลี่ซื่อก็ตัดสินคดีในทันที
"เจ้ากล้าดีอย่างไร!" กู้ตงหลิงโกรธจนลุกเป็นไฟ"หากคิดจะยัดเยียดความผิดให้ผู้อื่น เหตุใดต้องหาคำอธิบายข้าไม่เคยทำเรื่องเหล่านี้ พวกเจ้าต่างหากที่ใส่ร้ายคนบริสุทธิ์เรื่องทั้งหมดนี้คือกู้ชิงเฉิงเป็นผู้ที่ลงมือ นางต่างหากที่เป็นฆาตกร"กู้ตงหลิงที่เคยมีความหวังเพียงน้อยนิดพลันตื่นตระหนกขึ้นในทันใด
นางยังไม่อยากตายนางเพิ่งจะกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง ยังมีหลายสิ่งที่นางต้องทำนางต้องการแก้แค้นให้สาสม เพื่อทำลายกู้ชิงเฉิงให้หายไปจากสายตา แต่ยามนี้นางต่างหากที่กำลังจะหายไป
กู้ชิงเฉิงก็ไม่อาจเชื่อสายตา"ท่านแม่...การตายของท่านแม่ถูกสืบจนความจริงปรากฏแล้วหรือ"
หัวใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายในที่สุด นางก็หลุดพ้นจากความอยุติธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว
โม่อวี้เฉินยิ้มพยักหน้าก่อนจะโอบไหล่กู้ชิงเฉิงเบาๆ "ความแค้นของท่านแม่…ได้ชำระแล้ว"
“พวกเจ้าใส่ร้ายบริสุทธิ์ ข้าไม่ยอมข้าจะฟ้องร้องพวกเจ้าที่จัดตั้งศาลเตี้ย สร้างหลักฐานปลอม!” กู้ตงหลิงยังคงดื้อรั้น
ในตอนที่นางออกมาถังเชี่ยวเคยบอกว่าไม่ปล่อยให้นางเป็นอะไรเด็ดขาดแต่บัดนี้นางกลับถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึงไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่อาจยอมรับได้
"คุมตัวไป" เจ้ากรมต้าหลี่ซื่อเป็นคนซื่อตรงเมื่อนึกถึงคดีต่างๆ ที่กู้ตงหลิงใส่ร้ายป้ายสีกู้ชิงเฉิงตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวเขาไม่คาดคิดเลยว่ากู้ตงหลิงที่ยังอายุน้อยจะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้นางสามารถทำเรื่องชั่วช้าได้มากมายขนาดนี้ กระทั่งยื่นมือไปถึงตระกูลไป๋นี่ต่างหากคือสิ่งที่น่าโมโหที่สุด
สีหน้าของกู้ตงหลิงพลันเปลี่ยนเป็นเขียวสลับขาวนางจ้องมองเจ้ากรมต้าหลี่ซื่อด้วยความโกรธแค้น "เจ้าเป็นผู้ใดกันกล้าดีอย่างไรมาคุมตัวข้าเข้าคุกหลวง?" นางเคยชินกับการวางอำนาจในเมืองหลวงจึงไม่เคยมองใครอยู่ในสายตา
"ทหาร ตบปากนางเสีย กล้าดียังไงมาดูหมิ่นกฎหมายต้าฉิน" เจ้ากรมต้าหลี่ซื่ออัดอั้นในใจเขารู้ดีว่ากู้ตงหลิงอาศัยอำนาจเบื้องหลังจึงเหย่อหยิ่งไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาทำให้เขารู้สึกโกรธเคืองยิ่งนัก มาถึงขั้นนี้แล้วยังกล้าโอหังถึงเพียงนี้ช่างเป็นการหาที่ตายโดยแท้จริง
จากนั้นคนสองคนก็เดินเข้ามาจับตัวกู้ตงหลิงที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสเอาไว้สตรีสูงวัยคนหนึ่งเดินเข้ามา ยกมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าของกู้ตงหลิงอย่างแรง
เสียง‘เพียะๆ’ ดังไม่ขาดสายเสียงกรีดร้องโหยหวนของกู้ตงหลิงก็ดังไม่ขาดสายเช่นกัน ภาพนี้กู้ชิงเฉิงมองแล้วก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก
นางรู้ว่ากู้ตงหลิงในนิยายสามารถไต่เต้าจนได้เป็นคนโปรดของฮ่องเต้ฉิน และมีอำนาจล้นฟ้าในชาตินี้ นางจะไม่ยอมให้กู้ตงหลิงมีโอกาสเช่นนั้นเด็ดขาดเพราะฉะนั้นแล้วกู้ตงหลิง ก็จงหยุดเพียงเท่านี้เถอะ
ไม่นานกู้ตงหลิงก็ถูกตบจนหมดสติ ก่อนจะถูกลากออกไปในทันที
ส่วนหัวใจของกู้ชิงเฉิงก็ยังไม่อาจสงบลงได้นานนักนางเงยหน้ามองโม่อวี้เฉิน "หลักฐานเหล่านี้ท่านหามาจากที่ใด?"
