เมย์ก้มหน้ากำลังจะเอ่ยปากขอโทษ แต่แพรวยกมือห้ามไว้
“ไม่ เ้าตัวน้อย” เธอพูดขณะลูบผมของเมย์ “ชั้นต่างหากที่ต้องขอโทษ ไม่ใช่เธอ ชั้นไม่ควรพาเธอเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ไม่ควรบังคับให้เธอต้องดูไอ้ผู้ชายงี่เง่าที่โจมตีผลงานของชั้น”
แพรวส่ายหัว “ชั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยศกร แต่เขาเปลี่ยนไปั้แ่นายวรกานต์จากไป ดูเหมือนเขาโทษชั้นที่ทำให้ผู้กำกับศิลป์คนโปรดของเขาตัดสินใจลาออกกะทันหัน เขาอิจฉาผลงานของชั้น และชั้นรู้ว่าเขา้าจะมอบหมายโปรเจ็กต์นี้ให้กับใคร”
เมย์ลังเลไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรดีไหม
“ใช่แล้ว” แพรวพูด “แยม...นังแยมอีตัวนั่น เธอรู้ไหมว่านังนั่นได้รับการเลื่อนตำแหน่งมากี่ครั้งในปีที่แล้ว และชั้นก็พนันได้เลยว่าผู้ชายทุกคนในบริษัทเคยกระแทกที่ลำคอของมัน”
เมย์กะพริบตาอย่างสับสน “กระแทก?”
“ใช่ น่าสมเพชจัง ด้วยการใช้เวลาทั้งวันอยู่ใต้โต๊ะของยศกร อมจู๋เล็กๆ ของเขาในปากของมัน เพื่อพยายามขโมยโปรเจ็กต์ของชั้นไป”
แพรวจับมือของเมย์และบีบมันแรงๆ “เธอเห็นว่าผลงานศิลปะของชั้นดีแค่ไหนใช่มั้ย”
เมย์รู้ดีว่าไม่ควรทำอะไรนอกจากการพยักหน้า
แพรวพูดต่อ “และอย่ากังวล ชั้นไม่ได้โกรธเธอ ชั้นรู้ว่าเธอไม่รู้เื่เกี่ยวกับศิลปะหรือโทนสีบ้าบออะไรนั่น เธอแค่พยายามจะตอบยศกรเท่านั้น เพื่อเธอจะไม่ได้ดูโง่หลังจากที่เขาถามความเห็นของเธอ ชั้นแค่หวังว่าเธอจะฉลาดขึ้นและหุบปากไว้ เธอไม่เห็นหรือว่าตอนนี้เขาจะใช้สิ่งนั้นเพื่อที่จะได้นำโปรเจ็กต์นี้ไปจากชั้นและมอบให้นังแยมทำ”
เมย์ยิ้มอ่อนๆ แล้วดึงมือออก “หนูขอโทษ งั้นหนูขอตัวกลับไปทำงานนะคะ มีหนังสืออีกหลายเล่มที่ต้องตรวจทาน”
เมื่อเมย์เปิดประตู แพรวเดินผ่านเธอและมองไปที่โถงทางเดินไปยังห้องอาหารกลางวัน “เดี๋ยวสิ...ไปดื่มกาแฟกันก่อน”
“แต่หนูไม่ดื่ม...”
“ไปกันเถอะ” แพรวพูด เกือบจะดึงเมย์ลอยจากพื้นขณะที่เธอคว้าแขนเสื้อและลากเมย์ไปที่โถงทางเดิน และขณะที่พวกเธอเดินผ่านประตู เสียงะโจากภายในห้องรับประทานอาหารกลางวันก็ทำให้เมย์สะดุ้งตื่นใ
"เซอร์ไพรส์!" คนทั้งห้องกรีดร้อง
เมย์ตัวแข็งทื่อ มองดูในความวุ่นวายขณะที่เพื่อนร่วมงานของเธอรวมตัวกันรอบๆ เค้กที่ปักด้วยเทียนบนโต๊ะและร้องเพลง Happy Birthday ให้เธอ เมื่อพวกเขาร้องเสร็จและหลังจากที่ทุกคนกล่าวอวยพรให้เธอแล้ว แพรวก็นำเค้กชิ้นหนึ่งมาให้เธอ
เมย์มองดูด้วยความใ แน่นอนว่ามันคือช็อกโกแลต ทั้งๆ ที่เมย์เกลียดช็อกโกแลต! “พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าเป็วันเกิดของหนู?”
