คฤหาสน์ตระกูลซ่ง กลางดึกคืนนั้น
โจวซินหรูถูกหนอนโลหิตกัดกินในร่างกาย เจ็บปวดจนไม่สามารถข่มตานอนได้ ร่างกายนางผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ความงามเมื่อครั้งนางสมบูรณ์แข็งแรงไม่เหลือแล้ว ใบหน้าซีดขาว ดวงตาคล้ำลึกโบ๋ ริมฝีปากซีดจาง ผิวพรรณหยาบกร้าน เหี่ยวย่นยิ่งกว่าคนชรา แม้แต่สามีอย่างซ่งซือฉีที่เคยบอกว่ารักนาง จะพยายามรักษานางให้หายยังหน่ายหนี ไม่มาเยี่ยมเยียมเหมือนแต่ก่อน
นางถูกสามีและคนรอบตัวรังเกียจ ในใจมีแต่ความโกรธแค้นอย่างมาก นางรู้ว่าซ่งซือฉีเริ่มรังเกียจนาง ทั้งยังเกรงว่าข่าวอาการป่วยของนางแพร่กระจายออกไป ทำให้ตระกูลซ่งอับอายขายหน้า จึงสั่งย้ายนางมาพักที่เรือนเล็กคับแคบเมื่อหลายวันก่อน ที่นี่ไม่สะดวกสบายอย่างยิ่ง ในเรือนมีกลิ่นยาและกลิ่นเหม็นเน่าอย่างอื่นโชยไปทั่ว แม้แต่ชิวยี่ก็ทนกลิ่นไม่ไหวต้องหลบออกไปนอนด้านนอก โจวซินหรูเจ็บแค้นผู้คนรอบตัวที่พากันรังเกียจนาง ได้แต่ด่าทอและนอนลืมตามองความมืดเพียงคนเดียว
ที่ประตูมีความเคลื่อนไหว ชิวยี่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าคนผู้หนึ่ง นางถึงกับตกใจผวาจนตัวสั่น“ฮู ฮูหยินน้อย”
จางหลินถงในชุดสีดำ เปิดเผยใบหน้าคลี่ยิ้มไร้พิษภัย ขณะยื่นมือไปแตะใบหน้าชิวยี่“ดีจริงที่เจ้ายังจำข้าได้”
ชิวยี่ตาถลนเพราะอาการตกใจกลัว นางรู้ว่าจางหลินถงยังไม่ตายเพราะคุณชายใหญ่ช่วยไว้ แต่ไม่คาดฝันมาก่อนว่าจางหลินถงจะกลับมาที่นี่อีก
“ฮูหยินน้อย ท่านกลับมาทำไม?”
จางหลินถงแสยะยิ้ม“ถามได้ดี ข้าก็กลับมาตอบแทนบุญคุณคนที่นี่อย่างไรเล่า”
ชิวยี่ได้ยินดังนั้นก็นึกถึงสิ่งที่นางเคยทำกับจางหลินถงเมื่อครั้งก่อน แม้จะได้รับคำสั่งจากโจวซินหรูอีกทอดหนึ่ง แต่นางที่หลงรักคุณชายใหญ่มานาน ก็ใช้ความเกลียดชังส่วนตัวลงมือกับจางหลินถงเช่นกัน หลังจากคิดได้นางยิ่งตกใจกลัวจนลนลาน กล่าวเสียงดังมากขึ้น
“ฮูหยินน้อย ได้โปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”
จางหลินถงขมวดคิ้ว นึกรู้ว่าที่อีกฝ่ายร้องเสียงดังเป็นเพราะต้องการเรียกคน แต่น่าเสียดายที่คนพวกนั้นไม่ได้ยินเสียงร้องของคนในเรือนนี้แล้ว“เจ้าร้องให้คอแตกก็ไม่มีใครเข้ามาหรอก เพราะข้างนอกพวกเขาหลับกันหมดแล้ว ดังนั้นในเรือนที่ห่างไกลเช่นนี้ จึงมีแค่เจ้า เจ้านายของเจ้าและข้า ต้องขอบคุณนายท่านใหญ่ที่ย้ายคนมาที่นี่ ทำให้ข้ามีเวลาอยู่เยี่ยมไข้ได้นานขึ้น”
