Pioneer Era

    ตอนที่ 87 ผู้ชนะกับเงินรางวัล

    ***หนุ่มบื้อ [โฮป]

    ผมกำลังประเมินสถานการณ์ของสนามแข่งในตอนนี้อยู่

    พรุนรับคำท้าสู้ตัวต่อตัวกับเจ้าไพไรต์ โดยมีมันเป็นผู้ชนะ

    ส่วนทีมอื่น ๆ ต่างหยุดเคลื่อนไหว เพราะการต่อสู้ที่รุนแรงของพวกเขาดึงดูดความสนใจไปจนหมดสิ้น

    เลยทำให้ยัยลี่มีเวลาเตรียมพร้อมโจมตีแบบไร้ซึ่งใครเข้ามาขัดขวางอยู่ช่วงหนึ่ง

    ถึงตอนแรกจะแอบตกใจที่พรุนเคลื่อนไหวตามใจตัวเอง แต่ได้ผลลัพธ์แบบนี้ก็ถือว่าไม่เลวนัก



    "นั่นมัน…"

    มีบางอย่างกำลังบินตรงไปที่ร่างของพรุน

    พวกมันคือโดรนที่ใช้พานักสู้ไปรักษาตัวนอกสนามนั่นเอง

    ลูกบอลทรงไข่จำนวนมากกำลังบินเข้าสู่สนามด้วยสนามแม่เหล็ก และใช้ตัวมันเองต่อกันเป็นเปลอวนลอยฟ้าเพื่อนำร่างของพรุนออกไปจากสนาม…

    นึกอะไรดี ๆ ออกแล้วแฮะ



    "ไพไรต์ อยากรู้ใช่ไหมว่าอะไรคือหุ่นยนต์? คำตอบคือเจ้าไข่บินได้พวกนั้นยังไงละ"

    "หะ…? หืม? ไข่จิ๋ว ๆ พวกนี้เนี่ยนะ? "

    คำพูดของผมทำให้ไพไรต์เบนความสนใจไปที่ไข่บินได้ในทันที

    ไพไรต์คือชายที่มีฝีมือต่อสู้อันน่ากลัว

    ถึงจะบาดเจ็บหนัก แขนซ้ายหัก จากการต่อสู้กับพรุน แต่ก็ไม่อาจจะประมาทได้เช่นกัน

    เพื่อชัยชนะที่แน่นอน จึงต้องยอมใช้ทุกวิธีเพื่อชัยชนะ

    ผมรีบวิ่งตัดผ่านทะเลสาบตรงไปทางไพไรต์ในขณะที่มันกำลังลดการระวังแล้วให้ความสนใจไปที่โดรนทรงไข่

    ถึงจะไม่สามารถวิ่งบนผิวน้ำเหมือนไพไรต์ได้ แต่อย่างน้อยก็เร็วพอ---

    "สุดยอด! โฮปวิ่งบนผิวน้ำได้เหมือนกับไพไรต์ตั้งแต่เมื่อไหรกัน!? "

    --- เร็วพอที่จะวิ่งบนผิวน้ำได้…

    เฮ้ย… ตรูทำได้ไงวะ!



    ความจริงก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองมันแปลก ๆ ตั้งแต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว

    รู้สึกว่าร่างกายตัวเองเบาอย่างน่าเหลือเชื่อ

    รู้สึกได้ว่าพละกำลังของแขนกับขาตัวเองมีมากขึ้น

    “!! ”

    ไพไรต์รีบกระโดดถอยหลังในจังหวะที่ผมเข้าประชิดพร้อมกับเหวี่ยงกระบี่ลงไปที่ศรีษะของมัน

    “เหวอ! ลอบกัดกันแบบนี้เลยเรอะ! ”

    ชิ... ดันหลบได้ซะอย่างงั้น

    สงสัยจะคิดไปเองแล้วละ ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

    ดูสิ ขนาดคนเจ็บยังหลบดาบของผมได้ง่าย ๆ เลยเนี่ย

    “หน่อย! อย่างน้อยก็สู้กันอย่างแฟร์ ๆ เหมือนเพื่อนเอ็งหน่อยสิวะ! ”

    “เพื่อชัยชนะ ผมไม่เกี่ยงวิธีการเด็ดขาด! ”

    “เอาความประทับใจของตรูที่มีต่อพวกเอ็งกลับมาเลยนะ! ”

    “เรื่องของมึง! ”



    ความยากจนมันน่ากลัวนะเออ

    เพราะฉะนั้นผมจึงต้องก้าวข้ามมันไป แล้วคว้าเงินสิบล้านกลับมา!

    ต่อให้โดนมองอย่างดูถูก ผมก็ยอมรับได้!