นางก็รวบรวมหลักฐานมาไม่น้อยทว่านางก็ยังเป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่ง มีข้อจำกัดด้านฐานะจึงไม่อาจเอื้อมมือไปได้ไกลนัก แม้กระทั่งในครั้งนี้สิ่งที่สวีอิ่นชิงสืบได้ก็มีจำกัด ไม่อาจเทียบได้กับการลงมือของโม่อวี้เฉินเพราะโม่อวี้เฉินยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ
มือของเขาจะเอื้อมไปที่ใดก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาต้องการสืบหรือไม่ หากเขาต้องการ ก็สามารถสืบหาได้ทุกสิ่ง
กู้ตงหลิงที่ถูกลากไปบนพื้นเห็นกู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉินแสดงความรักต่อกันดวงตาของนางแทบจะถลนออกมาด้วยความเกลียดชัง
นางสบถด่าอย่างโหดเหี้ยม"กู้ชิงเฉิง นางผู้หญิงชั้นต่ำ!เจ้าแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้า เจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ"
โม่อวี้เฉินควรจะเป็นของนางตำแหน่งพระชายาก็ควรจะเป็นของนาง แม้นางจะวางแผนมามากมายสุดท้ายกลับกลายเป็นความว่างเปล่า ดังนั้นนางย่อมเกลียดชังกู้ชิงเฉิงถึงขีดสุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามนี้ นางคงยากที่จะพลิกฟื้นได้อีกแล้ว
"อุดปากนางเสีย" โม่อวี้เฉินได้ยินเสียงกรีดร้องของกู้ตงหลิงแววตาคมกริบฉายแววสังหารทว่าเมื่อนึกถึงว่ากู้ตงหลิงผู้นี้คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วันเขาก็ไม่จำเป็นต้องเปรอะเปื้อนมือของตนเอง สตรีที่ชั่วร้ายถึงเพียงนี้ช่างทำให้เขาประหลาดใจยิ่งนัก
"ถอนลิ้นนางทิ้งเสีย" ไป๋จุ่นเอ่ยอย่างเย็นชา
"คนที่กล้าด่าทอน้องเล็ก ไม่สมควรเอ่ยปาก" ในใจของไป๋จุ่นยิ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชังเขาไม่คาดคิดเลยว่ากู้ตงหลิงสตรีชั่วช้าผู้นี้ไม่เพียงใช้เรื่องการป้ายสีตระกูลไป๋มาวางแผนทำร้ายกู้ชิงเฉิงแต่นางยังสังหารไป๋ซินเพื่อทำให้กู้ชิงเฉิงเสียชื่อเสียงช่างเป็นความชั่วร้ายโดยแท้ เหตุใดโลกนี้จึงมีคนน่ากลัวถึงเพียงนี้กัน
ยิ่งกว่านั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไป๋จุ่นปฏิบัติต่อกู้ตงหลิงด้วยใจจริงที่ตระกูลกู้มาถึงวันนี้ได้ ก็ล้วนอาศัยบารมีของตระกูลไป๋กู้ตงหลิงที่กล้ากำเริบเสิบสานในเมืองหลวงถึงเพียงนี้ก็อาศัยบารมีของตระกูลไป๋เช่นกัน อีกทั้งคนในตระกูลไป๋ต่างก็ยกย่องเชิดชูและดูแลเอาใจใส่นาง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ไป๋จุ่นถึงกับอยากฆ่าตัวตายเสียเอง หลายปีมานี้ตนเองกลับสนับสนุนผู้ที่สังหารท่านอาของตน เขาช่างตาบอดไร้แววโดยแท้ไม่เพียงแค่ไร้แวว แต่ใจก็ยังมืดบอดด้วย
ไม่มีผู้ใดขัดขวางคำพูดของไป๋จุ่นและมีผู้คนก้าวเข้าไปปฏิบัติตามคำสั่งแล้ว
เกอจวิ้นที่แอบซ่อนอยู่หัวเราะเบาๆมุมปากยกโค้งขึ้น เขาคิดว่าคนในตระกูลไป๋นั้นช่างน่าขันยิ่งนักตลอดห้าถึงหกปีมานี้ พวกเขาตามใจกู้ตงหลิงเหมือนกับที่เคยทำกับกู้ชิงเฉิงซ้ำยังปฏิบัติต่อนางราวกับผู้มีพระคุณ คอยปกป้องกู้ตงหลิงไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม้แต่นางจะกระทำความชั่วเพียงใด ตระกูลไป๋ก็จะช่วยจัดการให้เรียบร้อย
