***หนุ่มบื้อ [โฮป]
ผมกำลังประเมินสถานการณ์ของสนามแข่งในตอนนี้อยู่
พรุนรับคำท้าสู้ตัวต่อตัวกับเจ้าไพไรต์ โดยมีมันเป็นผู้ชนะ
ส่วนทีมอื่น ๆ ต่างหยุดเคลื่อนไหว เพราะการต่อสู้ที่รุนแรงของพวกเขาดึงดูดความสนใจไปจนหมดสิ้น
เลยทำให้ยัยลี่มีเวลาเตรียมพร้อมโจมตีแบบไร้ซึ่งใครเข้ามาขัดขวางอยู่ช่วงหนึ่ง
ถึงตอนแรกจะแอบตกใจที่พรุนเคลื่อนไหวตามใจตัวเอง แต่ได้ผลลัพธ์แบบนี้ก็ถือว่าไม่เลวนัก
"นั่นมัน…"
มีบางอย่างกำลังบินตรงไปที่ร่างของพรุน
พวกมันคือโดรนที่ใช้พานักสู้ไปรักษาตัวนอกสนามนั่นเอง
ลูกบอลทรงไข่จำนวนมากกำลังบินเข้าสู่สนามด้วยสนามแม่เหล็ก และใช้ตัวมันเองต่อกันเป็นเปลอวนลอยฟ้าเพื่อนำร่างของพรุนออกไปจากสนาม…
นึกอะไรดี ๆ ออกแล้วแฮะ
"ไพไรต์ อยากรู้ใช่ไหมว่าอะไรคือหุ่นยนต์? คำตอบคือเจ้าไข่บินได้พวกนั้นยังไงละ"
"หะ…? หืม? ไข่จิ๋ว ๆ พวกนี้เนี่ยนะ? "
คำพูดของผมทำให้ไพไรต์เบนความสนใจไปที่ไข่บินได้ในทันที
ไพไรต์คือชายที่มีฝีมือต่อสู้อันน่ากลัว
ถึงจะบาดเจ็บหนัก แขนซ้ายหัก จากการต่อสู้กับพรุน แต่ก็ไม่อาจจะประมาทได้เช่นกัน
เพื่อชัยชนะที่แน่นอน จึงต้องยอมใช้ทุกวิธีเพื่อชัยชนะ
ผมรีบวิ่งตัดผ่านทะเลสาบตรงไปทางไพไรต์ในขณะที่มันกำลังลดการระวังแล้วให้ความสนใจไปที่โดรนทรงไข่
ถึงจะไม่สามารถวิ่งบนผิวน้ำเหมือนไพไรต์ได้ แต่อย่างน้อยก็เร็วพอ---
"สุดยอด! โฮปวิ่งบนผิวน้ำได้เหมือนกับไพไรต์ตั้งแต่เมื่อไหรกัน!? "
--- เร็วพอที่จะวิ่งบนผิวน้ำได้…
เฮ้ย… ตรูทำได้ไงวะ!
ความจริงก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองมันแปลก ๆ ตั้งแต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว
รู้สึกว่าร่างกายตัวเองเบาอย่างน่าเหลือเชื่อ
รู้สึกได้ว่าพละกำลังของแขนกับขาตัวเองมีมากขึ้น
“!! ”
ไพไรต์รีบกระโดดถอยหลังในจังหวะที่ผมเข้าประชิดพร้อมกับเหวี่ยงกระบี่ลงไปที่ศรีษะของมัน
“เหวอ! ลอบกัดกันแบบนี้เลยเรอะ! ”
ชิ... ดันหลบได้ซะอย่างงั้น
สงสัยจะคิดไปเองแล้วละ ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
ดูสิ ขนาดคนเจ็บยังหลบดาบของผมได้ง่าย ๆ เลยเนี่ย
“หน่อย! อย่างน้อยก็สู้กันอย่างแฟร์ ๆ เหมือนเพื่อนเอ็งหน่อยสิวะ! ”
“เพื่อชัยชนะ ผมไม่เกี่ยงวิธีการเด็ดขาด! ”
“เอาความประทับใจของตรูที่มีต่อพวกเอ็งกลับมาเลยนะ! ”
“เรื่องของมึง! ”
ความยากจนมันน่ากลัวนะเออ
เพราะฉะนั้นผมจึงต้องก้าวข้ามมันไป แล้วคว้าเงินสิบล้านกลับมา!
ต่อให้โดนมองอย่างดูถูก ผมก็ยอมรับได้!
