ทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 50 ส่งคนไปสั่งสอน

            ถังหลีพักอยู่ที่จวนเฟิ่งอยู่สามวัน หลังจากนั้นนางก็ย้ายออกไปอยู่บ้านของตนเอง ซึ่งบ้านที่เฟิ่งเฮ่าจัดไว้ให้นางก็ตั้งอยู่ในซอยเดียวกับจวนเฟิ่งนั่นเอง โดยบ้านของนางและถังซานตั้งอยู่ติดกัน และบ้านของนางกับพี่ชายก็หันหน้าเข้าหาจวนเฟิ่ง เรียกว่าซอยนั้นทั้งซอยมีแต่บ้านของตระกูลเฟิ่งที่ตั้งอยู่

            “อยู่บ้านทุกวันคงเบื่อแล้วใช่หรือไม่” กู้เยี่ยนเฉิงถามภรรยา หลังจากที่ย้ายมาอยู่บ้านของตนเอง นอกจากเวลาที่ต้องนั่งเล่นกับภรรยา กู้เยี่ยนเฉิงก็จะเข้าไปอ่านตำรา เพราะการสอบจิ้นซื่อจะมีขึ้นอีกในไม่กี่เดือนข้างหน้า เขาอยากเตรียมตัวให้พร้อม เพราะอยากคว้าตำแหน่งจอหงวนมาให้ภรรยา แต่เขาสังเกตเห็นว่าหลายวันมานี้ภรรยาดูจะเงียบผิดปกติ คงเพราะนางเหงาที่ไม่มีอะไรทำกระมัง

            “อยู่บ้านเฉยๆ โดยไม่มีอะไรทำ ข้าเบื่อมาก” ถังหลีพยักหน้าตอบ “ข้าอยากไปดูร้านค้าที่พี่ใหญ่ซื้อไว้ให้เต็มทีแล้ว”

            “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ วันนี้ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่นข้างนอก เราก็ถือโอกาสนี้ไปเดินสำรวจเมืองหลวงด้วย” กู้เยี่ยนเฉิงเสนอ

            “ไม่รบกวนเวลาเจ้าทบทวนตำราใช่หรือไม่” แม้จะกังวลแต่ถังหลีก็ซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด อยู่แต่ในบ้านทุกวัน นางเบื่อมากจริงๆ

            “เจ้าบอกข้าเองไม่ใช่หรือว่าอย่าเอาแต่อ่านหนังสืออย่างเดียว ให้ข้าหาเวลาผ่อนคลายบ้าง ออกไปเดินเล่นกันเจ้าก็ถือว่าข้าได้พักผ่อนไปในตัว”

            ถังหลีโผเข้าไปกอดสามีแล้วหอมแก้มสามีไปหนึ่งที “ข้ารักเจ้าที่สุดเลย”

            ช่วงที่แต่งงานกันใหม่ๆ กู้เยี่ยนเฉิงยังไม่ชินกับคำบอกรักและการแสดงความรักอย่างเปิดเผยของภรรยา เขาจะหน้าแดงและอายทุกครั้งที่นางโผเข้ากอดเขาแบบนี้ แต่มาหลังๆ หากนางไม่เป็นฝ่ายแสดงความรักกับเขา ก็จะเป็นเขาที่จะแสดงความรักกับนางแทน และเขาก็ไม่ได้หยุดแค่การหอมแก้มเหมือนที่นางทำ

            “ข้าว่ารออีกสักเดี๋ยวเราค่อยออกไปเดินเล่นก็แล้วกัน”

            “ทำไมเล่า หรือว่าเจ้ายังต้องทบทวนตำราต่อ”

            “ข้ามีบทเรียนที่ต้องทบทวนอยู่นิดหน่อย และบทเรียนนั้นจำเป็นต้องให้เจ้าช่วย” กู้เยี่ยนเฉิงก้มลงมองภรรยา “เจ้าจะช่วยข้าได้หรือไม่”

            ถังหลีมองเห็นสายตาเร่าร้อนนั้นก็เข้าใจ แม้จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานานแล้ว แต่นางก็อดที่จะเขินอายกับสายตาของสามีไม่ได้อยู่ดี “แต่นี่มันเป็นช่วงกลางวัน ไม่...ไม่รอให้ฟ้ามืดก่อนหรือ?”