    ผมยกมือขวาให้สัญญาณพรรคพวกที่กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งผู้เข้าชมข้างสนาม

    ทันทีที่ได้รับสัญญาณจากผม พวกแฟตก็ชูป้ายเชียร์ที่ทำจากแผ่นเหล็กขึ้นสูง

    ใช้มัน เพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ใส่ใบหน้าของไพไรต์~

    “เฮ้ย!? ”

    “ตายซะ! ”

    ผมเหวี่ยงกระบี่โจมตีไปที่หัวไหลซ้ายของมัน

    แต่ทว่ามันบิดตัว แล้วยกแขนขวาขึ้นมารับการโจมตีได้ทันเวลา

    แถมยังมีแตะสวนกลับมาอีกด้วย

    ผมก้มตัวหลบลูกแตะอันน่ากลัวของมัน

    ลูกแตะของมันถึงกับสามารถสร้างกระแสลมทำให้ผิวน้ำทะเลสาบแตกสาดกระเซ็นเลยทีเดียว



    “ซุนไกท์ ควอตซ์ พวกแกไม่ต้องช่วย ไปจัดการพรรคพวกของมันเลย! ”

    “รับทราบ”

    *ฟ่อ! *

    พรรคพวกของมันวิ่งผ่านผมตรงไปด้านหลังราวกับเห็นผมเป็นก้อนหินริมทางก้อนหนึ่ง

    เจ้าพวกนี้… ไม่เห็นผมอยู่ในสายตาเลยสินะ?

    คงคิดว่าผมมันอ่อนหัดจนแม้แต่คนเจ็บก็ยังไม่อาจเอาชนะได้เลยอย่างงั้นสินะ?

    รู้สึกเจ็บใจแฮะ

    *ผั๊วะ! *

    ผมรีบยกกระบี่ขึ้นมารับลูกแตะซ้ายของไพไรต์ ก่อนจะสลับข้างถือกระบี่มารับลูกแตะขวาที่กำลังวาดท่าตอกส้นตามลงมา

    ดูสิ...

    ทั้งที่ไพไรต์บาดเจ็บจนเคลื่อนไหวช้าในระดับที่คนอย่างผมมองเห็นได้ชัดแล้ว แต่ก็ยังหลบไม่พ้นเลย

    คงต้องยอมรับว่าผมมันอ่อนหัดจริง ๆ นั่นละ



    ***



    ผู้ชมทั้งสนามต่างกำลังมองตาค้างให้กับการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นตรงใจกลางทะเลสาบ

    พวกเขาต่างกำลังทึ่งให้กับความสามารถของไพไรต์ บุรุษแห่งราชสีห์ที่ยังคงความเร็วและพลังได้อย่างดีเยี่ยมทั้งที่บาดเจ็บหนักตรงแขนซ้าย

    ความเร็วมิได้ตกลง

    ความว่องไวมิได้ตกลง

    สิ่งเดียวที่เสียเปรียบ คือการที่ไม่สามารถใช้แขนซ้ายได้เท่านั้น

    แต่ที่พวกเขาตกใจยิ่งกว่า คือการที่คู่ต่อสู้ของเขากลับสามารถรับมือการโจมตีที่ว่องไวราวปีศาจของไพไรต์ได้

    ลูกแตะที่วาดเป็นคมมีดสีทองไปในอากาศอย่างต่อเนื่องอันไร้ที่สิ้นสุดของไพไรต์ กลับถูกบุรุษเผ่ามนุษย์ที่ชื่อโฮปรับมือเอาไว้อย่างง่ายดาย

    เขาขยับแขนตามความเร็วของวงขาที่กำลังเคลื่อนไหว ไล่ตามติดทุกทวงท่า ราวกับเป็นภาพสะท้อนบนกระจกเงาเช่นนั้น



    นอกจากนี้

    *เปรี๊ยง! *

    เขายังใช้แขนเพียงข้างเดียวถือกระบี่รับลูกแตะอันหนักหน่วงได้อย่างไร้ซึ่งออกแรงต่อต้านอีกด้วย

    ขนาดพรุนที่เป็นเผ่ายักษ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลัง ยังต้องใช้สองแขนยกตั้งรับลูกแตะของไพไรต์

    แต่ชายคนนี้ กลับใช้กระบี่ที่บอบบางเรียวยาว รับมือกับพลังอันหนักหน่วงที่เข้ามาตรง ๆ ได้โดยไม่มีแม้แต่เหงื่อไหลย้อยลงมาบนใบหน้า

    ไม่ใช่ใช้ดาบปัดป้องเบนวิถีพลังออกจากตัว แต่ใช้มันรับเข้าไปตรง ๆ แทนกายเนื้อของเขา

    จะต้องมีพละกำลังมากแค่ไหน ถึงสามารถทำเรื่องแบบนั้นกันได้นะ?