ผมยกมือขวาให้สัญญาณพรรคพวกที่กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งผู้เข้าชมข้างสนาม
ทันทีที่ได้รับสัญญาณจากผม พวกแฟตก็ชูป้ายเชียร์ที่ทำจากแผ่นเหล็กขึ้นสูง
ใช้มัน เพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ใส่ใบหน้าของไพไรต์~
“เฮ้ย!? ”
“ตายซะ! ”
ผมเหวี่ยงกระบี่โจมตีไปที่หัวไหลซ้ายของมัน
แต่ทว่ามันบิดตัว แล้วยกแขนขวาขึ้นมารับการโจมตีได้ทันเวลา
แถมยังมีแตะสวนกลับมาอีกด้วย
ผมก้มตัวหลบลูกแตะอันน่ากลัวของมัน
ลูกแตะของมันถึงกับสามารถสร้างกระแสลมทำให้ผิวน้ำทะเลสาบแตกสาดกระเซ็นเลยทีเดียว
“ซุนไกท์ ควอตซ์ พวกแกไม่ต้องช่วย ไปจัดการพรรคพวกของมันเลย! ”
“รับทราบ”
*ฟ่อ! *
พรรคพวกของมันวิ่งผ่านผมตรงไปด้านหลังราวกับเห็นผมเป็นก้อนหินริมทางก้อนหนึ่ง
เจ้าพวกนี้… ไม่เห็นผมอยู่ในสายตาเลยสินะ?
คงคิดว่าผมมันอ่อนหัดจนแม้แต่คนเจ็บก็ยังไม่อาจเอาชนะได้เลยอย่างงั้นสินะ?
รู้สึกเจ็บใจแฮะ
*ผั๊วะ! *
ผมรีบยกกระบี่ขึ้นมารับลูกแตะซ้ายของไพไรต์ ก่อนจะสลับข้างถือกระบี่มารับลูกแตะขวาที่กำลังวาดท่าตอกส้นตามลงมา
ดูสิ...
ทั้งที่ไพไรต์บาดเจ็บจนเคลื่อนไหวช้าในระดับที่คนอย่างผมมองเห็นได้ชัดแล้ว แต่ก็ยังหลบไม่พ้นเลย
คงต้องยอมรับว่าผมมันอ่อนหัดจริง ๆ นั่นละ
***
ผู้ชมทั้งสนามต่างกำลังมองตาค้างให้กับการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นตรงใจกลางทะเลสาบ
พวกเขาต่างกำลังทึ่งให้กับความสามารถของไพไรต์ บุรุษแห่งราชสีห์ที่ยังคงความเร็วและพลังได้อย่างดีเยี่ยมทั้งที่บาดเจ็บหนักตรงแขนซ้าย
ความเร็วมิได้ตกลง
ความว่องไวมิได้ตกลง
สิ่งเดียวที่เสียเปรียบ คือการที่ไม่สามารถใช้แขนซ้ายได้เท่านั้น
แต่ที่พวกเขาตกใจยิ่งกว่า คือการที่คู่ต่อสู้ของเขากลับสามารถรับมือการโจมตีที่ว่องไวราวปีศาจของไพไรต์ได้
ลูกแตะที่วาดเป็นคมมีดสีทองไปในอากาศอย่างต่อเนื่องอันไร้ที่สิ้นสุดของไพไรต์ กลับถูกบุรุษเผ่ามนุษย์ที่ชื่อโฮปรับมือเอาไว้อย่างง่ายดาย
เขาขยับแขนตามความเร็วของวงขาที่กำลังเคลื่อนไหว ไล่ตามติดทุกทวงท่า ราวกับเป็นภาพสะท้อนบนกระจกเงาเช่นนั้น
นอกจากนี้
*เปรี๊ยง! *
เขายังใช้แขนเพียงข้างเดียวถือกระบี่รับลูกแตะอันหนักหน่วงได้อย่างไร้ซึ่งออกแรงต่อต้านอีกด้วย
ขนาดพรุนที่เป็นเผ่ายักษ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลัง ยังต้องใช้สองแขนยกตั้งรับลูกแตะของไพไรต์
แต่ชายคนนี้ กลับใช้กระบี่ที่บอบบางเรียวยาว รับมือกับพลังอันหนักหน่วงที่เข้ามาตรง ๆ ได้โดยไม่มีแม้แต่เหงื่อไหลย้อยลงมาบนใบหน้า
ไม่ใช่ใช้ดาบปัดป้องเบนวิถีพลังออกจากตัว แต่ใช้มันรับเข้าไปตรง ๆ แทนกายเนื้อของเขา
จะต้องมีพละกำลังมากแค่ไหน ถึงสามารถทำเรื่องแบบนั้นกันได้นะ?
