หญิงสาวนั่งถอนหายใจอยู่ริมฝั่งน้ำ ในมือยังถือเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ซักทำความสะอาด สภาพของมันไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วแม้แต่น้อย แต่จะว่าไป เสื้อผ้าทั้งสามชุดของเธอก็มีแต่สภาพนี้ทั้งนั้น
‘เฮ้อ...ทะลุมิติมาทั้งที่จะได้ไปอยู่ในร่างคุณหนูตระกูลร่ำรวยหน่อยก็ไม่ได้ กลัวว่าจะผิด Concept ของนิยายทะลุมิติหรือยังไงเ้าคะท่านเทพ ครอบครัวที่แสนยากจน ทั้งยังรักลูกชายมากกว่าลูกสาว แม่แท้ๆ มาตายจาก เติบโตมากับแม่เลี้ยงใจร้าย ฉันมีความเป็อยู่ยังไงคงไม่ต้องอธิบายให้ฟังหรอกนะคะ ไหนๆ ให้ฉันข้ามมิติมา ก็ให้ของวิเศษฉันเอาไว้สร้างตัวสักชิ้นสิ’
รินรดา หญิงสาวชาวไทยวัยสามสิบห้า ถูกเลิกจ้างเพราะบริษัทกำลังจะปิดกิจการ เธอได้เงินชดเชยการเลิกจ้างมาจำนวนหนึ่ง จึงนำเงินนั้นกลับไปปรับปรุงร้านขายของชำเพื่อรับ่ต่อจากคุณแม่ เธอเริ่มซื้อของเข้ามาเติมในร้านเพื่อให้มีสินค้าหลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมไปถึงสินค้าจากร้านทุกอย่างยี่สิบ และหน้าร้านยังตั้งโต๊ะขายอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยว โดยเธอเป็คนทำอาหารเองทั้งหมด แม้ฝีมือจะไม่เท่าเซฟใหญ่ แต่รสมือของเธอก็นับว่าใช้ได้ทีเดียว
ั้แ่ปรับปรุงร้าน ร้านขายของชำของเธอก็ขายดีขึ้นมาก ลูกค้าเข้ามาซื้อของและอาหารในร้านไม่ขาดั้แ่เช้าจนถึงเย็น ถึงแม้ร้านขายของชำของเธอจะขายดีจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่เพราะรินรดาเป็คนชอบอ่านนิยายและชอบดูซีรีส์ย้อนยุค เธอจึงจัดสรรเวลาให้กับงานอดิเรกสุดโปรดอย่างลงตัว แม้มันจะทำให้เธอพักผ่อนไม่เพียงพอก็ตาม โดยเธอจะเปิดซีรีส์ดูใน่กลางวันและจะอ่านนิยาย่ก่อนนอน และกว่าจะได้นอนเวลาก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนหรือบางทีก็ถึงตีหนึ่งตีสองโน่นก็มี
แต่เพราะเธอต้องไปซื้อวัสดุดิบสำหรับร้านอาหารตามสั่งตอนตีสี่ทุกวัน ทำให้เธอพักผ่อนไม่เพียงพอ บวกกับวันนั้นมีลูกค้ามาสั่งอาหารเพื่อไปเลี้ยงพนักงานหลายร้อยกล่อง พอไปส่งอาหารให้ลูกค้าเสร็จ รินรดาก็กลับมานอนพักเอาแรง แต่พอตื่นขึ้นมา เธอก็มาอยู่ในยุคโบราณที่เธอไม่รู้ว่ามันคือยุคสมัยใดด้วยซ้ำ
โป๊ก!