“ฮูหยินน้อย ยกโทษให้บ่าวด้วยเจ้าค่ะ”ชิวยี่ก้มหัวโขกพื้น ขอร้องจนเสียงแตกพร่า
“ยกโทษให้เจ้า เรื่องอะไร?”นางถามพลางเอียงหน้ามองอีกฝ่ายด้วยแววตาหยอกเย้า
“ทุกเรื่องเจ้าค่ะ ทุกเรื่องที่บ่าวทำ บ่าวทำเพราะฮูหยินเป็นคนสั่ง ฮูหยินน้อยยกโทษให้บ่าวด้วยนะเจ้าคะ”
“อ้อ นึกออกแล้ว มีหนหนึ่งเจ้าทำแจกันเก่าหายากของนางตกแตก แล้วโยนความผิดให้หรงหรงของข้า พอข้าเป็นพยานให้หรงหรง พวกเจ้าก็โยนความผิดมาให้ข้าด้วย ทำให้ข้ากับหรงหรงต้องถูกโบยจนหลังแตก ยังมีอีกน้ำแกงไก่ที่นางสั่งซื้อจากหอชิงชิงมาอุ่นให้นายท่านใหญ่ทาน แต่พวกเจ้ากลับทำหม้อตุ๋นน้ำแกงคว่ำ แล้วโยนความผิดให้ข้ากับหรงหรง สั่งให้ข้ากับหรงหรงตุ๋นคืนให้ได้รสชาติเหมือนเดิม ข้ากับหรงหรงทำทั้งวันทั้งคืนก็ไม่ถูกใจ สุดท้ายโดนโบยจนหลังแตก มีอีกหลังจากข้าป่วยพวกเจ้าก็ยิ่งได้ใจ เอาอาหารเหลือเลี้ยงสุนัขในเรือนไปให้ข้ากิน หรงหรงมาช่วยข้าพวกเจ้าก็โบยนาง ยังมีอีกข้าอาเจียนไม่สบายหนัก หรงหรงมาขอร้องให้พวกเจ้าตามหมอไปตรวจโรคเจียดยาให้ข้า พวกเจ้าก็จับนางขังในห้องเก็บฟืนสามวันสามคืน ทำให้ข้ากับนางไม่ได้กินอะไรเลย นั่นยังไม่รุนแรงเท่าพวกเจ้าลงโทษหรงหรง ด้วยการแล่เนื้อที่ขาของนางไปให้สุนัขเฝ้าเรือนกิน นอกจากนั้นพวกเจ้าล่ามโซ่กักขังข้า ปล่อยให้ข้าอดอยาก รังแกข้า รังแกคนของข้า แต่วันนี้เจ้ากลับพูดว่าให้ข้ายกโทษให้ เมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกเจ้าทำกับข้าและหรงหรง เจ้าคิดว่าข้าสมควรยกโทษให้หรือไม่?”จางหลินถงย้อนถาม แม้น้ำเสียงราบเรียบ แต่คนฟังรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายโกรธแค้นมากแค่ไหน
“ไม่นึกเลยว่าคนบ้านนี้จะโหดร้ายกับเจ้าขนาดนี้”เสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง จางหลินถงหันไปมองเห็นชายหรุ่มสวมชุดดำอำรางตัวเช่นเดียวกับนาง เขายื่นอยู่หน้าประตู ใบหน้าบึ้งตึง เขามองชิวยี่ด้วยสายตาดุดัน ในมือถือกระบี่ อีกมือหิ้วคอเสื้อคนผู้หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือจากคอเสื้อคนผู้นั้น ปล่อยให้ร่างร่วงกองลงพื้น
“ท่านฆ่าเขาหรือ?”จางหลินถงถามขึ้นเพราะเห็นรอยเลือดที่มือของเขา
อู๋ฮวนยิ้มอบอุ่นให้นาง“ช่วยไม่ได้ เขาเป็นคนของคุณชายใหญ่ ฝีมือไม่เลว หากปล่อยให้มาถึงตัวเจ้า เกรงว่าคนทั้งเรือนจะแห่มาที่นี่ เจ้าก็ไม่ได้เยี่ยมไข้คนป่วยกันพอดี”
“จวิ้นอ๋องรอบคอบยิ่งนัก”คำกล่าวดูเหมือนยกย่อง ทว่าน้ำเสียงนั้นไม่เหมือนคนยกย่องคนเท่าใด
