ผู้คนรอบข้างหันกลับมามองทั้งสองอีกครั้ง
เจียงตั่วจ้องมองดวงตาเปล่งประกายสดใสของหมิงจูเขายังตกอยู่ในภวังค์ความตกตะลึง
หมิงจูเอ่ยถามอีกครั้ง“ปากภรรยาของคุณรสชาติเป็นยังไงบ้างคะ?”
เจียงตั่วลองลิ้มรสตามคำถามนั้นจริงก่อนจะตอบเธออย่างจริงจังว่า “รสถั่วเหลือง”
หมิงจูยิ้มหวานก่อนจะหันไปมองหมิงเสี่ยวเจี๋ยที่โกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำ
“หมิงเสี่ยวเจี๋ย เก็บความคิดไร้สาระของเธอไปได้แล้ว ฉันบริสุทธิ์ผุดผ่องและในสายตาผู้ชายของฉันก็มีแค่ฉันเท่านั้น ไม่ว่าเธอจะใส่ร้ายขนาดไหนเขาก็เชื่อฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยยกมือชี้มาที่หมิงจูสีหน้าเกรี้ยวกราด “แก... นังคนไร้ยางอายบังอาจมาทำตัวลามกอย่างโจ่งแจ้ง!”
หมิงจูทำหน้าไม่สะทกสะท้าน“ตลกชะมัด เธอมามองฉันจูบผู้ชายของฉันถึงในบ้านแล้วจะมาหาว่าทำตัวลามก เธอก็เกิดมาจากพ่อแม่ที่ทำตัวลามกที่บ้านไม่ใช่หรือไง?”
เสียงหัวเราะครืนดังขึ้นจากรอบข้าง
หมิงเสี่ยวเจี๋ยตวาด“พวกคุณหัวเราะอะไรกัน! อย่าลืมสิว่าพวกคุณมากับฉันเพื่อจับชู้”
หญิงชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆหมิงเสี่ยวเจี๋ยที่สุดหัวเราะออกมา “เสี่ยวเจี๋ยเลิกโวยวายได้แล้ว เมื่อกี้พวกเรามากับเธอตั้งนานรถลากของคนส่งของเพิ่งมาได้ไม่ถึงสองนาทีก็เตรียมจะไปแล้วสองนาทีคงทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้หรอก”
ใบหน้าของหมิงเสี่ยวเจี๋ยแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม“คุณ... พวกคุณพูดได้ไม่อายปากกันบ้างเหรอคะ!กล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้ยังไง”
หมิงจูกอดอกแล้วหัวเราะเยาะ“ถ้าเธอรู้จักอายขนาดนั้น ชาตินี้ก็อย่าแต่งงานเลยเพราะถ้าแต่งงานก็ต้องทำเรื่อง ‘หน้าไม่อาย’ หรือเธอจะเป็นสาวเทื้อไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยเห็นว่าตนเถียงหมิงจูไม่ขึ้นแถมไม่มีใครคอยช่วยเลย จึงตวัดสายตาไปมองทุกคนอย่างเคียดแค้นก่อนจะกระทืบเท้าเบียดฝูงชนจากไป
หมิงจูเหลือบมองตามแผ่นหลังของหมิงเสี่ยวเจี๋ยไปดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย
เธอถือว่ามีบุญคุณต้องตอบแทนมีหนี้ต้องชำระใครที่เคยช่วยเหลือ เธอก็จะจดจำบุญคุณ ใครที่ทำร้าย เธอก็จะจดจำความแค้น
เธอยังชอบคิดบัญชีย้อนหลังด้วยดังนั้นเรื่องนี้... ไม่ช้าก็เร็วจะต้องคืนกลับไปให้หล่อนแบบเต็มจำนวนแน่!
หญิงชราสูดกลิ่นหอมหวานของเต้าหู้และเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ “หมิงจู เต้าหู้ของเธอทำไมทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้ มีเคล็ดลับอะไรไหม สอนฉันบ้างสิ”
หมิงจูไม่ปิดบังและตอบตามตรง“ไม่มีเคล็ดลับอะไรหรอกค่ะ แค่ใช้น้ำไม่เหมือนกันหนูใช้น้ำจากไท่สุ้ยมาบดถั่วเหลือง”
เมื่อผู้คนรอบข้างได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งอิจฉาถ้าเป็นอย่างอื่น พวกเขาอาจจะกลับไปลองทดสอบดูได้ แต่กับน้ำจากไท่สุ้ยพวกเขาคงไม่มีปัญญาครอบครอง
ทำไมหมิงจูถึงได้โชคดีขนาดนี้อิจฉาจังเลย
หลิวเฉิงไฉเผยสีหน้าตกใจอย่างยิ่ง!