“ถังหลี! นังเด็กี้เี ให้แกมาซักผ้าแค่นี้ทำไมแกยังไม่รีบทำอีก ถ้าว่างนักก็ขึ้นไปเก็บฟืนมาสิ ที่บ้านไม่มีฟืนจะใช้แล้ว”
รินรดาลูบหัวที่เพิ่งถูกหินขว้างใส่และเริ่มบ่นท่านเทพอยู่ในใจ ‘นี่ล่ะเ้าค่ะท่านเทพ แม่นางถังหลีแสนรันทดที่ท่านส่งให้ข้ามาอยู่ในร่างของนาง ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงเป็ลมแล้วตายไป ก็เพราะถูกที่บ้านทารุณอย่างนี้ไงเ้าคะ ท่านให้ข้ามาอยู่ในร่างของนาง ท่านก็ควรจะให้ทางรอดกับข้าบ้างนะเ้าคะ’
รินรดาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของถังหลีได้สามวันแล้ว เธอทำงานหนักตลอดสามวันที่ผ่านมา แต่อาหารที่เธอได้ทานมีเพียงข้าวต้มใสๆ ที่แทบจะนับเม็ดข้าวได้แค่วันละถ้วยเท่านั้น
“ยังจะนั่งโง่อยู่ทำไมอีก” จวงหุยเหนียงถือไม้เรียวกำลังจะเดินมาหาลูกเลี้ยง
ถังหลีรีบลุกขึ้นยืนเพราะไม่อยากถูกแม่เลี้ยงตี ลำพังแค่นางต้องอดอาหารและทำงานหนักทุกวัน ร่างกายก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว หากตอนนี้นางถูกแม่เลี้ยงตีอีก มีหวังคงได้ตายเป็รอบที่สองแน่
“ท่านแม่ ข้าซักผ้าเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้าจะขึ้นเขาไปเก็บฟืนตอนนี้เลยเ้าค่ะ” ถังหลีถือตะกร้าใส่เสื้อผ้าเก่าๆ วิ่งขึ้นเขาไป
วิ่งมาได้สักพัก ถังหลีก็วิ่งต่อไม่ไหวแล้ว นางนั่งหอบหายใจอยู่โคนต้นไม้ใหญ่ ‘รดาเอ๊ย! สงสัยวันนี้เธอต้องไม่รอดแน่ หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ตายไปก็ดี ฉันก็ไม่อยากสู้ชีวิตแล้วเหมือนกัน ชีวิตรันทดแบบนี้ยังไงก็อยู่เพื่อรอวันตายอยู่แล้ว’
ขณะที่ถังหลีหรือรินรดากำลังจะหมดสติ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหินสีดำก้อนเล็กแต่มันกลับเรืองแสงได้ นางขยี้ตาเพื่อให้มองเห็นแสงนั้นชัดๆ เมื่อแสงนั้นไม่ได้หายไป นางจึงเดินไปหยิบหินก้อนนั้นขึ้นมา และทันใดหินก้อนนั้นก็หายไปจากมือ แสงสว่างที่เห็นเมื่อครู่ก็มองไม่เห็นแล้วเช่นกัน
ถังหลีหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง คิดว่าตัวเองโชคดีเจออัญมณีล้ำค่าเข้า หากเอาไปขายคงมีเงินไว้ซื้ออาหารต่อลมหายใจไปได้อีกสักระยะ แต่ทั้งหมดกลับเป็เพียงสิ่งที่ตนเองจินตนาการขึ้นมา แต่พอหลับตา นางมองเห็นร้านขายของชำของตนเองปรากฏขึ้น พอลืมตา ร้านชำนั้นก็หายไป นางหลับตาและลืมตาอยู่อย่างนั้นจนแน่ใจแล้วว่าท่านเทพคงจะทนฟังคำบ่นของนางไม่ไหว ท่านจึงมอบมิติวิเศษที่เป็ร้านชำของนางมาให้นางด้วย
ไม่รอช้า ถังหลีเข้าไปในมิติแล้วเดินไปเปิดตู้แช่เพื่อหยิบนม จากนั้นก็เดินไปหยิบขนมปังที่ชั้นวางขึ้นมากินอย่างหิวโหย ไม่พอ...นางยังเดินไปหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยมาเติมน้ำร้อนแล้วกินเข้าไปอีกถึงสองถ้วย
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านเทพ จากนี้ไป ต่อให้คนใจร้ายสกุลถังไม่ให้ข้าวข้ากิน ข้าก็จะไม่อดตายแล้ว”
เมื่อกินอิ่มท้อง ถังหลีก็มีแรงทำงาน นางเอาเสื้อผ้าเปียกของตนเองไปตากไว้บนกิ่งไม้กะว่าพอเก็บฟืนเสร็จ เสื้อผ้าก็คงจะแห้งพอดี จากนั้นนางก็เดินไปเก็บฟืนจนเต็มตะกร้า เวลาก็เกือบจะเที่ยงแล้ว
