ท่ามกลางสภาพพื้นที่อันเละเทะได้มีชายสองคนยืนประจันหน้ากัน สายตาที่แสดงถึงความสงสัย โกรธและสับสนกำลังจ้องมองกันตาไม่กะพริบ
"ไม่เจอกันนานนะพี่...ชาค" เสียงอันเชื่องที่ใคร ๆ เห็นก็รู้ว่ากำลังเมา เดวเอาแต่ยิ้มอ่อนถือเคียวสลับมือไปมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า น้องเดวของพี่กลายเป็นพวกขี้เหล้าไปแล้วสินะ" ชาคเดินเข้าหาเดวช้า ๆ ลากปลายดาบมากับพื้นสร้างเสียงแหลมอันน่ารำคาญจนอยากจะอุดหูไว้
"ทางโน้นก็เปลี่ยนไปเยอะนี่ ทั้งส่วนสูงและหนวดเคราพวกนั้น...ไม่คิดจะโกนมันบ้างเลยหรือไง ?" เดวไม่แม้แต่จะรู้สึกเกรงกลัวแต่เขากลับเดินเข้าหาชาคเหมือนกัน มือขวาที่ถือเคียวได้กวัดแกว่งสร้างลีลาท่าทางเหมือนกับจะข่มขู่
"ย๊าก !" เสียงของดาบและเคียวฟาดปะทะกันดังสนั่นเหมือนกำลังวัดพลังของกันและกัน ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่ใช้เวทไฟสอดแทรกเข้าไปด้วยกับการเหวี่ยงครั้งถัดไปแต่ดูเหมือนทั้งความเร็วและพละกำลังจะสูสีจนหาผู้ชนะได้ยาก
"ไอ้เราก็ลืมไปว่าน้องเดวใช้เวทไฟเหมือนกัน แถมดูจากที่นายสามารถรับมือกับฉันได้แสดงว่าเลเวลอาจจะเท่ากันอีก" ชาคถอยห่างออกไปสามสี่ก้าวยิ้มฉีกกว้างราวกับจะหัวเราะได้ทุกเมื่อ
"เหอะ ทั้ง ๆ ที่ฆ่าและทำร้ายคนอื่นมาเยอะแต่ฝีมือกลับมีแค่นี้เหรอ ? แบบนั้นก็น่าเบื่อน่ะสิ" เดวใช้โซ่ที่เก็บไว้เชื่อมต่อกับเคียวของตนแล้วเหวี่ยงจากระยะไกลหวังปาดคอของชาค เขายังคงยิ้มอ่อนดั่งคนเมาอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงดูแล้วไม่น่าจะควบคุมร่างกายได้แบบนี้เลยแท้ ๆ
"โห่...ลูกเล่นใหม่เหรอ ? งั้นฉันก็จะใช้บ้าง" ชาคกลิ้งตัวหลบไปด้านข้างเล่นเอาเคียวเชียวหลังไปนิดเดียว
"[เพลิงทะลุทะลวง]" ชาคเคลือบดาบไปด้วยเพลิงสีชาดแทงตรงไปข้างหน้า ส่งหอกไฟพุ่งตรงไปหาเดวด้วยความรวดเร็วโดยที่เคียวของเดวยังกลับมาไม่ถึงตัวเองเลย
"อ๊าก !" เสียงร้องเบา ๆ เหมือนกับไม่ได้เจ็บมากนักของเดวทำให้ชาคประหลาดใจ เมื่อเขาได้หยิบเคียวของตนเองอีกครั้งก็หัวเราะออกมายกใหญ่
"คิดว่าฉันไม่ได้เตรียมตัวมาหรือยังไง ? ชุดของฉันเตรียมมาเพื่อสู้กับแกโดยเฉพาะเลย เสื้อผ้าที่ทำจากผิวหนังของมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในดันเจี้ยนไฟ ที่นั่นมีแต่ความร้อนระอุบางครั้งก็ต้องลุยไฟเพื่อหาอาหารทำให้ร่างกายของมันทนทานต่อไฟได้" ในขณะนั่นมันเหมือนกับเดวได้สร่างเมาจากความเชื่องช้าที่ดูไม่น่าสู้ใครได้ก็กลับมาฮึกเหิมมองชาคด้วยสายตาของความโกรธเกรี้ยวพร้อมด้วยการแสยะยิ้ม