“น้องสาว คุณมีไท่สุ้ยเหรอ มิน่าล่ะพอกินเต้าฮวยนี่แล้วรู้สึกว่าร่างกายมีกำลังขึ้นมากเลย คุณนี่สุดยอดจริงๆ”
หมิงจูไม่ได้ตอบแต่ยิ้มแล้วพูดว่า “พี่หลิววันนี้ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ ที่ทำให้คุณต้องตกใจในหมู่บ้านของเรา”
วันนี้หลิวเฉิงไฉตกใจมากจริงๆแต่ก็ประหลาดใจกับการกระทำที่ห้าวหาญของหมิงจู เขาชูนิ้วโป้งขึ้นมาให้เธอ“ยังไงก็เถอะ วันนี้ต้องขอบคุณมากเลยนะถ้าเป็นคนอื่นคงจะถูกใส่ร้ายจนต้องตายอย่างไม่เป็นธรรมไปแล้ว น้องสาวคุณนี่เก่งจริงๆ”
หมิงจูหันไปมองเจียงตั่วด้วยรอยยิ้มสดใส“ต้องขอบคุณสามีของฉันที่ยอมเชื่อใจนะคะ!”
ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำของเจียงตั่วได้จางหายไปแล้วกลับคืนสู่มาดขรึมตามปกติ เขาสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเดินไปส่งหลิวเฉิงไฉ
ทุกคนเห็นดังนั้นก็พากันแยกย้ายกลับ
หมิงจูหันหลังกลับเข้าบ้านเดินตรงไปยังห้องห้องครัว สายตาเหลือบไปเห็นหน้าต่างบานพับโบราณที่เพิ่งติดตั้ง“ทำหน้าต่างแบบพานจินเหลียน ยังสร้างชู้ได้อีกดูท่าหน้าต่างนี้จะดึงดูดเรื่องความรักได้นะ”
“ไม่เกี่ยวกับหน้าต่างหรอก แต่เธอต่างหาก ที่ใจกล้าขึ้นเรื่อยๆ”
หมิงจูหยุดเดินแล้วหันกลับมาเงยหน้าสบตาเขา ดวงตาหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว“คุณหมายถึงเรื่องที่ฉันจูบคุณต่อหน้าผู้คนใช่ไหมคะ?”
เมื่อนึกถึงความนุ่มนวลและความหอมหวานที่ลื่นไหลเข้ามาในปากเมื่อครู่เจียงตั่วก็รู้สึกร่างกายแข็งเกร็งอีกครั้ง เขาไอเล็กน้อยอย่างกระอักกระอ่วน“ต่อไปห้ามออกไปก่อเรื่องข้างนอกอีกนะ คนจะนินทาเอาได้”
หมิงจูเบะปากพูดโต้ตอบอย่างไม่ใส่ใจ “แล้วฉันจะทำยังไงได้ล่ะคะหมิงเสี่ยวเจี๋ยใส่ร้ายฉันขนาดนั้น ก็ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองสิ”
เจียงตั่วพูดอย่างใจเย็น“ไม่จำเป็น ฉันเชื่อเธอ”
หมิงจูยิ้มเล็กน้อย“ผู้กองเจียง คุณมั่นใจในตัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอคะแล้วถ้าเกิดฉันแอบไปมีคนอื่นจริงๆ ล่ะ?”
“เธอไม่ทำหรอก”
“ฉันถึงได้บอกว่า ‘ถ้าเกิด’ ไงคะคุณจะทิ้งฉันและหย่ากับฉันไหม?”
“ไม่มีคำว่า ‘ถ้าเกิด’!”
สายตาของเจียงตั่วเปลี่ยนเป็นจริงจังและหนักแน่นในทันทีและเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหย่ากับเธอ
หมิงจูหน้ามุ่ยดูเบื่อหน่าย นิยายแนวท่านประธานจอมบงการไม่ได้เขียนไว้แบบนี้นี่นา
เธอจงใจเลียนเสียงแหบพร่า“คุณควรจะพูดว่า ถ้าเธอบังอาจไปมีคนอื่น ฉันจะหักขาขังเธอไว้ในกรงทองเลี้ยงดูไปตลอดชีวิต! เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”
พูดไปก็ยกมือขึ้นอย่างซุกซนแล้วเชยคางของเจียงตั่วเพื่อสาธิตให้เขาดู
เจียงตั่วขมวดคิ้วนี่ไปเรียนรู้คำพูดแปลกๆ แบบนี้มาจากไหนกัน?
เขากุมมือที่ซุกซนของเธอไว้และพูดอย่างจริงใจทีละคำ “ฉันจะไม่มีวันทำร้ายเธอ”
ตลอดไป...หมิงจูหัวเราะคิกคัก เอาเถอะ เขาคงเป็นท่านประธานจอมบงการไม่ได้หรอกเขาจะเป็นสามีหนุ่มชาวบ้านที่แสนซื่อของเธอต่อไป!
อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาเลิกงานแล้วเจียงตั่วเลยไม่ได้กลับไปที่คันนาอีก และเดินเข้าครัวไปพร้อมกับหมิงจู
เต้าฮวยที่เหลืออยู่เกือบครึ่งหม้อก็หมดเกลี้ยงแล้วหมิงจูแอบเซ็ง
“ความผิดหมิงเสี่ยวเจี๋ยคนเดียวเลย!ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะเรียกเฉียวปินมากินเต้าฮวยตอนเที่ยงวันนี้ด้วยแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเหลือไม่พอแล้ว”
“เขาไปทำธุระที่อำเภอ กลับมาคงเย็นพอดี”
“มิน่าล่ะ เขาถึงไม่มาร่วมดูเรื่องสนุก อย่างนั้นก็ดีเลย” หมิงจูหยิบชามกระเบื้องเล็กๆ ขึ้นมา ตักเต้าฮวยไปพลางพูดไปพลาง “งั้นที่เหลือในหม้อนี้ เอาไปให้บ้านลุงต้าเฉิงกันเถอะวันนั้นที่หมิงเทามาหาเรื่อง เขาเป็นคนไปบอกคุณให้เลยนะ”
“ได้ ฉันจะไปเอง”
“ฉันไปเองค่ะ คุณช่วยฉันผ่าฟืนหน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้ทำเต้าหู้ใช้ฟืนเยอะมาก ไม่มีอะไรจะเผาแล้ว”
“ได้”
หมิงจูถือเต้าฮวยชามเล็กๆเดินลัดเลาะตามทาง ไปยังบ้านหมิงต้าเฉิงซึ่งห่างจากบ้านเธอไปประมาณสองร้อยกว่าเมตร
เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นเจียงชุ่ยหลันภรรยาของหมิงต้าเฉิงที่ผอมจนหนังหุ้มกระดูก กำลังนั่งซักผ้าอยู่ในที่ร่ม
หมิงจูส่งเสียงเรียกอย่างสดใส“ป้าคะ หนูทำเต้าฮวยไว้ เลยเอามาให้คุณลุงคุณป้าลองชิมค่ะถือโอกาสขอบคุณที่วันก่อนคุณลุงช่วยไปแจ้งข่าวให้ผู้กองเจียงสามีหนูน่ะค่ะ!”
เจียงชุ่ยหลันรีบลุกขึ้นสะบัดน้ำที่มือออกแล้วเดินไปต้อนรับ โบกมือไปมา “ไม่ต้องหรอกไม่ต้อง เขาแค่ทำไปตามหน้าที่เท่านั้นเอง เธอรีบเอากลับไปเถอะ เอาไปกินกันเองเลย”
“ที่บ้านของหนูยังเหลืออีกเยอะเลยค่ะ” หมิงจูยื่นชามกระเบื้องให้เจียงชุ่ยหลัน“ป้าคะ ถ้าไม่รังเกียจก็อย่าเกรงใจเลยนะ รีบถ่ายชามไปตอนที่ยังอุ่นๆอยู่สิคะ”
เจียงชุ่ยหลันจะรังเกียจได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าหมิงจูยืนกรานเช่นนี้เธอก็ไม่กล้าปฏิเสธอีก แต่ในใจนึกแปลกใจจริงๆก่อนหน้านี้ทั้งสองครอบครัวไม่เคยไปมาหาสู่กันเลยไม่คิดว่าหมิงจูจะนำอาหารมาให้บ้านพวกเขาเพื่อตอบแทนเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
ดูท่าสามีของเธอน่าจะพูดถูกยัยหนูหมิงจูคนนี้ใจดีจริงๆ
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในครัวเห็นหมิงต้าเฉิงไม่อยู่ หมิงจูจึงถามไปตามปกติ “ป้าคะเวลานี้แล้วลุงใหญ่ยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ?”
“เฮ้อ! ครอบครัวเราไม่เหมือนคนอื่นเขา ต้องพึ่งสามีคนเดียวเลี้ยงดูเขาแก่แล้ว เพื่อที่จะได้คะแนนแรงงานเพิ่มเขาก็เลยต้องทำงานนานกว่าคนอื่นวันละสองชั่วโมง”
หมิงจูย่อมรู้สถานการณ์ครอบครัวเขาดีเจียงชุ่ยหลันคลอดลูกคนที่สี่อย่างยากลำบากเกือบเอาชีวิตไม่รอดหลังจากนั้นร่างกายก็ไม่แข็งแรง ทำงานหนักไม่ได้ หาคะแนนแรงงานไม่ได้เลย
ลูกสี่คนสองคนเรียนอยู่ชั้นมัธยม อีกสองคนเรียนอยู่ชั้นประถม อยู่ในวัยกำลังกินกำลังใช้
แม้ว่าลุงใหญ่กับหัวหน้าหมู่บ้านหมิงต้าโหย่วจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแต่หมิงต้าโหย่วคนนี้ อย่าว่าแต่ดูแลลุงต้าเฉิงเลยเขาแทบจะเขียนความรังเกียจลูกพี่ลูกน้องยากจนคนนี้ไว้บนหน้าแล้วด้วยซ้ำ!
ยามที่ต้องการเขาก็จะเอาเปรียบแรงงานคนซื่อคนนี้ พอไม่ต้องการแล้ว ก็ไม่เคยติดต่อมาหากันเลย
ภาระหนักทั้งครอบครัวของลุงต้าเฉิงตกอยู่บนบ่าเขาเพียงลำพังมันไม่ง่ายเลยจริงๆ
หมิงจูนึกถึงคำพูดของหลิวเฉิงไฉครั้งก่อนที่ขอให้เธอเพิ่มปริมาณสินค้า ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ...