อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 52 : ชนะแล้ว

    ฝุ่นควันจางหาย เหล่าอมนุษย์ตัวโตตกตายในทันทีสามร้อยล้านตน 


    " ท่านโจวช่างแข็งแกร่งยิ่งนักเพียงยี่สิบสองอักขระ แต่กลับสังหารอมนุษย์ยี่สิบสามอักขระได้ "


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก " 


    " สักวันข้าจะต้องเป็นอย่างท่านเจ้าสำนักใหญ่ให้ได้ "


    " ไอ้หนู เจ้ามิเสียดายร่างของมันรึ " หมาป่าส่งเสียงทางจิต


    " ฮ่ะ หมาป่า ความไวของสายตาเจ้าตกไปเยอะนัก " นนท์ส่งเสียงตอบ


    " นี่เจ้าเก็บร่างของมันไว้แล้วรึ " หมาป่าพลันตกใจ


    " ข้าผนึกกายจิตของมันแล้วเก็บร่างของมันไว้ ก่อนที่ฝ่ามือยักษ์จะฟาดลงพื้น " หมาป่าครุ่นคิด


    " รวดเร็วจนข้ามองมิทัน " หมาป่าพึมพำ


    " เอ๋ง " ร่างของหมาป่าลอยไปไกล 


    " ไอ้ตัวไหนบังอาจลอบกัดข้า " หมาป่าร่างทองหยัดกายลุกยืนกวาดตามองหา


    " ไอ้อมนุษย์หน้าเหม็น " หมาป่าร่างทองกระโจนเข้าใส่ในทันที


    " เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน กรงเล็บหมาป่าสวรรค์สีทองตะปบเข้าใส่อมนุษย์ยี่สิบเอ็ดอักขระ 


    " ตูม " เศษชิ้นส่วนของอมนุษย์ล่องลออยทั่ว หมาป่าร่างทองวาดมือเก็บร่างเหล่านั้นไว้


    " ตาย " หมาป่าร่างทองเดือดดาลกระโจนเข้าสังหารอนุษย์ในทันที


    " วิ้ง " หมื่นกระบี่ล่องลอยปลิดชีวิตเหล่าอมนุษย์ตกตายลงมากมาย 


    นนท์จับมองยังเอี้ยชิงที่ใช้หมื่นกระบี่อย่างช่ำชอง " ยอดเยี่ยม ๆ " 


    " ครืน " หงษ์สวรรค์เพลิงปลดปล่อยเปลวเพลิงร้อนแรงลุกโชนท่วมฟ้า แผดเผาร่างอมนุษย์จนมอดไหม้ 


    " เสียนเอ๋อร์ใช้วิชาหงษ์สวรรค์เพลิงรึ " นนท์พึมพำ


    ที่น่าแปลกสำหรับนนท์ นนท์นั้นคิดว่ากฎเกณฑ์ต่างๆเมื่อถูกใช้งานจะทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเทียบกับวิชาที่อยู่ในไขกระดูกของเหล่าอสูรสวรรค์ ช่างต่างชั้นกันเป็นอย่างมาก 


    " เสียนเอ๋อร์ ช่างร้อนแรงจริงๆ " ความคิดหื่นเข้าครอบคลุมจิตใจในทันที


    " โฮก " ร่างเงามังกรทองฉวัดเฉวียนท่ามกลางท้องนภา กรงเล็บมังกรทองตะปบลงยังเบื้องล่าง เล็บแหลมฉีกกระชากร่างอมนุษย์แดดิ้นนับพันหมื่น


    " ร่างมังกรเกิดจจากวิชาในสายเลือดมังกรรึ " นนท์มองร่างบางของจางยี่เหวินที่ร่ายรำท่วงท่าของมังกรทอง


    " สวยงามจริงๆ " นนท์พึมพำ


    แม้นการต่อสู้จะหนักหน่วงและยาวนาน มักรบเผ่ามนุษย์พันธมิตรโลกมังกรก็มิปริปาก ยังคงทุ่มเทพลังของตนเข่นฆ่าเหล่าอมนุษย์ตกตายลงมากมาย