"เป้าหมายแต่แรกของแกก็คือฉันสินะ" ชาคถึงกับเงียบขรึมยืนนิ่งดูท่าทางอันดีอกดีใจของเดวที่เขากำลังได้เปรียบ
"ลองเจอนี่หน่อย" เดวพุ่งเข้าประชิดตัวมือขวาที่จับเคียวแน่นพร้อมด้วยเวทไฟกลม ๆ เขาเหวี่ยงใส่ชาคตอนทีเผลอแต่ก็ยกดาบขึ้นมาป้องกันได้ทัน ช่วงวินาทีนั้นเวทไฟลักษณะกลมที่อยู่ตรงเคียวก็ระเบิดสร้างความเสียหายในระยะไม่กี่เมตรทำให้ทั้งคู่ถูกแรงระเบิดไปด้วยกัน
"เป็นยังไงล่ะ รับลูกไฟในระยะเผาขนคงจะเจ็บไม่น้อยสินะ" เมื่อกลุ่มควันได้ลอยออกไปหมดก็ได้เห็นร่างของชาคที่เต็มไปด้วยรอยแผลไหม้จนเนื้อพุพองแต่กลับกันเดวแทบจะไม่เป็นอะไรเลย
"เมื่อก่อนเอาแต่เรียกให้ช่วยแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับจะมาล้มฉัน...ฝีมือพัฒนาไปเยอะเลยนี่" ชาคใช้เวทรักษาทำให้บาดแผลพวกนั้นค่อย ๆ สมานกันแต่ก็ยังไม่หายดี
"ต่อให้นายจะเข้ามาประชิดตัวก็จะถูกเวทระเบิด หรือจะอยู่ไกล ๆ ก็สร้างความเสียหายได้ไม่มาก จะอย่างไหนก็ไม่มีทางชนะฉันที่มีชุดกันไฟหรอก" เดวเหวี่ยงเคียวใส่จากระยะไกลโดยที่มืออีกข้างจับโซ่ไว้และชักกลับทำให้คมของเคียวสะบัดโดนชาคพอดีแต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นมันกลับมีเวทระเบิดไฟแฝงมาด้วย
"ใช้เวทก่อเกิดป้องกันสินะ" เดวดึงเคียวกลับมาที่มืออีกครั้งยืนมองดูโล่มานาหลายชั้นที่ปกป้องชาคไว้
"ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าชุดนายมันกันไฟฉันก็แค่ไม่ใช้ไฟ" ชาคยิ้มเยาะดูไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรแต่กลับรู้สึกสนุกเสียอย่างงั้น เขาง้างดาบฟาดลงพื้นเล็งไปหาเดว คมดาบมานาที่พุ่งตรงไปแหวกพื้นถนนเป็นเส้นตรงแต่เดวก็หลบไปด้านข้างและเหวี่ยงเคียวเข้าจู่โจมพร้อมกับเวทระเบิดเหมือนอย่างเคย
"ฉันรู้วิธีสู้ของนายแล้วเดว" ชาคไม่หนีหรือหลบไปไหนแต่เขากับวิ่งตรงสวนทางกับเคียว เพียงแค่แค่โยกหัวนิดเดียวก็สามารถหลบได้อีกทั้งเขายังจับโซ่ของเดวและกระแทกไปเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เคียวนั่นหันกลับมาด้วยรัศมีการเหวี่ยงและจุดหมุนที่เปลี่ยนไปทำให้มันตรงไปหาเจ้าของแทน
"แย่ละ" เดวหยิบมีดสั้นที่เก็บไว้ออกมาปัดเคียวของตัวเองออกไปก่อนจะปามีดเล่มนั้นใส่ชาคทำให้เสียสมาธิไปครู่หนึ่ง เขาพุ่งเข้าใส่ไปพร้อม ๆ กับมีดสั้น ถึงมันจะถูกชาคร่ายเวทกันไว้ เมื่อเดวถึงตัวชาคเขาได้เสยหมัดขึ้นที่คางแต่ชาคก็หลบได้ทัน
"เสร็จฉันแล้วล่ะพี่ชาย" เดวปล่อยมือจากโซ่แล้วคว้ามีดเล่มนั้นที่กำลังร่วงลงพื้นเล็งแทงไปที่หัวใจของชาค