ถังหลีกลับมาถึงบ้านก็เห็นท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย และน้องชายนั่งล้อมวงกันกินข้าวอยู่ มีเพียงพี่สะใภ้ที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ ความจริงนางกินของในมิติจนอิ่มแล้ว แต่นางแกล้งทำเป็หิว
“ข้าเก็บฟืนมาเสร็จแล้ว ท่านแม่มีอะไรให้ข้ากินบ้างหรือไม่เ้าคะ ข้าหิวมากจริงๆ” ถังหลีแสร้งทำหน้าน่าสงสาร
“ไม่มี! ใครจะไปคิดว่าเ้าจะกลับมาเวลานี้กันเล่า” จวงหุยเหนียงรีบบอก “ปกติแล้วบ้านเราจะกินข้าวแค่วันละสองมื้อ แต่ข้าเห็นว่าน้องชายของเ้าออกไปทำงานในไร่ั้แ่เช้า ข้ากลัวว่าเขาจะไม่มีแรงทำงานตอนบ่าย ก็เลยทำอาหารให้เขากิน”
“แต่ข้าก็ไปทำงาน ข้าก็ควรจะได้กินข้าวเหมือนกัน”
“เป็แค่เด็กผู้หญิงจะกินให้มันสิ้นเปลืองไปทำไม” จวงหุยเหนียงยกไม้เรียวที่วางอยู่ข้างตัวเหวี่ยงใส่ลูกเลี้ยง “ไปไป! อย่ามาเกะกะแถวนี้ ถ้าหิวก็ไปตักน้ำในถังกินโน่นไป”
“ท่านแม่ ข้ารู้ว่าข้าเป็แค่ลูกเลี้ยง แต่ท่านทำกับข้าแบบนี้เพราะตั้งใจจะบีบข้าให้ตายใช่หรือไม่เ้าคะ” ถังหลีร้องไห้
‘ว้าว! ทักษะการแสดงละครของข้าก็เยี่ยมเหมือนกันนี่นา พูดไม่กี่คำก็เรียกน้ำตาได้แล้ว’
“พูดเพ้อเจ้ออะไร พี่ชายของเ้าก็เป็ลูกเลี้ยงของข้าเหมือนกัน แต่ข้าก็ปฏิบัติกับเขาเหมือนที่ทำกับซุนเอ๋อ เ้าดูสิ...ข้าหุงข้าวให้ซุนเอ๋อกิน เขาก็ได้กินด้วยไม่ใช่หรือ” จวงหุยเหนียงกลัวว่าชาวบ้านจะมาได้ยิน นางรีบพูดแก้ตัว
“พี่สาว ท่านจะโวยวายไปทำไม ในครัวยังเหลือน้ำข้าวอยู่ถ้วยหนึ่ง ท่านก็เข้าไปหยิบมากินเองสิ” ถังซุนชี้ไปที่ห้องครัว จากนั้นก็คีบน่องไก่ขึ้นมากิน วันนี้พี่ใหญ่ล่าไก่ป่ามาได้ เขาได้กินน่องอร่อยๆ ตั้งสองชิ้น แต่เนื้อไก่ที่เหลือ เขาไม่อยากแบ่งให้พี่สาวกินเลย
“ดีนะถังซุน เ้ามีข้าวมีเนื้อกิน แต่ข้าได้กินน้ำข้าว” ถังหลีมองน้องชายคนเล็กที่สุดแสนจะเห็นแก่ตัวอย่างไม่พอใจ จากนั้นนางก็มองไปที่ชามข้าวของพี่ชาย “ถ้าข้าเดาไม่ผิด วันนี้พี่ใหญ่คงล่าไก่ป่ามาได้ แต่ทำไมน้องเล็กถึงได้กินน่องไก่คนเดียว ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านควรแบ่งน่องไก่ให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้กินบ้างนะเ้าคะ พวกเขาทำงานหนักกว่าน้องเล็กตั้งหลายเท่า พวกท่านจะลำเอียงอย่างนี้ไม่ได้”
พี่สะใภ้มองถังหลีอย่างแปลกใจ ปกติแล้วน้องสาวสามีเป็คนไม่พูดไม่จา แต่วันนี้น้องสาวสามีกลับออกหน้าทวงอาหารให้นางกับสามี นางรู้สึกละอายใจเหลือเกินที่นางขลาดกลัวจนไม่กล้าออกหน้าแทนน้องสาวเลยสักครั้ง
“หลีเอ๋อ ั้แ่เช้าข้าก็ไม่ได้ทำงานหนักอะไร กินแค่น้ำแกงไก่ก็ดีถมไปแล้ว” เซียงเหลียนพูดเสียงเบา ั้แ่นางแต่งเข้าบ้านสกุลถังมา จากเด็กสาวช่างพูดและสดใส กลายเป็นางไม่กล้าพูดและมักจะเก็บอารมณ์ไว้ในใจ เพราะกลัวว่าแม่สามีจะไม่พอใจแล้วให้สามีหย่ากับนาง หากนางถูกหย่า นางก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนได้อีก
“ท่านไม่คิดจะบำรุงร่างกายเพื่อมีลูกชายให้พี่ใหญ่ข้าบ้างหรือเ้าคะ”