    " พวกมันคงเหลือเพียงหมื่นล้าน " นนท์พึมพำ


    " ศิษย์ขั้นต่ำทั้งหลายกลับฐาน แล้วนำร่างอมนุษย์ไปแลกกับผู้อาวุโสใหญ่เอี้ยชิง "นนท์โยนแหวนมิติให้เอี้ยชิง 


    " ท่านโจว ข้ามิอยากเชื่อว่า พันธมิตรโลกมังกร จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ " รองจอมทัพเอ่ยขึ้น


    " ท่านรองจอมทัพ อย่างที่ข้าเคยบอกท่านไว้ ข้าเน้นที่การฝึกกายเป็นหลัก แม้นขั้นฝึกจะขยับช้า แต่ก็ถูกชดเชยด้วยกายที่แข็งแกร่ง " รองจอมทัพพยักหน้า


    " ท่านโจว ท่านคิดว่าเราจะมีโอกาสชนะรึไม่ " นนท์มองยังร่างใหญ่ที่ลอยตัวอยู่กลางนภา


    " ที่ทำมาทั้งหมดในเวลานี้ มิมีค่าอันใด " เหล่าขุนพลต่างแตกตื่น


    " ท่านโจว เหตุใดจึงพูดเช่นนั้น " ขุนพลคนหนึ่งเอ่ยขึ้น


    " จอมทัพมันยังอยู่ " นนท์เอ่ยขึ้น


    เหล่าขุนพลพลันสะท้าน " เมื่อมองดูน่างใหญ่ที่ลอยตัวอยู่กลางนภา 


    " ผู้พิทักษ์ ท่านคิดว่าจะสามารถประมือกับมันได้รึไม่ " นนท์เอ่ยถาม


    " ท่านโจว ข้ายังมิแน่ใจ " นนท์พยักหน้า


    " เราคงเหลือโอกาสเพียงน้อยนิด " นนท์สูดหายใจเข้าลึก 


    " ข้าก็คงต้องสู้จนตัวตาย ครอบครัวและสหายของข้า ได้จากข้าไปนานนับล้านปีแล้ว สงครามครานั้นเป็นข้าเพียงผู้เดียวที่เหลือรอด " นนท์พยักหน้า


    " ผู้พิทักษ์ สงครามครานั้น โลกปรานแสงเอาชนะอมนุษย์ได้เช่นไร " นนท์ยังคงสงสัย


    " ครานั้นมียอดยุทธจากแดนไกลเข้ามาช่วย ทำให้เราชนะได้ " นนท์พยักหน้า


    " แดนเทพรึ " นนท์เอ่ยถาม เพราะนนท์นั้นมิเชื่อว่าโลกาต้นกำเนิดสรรพสิ่งจะส่งคนมาช่วย 


    " เป็นยอดยุทธจากโลกแสงจันทร์ ซึ่งเป็นโลกที่คู่เคียงกับโลกปรานแสง " นนท์พยักหน้า


    " ศึกครานั้นโลกแสงจันทร์ก็สูญเสียมิน้อยเช่นกัน " นนท์พยักหน้า


    " ครานั้นแดนเทพสงกำลังมาช่วยรึไม่ " นนท์มองยังผู้พิทัษ์


    " แม้นจะมา แต่ก็หลบซ่อนในห้วงมิติมิออกมือช่วยเหลือ แต่ที่น่าเจ็บใจ เมื่อจบศึกกลับแสดงตัวว่าชนะศึกเพราะตนเอง " ผูพิทักษ์ถอนหายใจหนัก


