ตอนที่ 48 : ความคิดของโจวซุน
ไม่ว่าจางหยูจะมาหรือไม่ โจวซุนก็ไม่สนใจ ในใจเขานั้น การทดสอบหวงหยวนสำคัญที่สุด ส่วนการฆ่าจางหยูเป็นแค่เรื่องรอง ถ้าเขามีโอกาส เขาก็ไม่รังเกียจที่จะลงมือ แต่ไม่มีโอกาส เขาก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง
เขาไม่ได้มีความอดทนที่จะรอต่อไป และเริ่มประกาศกฎของการทดสอบออกมา " การทดสอบหวงหยวนปีนี้..."
แต่เสียงของโจวซุนก็เงียบไป เมื่อมีเสียงฮือฮาลอยมาจากที่ไกลๆ ซึ่งดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมอง แม้กระทั่งโจวซุนเองก็จำต้องหยุดชะงักไปด้วยเช่นกัน และคิ้วขมวดขึ้นมา
"มาแล้ว คนจากสำนักคังเฉียงมาแล้ว!"
" นำโดยจางหยูรึ ? ยังเด็กอยู่เลย !"
เมื่อได้ยินเสียงกระซิบของคนใกล้ๆ โจวซุนก็มองตามสายตาผู้คน และเห็นชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาแต่มีท่าทีที่โดดเด่นเดินนำผู้คนเข้ามาอย่างช้าๆ เขาอดไม่ได้ที่จะชะงักขึ้นมา ในใจก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย "เด็กนั่นคือจางหยูรึ ? ข้าไม่คิดว่าเขาจะกล้ามาจริงๆ!"
หลินไห่หยากับลัวเยว่ซานต่างก็หันมามองหน้ากัน และพบสายตายินดีระคนแปลกใจจากดวงตาของอีกฝ่าย
ตอนแรกพวกเขาก็หมดหวังไปแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่า จางหยูจะมาในตอนสุดท้าย
"มาแล้ว ก็อย่าได้คิดว่าจะได้กลับออกไป!" หลินไห่หยาหรี่ตาลง นัยน์ตาทอประกายแววลิงโลดออกมา
ลัวเยว่ซานเองก็เผยรอยยิ้มที่เหี้ยมโหดออกมาบนใบหน้า พร้อมกับความอาฆาตที่แทบจะปะทุออกมา
ทันใดนั้น---
โจวซุนคิ้วขมวดเล็กน้อย "ไม่....เจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดา!"
ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขา ถ้าต้องการรู้ระดับการบ่มเพาะของอีกฝ่าย ก็สามารถตรวจจับความผันผวนของลมปราณ จากร่างของคนอื่น แต่ความรู้สึกที่มีต่อจางหยูนั้น ราวกับเมฆหมอก และไม่อาจตัดสินได้อย่างชัดเจน เขาเพียงแค่รู้สึกว่าการบ่มเพาะของจางหยู ต่ำกว่าเขา แต่ว่าจะอยู่ระดับอะไรนั้น เขากลับระบุออกมาไม่ได้ มันทำให้เขาแปลกใจเป็นอย่างมาก
"หรือว่าเขาฝึกเคล็ดวิชาปกปิดระดับการบ่มเพาะอะไรสักอย่าง?" ในใจของโจวซุนคาดเดาออกมา เมื่อคิดแบบนั้น โจวซุนก็สบายใจขึ้นมา
บนโลกใบนี้มีเคล็ดวิชาแปลกๆอยู่มากมาย และเคล็ดวิชาปกปิดระดับการบ่มเพาะก็ไม่ได้หายากอะไรมาก โจวซุนเองก็เคยพบมันมาก่อน
เมื่อเห็นสีหน้าของโจวซุน หลินไห่หยาก็ถามอย่างสงสัยว่า "มีอะไรรึเปล่า ใต้เท้าโจว?"
ลัวเยว่ซานแอบใจสั่นขึ้นมา เขาถามด้วยท่าทีเป็นกังวลว่า "ใต้เท้าโจว ท่านมั่นใจรึไม่ว่าจะจัดการเจ้าเด็กนี่ได้ ?"