อู๋ฮวนอมยิ้ม เขาไม่สนว่างนางจะพูดอะไร หลังจากคนของเขากลับมารายงานว่าเห็นจางหลินถงแอบออกจากหอสราญรมญ์ เขารีบตามมาทันทีจึงรู้ว่านางมาที่นี่ เขารู้ว่านางเก่งสามารถเอาตัวรอดเองได้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่วางใจ แค่ขอให้ได้ยืนข้างหลังนาง และคอยระวังด้านหลังให้นางก็ยังดี
ที่สำคัญซ่งซือฉีเป็นหนึ่งในกลุ่มคนทรยศ ที่ทำให้อู๋อ๋องและอู๋สี่ตกอยู่ในกำมือของฮ่องเต้ อย่างไรเขาก็ต้องมาล้างแค้นอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่นึกว่าจางหลินถงจะชิงลงมือก่อน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ใครลงมือก่อนหลังไม่สำคัญ สำคัญที่ผลลัพธ์เท่านั้น อย่างน้อยเขาก็ไม่ควรพลาดช่วงเวลาเช่นนี้
“หากต้องการความช่วยเหลือก็บอกข้าได้ ข้าจะอยู่ข้างเจ้า”น้ำเสียงของเขาอบอุ่น ทำให้จางหลินถงรู้สึกอุ่นวาบขึ้นในใจ
“ขอบคุณจวิ้นอ๋อง”
เวลานั้นชิวยี่ได้ยินเสียงคนสองคนคุยกัน คนคนหนึ่งเป็นอดีตฮูหยินน้อยของที่นี่ อีกคนหนึ่งคือจวิ้นอ๋องที่กำลังถูกทางการไล่ล่า ได้ยินว่าคนผู้นี้โหดเหี้ยมอำมหิตมาก วันนี้นางได้เห็บใบหน้าของจวิ้นอ๋อง แม้เขาจะมีรูปโฉมหล่อเหลาสะดุดตา แต่นางหวาดกลัวจนฉี่ราด นางถดกายถอยหลังก่อนจะพลิกตัวเพื่อลุกขึ้น จางหลินถงยื่นมือดึงผมชิวยี่ได้ทันพอดี
“อ้ะ”ชิวยี่อ้าปากร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะหนังศีรษะของนางถูกจางหลินถงดึงกระชากอย่างแรง
“เจ้าจะรีบไปไหน วันนี้ข้ามาเยี่ยมไข้ฮูหยิน แต่ว่าไม่มีของเยี่ยม นึกขึ้นได้ว่านางชอบกินน้ำแกงมาก แต่ว่าข้าทำไม่เป็น ในฐานะที่เจ้าเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งรับใช้ใกล้ชิดนางมาหลายปี เจ้าต้องรู้แน่ว่านางชอบกินน้ำแกงแบบไหน ก็เลยคิดจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าสักหน่อย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชิวยี่ก็รีบพยักหน้ารับ“รู้เจ้าค่ะ บ่าวรู้ว่าฮูหยินชอบกินน้ำแกงตุ๋นสมุนไพรเจ้าค่ะ บ่าวจะช่วยฮูหยินน้อยปรุงน้ำแกง แต่ว่าท่านต้องไว้ชีวิตบ่าวนะเจ้าคะ”
จางหลินถงยิ้ม ในเมื่ออีกฝ่ายขอร้องทั้งที นางจะไม่เมตตาได้อย่างไร“ได้ ถ้าเจ้าทำทุกอย่างตามที่ข้าสั่ง ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
นางกล่าวแล้วแบมือยื่นไปตรงหน้าชิวยี่ ในมือปรากฏยาเม็ดกลมๆสีเขียวเม็ดหนึ่ง ชิวยี่หน้าซีดถามเสียงสั่น“นี่คือยาอะไรหรือเจ้าคะ?”