    " ข้าดีใจ ที่แดนเทพเปลี่ยนสภาใหม่ และเข้าร่วมศึกในครานี้ ทำให้ข้านั้นมิได้โกรธเคืองแดนเทพอีกต่อไป และที่ทำให้ข้าดีใจยิ่งกว่าก็คือท่านโจว เป็นผู้ที่โค่นล้มสภาชั่วเหล่านั้น และท่านยังส่งกำลังของสำนักท่านมาช่วย ข้าซาบซึ้งจริงๆ " นนท์พยักหน้า


    " ไว้จบศึกแล้ว ข้าจะหารือเกี่ยวการส่งศิษย์ไปฝึกยังแดนเทพ และสำนักของท่าน " นนท์พยักหน้า


    " ได้ " นนท์เอ่ยขึ้น


    " ไอ้มุนษย์ชั่วช้า " ร่างใหญ่ลอยตัวเข้าสู่สมรภูมิ 


    " ตึง ตึง ตึง " เสียงกลองสัญญาณสั่งถอย เหล่านักรบเผ่ามนุษย์ต่างเร่งทะยานร่างกลับยังฐานของตน


    " ไอ้หนู เจ้าจะลงไปสู้มันรึ " หมาป่าเอ่ยถาม


    " ผู้พิทักษ์ " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " ท่านโจว ดูแลที่นี่ต่อจากข้าที " นนท์พยักหน้า


    " ผู้พิทักษ์โปรดวางใจ " ผู้พิทักษ์ยกยิ้มแล้วลอยตัวไปยังสมรภูมิ


    " เปรี้ยง " ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งฟาดเข้าใส่ร่างชราอย่างรวดเร็วโดยมิทันได้ตั้งตัว 


    " ครืน " ผืนปฐพีสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันแผ่กระจายออกกว้าง 


    " อึก " เหล่าศิษย์ขั้นฝึกต่ำต่างกระอักเลือดตามกัน นนท์วาดมือสร้างกำแพงเต๋าขวางไว้


    " ครึก ครึก " แรงกดดันจากฝ่ามือยักษ์แสนจั้งยังคงถาโถมเข้าชนกำแพงเต๋ามิหยุด


    " อ้าก " ร่างชรามิอาจฝืนทานแรงกดดันจากฝ่ามือยักษ์แสนจั้งได้ ทิ้งร่างชราของตนลงที่พื้น เลือดทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด 


    " วิ้ง " ร่างชราผสานยี่สิบหกอักขระ หยัดกายลุกยืนกระโจนเข้าหาจอมทัพอมนุษย์ 


    " เปรี้ยง " สองฝ่ามือยักษ์แสนจั้งลอยเข้าหากัน


    " ตูม " ร่างของจอมทัพอมนุษย์เหยียดถอยไกล เสียงกู่ร้องก้องคำรามของเหล่านักรบเผ่ามนุษย์ดังอื้ออึงทั่ว


    " ท่านโจว เช่นนี้เราก็มีโอกาสชนะสิ " นนท์ส่ายหน้า


    " น้อยยิ่งนัก " เสียงพูดของนนท์กระตุกขาของเหล่านักรบเผ่ามนุษย์


    " เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้น " รองจอมทัพเอ่ยถาม


    " รองจอมทัพ ท่านมิเห็นรึ แม้นว่าจอมทัพอมนุษย์จะเสียเปรียบในฝ่ามือเมื่อครู่ แต่ท่านอย่าลืมว่า จอมทัพอมนุษย์ยังมิได้ผสานอักขระ " นนท์เอ่ยขึ้น


    ทุกสิ่งตกอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน เหล่านักรบเผ่ามนุษย์ต่างเหงื่อกาฬหลั่งริน ทอดถอนใจอย่างหนัก


    " เช่นนี้แล้วควรทำอย่างไร " รองจอมทัพเอ่ยขึ้น


    " หรือเราจะอพยพ " เสียงชราลอยออกมา


    " ผู้เฒ่า ท่านจะไปอยู่ที่ใด " นนท์เอ่ยถามผู้เฒ่า


    " ท่านรู้รึไม่ หากมันยึดโลกปรานแสงได้ และใช้เวลาราวพันปี จักรวาลแห่งนี้จะมิมีที่ให้มนุษย์อยู่อีกต่อไป " เหล่าผู้เฒ่าต่างหน้าสลด