"ไม่มีปัญหาอะไร ข้าแค่คิดว่า เด็กคนนี้น่าสนใจกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ซะอีก" โจวซุนส่ายหน้าและยิ้มออกมาจางๆ "แม้ข้าจะไม่รู้ว่า เขาไปเรียนรู้เคล็ดวิชาปกปิดระดับการบ่มเพาะมาจากไหน แต่พวกเจ้าสบายใจได้ ข้าสามารถฆ่าเขาได้ง่ายๆ"
แม้ว่าเขาจะมองระดับการบ่มเพาะของจางหยูไม่ออก แต่ในใจของเขานั้นก็มองจางหยูว่าเป็นนักสู้ขอบเขตว่อซวน
ยังไงซะ ถ้าหากการบ่มเพาะของจางหยูไม่ถึงระดับว่อซวน ต่อให้เขาใช้เคล็ดวิชาปกปิดระดับการบ่มเพาะ แต่ก็ไม่สามารถหลบซ่อนความสามารถไปได้
....
แม้ว่าสายตาของคนส่วนใหญ่จะจ้องมองไปที่จางหยู แต่ก็มีหลายคนที่มองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังของจางหยู
"อู่โม่ สู้ๆนะ แสดงให้ข้าดูทีว่าเจ้าเรียนรู้อะไรมาจากสำนักคังเฉียง เจ้าถึงได้เลือกที่จะอยู่กับสำนักคังเฉียงแบบนี้!" เติ้งชิวฉานมองไปที่อู่โม่ ราวกับว่านั่นคือโลกทั้งใบของนาง นอกจากอู่โม่แล้วนางไม่ได้มองไปทางอื่นเลย
นางยังคงสวมชุดเหมือนปกติ ผมของนางก็รัดไว้ที่ด้านหลัง ขณะที่มือก็กำไปที่ดาบยาวที่อยู่ตรงเอว บนร่างของนางสวมเกราะหนา แม้ว่านางจะยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ แต่ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่าวีรสตรีกำลังยืนอยู่ตรงนั้น
น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้ว่า ภายใต้เกราะหนาๆนั้นมีหัวใจของเด็กสาวซ่อนอยู่
ในหมู่ศิษย์ของสำนักเฉินกวง ทันทีที่เหมาฉางเทียนมาถึง เขาก็มองหาเติ้งชิวฉานทันที ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ เขาก็ไม่ละสายตาไปจากนางเลย
เมื่อเห็นว่าเติ้งชิวฉานมองไปที่อู่โม่ เหมาฉางเทียนก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมา "อีกแล้ว! เติ้งชิวฉานในสายตาของเจ้ามีแค่อู่โม่ ไม่มีคนอื่นเลยรึไง ?"
เหมาฉางเทียนกำหมัดแน่น สายตาของเขาแทบจะลุกเป็นไฟ "อู่โม่มีอะไรดีนักหนา ถึงทำให้เจ้าสนใจแต่มัน และไม่สนใจข้า ?"
ทุกคนต่างก็เป็นสามอัจฉริยะของเมืองทะเลทรายเหมือนกัน แล้วอู่โม่มันอาศัยอะไรถึงได้ทำให้เติ้งชิวฉานมองแต่มัน ส่วนตัวข้ากลับได้รับแค่สายตาที่เย็นชา?
เหมาฉางเทียนรู้สึกหงุดหงิดมาก พรสวรรค์ของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขาก็เหนือกว่าอัจฉริยะอีกสองคนของเมืองทะเลทรายแล้วด้วย แล้วทำไมถึงยังได้รับสายตาที่เย็นชาอยู่อีก?
"อู่โม่ ข้าเหมาฉางเทียนจะพิสูจน์ต่อหน้าทุกคนในเมืองวันนี้ว่า ข้าคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมือง ต่อหน้าข้าแล้วเจ้ามันไม่มีค่าอันใด !" มันยากที่เหมาฉางเทียนจะปกปิดความอิจฉาเอาไว้ได้ ตาของเขาแดงก่ำ กระทั่งใบหน้าก็ยังบิดเบี้ยว "ข้าอยากจะทำลายชื่อเสียงของเจ้า และทำให้วันนี้ กลายเป็นตราบาปของเจ้าไปชั่วชีวิต!"
เขาไม่กล้าฆ่าอู่โม่ แต่ต่อหน้าคนนับไม่ถ้วน เขาสามารถที่จะสั่งสอนอู่โม่ได้ และเขามั่นใจว่าเขาสามารถทำเช่นนั้นได้
....
บรรยากาศในตอนนี้เงียบสงบมาก
ทุกคนต่างก็แปลกใจกับการมาของสำนักคังเฉียง และไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี
อู่เฉินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากกลุ่มผู้นำตระกูล และตรงไปหาจางหยูพลางกระซิบว่า " เจ้าสำนัก ครั้งนี้คนที่หลินไห่หยา พามานั้นไม่ใช่ว่าอ่อนแอ โปรดระวังตัวด้วย!" สีหน้าของเขาจริงจังมาก และแฝงไปด้วยความกังวล "ข้าได้ยินการแนะนำของหลินไห่หยาแล้ว ชายคนนี้เป็นผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจวมีนามว่า โจวซุน และเขาเองก็เป็นนักสู้ขอบเขตว่อซวนที่ไร้เทียมทานเช่นท่าน!"