“ชั้นบอกพวกเขาเอง” แพรวพูดขณะที่เธอหยิบเศษผ้าจากเสื้อสเวตเตอร์ของเมย์ “ชั้นดูโฟลเดอร์บุคลากรบางโฟลเดอร์เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน และสังเกตว่าวันนี้เป็วันเกิดของเธอ”
“อืม…ข้อมูลพวกนั้นไม่ควรจะเป็ความลับเหรอคะ?”
แพรวกลอกตา “ไม่เอาน่า เธอพูดเหมือนอีป้าสมสมรเลย เธอควรจะได้เห็นว่าอีป้านั่นทำหน้ายังไงเมื่อเห็นชั้นในสำนักงานของมัน และทำเหมือนว่าไฟล์ทั้งหมดของมันเป็ความลับสุดยอดระดับประเทศ”
เมย์ฝืนยิ้มขณะที่เธอวางเค้กที่ยังไม่ได้กินลงบนโต๊ะ “หนูกลับไปทำงานนะคะ มีอะไรต้องทำอีกมากมาย”
เมย์หันกลับ แต่แพรวคว้าแขนของเธอแล้วดึงไว้พร้อมกับย่อตัวลงกระซิบ "อ้อ...เ้าตัวเล็ก อย่าคิดว่าชั้นจะลืมนะ"
เมย์สั่นสะท้าน "เื่ในห้องประชุม?"
แล้วแพรวก็ยิ้มเหมือนแมวที่มีหนูอยู่ใต้กรงเล็บของมัน “ไม่ใช่...อย่าคิดว่าชั้นลืมของขวัญวันเกิดของเธอ ชั้นมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ที่เตรียมไว้สำหรับเธอแล้ว”
เมย์สะดุ้งทันที เธอเกลียดการเซอร์ไพรส์ “ไม่เป็ไรค่ะ หนูเกรงใจคุณแพรว แค่เค้กก็เพียงพอแล้ว”
“ไร้สาระ ชั้นมีอะไรพิเศษให้เธอ และเมื่อเธอเห็นมัน...” เธอกล่าว ขณะที่ริมฝีปากของเธอโค้งเป็รอยยิ้มที่โหดร้าย “เธอจะไม่มีทางลืมมันได้เลย”
************************
เวลาที่เหลือของวันผ่านไปอย่างไม่มีอะไรผิดปกติ และเมื่อนาฬิกาใกล้จะถึงเวลาเลิกงาน เมย์หวังว่าแพรวจะลืมของขวัญของเธอไปแล้ว แต่เมื่อเธอได้ยินเสียงคลิกของรองเท้าส้นสูงที่กำลังเดินเข้ามาในห้องของเธอ เมย์ก็รู้ว่าความหวังของเธอพังทลายลง
แพรวมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน “ถึงเวลาเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ของเธอแล้ว...ไปกันเถอะ”
“มะ ไม่ ไม่เป็ไรจริงๆ คะ” เมย์กล่าว "หนูต้องรีบทำงานนี้ให้เสร็จ จากนั้นหนูก็..."
“ไร้สาระ” แพรวพูดขณะที่เธอยกเมย์ขึ้นจากเก้าอี้เหมือนเธอเป็เด็กน้อยตัวเล็กๆ "วันเกิดของสาวตัวน้อยของเราทั้งที เธอต้องได้รับสิ่งที่เธอสมควรได้รับสิจ๊ะ"
แพรวเดินไปที่ห้องโถงและจับมือของเมย์แน่นเพื่อดึงให้เดินตามไป ไม่นานพวกเขาก็มาถึงประตูห้องเก็บชิ้นงานศิลปะ
เมย์จ้องไปที่ประตู กลัวว่าจะมีอะไรแปลกๆ รออยู่หลังประตู “เราจะเข้าไปทำไมหรือคะ?”