            “ปิดม่านข้างเตียงลงก็คงจะมืดแล้ว” กู้เยี่ยนเฉิงอุ้มภรรยาเดินกลับไปห้องนอน จากนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึง กว่าถังหลีจะถูกสามีปล่อยออกมาก็เลยเที่ยงไปแล้ว

     

            ร้านค้าในเมืองหลวงมีสินค้าให้เลือกมากมายหลายชนิดกว่าสินค้าที่ขายในอำเภอเสียนหู่ และราคาสินค้าก็สูงเป็นเท่าตัว แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ยังจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคล่องมือ เห็นแบบนี้แล้วถังหลีก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

            “ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เตรียมร้านค้าไว้ให้เราอยู่ที่ใด ข้าอยากไปดูร้านของเราสักหน่อย” ถังหลีถอนหายใจอย่างเสียดาย “แต่ช่วงนี้พี่ใหญ่ยุ่งอยู่กับการสะสางบัญชี คงอีกหลายวันกว่าที่เขาจะมีเวลามาพาข้าไป”

            “เจ้าคิดไว้แล้วหรือยังว่าจะเปิดร้านขายอะไร”

            “ต้องดูทำเลที่ตั้งก่อนถึงจะรู้”

            สองสามีภรรยาเดินเล่นกันอย่างไม่รีบร้อน แต่สักพักพวกเขาก็เห็นคนวิ่งไปมุงดูอยู่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ทั้งสองคนตั้งใจจะหันหลังกลับเพราะไม่อยากเข้าไปดูความวุ่นวาย แต่สักพักก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยตะโกนขึ้น

            “พวกเจ้าอย่าทำร้ายท่านพ่อของข้า ขี้ผึ้งที่เจ้าซื้อไปไม่ได้ซื้อมาจากโรงหมอของเรา” เป่ยหย่าซินตะโกนบอก

            “จะไม่ใช่ได้อย่างไร ตลับใส่ขี้ผึ้งแบบนี้มีขายแค่ที่โรงหมอของเจ้าเท่านั้น” ชายร่างใหญ่ชี้ไปที่แขนของน้องสาว “แต่เดิมน้องสาวข้ามีผื่นแค่นิดเดียว แต่ตอนนี้มันลามไปทั้งแขนแล้ว พวกเจ้าหลอกขายยาปลอมให้พวกเราหรือ”

            ถังหลีเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเป่ยหย่าซิน “พี่หย่าซิน เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”

            “หลีเอ๋อ!” เป่ยหย่าซินรีบเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ถังหลีฟัง “เมื่อวานชายผู้นี้มาซื้อขี้ผึ้งของเราไป แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อทาขี้ผึ้งไปแล้วแขนของน้องสาวเขาถึงกลายเป็นผื่นแดงทั้งแขน พอข้าตรวจสอบดูก็รู้ว่าขี้ผึ้งที่อยู่ในตลับไม่ใช่ขี้ผึ้งของเรา เพราะขี้ผึ้งของเราจะมีกลิ่นหอม แต่ของเขาไม่มี ข้าพยายามอธิบายให้เขาฟังแล้ว แต่เขาก็ไม่ฟัง ทั้งยังทำร้ายท่านพ่อจนบาดเจ็บ”

            “เจ้ายังจะบอกว่าขี้ผึ้งตลับนี้ไม่ใช่ของพวกเจ้าอีก หากเจ้าไม่ชดใช้ค่าเสียหายมา ข้าจะไปแจ้งทางการว่าพวกเจ้าขายยาปลอม”

            ถังหลีรับตลับขี้ผึ้งมาเปิดดมก็รู้ว่าไม่ใช่ยาหม่องของตนเองแน่นอน ของข้างในถูกเปลี่ยนแล้วเอาของปลอมเข้ามาใส่ นางเงยหน้าขึ้นไปมองผู้ชายคนนั้นแล้วยิ้ม “ไปสิ เจ้าอยากไปแจ้งทางการใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าจะตามไปด้วย”

            “เจ้า...เจ้าเป็นใคร มายุ่งเรื่องนี้ทำไม” ชายร่างใหญ่มีท่าทางตกใจ เขาไม่ได้อยากไปแจ้งทางการจริงๆ