คำพูดของอู่เฉินนั้นเกือบถูกต้องทั้งหมด ในเมืองทะเลทรายแห่งนี้ นักสู้ขอบเขตว่อซวนถือว่าไร้เทียมทาน !
จางหยูยิ้มและพยักหน้าตอบรับ "อืม ข้ารู้แล้ว"
อู่เฉินมองไปที่จางหยู คล้ายอยากจะพูดบางอย่าง เขาอยากจะกล่อมให้จางหยูออกไปจากที่นี่ แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี
"หึๆ ไม่ต้องกังวล ขอบเขตว่อซวนนั้นแข็งแกร่ง แต่ไม่น่ากลัวอะไร" จางหยูยิ้มออกมาเล็กน้อย ท่าทางสุขุมเยือกเย็นของเขานั้น ทำให้ผู้คนรู้สึกวางใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อได้ยินแบบนั้น อู่เฉินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก และเริ่มเชื่อมั่นในตัวจางหยู
หลังจากที่เตือนจางหยูแล้ว อู่เฉินก็เดินออกมาจากกลุ่มของสำนักคังเฉียง และกลับไปที่กลุ่มของผู้นำตระกูลอีกครั้ง
จางหยูเงยหน้าขึ้น และมองไปที่สำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซาน ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่หลินไห่หยากับลัวเยว่ซาน ที่ยืนอยู่ข้างกายของโจวซุน จากนั้นเขาก็แสยะยิ้มออกมา "หึๆ ผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจว....ฟังดูใหญ่โตเสียเหลือเกิน!"
ตอนนั้นเอง โจวซุนก็คลี่ยิ้มออกมาและมองไปที่จางหยู ด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อ
ทั้งสองจ้องมองกัน โดยอยู่ห่างกันกว่า 10 ฟุต ความเงียบในตอนนั้น ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดขึ้นมา
หลังจากนั้น โจวซุนก็มองไปยังศิษย์จากสำนักคังเฉียง ที่อยู่ด้านหลังของจางหยู และอดไม่ได้ที่จะตาเป็นประกายขึ้นมา ก่อนจะหลุดเสียงอุทานออกมาว่า " โอ้ !" ด้วยความแข็งแกร่งที่เขามี เขาสามารถมองเห็นระดับการบ่มเพาะของอู่โม่และคนอื่นๆได้ เพราะแบบนั้น เขาถึงได้แปลกใจขึ้นมา "สำนักคังเฉียงเล็กๆแห่งนี้ กลับมีอัจฉริยะมากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ!"
จากความรู้สึกของเขา กลุ่มของอู่โม่นั้น คนที่ระดับการบ่มเพาะต่ำสุดก็ยังอยู่ที่ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 5 ส่วนพี่น้องตระกูลอู่นั้นได้ทะลวงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 แล้ว!
ถ้าหากแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าอัจฉริยะ แล้วอะไรล่ะที่เรียกว่าอัจฉริยะ?
" น่าสนใจ ชักจะน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ !" โจวซุนเริ่มสนใจสำนักคังเฉียงมากกว่าเดิม ในใจของเขาแอบคิดว่าจะรับตัวอู่โม่กับคนอื่นๆ เข้าสำนักในเมืองฟู่เฉิง หากทำเช่นนั้น เขาจะต้องได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย
"นึกไม่ถึงเลยว่าโชคของข้าโจวซุนจะดีขนาดนี้ อยู่ๆก็มาพบกับเมล็ดพันธุ์ชั้นดีมากมาย! ต้องขอบคุณเจ้าเด็กจางหยูจริงๆ ที่พยายามรวบรวมอัจฉริยะมากมายเช่นนี้มาให้ข้า...." ในใจของโจวซุนรู้สึกลิงโลดขึ้นมา เขาคาดหวังว่าหลังจากที่การทดสอบหวงหยวนนี้จบลง ตัวเองจะสามารถรับสมัครอู่โม่และคนอื่นๆได้
เขาไม่คิดว่าอู่โม่และคนอื่นจะปฏิเสธเขา ล้อเล่นน่า สำนักมีดาวในเมืองฟู่เฉิง คนอื่นๆอยากจะเข้าก็ไม่มีปัญญาจะได้เข้า มีใครบ้างที่จะกล้าปฏิเสธข้อเสนอดีๆนี้?