แพรวส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้เธอ “เพราะว่านี่คือที่ที่มีของขวัญอยู่ในนั้น และเชื่อชั้นสิ เธอจะต้องแกะห่อของขวัญในที่ที่เป็ส่วนตัวอย่างแน่นอน”
แพรวเปิดประตูและพาเมย์เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ที่ชั้นวางของที่อยู่เกือบสุดทาง เมย์จ้องมองไปยังชั้นวางของชั้นสุดท้าย
"สุขสันต์วันเกิดนะครับเ้าหญิง!"
เมย์เบิกตากว้างและประหลาดใจที่เห็น “เอกภพ” ผู้กำกับศิลป์คนใหม่ยืนอยู่ที่ส่วนท้าย เขายืนพิงกำแพงโดยเอาแขนไขว้กันต่อหน้าเมย์แล้วเผยรอยยิ้มแสนเสน่ห์ให้เธอ
“เขามาที่นี่ทำไมคะ?” เมย์พูดกับแพรวอย่างประหม่าขณะที่ค่อยๆ ก้าวถอยหลัง
แพรวคว้าแขนเสื้อของเมย์และดึงเธอไปข้างหน้า “เขามาเพื่อมอบของขวัญวันเกิดให้เธอไง”
เมย์กะพริบตาอย่างแปลกใจ “หมายความว่าไง หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่้าของขวัญ”
“โอ้...เชื่อสิ เธอจะ้าอันนี้อย่างแน่นอน ผู้หญิงทุกคนในบริษัทต่างก็้าอันนี้มาก”
แพรวปล่อยเมย์และเดินไปหาเอกภพ ขณะที่เธอเบียดตัวเองแนบข้างเขา มุมปากของเธอยกยิ้มเล็กน้อยขณะที่เธอเลื่อนมือลงไปที่เอวของเขา นิ้วของเธอถูโครงร่างบางสิ่งที่ติดอยู่กับต้นขาด้านในของเขาซึ่งเผยให้เห็นรูปทรงเป็แท่งหนาขนาดใหญ่ผ่านกางเกงของเขา
"โอ้ววว ช่างเป็... อืมมม ของขวัญชิ้นใหญ่จริงๆ"
ดวงตาของเมย์เบิกกว้าง มันใหญ่มาก - ใหญ่มากๆ แต่เมื่อเธอเหลือบเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเอกภพขณะที่เขาจ้องมองมาที่เธอ เธอรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
“หือ...คิดจะไปไหนเ้าตัวน้อย” แพรวพูดพร้อมกับคว้าเสื้อสเวตเตอร์ของเมย์
เมย์พยายามดึงออก พยายามไม่มองหน้าเอกภพหรือเป้าของเขา แล้วกระซิบว่า "หนูไม่ได้้าของขวัญแบบนั้น"
“เธอล้อเล่นหรือเปล่า” แพรวกล่าวว่า “ผู้หญิงทุกคนอยากได้สิ่งที่อยู่ในกางเกงของเขา คิดดูสิว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่เขายอมมอบมันเป็ของขวัญให้คนอย่างเธอ”
ใบหน้าของเมย์เปลี่ยนเป็สีแดงเข้มและเขินอายมากกว่าเดิม
“ถ้าเธอยืนยันอย่างนั้น ชั้นว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติกับเธอแน่ๆ หรือเธออยากได้อันที่ขนาดเท่ากับคนแบบเธอ?”