ไป๋เทาถึงกับหลงรักนางอย่างหมดใจมุ่งมั่นสร้างความดีความชอบ สั่งสมผลงานในสนามรบเพื่อมาขอวิวาห์กับกู้ตงหลิงหากไป๋เทารู้เรื่องที่กู้ตงหลิงกระทำลงไปทั้งหมด เกรงว่าจะรับไม่ได้เป็นแน่และไป๋จุ่นเองก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง
กู้ตงหลิงส่งเสียงกรีดร้องอันแสนสั้นและเจ็บปวดจากนั้นก็ไม่มีเสียงใดอีก เพราะคำพูดของไป๋จุ่นย่อมไม่มีผู้ใดกล้าขัดแย้งในเวลานี้ ลิ้นของกู้ตงหลิงหายไปแล้ว
กู้ชิงเฉิงเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกู้ตงหลิงผู้นี้สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์แล้ว ความแค้นของนางก็ได้ชำระแล้วทว่าสิ่งนี้กลับทำให้โม่อวี้เฉินรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย
--------
ในรถม้าที่กำลังแล่นกลับเขามองกู้ชิงเฉิงอยู่ตลอดเวลา ครุ่นคิดอย่างมีนัย แต่กลับลังเลที่จะเอ่ยปาก
"เป็นอะไรไปหรือ?" กู้ชิงเฉิงสังเกตเห็นความผิดปกติของเขาจึงเอ่ยถามขึ้น "เสียใจหรือ?"
"เหลวไหล" โม่อวี้เฉินเหลือบมองนางที่เขาทำมาถึงขั้นนี้ เป็นการหักหน้าฮ่องเต้อย่างสิ้นเชิงแล้ว ต้องรู้ไว้ว่าฮ่องเต้ฉินไม่ยอมให้เขาแตะต้องตระกูลกู้แต่เขากลับจัดการเรื่องทุกอย่างที่ต้าหลี่ซื่อเสียอย่างนั้นอีกทั้งยังทำได้อย่างเฉียบขาดรวดเร็ว แน่นอนว่าก็เพราะตระกูลกู้ตกต่ำแล้วหากไม่เช่นนั้น เจ้ากรมต้าหลี่ซื่อก็ไม่กล้ารับคดีนี้จริงๆ
มีข่าวกลับมาแล้วว่ากู้หยวนเจี๋ยถูกโจรป่าสังหารระหว่างทางที่ถูกเนรเทศ ตระกูลกู้ไร้ความหวังโดยแท้ลำพังกู้ตงหลิงเพียงผู้เดียว ต่อให้เก่งกาจเพียงใดก็มิอาจพลิกฟ้าได้มิหนำซ้ำตระกูลถังก็ล่มสลายตามไปด้วยทว่าโม่อวี้เฉินยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้ฉินจึงยืนกรานที่จะรักษาตระกูลกู้ไว้
"อันที่จริง ถ้าคิดจะสืบ ห้าปีก่อนก็คงสืบจนกระจ่างได้แล้ว" กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง เอ่ยอย่างแผ่วเบาน้ำเสียงยังคงแฝงไว้ด้วยความคับข้องใจเล็กน้อย
หัวใจของโม่อวี้เฉินพลันตึงเครียดขึ้นเขารีบยกมือโอบกอดกู้ชิงเฉิง "ชิงเฉิงข้าผิดไปแล้ว ผิดมหันต์ ดังนั้น ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ข้าจะชดเชยให้เจ้าและเซวียนเอ๋อร์อย่างสุดกำลัง"
เขากลัวว่าเมื่อกู้ชิงเฉิงชำระแค้นได้แล้วนางจะออกจากชีวิตเขาไปโดยไม่ลังเล แม้เขาจะปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจแต่ในใจของกู้ชิงเฉิงก็ยังคงมีความบาดหมางเรื่องนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน
กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงและไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเขา เพราะนางมีแผนการของนางเอง
"แต่ว่า..." บนใบหน้าของโม่อวี้เฉินยังคงปรากฏแววสงสัยกู้ชิงเฉิงผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นกู้ชิงเฉิงหรือไม่?