ทุกคนต่างกำลังทึ่งให้กับความสามารถนั้นของเขา
ความจริงแล้ว โฮปมิได้คิดไปเอง
ร่างกายของเขาได้พัฒนาไปอีกขั้นจาก [เซลล์] ที่เติบโตขึ้นเหมือนกับ ผอ. บานา
รวมไปถึงความสามารถด้านการต่อสู้ของโฮปด้วย
เขา ได้พัฒนาขึ้นไปมากหลังจากเหตุการณ์ปราบอะบอมเมื่อคราวนั้น
ถ้าคิดอีกสักนิด เขาคงจะรู้ตัว ว่าฝีมือที่ใช้ปกป้องสหายในตอนที่ถูกฝูงอะบอมกรูเข้าใส่ ณ ตอนนั้น มันคือตัวการที่ทำให้ตัวของเขาเติบโตขึ้นมา
ฝึกวิชาร้อยครั้ง มิอาจเทียบเท่าลงสนามรบเพียงครั้งเดียว
วิชาบนหน้ากระดาษ มิอาจเทียบเท่าประสบการณ์ที่จดจำผ่านทางร่างกาย
ตัวโฮปที่ผ่านพ้นช่วงเวลา ณ จุดนั้นมา ได้พัฒนาตัวเองไปอีกระดับหนึ่งแล้ว
“อึ๊ก! หลบยากชะมัด”
แต่ดูเหมือนว่าโฮปจะยังไม่รู้ตัวถึงความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง...
การต่อสู้ของทั้งสองคน ทำให้ผิวของทะเลสาบแตกกระเพื่อมออกเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งสองคนเป็นจุดศูนย์กลาง
ถึงร่างกายจะตัวเล็กกว่า แต่เผ่ามนุษย์ผู้นั้นกลับต่อสู้ได้ทัดเทียมกับราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่
มันเป็นการต่อสู้ของลูกผู้ชายที่ยุติธรรมอย่างไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบต่อกัน
“คุณจาวิส คุณเยลโล่ ช่วยกันสะท้อนใส่ใบหน้าของคุณไพไรต์ให้แม่น ๆ หน่อยสิค่ะ! ”
เออ… หรือว่าจะไม่ใช่กันนะ?
แฟตกับพรรคพวกข้างสนามของเธอยังคงคอยถือป้ายเชียร์แผ่นเหล็กสะท้อนแสงใส่ใบหน้าของไพไรต์อยู่
ด้วยการขี้โกงประกอบกับบาดแผลที่พรุนได้สร้างเอาไว้ จึงทำให้ไพไรต์เริ่มเสียเปรียบโฮป
แต่ทว่าในมุมมองของคนดูนั้น ไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องเช่นนั้นหรอก
สิ่งที่เขาเห็น มีเพียงแต่ภาพของบุรุษเผ่ามนุษย์ที่กำลังเริ่มกลับมาเป็นฝ่ายไล่ต้อนบุรุษแห่งราชสีห์
กระบี่ของเขาเริ่มร่ายรำสร้างบาดแผลให้กับไพไรต์
ไพไรต์กำลังเสียเปรียบ
ไม่เพียงแค่เขา แม้แต่พวกซุนไกท์กับอสรพิษควอตซ์เองก็กำลังจะพ่ายแพ้เพราะมีกันเพียงแค่สองคน
บุรุษกอลิล่าสมองกล้าม [ซุนไกท์]
เขากำลังติดกับแผนของโฮปอย่างจัง โดนสตรีแห่งปักษาสีชาด [ไฮเจน] หลอกล่อ จนทำได้แต่หัวปั่นหวดไม้พลองใส่อากาศที่ว่างเปล่า เพื่อไล่ตามโจมตีเธอเท่านั้น
ส่วนอสรพิษเกล็ดสีขาว [ควอตซ์] นั้น มันกำลังติดที่แนวรบกลาง ไม่อาจตีผ่าแนวป้องกันของดิวซ์กับมังกรน้อยของพรุนเข้าไปหาภูติตัวน้อยได้
ในระหว่างที่พวกเขาต้องเสียเวลากับแนวป้องกันตรงหน้า การเตรียมโจมตีปูพรมถล่มทั้งสนามของภูติน้อย [ลี่] ก็เริ่มใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
แถมเป็นเพราะการต่อสู้ที่รุนแรงระหว่างโฮปกับไพไรต์ จึงทำให้นักแข่งทีมอื่นไม่อยากเข้ามายุ่งในบริเวณเลยแม้แต่ทีมเดียว
อาจกล่าวได้ว่ามันคือชัยชนะที่แน่นอนของโฮป
“โฮป ฉันพร้อมแล้ว! ”
“ฮะ ฮะ ฮะ! ชนะ! แบบนี้ผมชนะแน่นอน! ”
โฮปหัวเราะดั่งจอมมารผู้ชั่วร้าย แล้วเบือนสายตาไปทางสหายภูติตัวน้อยของเขา
“จัดการเลยลี่! ”
เขาเค้นเสียงดังกึก้องเพื่อกลบเสียงดังอื้ออึงของสนามแข่งให้ลี่ได้ยิน พร้อมกับแสดงรอยยิ้มออกมาให้เห็น
รอยยิ้มแห่ง--- ชัยชนะกับความปิติที่จะได้ถือครองเงิน 10 ล้านยูนิต!