"มาสงมาเสร็จอะไรกันเดว" ชาคเอามือรับมีดสั้นไว้ มันแทงทะลุฝ่ามือของชาคมิดด้ามแต่เขากลับไปแสดงสีหน้าหรือร้องออกมาเลยสักคำอีกทั้งยังตีเข่าขึ้นกระแทกท้องของเดวทำให้เขาเสียจังหวะลงไปนอนจุกที่พื้นครู่หนึ่ง
"ยังเตรียมตัวมาไม่ดีพอนะเดว" ชาคเตรียมมานาไว้ที่ดาบของตนเล็งฟันเฉียงลงตรงคอของเดว
"ไม่หรอกชาค...ฉันเตรียมตัวมาดีแล้วต่างหากล่ะ" เดวยิ้มฉีกจนเห็นฟันได้ชัดเจนพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างจ้องมองชาคราวกับกำลังจะได้รับชัยชนะ
"อะ-" เคียวสีแดงได้ปักทะลุร่างของชาคจากข้างหลังในวินาทีที่ทุกอย่างเหมือนจะหยุดนิ่ง ชาคกลั้นใจวิ่งหนีให้ออกจากระยะหวังผลในการควบคุมเวทมนตร์ของเดว
"จะรีบหนีไปไหนล่ะ ?" เดวจับโซ่ที่ติดกับเคียวไว้กระชากเอามันกลับมา ทำให้แผลและเลือดไหลออกมาไม่หยุดจนชาคต้องใช้เวทรักษาพอช่วยได้เล็กน้อย
"ควบคุมเคียวนั่นได้ด้วยตัวเองเลยสินะแต่ระยะคงจะสั้น" ชาคยังคงพูดจาลีลากวนประสาทแต่ก็ไม่อาจละสายตาไปจากแผลใหญ่ต้องท้องได้ ไม่รู้โดนอวัยวะใดไปบ้างแต่การหายใจเริ่มเหนื่อยหอบเสียแล้ว
"ถึงจะพลาดจุดตายไปแต่ก็คงยากที่จะสู้นาน ๆ แล้วล่ะ" เดวเหวี่ยงเคียวที่กำลังอาบไปด้วยเลือดและลูกไฟพร้อมระเบิดใส่ชาค เขาเลือกที่จะถอยห่างออกไปมากกว่าการรับการโจมตีพวกนั้นแต่การเคลื่อนไหวก็ยิ่งทำให้เลือดไหลมากขึ้น
"ไม่มีที่ให้หนีหรอกชาค !" เดววิ่งเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว เคียวกวัดแกว่งตามไปด้วยเวทไฟทุกครั้งที่สะบัด ดาบของชาคที่ทำเพียงเคลือบมานากำลังจะแตกหักรวมถึงการเคลื่อนไหวก็เริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"เอาสิ ! ก้มกราบขอร้องให้ไว้ชีวิตเหมือนกับตอนนั้นไง" เดวหัวเราะออกมาลั่นขณะที่มือของเขายังไม่หยุดเหวี่ยงเคียวสีแดงนั่น ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถฆ่าชาคได้แต่กลับไล่ต้อนไปเรื่อย ๆ แทน
"เวรเอ๊ย !" ชาคถูกต้อนจนหลังชนกำแพง เขามองเห็นเคียวไฟที่กำลังเคลื่อนเข้ามาที่คอช้า ๆ เหมือนกับเป็นวินาทีสุดท้ายของชีวิตที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูช้าไปหมด
"หมดเวลาทักทายแล้ว" เวทกำแพงลมพุ่งปักลงพื้นกั้นชาคและเดวออกจากกัน แรงลมได้พัดดันตัวเดวให้ถอยห่างออกไปโดยที่ขัดขืนไม่ได้เลย
"ฮ่าฮ่าฮ่า ลืมอะไรไปหรือเปล่าเดว...ว่าทางฉันไม่ได้มาตัวคนเดียว" ทันใดนั้นห่ากระสุนเวทก็พุ่งตรงไปหาเดว ถึงตัวเขาจะมีชุดกันไฟแต่เวทมนตร์จำนวนมากอีกทั้งยังหลากหลายยากในการต้านไว้ เขาเหวี่ยงเคียวเป็นคลื่นไฟเพื่อป้องกันกระสุนเวทพวกนั้นให้ได้มากที่สุด
