ตอนที่ 106
สำนักมังกรเทวะ
เรือลมปราณของสำนักมังกรฟ้าแม้จะดูเก่าแก่และทรุดโทรม แต่ความเร็วของมันนั้นยังนับว่าสูงส่ง เพียงแต่เมื่อเข้าสู่อาณาเขตของอาณาจักรมังกรเทวะ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสำนักมังกรเทวะ ยานพาหนะลำอื่น ๆ ที่สัญจรไปมาอยู่เขตรอบนอกของเมืองล้วนว่องไว และดูดีกว่าเรือของสำนักมังกรฟ้าเป็นอย่างมาก ทำให้เมื่อถึงหน้าทางเข้าเมืองชั้นกลางซึ่งเป็นเขตห้ามใช้พาหนะลมปราณเหินบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ประมุขซือไฉที่จอดเรือลมปราณเรียบร้อยแล้ว ก็รีบไล่ผู้คนลงจากเรือลมปราณของตนเอง ก่อนจะเก็บเรือลมปราณลำนี้กลับเข้าสู่แหวนมิติของตัวเองอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ยังไม่เร็วพอที่จะรอดพ้นสายตาของประมุขอู่ซานของสำนักมังกรปฐพี ผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันกับเจ้าสำนักมังกรฟ้าซือไฉ
อู่ซานนำคณะศิษย์ของสำนักมังกรปฐพีห้าสิบคนเดินเข้าแถวอย่างมีระเบียบลงจากเรือเหาะหัวมังกรขนาดกลาง เอ่ยทักทายประมุขซือไฉ และแน่นอนหลังคำทักทายจบลงจึงเป็นประโยคอันแท้จริงที่ประมุขอู่ซานต้องการจะเอ่ย "เจ้ายังใช้เจ้าเรือลมปราณผุ ๆ ลำนั้นอยู่อีกรึ"
"พาหนะเก่าใหม่ไม่สำคัญ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผลของการประลองในครั้งนี้" ซือไฉเองก็เอ่ยลำดับการประลองขึ้นมาตอกกลับเพราะคราก่อนสำนักมังกรฟ้านั้นได้ลำดับที่ 8 ส่วนสำนักมังกรปฐพีนั้นได้ลำดับที่ 9
"หลงเอ๋อร์มานี่หน่อยสิ" คำเรียกอันแสนเอ็นดูของอู่ซานแสดงให้เห็นว่ามันให้ความสำคัญกับศิษย์เอกคนนี้มาก
"ฉิงหลงคารวะท่านเจ้าสำนัก" ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด รูปร่างอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แววตาเป็นประกายคิ้วหนาชี้เฉียงขึ้นฉายแววมุ่งมั่นเอ่ยพร้อมค้อมกายคำนับ ก่อนจะหันมาทำเช่นเดียวกันกับประมุขซือไฉ
"ฉิงหลงคือศิษย์เอกของข้า เจ้าจำหน้าเขาไว้ให้ดีละเพราะข้ามั่นใจว่าปีนี้อันดับของสำนักข้าจะพุ่งทะยานจนเจ้าต้องอิจฉาเลยละ"เอ่ยจบอู่ซานก็สะบัดเท้าเดินนำฉิงหลงและเหล่าศิษย์ของสำนักมังกรปฐพีเข้าสู่เขตชั้นกลางของเมืองมังกรเทวะ โดยไม่ได้สนใจผู้คนจากสำนักมังกรฟ้าอีก
ประมุขซือไฉที่มั่นใจในความก้าวหน้าของจิวซิน รวมถึงระดับพลังที่สูงส่งของจงเหลียงหันไปหาศิษย์ทั้งสอง "พวกเจ้าคงเห็นแล้วสินะว่าการแข่งขันครั้งนี้สำคัญกับสำนักแค่ไหน จงอย่าทำให้ข้าผิดหวังละ" แม้เนื้อความที่เอ่ยจะคาดหวังแต่สีหน้าแววตาของประมุขซือไฉล้วนดูหดหู่อย่างบอกไม่ถูกเพราะเมื่อครู่ตอนที่อู่ซานแนะนำฉิงหลงต่อมัน ประมุขซือไฉก็ลอบสำรวจพลังของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีผู้นี้ ทำให้พบว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีระดับพลังลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นซึ่งระดับพลังนั้นมั่นคงเป็นอย่างมากแล้ว ทำให้คาดได้ว่าเด็กหนุ่มนามฉิงหลงต้องทะลวงผ่านระดับลมปราณแรกธรรมชาติมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามเดือน ซึ่งยังสูงส่งกว่าจงเหลียงที่เพิ่งทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับลมปราณแรกธรรมชาติอยู่ครึ่งขั้น
สำนักมังกรฟ้านั้นมาถึงอาณาเขตของเมืองมังกรเทวะก่อนวันเริ่มประลองเก้ามังกร 2 วัน ทำให้ทั้งหมดจำเป็นต้องหาที่พักค้างแรม แต่เพราะกลัวจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นก่อนงานประลอง ประมุขซือไฉจึงได้จองที่พักซึ่งห่างไกลจากเขตผู้คนหนาแน่น และย่านการค้า แถมยังกำชับศิษย์ทั้งหลายว่าอย่าได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทใด ๆ ภายในเมืองมังกรเทวะ ทำให้ทุกคนจึงต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโรงเตี๊ยมชายขอบตลอดสองวัน ทำให้ไม่มีศิษย์คนใดได้เห็นเขตเมืองชั้นในอันเป็นที่ตั้งของสำนักมังกรเทวะเลย
.
.