“สิ่งที่รับประกันว่าเจ้าจะไม่ทรยศข้า”นางกล่าวสีหน้าเรียบเฉย แค่ยาพิษฤทธิ์กลางๆเท่านั้น
“บ่าวไม่ทรยศแน่เจ้าค่ะ บ่าวไม่กล้าทรยศแน่นอน” ชิวยี่ร้องไห้จนตาแดงก่ำ นึกแค้นใจ นางแค่ทำตามคำสั่ง แต่เหตุใดต้องเป็นนางมารับเคราะห์แทนคนเหล่านี้ด้วยเล่า
“กินเข้าไปสิ กินแล้วข้าจะเชื่อ”ชิวยี่ถูกบีบคั้นจนไม่มีทางเลือก ชิวยี่รีบหยิบยาใส่ปากกลืนลงท้อง จางหลินถงยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะถอยห่างออกมา “เมื่อใดที่กินยานี้แล้วหากยังไม่ได้รับยาถอนพิษภายในสามวันจนครบสามเม็ด เจ้าจะเจ็บปวดในช่องท้องจนอยากตาย แต่ถ้าเจ้าทำให้ข้าพอใจ เจ้าจะได้รับยาถอนพิษวันละเม็ด”
“ฮูหยินน้อย ท่านบอกบ่าวว่าหากบ่าวทำทุกอย่างจะไว้ชีวิตบ่าว” ชิวยี่ยังไม่อยากตาย นางยังอยากมีชีวิตอยู่ นางมีความหวังว่าจะได้ครองคู่กับคนที่นางรัก
“ข้าก็บอกแล้วว่าหากเจ้าทำให้ข้าพอใจ เจ้าจะได้รับยาถอนพิษวันละเม็ดจนกว่าจะครบสามเม็ด ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่ตายแล้ว”
“ได้เจ้าค่ะ บ่าวจะทำตามที่ฮูหยินน้อยสั่งทุกอย่างเจ้าค่ะ”
“ดี ตอนนี้ข้าอยากตุ๋นน้ำแกงสักหม้อ เอาไว้ให้อดีตแม่สามีของข้าดื่มบำรุงร่างกาย และแจกจ่ายคุณชายใหญ่ นายท่านใหญ่ เจ้ารีบนำทางไปโรงครัวสิ”
“เจ้าค่ะ บ่าวจะพาไปเดี๋ยวนี้”ชิวยี่รับคำแล้วรีบนำทางจางหลินถงไปที่ครัว
“เดี๋ยว ลากเขาไปด้วย”จางหลินถงหันไปมองศพคนที่ถูกอู๋ฮวนสังหาร
“แต่ว่าเขาตายแล้ว”
“ตายแล้วอย่างไร ระหว่างเขาที่ตายแล้ว กับเจ้าที่ใกล้จะตาย เจ้าจะเลือกอย่างไหน”
“ฮูหยินน้อยบ่าวผิดแล้วเจ้าค่ะ บ่าวจะลากเขาไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”ชิวยี่หวาดกลัวจนลนลานทำอะไรไม่ถูก
“ดี ระวังอย่าให้เลือดเปื้อนทางเดินเด็ดขาด”จางหลินถงกล่าวน้ำเสียงเข้มขึ้น นางยังไม่ต้องการให้มีใครรู้ว่าในเรือนมีคนตาย คนเหล่านี้ก่อกรรมกับนางไว้มาก นางต้องทำให้พวกอับอายขายหน้าจนไร้แผ่นดินให้กลบร่าง อยู่ไม่เป็นสุข กระทั่งตายก็ต้องตายตาไม่หลับ
“เจ้าค่ะ”ชิวยี่ไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตาม นางยื่นมือสั่นๆไปจับแขนศพคนผู้นั้นและออกแรงลาก แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มที่มีตัวโตมาก ชิวยี่ออกแรงลากอย่างไรก็ลากไปไม่ไป อู๋ฮวนขัดใจนักโบกมือหนหนึ่งลี่เฉิงก็ปรากฏตัว
“พาเขาไปห้องครัว และจัดการเก็บกวาดรอยเลือดพวกนั้นด้วย”เขาหันไปสั่งการ ลี่เฉิงมาถึงก็รีบลงมือหิ้วศพขึ้นพาดบ่าทันที ชิวยี่รีบนำทางด้วยความหวาดกลัว