    ทุกคนต่างกำลังทึ่งให้กับความสามารถนั้นของเขา



    ความจริงแล้ว โฮปมิได้คิดไปเอง

    ร่างกายของเขาได้พัฒนาไปอีกขั้นจาก [เซลล์] ที่เติบโตขึ้นเหมือนกับ ผอ. บานา

    รวมไปถึงความสามารถด้านการต่อสู้ของโฮปด้วย

    เขา ได้พัฒนาขึ้นไปมากหลังจากเหตุการณ์ปราบอะบอมเมื่อคราวนั้น

    ถ้าคิดอีกสักนิด เขาคงจะรู้ตัว ว่าฝีมือที่ใช้ปกป้องสหายในตอนที่ถูกฝูงอะบอมกรูเข้าใส่ ณ ตอนนั้น มันคือตัวการที่ทำให้ตัวของเขาเติบโตขึ้นมา

    ฝึกวิชาร้อยครั้ง มิอาจเทียบเท่าลงสนามรบเพียงครั้งเดียว

    วิชาบนหน้ากระดาษ มิอาจเทียบเท่าประสบการณ์ที่จดจำผ่านทางร่างกาย

    ตัวโฮปที่ผ่านพ้นช่วงเวลา ณ จุดนั้นมา ได้พัฒนาตัวเองไปอีกระดับหนึ่งแล้ว



    “อึ๊ก! หลบยากชะมัด”

    แต่ดูเหมือนว่าโฮปจะยังไม่รู้ตัวถึงความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง...

    การต่อสู้ของทั้งสองคน ทำให้ผิวของทะเลสาบแตกกระเพื่อมออกเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งสองคนเป็นจุดศูนย์กลาง

    ถึงร่างกายจะตัวเล็กกว่า แต่เผ่ามนุษย์ผู้นั้นกลับต่อสู้ได้ทัดเทียมกับราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่

    มันเป็นการต่อสู้ของลูกผู้ชายที่ยุติธรรมอย่างไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบต่อกัน

    “คุณจาวิส คุณเยลโล่ ช่วยกันสะท้อนใส่ใบหน้าของคุณไพไรต์ให้แม่น ๆ หน่อยสิค่ะ! ”

    เออ… หรือว่าจะไม่ใช่กันนะ?



    แฟตกับพรรคพวกข้างสนามของเธอยังคงคอยถือป้ายเชียร์แผ่นเหล็กสะท้อนแสงใส่ใบหน้าของไพไรต์อยู่

    ด้วยการขี้โกงประกอบกับบาดแผลที่พรุนได้สร้างเอาไว้ จึงทำให้ไพไรต์เริ่มเสียเปรียบโฮป

    แต่ทว่าในมุมมองของคนดูนั้น ไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องเช่นนั้นหรอก

    สิ่งที่เขาเห็น มีเพียงแต่ภาพของบุรุษเผ่ามนุษย์ที่กำลังเริ่มกลับมาเป็นฝ่ายไล่ต้อนบุรุษแห่งราชสีห์

    กระบี่ของเขาเริ่มร่ายรำสร้างบาดแผลให้กับไพไรต์

    ไพไรต์กำลังเสียเปรียบ

    ไม่เพียงแค่เขา แม้แต่พวกซุนไกท์กับอสรพิษควอตซ์เองก็กำลังจะพ่ายแพ้เพราะมีกันเพียงแค่สองคน

    บุรุษกอลิล่าสมองกล้าม [ซุนไกท์]

    เขากำลังติดกับแผนของโฮปอย่างจัง โดนสตรีแห่งปักษาสีชาด [ไฮเจน] หลอกล่อ จนทำได้แต่หัวปั่นหวดไม้พลองใส่อากาศที่ว่างเปล่า เพื่อไล่ตามโจมตีเธอเท่านั้น

    ส่วนอสรพิษเกล็ดสีขาว [ควอตซ์] นั้น มันกำลังติดที่แนวรบกลาง ไม่อาจตีผ่าแนวป้องกันของดิวซ์กับมังกรน้อยของพรุนเข้าไปหาภูติตัวน้อยได้

    ในระหว่างที่พวกเขาต้องเสียเวลากับแนวป้องกันตรงหน้า การเตรียมโจมตีปูพรมถล่มทั้งสนามของภูติน้อย [ลี่] ก็เริ่มใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

    แถมเป็นเพราะการต่อสู้ที่รุนแรงระหว่างโฮปกับไพไรต์ จึงทำให้นักแข่งทีมอื่นไม่อยากเข้ามายุ่งในบริเวณเลยแม้แต่ทีมเดียว