ในที่สุดก็มาถึงวันแรกของศึกประลองเก้ามังกร ผู้คนจากสำนักทั้งมังกรเก้าซึ่งได้ถูกกำหนดจำนวนตัวแทนที่สามารถเข้าร่วมการประลองตามการจัดลำดับความแข็งแกร่งของสำนักจากผลการประลองในปีก่อน ๆ ซึ่งรวมทั้งหมดจะมีตัวแทนเข้าร่วมการประลองทั้งสิ้น 500 คน และแน่นอนว่าสำนักที่สามารถส่งผู้เข้าร่วมได้มากที่สุดก็คือสำนักมังกรเทวะ สำนักอันดับหนึ่งในการประลองเก้ามังกรตลอดมา โดยสำนักมังกรเทวะนั้นสามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมประลองได้มากถึง 300 คน ตามมาด้วยสำนักอันดับสองสำนักมังกรทมิฬ และอันดับสามสำนักมังกรเมฆาที่สามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมได้เท่าเทียมกันที่ 50 คน ส่วนสำนักอันดับสี่นั้นเป็นสำนักที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะในด้านพลังจิตวิญญาณและวิชามายา สำนักมังกรมายาที่สามารถส่งผู้เข้าร่วมประลองได้จำนวน 30 คน ส่วนลำดับที่ 5 6 และ 7 นั้นมีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันเกือบทุกครั้งที่จัดการประลอง แต่เพราะมีระดับฝีมือที่ไม่ห่างกันมากทำให้ทั้งสามลำดับสามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมได้สำนักละ 20 คน ซึ่งได้แก่สำนักมังกรอัคคี สำนักมังกรสมุทร และสำนักมังกรอัสนี และแน่นอนว่าสองลำดับสุดท้ายต้องตกเป็นของสำนักที่ขับเคี่ยวกันหนีบ๊วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสำนักมังกรฟ้า ส่วนอีกหนึ่งก็คือสำนักมังกรปฐพีนั่นเอง ซึ่งทั้งคู่สามารถส่งผู้เข้ารวมได้เท่ากันที่ 5 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ต่ำที่สุดแล้ว
ภายหลังการกล่าวต้อนรับผู้แข่งขันและสำนักต่าง ๆ ที่เข้าร่วมเสร็จสิ้น ประมุขของสำนักมังกรเทวะ...ซือหม่าเลี่ยงจินก็ส่งมอบหน้าที่ต่อให้กับ ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักมังกรเทวะผู้นำตระกูลฉี...ฉีซูมี่ และผู้อาวุโสสูงสุดลำดับสองของสำนักเทวะผู้นำตระกูลจู...จูชิงเถา ก็เป็นผู้รับหน้าที่ควบคุมการประลองต่อ
โดยฉีซูมี่แม่เฒ่าเทวะเป็นผู้ทำหน้าที่ประกาศกฎระเบียบ รวมถึงวิธีการประลองในรอบแรก ซึ่งในรอบแรกเป็นการทดสอบคัดเลือกผู้เข้ารอบต่อไปจำนวน 128 คน จากผู้แข่งขันทั้งหมด 500 คน โดยตัวแทนจากทุกสำนักจะต้องเข้าสู่วงกตเทวะค่ายกลทดสอบอันเลื่องชื่อของสำนักมังกรเทวะ โดยผู้ที่สามารถผ่านออกจากค่ายกลทดสอบได้ก่อนจะเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์เข้าสู่ในรอบต่อไป และแน่นอนว่าในค่ายกลล้วนแฝงไว้ด้วยอันตรายรอบด้าน หากพลาดพลั้งอาจบาดเจ็บสาหัสได้ดังนั้น ผู้เข้าร่วมการประลองทุกคนจะได้รับหยกหลบหนีซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะกับค่ายกลนี้ โดยผู้เข้าร่วมคนใดเห็นท่าไม่ดีอยากสละสิทธิ์ยอมแพ้ก็เพียงแค่ทำลายหยกหลบหนีในมือ แล้วผู้เข้าร่วมคนนั้นก็จะถูกส่งออกจากวงกตทดสอบในทันที
หลังจากที่ฉีซูมี่จบการประกาศ ก็ถึงตาผู้อาวุโสสูงสุดอีกคนของสำนักมังกรเทวะจูชิงเถา ที่จะเป็นผู้ควบคุมกฎและตัดสินการประลองในขั้นสุดท้ายว่าผู้ใดผ่านและผู้ใดตกในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมถึงเป็นผู้ดำเนินการควบคุมวงกตเทวะพร้อมกับผู้อาวุโสของสำนักมังกรเทวะอีกห้าคน และเมื่อทุกอย่างเตรียมการพร้อมแล้วจูชิงเถาที่ยืนอยู่บนแท่นพิธีสูงล้ำก็สั่งให้ผู้อาวุโสของสำนักมังกรเทวะเริ่มทำการเปิดใช้วงกตเทวะ
ลานกว้างด้านหน้าผู้เข้าร่วมทั้งห้าร้อยคนพลันส่องแสงเรืองขึ้นที่พื้น อักขระเวทมากมายหมุนวนเวียน ก่อนที่จะปรากฏประตูมิติจำนวนสิบบานโผล่ขึ้นมาพร้อมประตูทางออกใหญ่ที่ด้านหลังอีกหนึ่งบาน ซึ่งจูชิงเถาประกาศย้ำว่าผู้ที่ออกมาจากประตูบานใหญ่นี้ได้ก่อนทั้ง 128 คน จะเป็นผู้ที่ผ่านเข้าไปสู่การทดสอบในรอบต่อไป ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงลมปราณดังสะท้านไปทั่วทั้งบริเวณ...เริ่มการคัดเลือกได้