“ข้าไม่ได้ขอให้ท่านช่วย ข้าให้นางทำต่างหาก”จางหลินถงทำหน้าบึ้ง หากไม่ใช่เพราะเขาฆ่าตาย มีหรือนางจะต้องมาสั่งให้ชิวยี่เก็บศพให้
อู๋ฮวนหันไปยิ้มให้จางหลินถง พลางกล่าวอย่างเอาใจว่า “เขาตัวหนักมาก นางลากทั้งคืนคงไปได้ไม่ไกล ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนฆ่าเขาตาย ก็ให้ข้าช่วยเจ้าเถอะ”
ชิวยี่นำทางมาถึงโรงครัวซึ่งอยู่ด้านหลังเรือนที่โจวซินหรูพักนั่นเอง เนื่องจากเรือนเล็กห่างจากโรงครัวใหญ่มาก การเดินไปมาต้องใช้เวลา และไม่สะดวกนัก อีกประการโจวซินหรูต้องดื่มยาวันละห้ามื้อ จึงตัดสินใจสร้างโรงครัวเพิ่มเพื่อความสะดวก ชิวยี่จุดเตาตั้งหม้อ เติมน้ำลงไปต้มจนเดือด ตามด้วยเครื่องตุ๋นยาจีนเคี่ยวจนได้ที่ จึงหันไปกล่าวกับจางหลินถงว่า
“ฮูหยินน้อยที่ห้องใต้ดินยังมีไก่แช่เย็น รอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ บ่าวจะรีบไปรีบกลับเจ้าค่ะ” ชิวยี่กล่าวอย่างแข็งขัน นางคิดใช้โอกาสนี้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเรือนใหญ่ด้วย
“ใครบอกว่าข้าอยากจะตุ๋นไก่” จางหลินถงกล่าวน้ำเสียงเย็นเยียบ รอบกายจางหลินถงมีไอสีแดงแผ่ออกมาบางเบา ทำให้อู๋ฮวนที่ยืนเบื้องหลังเหลือบมองจางหลินถงด้วยสายตาคาดไม่ถึง
“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?” ชิวยี่เสียวหลังวาบ
“ไม่ต้องถามทำตามที่ข้าสั่งก็พอ”นางกล่าว ฉับพลันดวงตาของจางหลินถงก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีโลหิต ชิวยี่เหมือนถูกสะกดจิต นางหันไปคว้ามีดทำครัวขึ้นมา จากนั้นถลกชายกระโปรงแล้วฉีกทึ้งกางเกงซับในจนขาดติดมือ และเงื้อมีดปักลงไปบนขาตัวเอง ออกแรงเฉือนเนื้อที่น่องตนเองโยนใส่หม้อตุ๋นที่กำลังเดือดจัด ก่อนจะวกไปเฉือนเนื้อจากขาอีกข้างและโยนตามลงไป หน้าของชิวยี่แสดงออกถึงความเจ็บปวดมหาศาล แต่นางไม่สามารถเปล่งเสียงร้อง และไม่สามารถหยุดยั้งมือตัวเองได้
การกระทำของชิวยี่ที่ขัดแย้งกับสีหน้า ทำให้อู๋ฮวนรู้ทันทีว่าจางหลินถงทำอะไรบางอย่างกับชิวยี่ ชายหนุ่มยืนตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ ขณะที่ลี่เฉิงยืนมองน้ำซุบในหม้อที่กำลังเดือดปุดๆ กลิ่นเนื้อคนปนกลิ่นของเครื่องตุ๋นยาจีน ส่งกลิ่นหอมโชยกรุ่น ทว่าจู่ๆเขาก็รู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง
“หนหนึ่งพวกเจ้าเคยแล่เนื้อที่ขาหรงหรงของข้า ไปเป็นอาหารสุนัขทั้งเป็น ดังนั้นวันนี้ข้าจะให้เจ้าเอาเนื้อที่ขาเจ้า ตุ๋นน้ำแกงให้เจ้านายเจ้ากิน”จางหลินถงกล่าว แล้วมองหม้อต้มที่กำลังเดือด และยิ้มอย่างพอใจ
**********************************************************************