เมย์ดึงแขนเธอออก "หนูไม่มีอะไรผิดปกติ"
“ดี...งั้นชั้นจะปล่อยให้คุณสองคนอยู่กันตามลำพังเพื่อที่เธอจะได้ใช้เวลา อืม...เล่นกับของขวัญของเธอ”
แพรวเดินกลับไปตามทางเดิน เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอหายไปเมื่อประตูห้องเก็บงานศิลปะปิดลง เมย์งุนงงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หันกลับมามองหน้าเอกภพที่ยังคงยืนยิ้มพิงกำแพงมองเธออยู่
ดูเหมือนว่าเสียงเดียวที่ดังอยู่ขณะนี้คือ เสียงหัวใจที่เต้นอยู่ที่หน้าอกของเมย์ แต่แล้วเอกภพก็คลายแขนของเขา วางไพล่ไว้ด้านหลังของเขา และเอ่ยพูดทำลายความเงียบ
“เอาเลยครับ” เขากระซิบ “ไม่มีใครอยู่ที่นี่ นอกจากคุณกับผม ดึงมันออกมาสิครับ”
เมย์ควบคุมตัวเองไม่ได้ ดวงตาของเธอมองไปยังโครงร่างหนาในกางเกงของเอกภพทันที ขณะที่เขาก้มมองเฝ้ารอเธออยู่ แพรวพูดถูก ผู้หญิงทุกคนในบริษัทต่างจับตามองเอกภพ และนั่นคือทั้งหมดที่เมย์้าเป็เพียงผู้หญิงที่โชคดีคนหนึ่ง นอกจากนี้ เธอยังคิดว่าแพรวคงจะไม่บอกอะไรกับทุกคนถ้าเธอออกไปแล้ว
ความทรงจำของเมย์หวนกลับไปสู่งานเลี้ยงวันเกิดอีกครั้ง ภาพเพื่อนสนิทของเธอในตอนที่พวกเธออายุเพียงสิบสองปี พี่ชายของเพื่อนเธอเข้าไปในตู้เสื้อผ้าแล้วเด็กผู้หญิงทุกคนผลัดกันใช้เวลาสองนาทีในนั้นกับเขา แต่เมื่อถึงคิวของเมย์ เด็กสาวคนอื่นๆ หัวเราะขณะที่ผลักเธอไปที่ประตูตู้เสื้อผ้า
เมย์ตื่นตระหนก เธอร้องไห้ออกมาและเมื่อแม่ของเพื่อนรู้ว่าพวกเขากำลังจะทำอะไรกัน หลังจากนั้นทุกคนก็ถูกส่งกลับบ้าน งานเลี้ยงจบลงพร้อมๆ กับมิตรภาพของพวกเธอด้วยเช่นกัน
เมย์รู้ในภายหลังว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตู้เสื้อผ้า เด็กผู้หญิงทุกคนเพียงแค่พูดคุยกับพี่ชายของเพื่อนของเธอและรอเวลาสองนาทีแล้วเดินออกมา เพื่อให้เมย์คิดว่าพวกเขา "ทำอะไรกัน" เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หยุดพวกเขาจากการหยอกล้อเมย์ เยาะเย้ยเธอเป็เวลาหลายปี
เมย์สูดหายใจเข้าลึกๆ และก้าวเข้าไปหาเอกภพซึ่งยังคงเฝ้าดูเธออย่างอดทน ใบหน้าของเขาแสดงรอยยิ้มอย่างเชื้อเชิญ ด้วยระดับความสูงของเมย์ที่ไม่ถึงเอวของเอกภพด้วยซ้ำ หัวใจของเมย์เต้นแรงเมื่อเธอเอื้อมมือออกไปและดึงเข็มขัดของเขา ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่โครงร่างที่นูนยาวเป็ลำซึ่งอยู่ห่างจากนิ้วเล็กๆ ของเธอไม่กี่เซ็น
ขณะที่เมย์ปลดสายเข็มขัดหนังราคาแพงของเขาจนเปิดออก เธอเอื้อมมือไปที่กระดุมกางเกงของเขา ไม่กล้าที่จะเงยหน้าสบตาขณะที่เธอปลดมันออกและกำลังจะเลื่อนมือไปดึงซิปกางเกงของเขาลง
และแล้วเสียงกรีดร้องดังสนั่นจากด้านหลังของเมย์ เกือบจะทำให้หัวใจของเธอแทบหลุดออกจากหน้าอก
"April Fools’ Day วันแห่งการโกหก! เย้...ฮ่าๆๆ"
เมย์หมุนตัวหันกลับไปด้วยความหวาดกลัว และเห็นแพรวเดินเท้าเปล่าโดยถือรองเท้าส้นสูงไว้ในมือเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน นอกจากนี้ข้างหลังแพรวยังมีผู้ร่วมงานผู้หญิงอีกสามคนในบริษัทกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน เอกภพก็หัวเราะเช่นกัน เขายิ้มและขอโทษเธอขณะที่ดึงกางเกงกลับ
แพรวใส่รองเท้าส้นสูงและยังคงปล่อยเสียงหัวเราะขณะที่เธอรีบไปหาเมย์
“เมย์” แพรวพูดด้วยท่าทางแกล้งทำเป็ประหลาดใจ “ชั้นช็อคจริงๆ! ชั้นหมายถึง ชั้นรู้ว่าเธอเป็คนตลก แต่ชั้นไม่เคยรู้เลยว่าเธอจะเป็หมาน้อยตัวเล็กบ้ากามขนาดนี้ ทำไมเธอถึงกระตือรือร้นที่จะถอดกางเกงของเอกภพ อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่านั่นคือ...ของขวัญของเธอ?”