            แม้นางจะเข้าพิธีรับบุตรบุญธรรมและถือว่านางเป็นบุตรสาวของนายท่านเฟิ่งกับเฟิ่งฮูหยินแล้ว แต่นางก็ยังไม่กล้าประกาศให้คนอื่นรู้ นางกลัวว่าพ่อบุญธรรม แม่บุญธรรม แล้วก็พี่ชายจะคิดว่านางเอาชื่อเสียงของตระกูลเฟิ่งมากดข่มผู้อื่น

            ในขณะที่ถังหลีกำลังลังเลว่าจะทำอย่างไรต่อ เฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฮวนก็เดินเข้ามาในโรงหมอและหยุดอยู่ข้างน้องสาว

            “นางคือน้องสาวของข้าและเป็นคุณหนูตระกูลเฟิ่ง” เฟิ่งเฮ่าพูดขึ้น เขาหันไปมองชายร่างใหญ่ “ในเมื่อเจ้าบอกว่าขี้ผึ้งตลับนี้ซื้อมาจากโรงหมอของข้า และน้องสาวของเจ้าก็มีผื่นขึ้นเพราะมัน เช่นนั้นก็ไปให้ทางการช่วยตรวจสอบให้ หากอาการป่วยของน้องสาวเจ้าเกิดขึ้นเพราะขี้ผึ้งของข้าจริง ข้าจะชดใช้เงินให้เจ้าตามจำนวนที่เจ้าเรียกร้อง และยังจะรักษาอาการของนางจนกว่านางจะหายดีโดยไม่คิดเงิน แต่หากตรวจสอบแล้วว่าขี้ผึ้งที่อยู่ในตลับนี้ไม่ใช่ขี้ผึ้งที่ซื้อมาจากข้า ข้าก็จะแจ้งทางการกลับในข้อหาที่เจ้ามาทำลายชื่อเสียงของโรงหมอเฟิ่งไห่ถัง”

            “และโทษในการใส่ร้ายผู้อื่นอย่างน้อยต้องถูกโบยสามสิบไม้” เฟิ่งฮวนพูดเสริม “ตระกูลเฟิ่งของเราทำการค้าอย่างซื่อสัตย์มาตลอด ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายชื่อเสียงของเราเป็นอันขาด”

            “เอ่อ...เช่น...เช่นนั้นข้าไม่เรียกร้องอะไรแล้วขอรับ”

            “ไม่ได้ เจ้ามาร้องหาความยุติธรรมและเรียกร้องเงินชดเชยอยู่เป็นนานสองนาน ตอนนี้จะไม่เอาแล้วอย่างนั้นหรือ” เฟิ่งฮวนมองชายคนนั้นแล้วยิ้ม “หรือว่าเจ้าตั้งใจมาก่อกวนโรงหมอของข้าจริงๆ”

            ชายร่างใหญ่ไม่สนอะไรแล้ว เขาคว้ามือน้องสาวได้ก็รีบวิ่งหนีไป โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าคนของเฟิ่งฮวนได้ติดตามไปเรียบร้อยแล้ว

            “ข้าบอกแล้วว่าให้ส่งเทียบเชิญไปเชิญคนให้มาร่วมพิธีรับบุตรบุญธรรมให้มากๆ คนอื่นจะได้รู้ว่าเจ้าเป็นคุณหนูตระกูลเฟิ่ง ตอนนี้เป็นอย่างไร ขนาดยืนอยู่หน้าโรงหมอของตัวเองยังโดนคนอื่นรังแก” เฟิ่งเฮ่าบ่นน้องสาว

            “ก็ข้าไม่อยากทำให้มันเอิกเกริกไปนี่เจ้าคะ พวกท่านอย่าเพิ่งบ่นข้าเลยเจ้าค่ะ พาท่านหมอเป่ยกับพี่หย่าซินเข้าไปข้างในก่อนดีกว่า พวกเขาถูกผู้ชายคนนั้นทำร้าย”

            ทั้งหมดจึงเดินเข้าไปในโรงหมอ โดยกู้เยี่ยนเฉิงเดินจับมือภรรยาเดินตามหลัง 

            “เจ้าให้คนไปสืบดูความเป็นมาเป็นไปของสตรีผู้นั้นว่านางมาเป็นคุณหนูตระกูลเฟิ่งได้อย่างไร” ฉางฝูหยางสั่งลูกน้อง