“หลีเอ๋อ!” ถังซานรู้ว่าน้องสาวพูดไปเพราะเป็ห่วงตนและภรรยา แต่เขาไม่อยากให้น้องสาวพูดจายั่วโมโหแม่เลี้ยง เพราะหากแม่เลี้ยงไม่พอใจแล้วใช้ไม้เรียวตีน้องสาวอีก เขาก็คงจะเข้าไปช่วยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นท่านพ่อก็จะสั่งให้เขากับภรรยาอดข้าว ตัวเขาอดข้าวไม่เป็ไร แต่ภรรยาร่างกายไม่แข็งแรง นางจะอดข้าวไม่ได้ ส่วนน้องสาว ขอแค่นางไม่ถูกตี เขาก็จะขึ้นเขาไปหาผลไม้ป่ามาให้นางกิน
“เ้าจะวุ่นวายไปถึงเมื่อไหร่” ถังต้าหลางจ้องหน้าลูกสาว
หากเป็ถังหลีคนเดิมหรือถังหลีที่เพิ่งทะลุมิติมาเมื่อสามวันก่อน นางคงกลัวและไม่กล้าตอบโต้กับบิดาและมารดาเลี้ยง แต่ตอนนี้นางมีมิติวิเศษติดตัว ต่อให้พวกเขาสั่งให้นางอดข้าว นางก็ไม่สนใจ ในมิติมีของดีๆ ให้กินตั้งเยอะ
แต่ท่านพ่อเข้าใจถูก ตอนนี้นางอยากทำให้ครอบครัวถังวุ่นวายและอยู่ไม่เป็สุข นางอยากพาพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้แยกบ้าน เพราะถ้าจะให้นางแยกบ้าน ท่านพ่อกับแม่เลี้ยงก็มีแต่จะเอานางไปขายแลกเงิน แต่ถ้าพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้แยกบ้าน นางก็สามารถติดตามพวกเขาออกไปได้ เพราะฉะนั้นเื่สำคัญเื่แรกที่นางต้องรีบทำคือต้องทำให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้แยกบ้านให้ได้
“ข้าทำงานหนักั้แ่เช้า แต่พวกท่านกลับไม่เหลืออาหารไว้ให้ข้า ข้าสงสัยก็เลยถามดู แต่เหตุใดท่านพ่อถึงหาว่าข้าวุ่นวาย” ถังหลีจ้องบิดา “หรือท่านโกรธที่ข้าทวงน่องไก่จากน้องเล็กเพื่อให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ได้กิน ท่านพ่อ...พี่ใหญ่กับข้าก็เป็ลูกแท้ๆ ของท่านเหมือนกันนะเ้าคะ ลูกของท่านไม่ได้มีแค่น้องเล็กคนเดียว”
“เ้า...เ้าหาว่าข้าลำเอียงหรือ” ถังต้าหลางชี้หน้าลูกสาว เขาลำเอียงหรือเปล่า คำตอบคือใช่ เขาลำเอียง และที่เขาไม่รักลูกชายคนโตกับลูกสาวก็เพราะเขาเกลียดแม่ของเด็กพวกนี้
“ข้าไม่อยากฟังคำตอบของท่านหรอกเ้าค่ะ เพราะทุกการกระทำของท่านมันก็คือคำตอบอยู่แล้ว” ถังหลีหันไปมองแม่เลี้ยง “ท่านจะสั่งให้ข้าอดข้าวก็ได้ แต่ต่อไปท่านต้องทำอาหารดีๆ ให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ได้กิน ถ้าท่านไม่ทำ ข้าจะไปหาหัวหน้าหมู่บ้านแล้วบอกหัวหน้าหมู่บ้านว่าท่านยึดสินเดิมของท่านแม่ที่ท่านเตรียมให้พี่ใหญ่ไว้แต่งภรรยา เพราะตอนพี่ใหญ่แต่งพี่สะใภ้เข้าบ้านมา ท่านก็มอบธัญพืชไม่กี่ชั่งกับเงินแค่สองตำลึงเป็ค่าสินสอดให้ครอบครัวนางเท่านั้น”
“สิ..สินเดิมอะไร สองปีก่อนอำเภอของเราประสบภัยแล้ง ท่านพ่อของเ้าให้ข้าเอาของมีค่าพวกนั้นไปแลกเป็เงินมาหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นเราจะมีชีวิตรอดมาได้อย่างไร” จวงหุยเหนียงหันไปมองสามี “ท่านพี่ ท่านยังนั่งนิ่งให้ลูกสาวของท่านต่อว่าข้าได้อยู่หรือเ้าคะ ท่านต้องจัดการนางให้ข้า!”
ถังต้าหลางหยิบไม้เรียวแล้วเดินไปหาลูกสาว ถังหลีไม่คิดจะหลบอยู่แล้ว ครั้งนี้นางอยากใช้แผนเจ็บตัว แผนการแยกบ้านในอนาคตก็จะยิ่งง่ายขึ้น อีกอย่าง...นางเชื่อว่าครั้งนี้พี่ชายคนโตต้องไม่ยอมปล่อยให้ท่านพ่อตีนางจนตายแน่