"อ๊าก !" โล่ไฟที่กางขึ้นก็ไม่อาจป้องกันห่ากระสุนจำนวนมากได้ ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถวิ่งหนีไปไหนแต่เลือกที่จะยืนเด่นเป็นเป้าให้โจมตีเสียอย่างงั้น
"ยิงต่อไปเอาชีวิตมันมาซะ" วาลกระโดดลงไปข้างหลังตรงไปหาชาคเพื่อช่วยเขากลับขึ้นไปบนป้อมปราการ
"ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดพี่ก็มาสักที" เดวหัวเราะอยู่ในลำคอยิ้มอย่างมีความสุขทั้ง ๆ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดและแผล เมื่อพวกวาลได้มองตรงไปก็ได้เห็นกองทัพของกุสตาฟฝ่าพายุมาอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว
"ดีมากที่เบี่ยงเบนความสนใจไว้ ทีนี้ก็ถึงเวลาสวนกลับแล้ว" กุสตาฟลงจากม้ามาเดินเคียงข้างเดว ทั้งคู่จ้องมองขึ้นไปหาชาคและวาลด้วยความมุ่งมั่นไม่มีความลังเล
"ฮ่าฮ่าฮ่าจะลองสินะงั้นก็จัดให้ตามที่ขอ"
กองกำลังของทั้งสองสาดกระสุนเวทมนตร์ใส่กันไม่ยั้งได้อย่างสูสี ทั้งเวทโล่ป้องกันและการโจมตีของแต่ละฝ่ายมีระดับพลังที่ใกล้เคียงกันทำให้ศึกในครั้งนี้ตัดสินจากมานาของพวกเขา
"เหลือขวดมานาเท่าไหร่ ?" กุสตาฟกระดกขวดมานาเข้าไปขณะที่ยิงกระสุนปืนใหญ่น้ำของเขาไปด้วย
"สี่สิบสองครับ" ชายคนหนึ่งตอบขณะที่เขาเปิดกล่องในเกวียนดู
"น่าจะพอยื้อไปได้เกือบ ๆ ชั่วโมง...มาดูกันดีกว่าว่าเจ้าพวกนั้นมีมานาสำรองมากแค่ไหน"
เสียงระเบิดยังคงดังโครมครามไม่หยุด การปะทะกันของเวทมนตร์จำนวนมากยังคงดำเนินต่อไปทำเอาสภาพพื้นที่บริเวณนั้นเละตุ้มเปะเป็นหลุมเป็นบ่อทุกหย่อมหญ้า
"ท่านวาลมานาสำรองเราเหลือไม่ถึงยี่สิบแล้วครับ" ชาคเอ่ยคุยกับวาล
"อ่อเหรอ...งั้นเราคงต้องเลิกเล่นแล้ว" วาลเดินตรงไปหาหนึ่งในตัวประกัน เอื้อมมือลงไปกระชากเสื้อของชายวัยกลางคนลากมาที่ริมกำแพงจนเกือบจะหล่น
"นั่นมันอะไร ? หยุดยิงก่อน !" กุสตาฟถึงกับตะโกนดังลั่นก่อนที่ห่ากระสุนจะซัดเข้าร่างของชายคนนั้นที่กำลังลอยเข้ามาเรื่อย ๆ
"หนึ่งในคนที่หายตัวไป...เขาเป็นพ่อค้าคนหนึ่งที่ทำมาค้าขายกับเมืองเรามานานแถมเส้นสายทางธุรกิจก็เยอะใช่เล่นเลย การที่มันเอาเขาออกมาแสดงว่ามานาสำรองคงจะไม่เหลือแล้ว" กุสตาฟเดินออกจากอาณาเขตบาเรียตรงไปหาพ่อค้าคนนั้นได้เห็นจดหมายที่เขียนใส่ท้อง แผลสด ๆ ที่ถูกเวทมนตร์ของวาลขีดเขียนเป็นตัวหนังสือสร้างความเจ็บปวดให้เขาไม่น้อยเลย
"พวกเรายังมีตัวประกันอีกเป็นสิบคน นอกจากพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วอาณาจักรยังมีลูกสาวของเจ้าเมืองโรโซ...ที่ในอนาคตจะมีพวกราชวงศ์มาขอหมั้นหมาย ถ้าพวกนายยังจะรุกคืบเข้ามาฉันก็จะฆ่าพวกมันทั้งหมดและปัญหามากมายก็จะมุ่งเป้ามาที่แก" กุสตาฟอ่านข้อความทั้งหมดที่เขียนไว้บนตัวพ่อค้าคนนั้น
"ชิ ก็นึกไว้แล้วว่าต้องเล่นแบบนี้" กุสตาฟมองหน้าพรรคพวกของเขาส่ายหน้าเป็นสัญญาณให้ถอยกลับและวินาทีนั้นธงขาวก็ได้ยกสูงขึ้นอย่างกับเตรียมมาอยู่แล้ว
ยังไงเป้าหมายแต่แรกของเราก็คือลดมานาสำรองของพวกมัน เพราะหน้าที่จัดการจะเป็นของพวกทหาร พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ว่าจะช่วยตัวประกันหรือไม่ พวกเขาเดินทางกลับไปยังกลางเมืองเดินฝ่าวงล้อมของชาวเมืองไป
"กลับมาแล้วเหรอกุสตาฟ สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง ? " พัศดีเบ็นเอ่ยถามขณะที่เขายังยืนจ้องชาวเมืองอยู่ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ไปไหนอยู่ให้พลเรือนรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยก็ยังดี
"พวกมันใช้ตัวประกันเป็นโล่ แต่ดูท่ามานาสำรองของพวกมันจะหมดหรือไม่ก็น้อยมาก ๆ ถ้าพวกพัศดีจะดำเนินการตัดสินคดีเลยก็ตามใจว่าจะปล่อยหรือช่วยพวกเขา" ถ้าเป็นการตัดสินใจจากพวกทหารที่ถือกฎหมายอยู่ในมือ ยังไงก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างได้ถ้ามีตัวประกันตายขึ้นมา กุสตาฟยืนคุยกับเบ็นด้วยเสียงที่เบาเพื่อไม่ให้ชาวเมืองได้ยิน ใบหน้าท่าทางของเบ็นแสดงให้เห็นถึงความหนักอกหนักใจตัดสินใจได้ยากลำบากว่าจะทำยังไงต่อ
"เฮ้อ...ถ้าเป็นสมัยที่มีสงครามพวกเราก็แทบจะไม่สนใจตัวประกันหรอก ถ้าเกิดแพ้สงครามขึ้นมาทุกคนก็จะตายไม่ก็เป็นทาสใต้เท้าของผู้ชนะ แต่หลายปีผ่านไปการทำสงครามก็นิ่งเงียบได้แต่ฝึกฝนเตรียมกองกำลังไว้" เบ็นเริ่มเล่าถึงความหลังต่าง ๆ ทั้งภาพของผู้คนที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ทำอะไรไม่ได้และภาพอันน่าสลดอดสูของเหล่าผู้คนบริสุทธิ์ที่เป็นเหยื่อสงคราม
"พวกเราจะกำจัดพวกมันไปพร้อม ๆ กับป้อมปราการ" ทันทีที่เบ็นเอ่ยขึ้นมาก็ทำให้นายทหารทุกคนตกใจจนมือสั่นเมื่อนึกถึงตอนที่ตนเองต้องฆ่าฟันกับพวกมัน
"แน่ใจแล้วใช่ไหมคุณเบ็น ?" กุสตาฟถามย้ำอีกครั้งด้วยความเศร้าที่แสดงออกมาทางสีหน้าแต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่พวกทหารจะเป็นคนจัดการเอง