    อาจกล่าวได้ว่ามันคือชัยชนะที่แน่นอนของโฮป



    “โฮป ฉันพร้อมแล้ว! ”

    “ฮะ ฮะ ฮะ! ชนะ! แบบนี้ผมชนะแน่นอน! ”

    โฮปหัวเราะดั่งจอมมารผู้ชั่วร้าย แล้วเบือนสายตาไปทางสหายภูติตัวน้อยของเขา

    “จัดการเลยลี่! ”

    เขาเค้นเสียงดังกึก้องเพื่อกลบเสียงดังอื้ออึงของสนามแข่งให้ลี่ได้ยิน พร้อมกับแสดงรอยยิ้มออกมาให้เห็น

    รอยยิ้มแห่ง--- ชัยชนะกับความปิติที่จะได้ถือครองเงิน 10 ล้านยูนิต!

    “!?! ”

    แต่ในสายตาของภูติสาวตัวน้อยผู้กำลังมีความรักนั้น มันคือรอยยิ้มสุดหล่อที่ใช้กระฉากใจสาวแทน~

    “ (กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!) ”

    เธอกรีดร้องในใจดังลั่นพร้อมกับเริ่มมีใบหน้าแดงเป็นลูกตำลึง

    พลังที่ต้องควบคุมด้วยสมาธิขั้นสูงได้ถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนแตกซ่าน แล้วแตกกระจายไปทั่วสเตเดี้ยมอย่างไร้ซึ่งการควบคุมอีกต่อไป

    กระแสไฟฟ้าความแรงระดับทำให้สลบเหมือนหนึ่งวันเต็ม กำลังวิ่งพล่านไปทั่วสเตเดี้ยมราวกับมีเทพอัสนีบาตลงมาจุติลงในสนามแข่ง

    ใช่… วิ่งไปทั่วสเตเดี้ยม… รวมไปถึงที่นั่งฝั่งคนดูด้วย



    “เฮ้ย! พลังบ้าบออะไรวะเนี่ย! ”

    “ใครทิ้งนิวเคลียร์ลงใจกลางสนามวะ! ”

    “เผ่นโว้ยพวกเรา! ”

    “แว๊กกกก! ”

    พลังที่ยิงออกไปด้วยจิตใจเปี่ยมรักของภูติน้อยนั้น ทำให้แม้แต่บาเรียที่กางป้องกันคนดูด้วยสุดยอดเทคโนโลยีก็ยังมิอาจรับไหว

    ณ เวลานั้น ทุกคนต่างถูกไฟฟ้าช๊อตพร้อมกันอย่างไม่ทันตั้งตัว

    ทั้งสเตเดี้ยมถูกหุ้มด้วยแสงสีเหลืองทองอร่าม

    เสียงสายฟ้าคำรามดังกลบเสียงผู้คนที่กำลังกรีดร้อง

    เมื่อทุกอย่างสงบลง ก็ไม่มีใครสามารถยืนขึ้นในสนามต่อสู้ได้อีกต่อไป

    นอกจากทีมของโฮปเท่านั้น

    ทุกคนต่างนอนกลิ้งจูบพื้นดินชักดิ้นชักงอไม่แตกต่างกัน

    “ผะ… ผู้ชนะคือทีมของโฮป… ค่ะ… แอ๊ก...”

    โฆษกสนาม สตรีเผ่ามนุษย์นกผู้งดงาม [เปอร์ไซด์] พยายามเค้นเสียงกับแรงกายสุดท้ายทำหน้าที่ของตนประกาศผู้ชนะ ก่อนจะล้มตัวสลบตามคนอื่นไป



    เครื่องสร้างบาเรียที่มีราคามากกว่า 100 ล้านยูนิตจำนวนสามสิบเครื่อง

    ระบบอาคารของสเตเดี้ยมที่มีราคาไม่ต่ำกว่า 300 ล้าน

    และยังมีค่าเสียหายของพวกหุ่นยนต์บริการที่พังไปมากกว่าห้าพันกว่าตัวอันเนื่องจากสายฟ้าของลิลลี่เมื่อกี้

    สรุปคือตอนนี้มีค่าเสียหายอันเนื่องจากฝีมือของทีมโฮปที่ต้องรอชำระในอนาคตอยู่มากกว่า 5,000 ล้านยูนิต

    อาจเป็นโชคดีของพรุน ที่ความเสียหายเมื่อกี้ ไม่ได้ลามไปถึงห้องพยาบาลของอาคาร

    “ชนะแล้วโว้ย! ”

    แต่ทว่าโฮปยังไม่รู้ถึงความจริงในเรื่องนั้น

    “สิบล้านเป็นของพวกเราเฟ้ย! ”

    ใช่ เขายังไม่รู้ถึงความจริงนั้นเลยสักนิดเดียว…