เมื่อเมย์เงยหน้ามองดูทั้งสองคน แพรวยิ้มเยาะเย้ยและล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเอกภพ
“นี่ไง...ของขวัญวันเกิดของเธอ” แพรวดึงปากกาเน้นข้อความสีม่วงหนาที่นูนผ่านกางเกงของเขาออกมา “ชั้นคิดว่ามันอาจจะช่วยให้เธอใช้กับงานพิสูจน์อักษรของเธอ เธอสามารถใช้มันเมื่อไรก็ได้ที่เธอ้า ชั้นเดาว่ามันจะเป็ “ขนาด” ที่พอเหมาะกับเธอนะ”
สาวๆ คนอื่นโห่ร้องด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง และยังคงหัวเราะเมื่อเมย์ผลักพวกเขาแล้ววิ่งกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอ อับอายมากกว่าที่เคย เธอไม่ได้คว้าเอกสารงานที่เธอตั้งใจว่าจะเอาไปทำที่บ้าน เธอแค่คว้าเสื้อคลุม กุญแจรถ และวิ่งด้วยขาสั้นๆ มุ่งหน้าไปที่ประตูหน้าของบริษัท
เมย์เกือบจะผ่านประตูไปได้แล้ว แต่แพรวสกัดกั้นเธอไว้ทัน “เดี๋ยวก่อนเ้าตัวเล็ก เธอโกรธพวกเราไม่ได้นะ นี่มันวันเอพริลฟูลส์เดย์ ชั้นไม่อยากให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้งซะหน่อย”
เมย์ฝืนยิ้มและพยายามไม่สบตา กลัวว่าน้ำตาจะไหล “ใช่ ไม่มีปัญหา พวกคุณสบายใจได้ หนูแค่ต้องกลับบ้าน พ่อแม่ของหนูกำลังจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ที่บ้าน”
“โอ้ ทำไมน่ารักขนาดนี้ แสดงให้ทุกคนเห็นของขวัญวันเกิดของเธออีกทีสิจ๊ะ” แพรวยิ้มขณะชี้ไปที่ปากกาเน้นข้อความสีม่วงในมือเล็กๆ ของเมย์
เมย์มองลงไปที่มัน ขณะที่แพรวมุ่งหน้ากลับเข้าไปในห้องทำงาน พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของอีกหลายคน เมย์เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเอื้อมมือออกไปและไฮไฟว์กับแพรว
เมฆฝนครึ้มดำราวกับว่ารอคอยเมย์มาทั้งวัน ในที่สุดมันก็กลั่นเป็เม็ดฝนถล่มเทลงมา หากแต่คราวนี้เมย์ไม่ได้วิ่ง เธอเดินช้าๆ หนีบเสื้อคลุมของเธอไว้ใต้วงแขน ปล่อยให้ฝนเม็ดใหญ่ตกลงมาจนเธอเปียกปอนไปทั้งตัว ระหว่างที่เดินไปยังรถของเธอ เมย์ปล่อยให้ปากกาแท่งนั้นหลุดร่วงจากมือของเธอ โดนไม่หันกลับไปมองขณะที่มันกลิ้งไหลลงไปที่ท่อระบายน้ำ
เมื่อเมย์เปิดประตูและปีนขึ้นไปบนเบาะที่นั่งคนขับแบบสั่งทำพิเศษ ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยเม็ดฝนจนแทบมองไม่เห็นน้ำตาของเธอ เมย์กำพวงมาลัยแน่นและเตะอย่างแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ที่ส่วนต่อขยายของโลหะบริเวณคันเร่งที่ทำมาเพื่อให้เท้าเล็กๆ ของเธอเหยียบคันเร่งได้