            “พี่ใหญ่ ท่านคิดว่าเฟิ่งฮวนจะตามหาตัวฝูอี้เจอหรือยังขอรับ” ฉางฝูจิ้งถามอย่างกังวล “หากเจ้านั่นกลับมาแล้วเอาเรื่องที่เราส่งคนไปลอบสังหารเขาไปบอกท่านพ่อ ข้ากลัวว่าท่านพ่อจะไม่พอใจ”

            “ไม่พอใจแล้วอย่างไร ท่านพ่อตัดขาดกับเขาไปแล้ว เขาไม่ใช่คนของตระกูลฉางเราอีกต่อไปแล้ว”

            “พี่ใหญ่ช่วยหาข้อมูลของผู้ชายคนนั้นให้ข้าด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ” ฉางฝูเยว่พูดขึ้น “ข้าไม่เคยเห็นใครดูดีเท่าผู้ชายคนนั้นมาก่อน และดูจากท่าทางของเขาก็เหมือนบัณฑิตไม่เหมือนพ่อค้า ข้าชอบ”

            “เขาเดินจูงมือกับสตรีผู้นั้น หมายความว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ธรรมดา สถานะคุณหนูตระกูลฉางของเจ้าไม่จำเป็นต้องไปสนใจผู้ชายที่มีเจ้าของแล้ว” ฉางฝูหยางบอกน้องสาว

            “แต่ถ้าเขาเป็นบัณฑิต เราสามารถสนับสนุนให้เขาเป็นขุนนางได้ ถึงตอนนั้นตระกูลเราก็จะได้ประโยชน์จากเขานะเจ้าคะ”

            “เยว่เอ๋อ เจ้าไม่จำเป็นต้องยกเหตุผลมากล่าวอ้างมากมาย” ฉางฝูจิ้งยิ้มให้น้องสาวอย่างรู้ทัน “เจ้าชอบเจ้าหนุ่มคนนั้นแล้วใช่หรือไม่”

            ฉางฝูเยว่หน้าแดง “ข้า...ข้าแค่อยากรู้จักเขาเท่านั้นเจ้าค่ะ”

            ฉางฝูหยางเตือนน้องสาวกับน้องชายเสียงเข้ม “พวกเจ้าอย่าได้คิดจะทำอะไรที่เป็นการทำลายชื่อเสียงตระกูลของเรา ตอนนี้ท่านพ่อกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตระกูลของเราได้เป็นวาณิชหลวง พวกเจ้าอย่าทำให้เสียเรื่องเป็นอันขาด”

            ฉางฝูจิ้งกับฉางฝูเยว่หันไปสบตากันแต่ไม่ได้รับปากกับพี่ใหญ่ เพราะต่อให้พวกเขาจะก่อเรื่องอะไรไว้ ท่านพ่อก็จะหาทางแก้ปัญหาให้อยู่ดี ฉางฝูหยางได้แต่มองน้องทั้งสองคนอย่างระอา แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็สนใจคุณหนูตระกูลเฟิ่งผู้นั้นเช่นกัน

            หลังจากที่ดูอาการท่านหมอเป่ยกับเป่ยหย่าซินและเห็นว่าทั้งสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถังหลีกับกู้เยี่ยนเฉิงจึงตามเฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฮวนกลับมาที่จวนตระกูลเฟิ่ง

            “คนของข้ากลับมารายงานแล้วว่าที่ชายคนนั้นมาก่อเรื่องก็เพราะระยะนี้ขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์ของหลีเอ๋อขายดี ร้านขายยาตระกูลฉางจึงขายน้ำมันแก้แมลงกัดต่อยของพวกเขาไม่ได้ พวกเขาจึงเลือกที่จะทำลายชื่อเสียงและลดความน่าเชื่อถือของขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์ของเราไปพร้อมกัน” เฟิ่งฮวนบอก

            “คงเป็นฝีมือของฉางฝูจิ้ง เพราะฉางฝูหยางจะไม่ใช่วิธีต่ำช้าแบบนี้” เฟิ่งเฮ่าวิเคราะห์

            “หลายครั้งที่ตระกูลฉางพยายามทำลายชื่อเสียงของกิจการเรา พี่ใหญ่...ทำไมท่านไม่ตอบโต้พวกเขาไปบ้างขอรับ” เฟิ่งฮวนถาม