"ตัวประกันไม่กี่คนจะสู้ชีวิตของผู้คนในเมืองหลายหมื่นคนได้ยังไง ถ้าปล่อยให้มันยึดพื้นที่ไปได้มากกว่านี้...ทั้งน้ำและอาหารก็จะขาดแคลนและยังควบคุมฝูงชนได้ยากขึ้นไปอีก เราต้องรีบตัดสินใจซะ ตอนนี้มันก็ใกล้จะมืดแล้วคงต้องพักเตรียมตัวกันก่อน" ที่พักชั่วคราวจำนวนมากตั้งเต็มถนนหนทางจนแทบจะเดินทางไม่ได้ ห้องน้ำฉุกเฉินที่ทำขึ้นมาก็ดูเหมือนจะไม่พอต่อจำนวนประชากรที่อพยพมา ส่วนเหล่าคนที่มีบ้านมีเงินอยู่ใจกลางเมืองก็ดีไปไม่ต้องไปอยู่ข้างนอก
แต่ทางด้านของวาลก็ไม่นิ่งเฉย พวกเขาได้ส่งคนลักลอบมาพร้อมกับผู้คนที่อพยพเพื่อสอดส่องดูแผนการของทหารและกลุ่มคิวเท
"เราจะบุกเข้ายึดใจกลางเมืองในคืนนี้ ยิ่งตอนกลางคืนพวกเราที่มีความเชี่ยวชาญเดินป่ามามากสามารถแฝงตัวเข้าไปเพื่อทำลายจากภายใน ก่อนที่กองกำลังหลักจะเข้าควบคุมพวกมัน" วาลออกคำสั่งเด็ดขาดพร้อมทั้งนำทัพเดินหน้าต่อไป เวรยามที่พวกทหารจัดไว้ก็ถูกฆ่าตายไปหมดแล้วโดยฝีมือคนที่แฝงตัวเข้ามา นั้นทำให้กองโจรล้อมรอบใจกลางเมืองพร้อมที่จะยิงเวทมนตร์หรือฆ่าใครก็ได้โดยไม่มีทางหนี
"ทำไมพวกเวรยามถึงดูเงียบ ๆ กัน" พัศดีเบ็นได้เดินมาตรวจดูบนดาดฟ้าที่ที่พวกยามเฝ้าสังเกตการณ์อยู่แต่เมื่อมาถึงพวกเขาก็นอนเลือดท่วมไปหมดแล้ว
"ไม่จริงน่าอย่าบอกนะ-" ทันใดนั้นมีดสั้นก็พุ่งเข้าปักที่ขาของเขาแต่ก็แทบจะเจาะเนื้อของเบ็นไม่เข้า
"มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในพวกเรา" เบ็นร่ายเวทยิงก้อนหินออกไปอย่างรวดเร็วกระแทกโดนลำตัวของชายปริศนาที่เป็นคนปามีดมา ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปลากตัวจับมานั่งเค้นข้อมูล
"แกเป็นคนของกองโจรใช่ไหม ?" เบ็นจ้องมองตาไม่กะพริบ น้ำเสียงที่กัดฟันพูดไปด้วยความโกรธแค้นที่มันฆ่าลูกน้องของเขา
"..." ชายคนนั้นไม่ตอบอะไรเอาแต่นั่งนิ่งเงียบจนทำให้เบ็นต่อยเข้าที่ใบหน้าจัง ๆ จนหมดสติไปไม่รู้ว่าตายหรือไม่ แต่เมื่อเขามองตรงไปข้างหน้าก็ได้เห็นกองกำลังของกองโจรที่เตรียมตัวอยู่ไม่ไกล
"บัดซบเอ๊ย ! ต้องรีบแจ้งให้ทุกคนรู้" ไม่ทันที่เบ็นจะลงไปจากดาดฟ้าก็มีเสียงระเบิดดังลั่นมาแต่ไกล กระสุนไฟขนาดใหญ่ยิ่งตรงมาที่เขาอย่างกับมองเห็นจากระยะไกล เบ็นใช้กำแพงดินปัดให้มันสลายไปแต่ก็โชคไม่ดีที่มันดันกระเด็นไปติดกองหญ้าเศษผ้าที่อยู่ข้างล่างจนลุกลาม
"หน็อยพวกแก ! กล้ามากนะ" เบ็นกระโดดลงจากตึกทั้งอย่างงั้นวิ่งตรงไปหาพวกกองโจรด้วยตัวคนเดียวแต่ห่ากระสุนเวทมนตร์ก็ยิงออกมาเล็งไปที่ที่พักชั่วคราวของพลเรือน ทำให้ตัวเขารีบวิ่งกลับไปและสร้างโล่ป้องกันขนาดใหญ่ปกป้องผู้คนทั้งหมดไว้ได้
"ก-เกิดอะไรขึ้น ?"
"พวกมันมาแล้ว !"