เมื่อเห็นสายตาของโจวซุนมองไปที่อู่โม่และคนอื่นๆ จางหยูก็ชะงักเล็กน้อย จากนั้นแววตาของเขาก็เผยร่องรอยความแปลกใจออกมา "ชายคนนี้....คงไม่คิดจะทำอะไรศิษย์ของสำนักคังเฉียงหรอกนะ? หาไม่แล้ว เจ้าหมอนี่จะต้องพบกับโศกนาฏกรรมแน่..."
ศิษย์สำนักคังเฉียงต่างก็ได้ลงนามใน "สัญญานภา" ไปแล้ว อย่าว่าแต่โจวซุนเลย ต่อให้พระเจ้าเสด็จลงมาเอง ก็ไม่สามารถทำให้ศิษย์สำนักคังเฉียงหวั่นไหวได้
จางหยูกระทั่งจินตนาการภาพของโจวซุนที่หัวร้างข้างแตกเพราะเผชิญหน้ากับเหล่าศิษย์ของสำนักคังเฉียงได้ออก
"ข้าไม่รู้ว่าชายคนนี้แข็งแกร่งเพียงใด..." จางหยูลูบคางและมองไปที่โจวซุน "ขอบเขตว่อซวนในตำนาน ก็น่าจะมีความสามารถอยู่บ้าง" แม้ว่าจางหยูจะมั่นใจในตัวเอง แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับนักสู้ขอบเขตว่อซวน ดังนั้นในใจจึงไม่อาจประมาทได้
ไม่นาน จางหยูก็ส่ายหน้าและพ่นลมหายใจออกมา "ไม่สำคัญ หากเขาคิดจะลงมือ งั้นข้าก็จะลงมือเช่นกัน"
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่จบชีวิตของอีกฝ่าย
จางหยูฝึก "เงาเวหา" และ "ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น" มา ดังนั้นเขาจึงมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง
ชัดแล้วว่าโจวซุนไม่รู้ความคิดของจางหยู เขาสนใจแต่อู่โม่และศิษย์คนอื่นๆอยู่ เขาละสายตากลับมาและตะโกนว่า "แม้ว่าทุกคนจะรู้กฎของการทดสอบหวงหยวนอยู่แล้ว แต่ข้าก็ยังต้องพูดซ้ำอีกรอบ อันดับของการทดสอบหวงหยวนจะแบ่งโดยคะแนน สำหรับศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบหวงหยวน แต่ละคนจะมีผู้ดูแลสามคนติดตามไปด้วย และผู้ดูแลสามคนนั้นจะทำการบันทึกคะแนนให้กับศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสัตว์อสูรและระดับของสัตว์อสูรที่ศิษย์แต่ละคนฆ่าไป" ผู้ดูแลทั้งสามคนนี้มาจากกองกำลังที่ต่างกัน อย่าง ท่านเจ้าเมือง, สำนักและตระกูลในเมือง ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อรักษาความยุติธรรมในการทดสอบหวงหยวน ถึงแม้ว่าความยุติธรรมจะไม่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ก็ตาม
"ฆ่าสัตว์อสูรฉีซวนขั้น 1-3 ได้ 1 คะแนน"
"ฆ่าสัตว์อสูรฉีซวนขั้น 4-6 ได้ 10 คะแนน"
"ฆ่าสัตว์อสูรฉีซวนขั้น 7-9 ได้ 100 คะแนน"
ทุกคนต่างก็ตั้งใจฟัง แม้ว่าพวกเขาจะจำกฎเหล่านี้ได้แต่พวกเขาก็ยังตั้งใจฟังมัน
เมื่อเห็นว่าผู้คนตั้งใจฟัง โจวซุนก็พอใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่เงียบไปไม่นานเขาก็พูดต่อ "ต่อไปข้าจะพูดถึงรางวัล...."
แต่ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงใสๆดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะการพูดของโจวซุน "รอเดี๋ยว ท่านยังไม่ได้บอกเลยว่าฆ่าสัตว์อสูรขอบเขตว่อซวนจะได้กี่คะแนน!"
พรึบ!
ทันใดนั้น สายตานับไม่ถ้วนก็หันไปมองคนที่พูด
อู่ซินซินกระพริบตาปริบๆ และพูดเสียงอ่อยๆว่า "ข้า...ข้าแค่ถามเท่านั้นเอง ทำไมต้องมองข้าแบบนั้นด้วย ?"