            เฟิ่งเฮ่าหันไปยิ้มให้ถังหลี “คนทำการค้าก็ต้องต่อสู้กันด้วยการค้า หลีเอ๋อ...เจ้าเห็นด้วยกับความคิดของพี่ใหญ่หรือไม่”

            “เห็นด้วยสิเจ้าคะ เช่นนั้นพี่ใหญ่พอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่ากิจการของตระกูลเฟิ่งเรามีอะไรบ้าง และกิจการของตระกูลฉางมีอะไรบ้าง” ถังหลีถาม

            “ร้านขายข้าวสารและธัญพืช ร้านขายแพรพรรณ ร้านขายน้ำมันและเครื่องปรุง โรงหมอ ร้านขายเครื่องประดับ สำนักคุ้มภัย ขนส่งสินค้าทั้งทางบกและทางเรือ โรงแลกเงิน ยังมีร้านขายอาหาร รวมถึงร้านขายหมูกระทะและชาบูที่เจ้าคิดขึ้นมาด้วย ร้านค้าของตระกูลฉางก็ขายสินค้าแบบเดียวกับเรา มีเพียงโรงสุรากับบ่อนการพนันเท่านั้นที่เราไม่ทำแบบเขา” เฟิ่งเฮ่าบอกน้องสาว

            ถังหลีได้ยินก็ตกใจ กิจการของตระกูลเฟิ่งช่างมากมาย สมกับเป็นตระกูลพ่อค้าที่สืบทอดกันมาหลายรุ่นจริงๆ หากเป็นยุคที่นางจากมา ครอบครัวนี้คงเป็นครอบครัวเศรษฐีหมื่นล้านเป็นแน่

            “กิจการของเราที่มีอยู่ หากจะเรียกลูกค้าเข้ามาก็มีแต่ต้องหาสินค้าแปลกใหม่และสินค้าคุณภาพดีเพิ่มเข้ามา เรื่องนี้ยกให้เป็นหน้าที่ของข้าได้เจ้าค่ะ แต่ข้ายังมีข้อเสนออีกอย่างหนึ่ง” ถังหลีมองเฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฮวน “เกลือกับน้ำตาลเป็นของหายาก หากเราเปิดร้านขายเกลือและน้ำตาลโดยเฉพาะ พวกท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”

            ถังหลีเอาเกลือและน้ำตาลทรายขาวในมิติออกมาให้ทุกคนดู ตอนนี้นางไม่มีความกังวลที่จะเอาของออกมาจากมิติเลยแม้แต่น้อย สามี พี่ชายทั้งสามคน หรือแม้แต่พี่ชายรัชทายาท นางเชื่อใจพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง 

            “ข้าไม่เคยเห็นเกลือและน้ำตาลที่ขาวบริสุทธิ์เช่นนี้มาก่อน” เฟิ่งเฮ่ารับเกลือไปดูก็ตาลุกวาว จากนั้นเขาก็ลองชิมเกลือ “รสชาติของเกลือไม่ขมเหมือนเกลือที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน”

            “เกลือกับน้ำตาลเป็นสินค้าที่ต้องจ่ายภาษีในราคาสูง” เฟิ่งฮวนขมวดคิ้ว เขาเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมพระคลัง ย่อมต้องดีใจหากร้านค้าขายสินค้าได้มาก เพราะมันหมายถึงว่าเขาจะเก็บภาษีจากร้านค้าร้านนั้นได้มากขึ้น และท้องพระคลังหลวงก็จะมีเงินเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่เมื่อนึกว่าสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าของน้องสาว เขาก็อดที่จะเสียดายเงินภาษีแทนน้องสาวไม่ได้จริงๆ

            “แต่ข้ากลับกังวลเรื่องอื่นขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงขมวดคิ้ว “แม้เราจะรู้ว่าอาหลีเอาสินค้าพวกนี้มาจากไหน แต่หากมีคนตั้งข้อสงสัย เราจะตอบคำถามได้อย่างไร เราคงบอกไม่ได้ว่าอาหลีมีมิติวิเศษ”

            “ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับรัชทายาทให้เอง” เฟิ่งเฮ่าบอกก่อนจะหันไปบอกน้องชาย “เจ้ารอง ส่งคนไปสั่งสอนตระกูลฉางสักหน่อย ครั้งนี้พวกเขาทำเกินไปแล้วจริงๆ”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258