เสียงชาวเมืองที่ตกใจตื่นจนรีบวิ่งหนีออกห่างใครที่ยังนอนอยู่ก็ถูกคนอื่นวิ่งทับ ในขณะที่ความโกลาหลวุ่นวายเกิดขึ้นพวกทหารและกลุ่มคิวเทก็รีบเข้ามาสมทบกับพัศดีเบ็นถึงจะยากลำบากไปสักหน่อย
"โถ่เอ๊ย ทำไมพวกมันถึงเข้ามาได้เร็วขนาดนี้" กุสตาฟเองก็ยังตกใจเหมือนกัน เขาสร้างโดมป้องกันขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพลเรือนบริเวณนั้นได้หมดแต่ผู้คนต่างก็ตื่นตระหนกวิ่งหนีตายกันจนไม่อาจจะควบคุมได้ เหลือเพียงกลุ่มนักผจญภัยที่พอจะสู้ได้ยืนหยัดพร้อมช่วยเหลือพวกทหาร
"ดูท่าจะมีไส้ศึกลอบเข้ามาพร้อมกับพลเรือน" เบ็นเงยหน้ามองดูห่ากระสุนที่กำลังสาดเข้ามา บาเรียพวกนั้นไม่อาจต้านทานได้นานนัก
"ดูท่าจะลำบากกันอยู่...ให้พวกเราช่วยนะครับ" เมื่อกุสตาฟและเบ็นหันกลับไปมองที่มาของเสียงก็ได้เห็นกลุ่มนักผจญภัยที่พอมีฝีมือจำนวนหนึ่งยืนเรียงรายกันพร้อมออกอาวุธ
"เป็นการดีจริง ๆ ที่มีคนมาเพิ่ม ถ้าหากเรากำจัดพวกมันได้พวกนายก็จะได้เหรียญพิเศษและเงินรางวัล" เบ็นกำหมัดแน่นยิ้มทักทายเหล่านักผจญภัยพอเป็นพิธีก่อนที่เขาจะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่พวกเขากำลังจะบุกเข้าตีกองโจรจู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังลั่นตามอาคารบ้านเรือน ภายในไม่กี่วินาทีบ้านเมืองที่พวกเขาเคยอยู่ก็ถูกทำลายจนกลายเป็นสนามรบเต็มตัว ประชาชนมากมายที่อยู่ในระยะของระเบิดต่างก็ล้มตายกันไปจำนวนมาก
"คิดว่าที่ฉันต้อนพวกแกให้มารวมกันที่จุดเดียวเป็นเพราะอะไรล่ะ ?" วาลและชาคเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามาเพียงสองคน พวกเขายืนอยู่ต่อหน้าเบ็นและกุสตาฟที่กำลังเจ็บแค้นใจที่ตัวเองปกป้องพลเรือนไม่ได้
"ตอนนี้ชีวิตของพวกแกอยู่ในกำมือฉันแล้ว หากยอมจำนนฉันจะหยุดการระเบิดพวกนี้แต่ถ้าไม่...คงรู้นะว่าผู้คนในเมืองจะเป็นอย่างไง" ขณะที่พวกเขากำลังคิดไม่ตกก็ยังมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ ๆ อีกทั้งยังมีชาวเมืองบางส่วนจ้องมองรอคำตอบอยู่ด้วย
"แม่งเอ๊ย !" กุสตาฟถึงกับอุทานออกมาเสียงดังขณะที่เฟย์ค่อย ๆ เดินเข้ามาหา
"พี่..." เดวเองก็ได้แต่ยืนมองดูสถานการณ์แม้จะถือเคียวคู่ใจในมือแต่ก็ต้องทิ้งมันลง
"ใช้คนแค่ไม่กี่ร้อยก็สามารถยึดเมืองที่มีคนกว่าครึ่งแสนได้ แผนของฉันนี่มันดีจริง ๆ" วาลที่พูดไปก็ยิ้มไปกำลังดีอกดีใจ
"ช่างเป็นผู้ที่แข็งแกร่งทั้งการต่อสู้และกลวิธีจริง ๆ ครับท่านวาล" ชาคเอ่ยชมด้วยความจริงใจ
"เอาล่ะหมดเวลาดีใจแล้ว...โยนอาวุธทั้งหมดมาซะแล้วหมอบลงไปกับพื้น" พวกเขาได้แต่ฝืนใจทำตามทั้ง ๆ ที่ภายในรู้สึกเจ็บใจยิ่ง