    " หากแม้นสังหารมันมิได้ ก็ให้ร่วมแรงกันสยบมันเอาไว้และจองจำมันไว้ตลอดกาล " เหล่าผู้คนต่างพยักหน้า


    " เปรี้ยง " ฝ่ามือยี่สิบหกอักขระใหญ่ยักษ์ราวแสนจั้ง โถมเข้าหาร่างทองผู้พิทักษ์


    " ครืน " โลกปรานแสงสั่นสะท้าน วังวิหารน้อยใหญ่พลันแตกร้าว ห้วงมิติระเบิดบิดเบี้ยวก่อเกิดวายุปรานขนาดใหญ่พัดพาเข้าหาฐานทัพนักรบเผ่ามนุษย์


    นนท์สูดหายใจเข้าลึก ผสานยี่สิบสองอักขระ วาดมือส่งโดมใหญ่ยักษ์ครอบทั้งเขตทัพ


    " ตึง " แรงกดดันกระแทกเข้ายังโดม ทั้งแรงกดดันยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย


    " ครึก ครึก " เสียงกำแพงเต๋าสั่นสะท้าน โดนทองบิดเบี้ยวตามแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น 


    " อ้า " ร่างทองยี่สิบสองอักขระระเบิดพลังส่งไปยังโดมทอง โดมทองยักษ์เพิ่มแรงต่อต้านแรงกดดันของฝ่ามือยักษ์แสนจั้ง


    " อั่ก " ร่างทองผู้พิทักษ์กระอักเลือดออกมากองโต ทั้งเข่าหนึ่งข้างลงที่พื้น แววตาไร้แสงจับจ้องยังฝ่ามือยักษ์แสนจั้ง พลางยกยิ้ม


    " ได้เวลาแล้ว ทุกคนรอข้าอยู่ " ร่างทองสูดหายใจเข้าลึก ระเบิดพลังอักขระในร่าง


    " ตูม " แรงระเบิดมากมายมหาศาลกวัดกวาดทุกสรรพสิ่งราบพนาสูญ โถมทะยานเข้าหาร่างทองจอมทัพ 


    " เวรแล้ว " ร่างทองของนนท์ร้องออกมา


    " เหล่าสหายของข้าเร่งส่งพลังมายังโดมนี้ ข้าจะออกไปจัดการข้างนอก " ร่างทองของนนท์แฝงกายแทรกตัวผ่านโดมทอง เร่งทะยานร่างไปยังสมรภูมิ


    " ผู้พิทักกษ์ " ร่างทองของนนท์ตะโกนออกมาสุดเสียง 


    " เร็วอีก " ร่างทองของนนท์ระเบิดพลังเร่งไปสุดกำลัง


    สมรุภูมิกว้างใหญ่ไพศาลราวราวร้อยล้านลี้ ร่างทองทะยานไปอย่างสุดกำลัง เวลาเช่นนี้ระยะทางช่างไกลเหลือแสน


    " อีกนิดเดียว " ร่างทองของนนท์ผสานร่างเข้ากับอักขระเต๋าวิวัฒน กลับกลายตนเองเป็นโดมยักษ์ครอบปรานระเบิดอักขระไว้


    " ตึง " ปรานระเบิดกระแทกเข้ากับโดมทอง โดมทองพลันสั่นสะท้าน เลือดมากมายหลั่งรดทั่วโดมทอง 