“!?! ”
แต่ในสายตาของภูติสาวตัวน้อยผู้กำลังมีความรักนั้น มันคือรอยยิ้มสุดหล่อที่ใช้กระฉากใจสาวแทน~
“ (กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!) ”
เธอกรีดร้องในใจดังลั่นพร้อมกับเริ่มมีใบหน้าแดงเป็นลูกตำลึง
พลังที่ต้องควบคุมด้วยสมาธิขั้นสูงได้ถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนแตกซ่าน แล้วแตกกระจายไปทั่วสเตเดี้ยมอย่างไร้ซึ่งการควบคุมอีกต่อไป
กระแสไฟฟ้าความแรงระดับทำให้สลบเหมือนหนึ่งวันเต็ม กำลังวิ่งพล่านไปทั่วสเตเดี้ยมราวกับมีเทพอัสนีบาตลงมาจุติลงในสนามแข่ง
ใช่… วิ่งไปทั่วสเตเดี้ยม… รวมไปถึงที่นั่งฝั่งคนดูด้วย
“เฮ้ย! พลังบ้าบออะไรวะเนี่ย! ”
“ใครทิ้งนิวเคลียร์ลงใจกลางสนามวะ! ”
“เผ่นโว้ยพวกเรา! ”
“แว๊กกกก! ”
พลังที่ยิงออกไปด้วยจิตใจเปี่ยมรักของภูติน้อยนั้น ทำให้แม้แต่บาเรียที่กางป้องกันคนดูด้วยสุดยอดเทคโนโลยีก็ยังมิอาจรับไหว
ณ เวลานั้น ทุกคนต่างถูกไฟฟ้าช๊อตพร้อมกันอย่างไม่ทันตั้งตัว
ทั้งสเตเดี้ยมถูกหุ้มด้วยแสงสีเหลืองทองอร่าม
เสียงสายฟ้าคำรามดังกลบเสียงผู้คนที่กำลังกรีดร้อง
เมื่อทุกอย่างสงบลง ก็ไม่มีใครสามารถยืนขึ้นในสนามต่อสู้ได้อีกต่อไป
นอกจากทีมของโฮปเท่านั้น
ทุกคนต่างนอนกลิ้งจูบพื้นดินชักดิ้นชักงอไม่แตกต่างกัน
“ผะ… ผู้ชนะคือทีมของโฮป… ค่ะ… แอ๊ก...”
โฆษกสนาม สตรีเผ่ามนุษย์นกผู้งดงาม [เปอร์ไซด์] พยายามเค้นเสียงกับแรงกายสุดท้ายทำหน้าที่ของตนประกาศผู้ชนะ ก่อนจะล้มตัวสลบตามคนอื่นไป
เครื่องสร้างบาเรียที่มีราคามากกว่า 100 ล้านยูนิตจำนวนสามสิบเครื่อง
ระบบอาคารของสเตเดี้ยมที่มีราคาไม่ต่ำกว่า 300 ล้าน
และยังมีค่าเสียหายของพวกหุ่นยนต์บริการที่พังไปมากกว่าห้าพันกว่าตัวอันเนื่องจากสายฟ้าของลิลลี่เมื่อกี้
สรุปคือตอนนี้มีค่าเสียหายอันเนื่องจากฝีมือของทีมโฮปที่ต้องรอชำระในอนาคตอยู่มากกว่า 5,000 ล้านยูนิต
อาจเป็นโชคดีของพรุน ที่ความเสียหายเมื่อกี้ ไม่ได้ลามไปถึงห้องพยาบาลของอาคาร
“ชนะแล้วโว้ย! ”
แต่ทว่าโฮปยังไม่รู้ถึงความจริงในเรื่องนั้น
“สิบล้านเป็นของพวกเราเฟ้ย! ”
ใช่ เขายังไม่รู้ถึงความจริงนั้นเลยสักนิดเดียว…