"ดี ! ไปจับพวกมันมัดไว้ด้วยกัน" เชือกเส้นหนากำลังมัดแขนของเบ็นแน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ใช้เชือกปกติในการมัด
"ดูสิกุสตาฟน้องพี่ เฟย์แล้วก็เดว...อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะ" ชาคเดินเข้ามาพูดคุยกับสามพี่น้องที่นอนกองอยู่บนพื้น
"ฮ่าฮ่ารู้ไหมนี่มันเหมือนกับเมื่อตอนนั้นเลย พวกเราสามคนถูกมัดไว้ให้มองดูแกฆ่าพ่อกับแม่" ทันใดนั้นกุสตาฟก็ถุยน้ำลายใส่แล้วลุกขึ้นยืนเทียบเคียงกับชาคจ้องตาไม่กะพริบ
"หมอบลงไปซะ" ชาคตะคอกเสียงดังอีกทั้งยังเอาหน้าเข้ามาประชิดและในขณะที่กำปั้นของชาคกำลังจะง้างเข้าหน้า กุสตาฟก็ใช้เข่าตีขึ้นโดนท้องเต็ม ๆ จนจุกลงไปนอนกับพื้น
"กรี๊ด !" ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากชาวเมืองข้างหลัง หัวของหญิงวัยกลางคนที่จูงมือลูกสาวอยู่ได้หลุดกระเด็นออกไปสร้างความน่ากลัวข่มขวัญทุกคนที่อยู่ที่นั่น
"แม่...แม่คะ !" น้ำตาที่กำลังหลั่งไหลโอบกอดร่างไร้วิญญาณของแม่ไว้ไม่ยอมหนีไปไหนเอาแต่หวังให้มันเป็นเรื่องโกหก
"..." กุสตาฟกัดฟันแน่นเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดเพราะเขาพยายามขัดขืน
"นี่เป็นตัวอย่างของการขัดขืน แค่ทำตามคำสั่งเราก็จะไว้ชีวิตเรื่องง่าย ๆ แค่นี้กลับทำไม่ได้...ก็สมควรแล้วล่ะ" วาลเดินไปรอบ ๆ มองดูสภาพอันน่าสังเวชของทหารและกลุ่มคิวเท
ภายในหมู่ตัวประกันที่มีดีน่าและพวกสเตล่าอยู่ เธอกำลังทำอะไรบางอย่างขณะที่กองโจรกำลังสนใจวาล
จังหวะนี้แหละเราต้องพานาธากับยูกิหนีไป... เธอเหลือบไปมองดีน่าก่อนครู่หนึ่งกำลังคิดอยู่ว่าจะช่วยเธอด้วยดีหรือไม่
"ท่านวาล-" เสียงที่กำลังจะตะโกนแต่ก็ทันเงียบหายไปดื้อ ๆ เมื่อวาลมองหาที่มาของเสียงที่อยู่ข้างหลังกองโจรแต่เพียงแค่ไม่กี่วินาทีทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดนิ่งไปจนทำให้วาลรู้ตัวได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
"ดูเหมือนจะมาช้าไปสินะ" แม่สาวผมบรอนด์ได้ยืนอยู่ต่อหน้าวาลและชาคสะบัดแส้ใส่พวกเขาจากระยะไกล แต่วาลก็ไหวตัวทันพาชาคหนีออกไป
"พลโทลักซ์อย่างงั้นเหรอ ? นังนั่นไม่ได้อยู่ในแผนการเลยใครจะคิดว่าเมืองหลวงจะส่งเธอมา" วาลที่ก่อนหน้านี้ยังยิ้มเยาะสะใจกลับกลายเป็นหน้าซีดเชียววิ่งหนีตายเสียอย่างงั้น
"เกิดอะไรขึ้นครับท่านวาล" ชาคพึ่งหลุดจากสถานะหยุดนิ่งกำลังตกใจเมื่อได้เห็นวาลกำลังอุ้มเขาอยู่
"นังลักซ์มาที่นี่" เมื่อชาคได้ยินก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมวาลถึงกลัวขนาดนั้นและยังต้องหนีหัวซุกหัวซุน