    " อ้าก " เสียงของโดมทองร้องคร่ำครวญออกมาอย่างน่าเวทนา 


    " หนักหน่วงจริงๆ " โดมทองพึมพำ เร่งดูดกลืนน้ำปรานเทพเข้มข้นในทันที


    " ตึง " แรงระเบิดของอักขระยังกระแทกเข้ายังโดมทองมิหยุด 


    " ผนึก " ปรานอักขระไหลซึมเข้าสู่โดมทองอย่างเชื่องช้า 


    โดมทองมองร่างทองทั้งสองที่นอนนิ่งที่พื้น กวาดตามองผ่านเนตรมังกร 


    " ยังมิตายทั้งคู่ " โดมทองพึมพำ


    " ไป " คนเล็กร่างทองสวรรค์ทะยานออกจากโดมทองพุ่งไปยังร่างทองจอมทัพ 


    คนเล็กร่างทองสวรรค์ชี้นิ้วไปยังหน้าผากของร่างทองจอมทัพ แล้วทำการผนึกกายจิตไว้ 


    " กลับมา " คนเล็กร่างทองสวรรค์ทะยานกลับ โดมทองเรียกร่างของจอมทัพอมนุษย์เก็บไว้


    " จบสิ้นซะที " โดมทองกลับกลายเป็นนนท์ 


    " ตุบ " ร่างของนนท์ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง 


    " ไอ้หนู สามี ท่านพี่ " เหล่าสหายและภรรยาต่างทะยานร่างไปยังสมรภูมิในทันที


    " สามีข้า " เหล่าภรรยาพลันร้อนใจ 


    " ข้ามิเป็นไร " นนท์เอ่ยขึ้น 


    " ท่านผู้พิทักษ์ " จอมทัพทะยานร่างเข้าหา 


    " ข้ามิไหวแล้ว " เสียงอันแผ่วเบาของผู้พิทักษ์ลอยออกมา 


    " ผู้พิทักษ์นี่คือโอสถฟื้นฟู ท่านรีบดื่มเถิด " เอี้ยชิงกรอกน้ำกรานเทพเข้มข้นให้กับผู้พิทักษ์


    " ครืน " เสมือนวายุโหมกระหน่ำที่ตันเถียน พลังมหาศาลหลั่งไหลเติมแก่นต้นกำเนิดจนเต็ม


    " ขอบใจสหายน้อย " ผู้พิทักษ์หยัดกายลุกยืน 


    " โอสถฟื้นฟูของเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " เอี้ยชิงพยักหน้า


    " ท่านโจว ข้าจำได้ว่าข้าเห็นท่านกลายสภาพร่างของท่านเป็นโดมทอง แล้วข้าก็หมดสติไป " นนท์พยักหน้า


    " แล้วจอมทัพอมนุษย์อยู่ที่ใด " ผู้พิทักษ์เอ่ยถาม


    " มันล่องลอยเป็นฝุ่นผงอยู่ทั่วนภา " สิ้นเสียงของนนท์ ผู้คนมากมายทั่วโลกปรานแสงต่างไชโยโห่ร้อง 


    " ชนะแล้ว "


    " ผู้พิทักษ์ช่างยอดเยี่ยมเหนือผู้ใด "


    " ท่านโจวก็เช่นกัน "


    " ไอ้หนู ข้ามิเชื่อว่าเจ้าจะปล่อยใหัมันตาย " หมาป่าส่งเสียงทางทางจิต


    " ใครจะโง่ปล่อยให้มันตาย ร่างของมันมีค่ามากนัก " นนท์ตอบกลับ


    " คืนนี้จัดงานฉลองให้ยิ่งใหญ่ " เสียงของจอมทัพดังขึ้น


    " ท่านโจว ท่านพอจะมีเวลาแลกร่างอมนุษย์รึไม่ " นนท์พยักหน้า แล้วเริ่มทำการแลกร่างของอมนุษย์


    " ร่างของอมนุษย์เหล่านี้มากถึงเก้าหมื่นล้านร่าง " นนท์พึมพำ


    " ไอ้หนู มากมายขนาดนั้นรึ " นนท์พยักหน้า


    " ข้าว่าส่วนหนึ่งจะนำไปฝังยังโลกมังกร และโลกของสหายข้า เพื่อให้วันข้างหน้า ยังมีทรัพยากรให้อนุชนได้ฝึกฝน " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " กลับกันกันก่อน ข้าต้องเร่งกลั่นปรานอักขระออกมา มิเช่นนั้นร่างของข้าระเบิดแน่ " นนท์พึมพำ


    " ผู้พิทักษ์ ข้าจะกลับไปพักฟิ้นก่อน ไว้ถึงเวลาข้าจะมาร่วมงาน " นนท์เอ่ย


    " ท่านเจ้าสำนัก ไว้ถึงเวลาข้าจะมา " นนท์เร่งทะยานร่างไปยังถ้ำใต้ดิน


    " ไอ้หนู เจ้าบอกว่าร่างของเจ้าผนึกปรานอักขระไว้ มากมายเพียงใด " นนท์ยกยิ้ม


    " ข้ารับปรานอักขระมาแล้วสามครา เจ้าคิดดูว่ามากมายเพียงใด " นนท์นั่งขัดสมาธิแล้วกางค่ายกลเร่งเวลา


    " ข้าจะเริ่มแล้ว " นนท์เริ่มทำการกลั่นปรานอักขระ


    นนท์หงายฝ่ามือทั้งสองข้างส่งปรานอักขระที่ผนึกไว้ในร่างออกมา ปรานอักขระลอยออกมาจากฝ่ามือสองข้าง แล้วควบแน่นเป็นก้อนผลึกร่วงลงที่พื้น 


    หมาป่าร่างทองยื่นมือหยิบปรานอักขระขึ้นมาดู สายตาพลันแตกตื่น


    " ผลึกปรานอักขระ มันแตกต่างจากผลึกอักขระนั่น เราสามารถหลอมผลึกปรานอักขระได้ " หมาป่าส่งผลึกปรานอักขระให้เหล่าสหาย 


    " ใช่ ภายในผลึกปรานอักขระนี้ มีรูปรอยของอักขระอยู่ด้วย " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยขึ้น 


    " หากเป็นเช่นนี้ เราคงหยั่งรู้อักขระได้เร็วขึ้น " หยางฟงจับจ้องยังผลึกปรานอักขระ


    เวลาไหลเลยผ่านไปถึงสองเดือนในค่ายกลเร่งเวลา " ฟู่ว " นนท์เป่าปากออกมาอย่างหนัก 


    " ท่านพี่ " ฉางกุ้ยฉีกรอกน้ำปรานเทพให้กับนนท์


    " ไอ้หนู ผลึกปรานอักขระทั้งสิ้นหกร้อยหกสิบล้านก้อน แบ่งกันคนละยี่สิบล้านก้อน ที่เหลือเป็นของเจ้า " นนท์พยักหน้า


    " พี่นนท์ข้าว่าร่างกายของท่านทรุดโทรมมาก ท่านฟื้นฟูร่างกายของท่านก่อนเถิด " จงซานเอ่ยขึ้น 


    " ก็ดี " นนท์พาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติ แล้วทำการสยบภรรยาของตนในทันที 


    " มังกรน้อยสิ้นฤทธิ์แล้ว " ฉางกุ้ยฉีเอ่ยขึ้น


    เหล่าภรรยาต่างทิ้งตัวลงนอนอย่างมีความสุข ที่เห็นสามีสุดที่รักหลับไหลเช่นนี้


    " นานมากแล้วที่มิเห็นสามีหลับไหลเช่นนี้ " จางยี่เหวินเอ่ยขึ้น 


    " ท่านพี่เหนื่อยมามากแล้ว " ฉางกุ้ยฉีนอนอยู่บนตัวของนนท์ยกยิ้มขึ้นมาแล้วประทับจูบที่ปากหนาของสามี พร้อมกับวางหัวบนอกแกร่งของสามี


    " ท่านพี่ ฉีเอ๋อร์รักท่านพี่ "