วันรุ่งขึ้นผมไปทำงานสายทันทีที่สะดุ้งตื่น ผมก็รีบแต่งตัวลวกๆ แล้ววิ่งหน้าตั้งไปยังอาคารสำนักงานกว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไปเก้าโมงครึ่งแล้วรู้ได้จากตัวเลขเวลาที่ลอยเด่นอยู่กลางห้องประชุมเพิ่งมารู้ตัวตอนออกมาได้ครึ่งทางแล้วว่าลืมนาฬิกาข้อมือเรือนสีดำคู่ใจ เมื่อคืนนี้คงหนักไปหน่อยเช้านี้ถึงยังเบลอไม่หาย
ผมค่อยๆย่องเข้าไปสมทบที่ขอบนอกของวงประชุมซึ่งกำลังแบ่งงานกันอยู่ที่ชั้นห้า
“ประชา ท่านไม่ต้องหลบหรอก”ไมตรีเอ่ยขึ้น พนักงานแผนกข่าวการเมืองทุกคนพากันหันมาทางนี้เป็นจุดเดียวผมพยายามเก็บอาการแค่ไหน ก็ปกปิดการหายใจหอบเหนื่อยได้ไม่มิดเหงื่อไหลย้อยเต็มหน้า
“ท่านมีอะไรจะแก้ตัวไหม”
“ไม่มีครับ” ผมตอบเสียงแผ่วพลางหลุบตาลงต่ำทุกสายตาที่จับจ้องมาราวกับเข็มนับร้อยเล่มทิ่มแทงกลางใจ ผมรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกินเมื่อคืนก็เพิ่งเจ็บปวดเรื่องความรัก มาเช้านี้ยังมาทำเรื่องงานพังอีกรู้อย่างนี้รอประชุมเสร็จค่อยเข้ามายังดีเสียกว่าไม่ต้องอับอายขายขี้หน้าชาวประชาเฉกเช่นตอนนี้
เสียงซุบซิบดังมาไม่หยุดหย่อนจากคนฝั่งตรงข้ามไมตรีถอนหายใจยาว
“วันนี้ถือว่าตักเตือนนะเพราะท่านไม่ได้มาสายนานหลายเดือนแล้ว ถ้ามีครั้งต่อไปอีก ท่านอาจโดนหักค่าตอบแทน”
“ครับ” ผมพูดอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวหัวหน้าหันไปสั่งงานนักข่าวภาคสนามต่อ จึงได้พักหายใจหายคอธรณีเลิกคิ้วให้ผมจากฝั่งตรงข้าม ผมไม่โทษเขาที่ไม่ปลุกเพื่อนเขามีจุดยืนเรื่องความรับผิดชอบต่อตนเองชัดเจนตั้งแต่แรก อิสรายืนอยู่ข้าง ๆชายผอมสูง แสดงว่าเธอยังไม่ได้ใช้โควตาหยุดชดเชยพิเศษเพราะช่วยทำข่าวเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ รมต.ไกรลพแทนรวงทองหญิงสาวมองไปยังไมตรีโดยไม่เหลียวแลผมแม้แต่น้อย บนข้อมือซ้ายว่างเปล่าไม่อาจรู้ชะตากรรมของนาฬิกาข้อมือสีม่วงที่ผมซื้อให้เป็นของขวัญ ความคิดว่าเธออาจโยนมันทิ้งลงถังขยะไปแล้วแล่นวาบเข้ามาในหัวบีบหัวใจจนเจ็บช้ำ
“เราขอแลกกับแวนด้าได้ไหม ให้เขาทำเรื่องกฎหมายการปลดหนี้ผู้ด้อยโอกาสที่พรรคสมดุลเสนอส่วนเราจะไปสัมภาษณ์นายกเทศมนตรีเอง” อิสราเสนอหัวหน้า
“ทำไมสลับ”หญิงสาวตัวเล็กสวมแว่นคนหนึ่งถาม เธอชื่อแวนด้าเป็นเพื่อนผู้สื่อข่าวปฐมภูมิเหมือนอิสรา
“เราเคยไปสัมภาษณ์เขาครั้งหนึ่งแล้วอีกอย่างท่านเองก็น่าจะต้องติดตามกฎหมายเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นนโยบายเรือธงของพรรคที่ท่านชอบ”
“ก็ดีนะ” แวนด้าพยักหน้าไมตรีบอกว่าไม่มีปัญหา คงมั่นใจว่าเธอแยกแยะอคติส่วนตัวกับเรื่องงานได้หรือไม่ก็เป็นแบบที่ธรณีพูดบ่อย ๆ คนยุคนี้มีทักษะการคิดวิพากษ์ จึงมองออกว่าข่าวไหนขาดความเป็นกลางได้สบายๆ
“ประชาท่านเห็นหัวข้อในกลุ่มแล้วใช่ไหม” ไมตรีเหลียวมาทางผมเขาคงจับอากับกิริยาตื่นตระหนกได้ “เดาว่ายังสินะ งั้นก็ดูตอนนี้เลยก็ได้วันนี้เราจะให้ท่านลองแบ่งงานให้นิกรณ์กับสิริน ทำได้อย่างอิสระเสรี”
ผมรีบล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้ากลุ่มแชตในแอปซัมอินไซด์ ปรากฏว่าหัวหน้าส่งมาห้าทุ่มห้าสิบเมื่อวานนี้เวลานั้นผมกำลังซดเหล้าประชดชีวิตตนเองจึงไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น มีหัวข้อข่าวกว่า20 อันให้เลือกแค่กวาดตาดูยังรู้สึกลายตา มึนก็มึน อ่านถึงด้านล่างก็จำอันบนไม่ได้ประสาอะไรกับการไปสั่งงานคนอื่น
“เอ่อ...ยังไงก็ได้ครับท่านแบ่งให้เลยก็ได้”
“แต่สัปดาห์ก่อนปีใหม่ท่านบ่นว่าได้ทำแต่เรื่องเดิม ๆ ไม่ใช่เหรอ” ไมตรีกระตุ้นความจำผม เขาพูดถูกแต่สถานการณ์ตอนนั้นยังไม่ได้ผ่านเรื่องร้าย ๆ มา แค่อยากลองหาอะไรใหม่ ๆไม่ได้อยากเป็นคนเลือกสักหน่อย ตั้งแต่จำความได้ผมไม่เคยอยากเป็นผู้นำทุกครั้งที่ขึ้นไปพูดบนเวทีเป็นแค่การแสดงความเห็น จูงใจให้ผู้ฟังคล้อยตามไม่ได้ต้องการให้ใครมาศรัทธาในตัวผมมากกว่าเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ ตอนเด็กก็เคยปฏิเสธการเป็นหัวหน้าทีมฟุตบอลแม้แต่การแข่งเล็ก ๆ อย่างชักคะเย่อ ผมก็บอกปัดกลัวทำให้ทุกคนผิดหวังเลยบอกครูไปตรง ๆ ว่าไม่รู้ทำยังไงให้ทีมชนะ
เสียงกริ่งแจ้งเตือนดังขึ้นจากอุปกรณ์ที่หลายคนพกติดตัวอิสราเป็นคนส่งไฟล์อันใหม่เข้าไปในกลุ่ม
“ขออนุญาตเสนอนะค่ะเราลองแบ่งให้ตามนี้ ท่านสามคนลองอ่านดูว่าโอเคไหม” อิสรากราดบอกผู้ที่เกี่ยวข้องนิกรณ์พยักหน้า ส่วนสิรินตอบตกลงผ่านวิดีโอคอล ผมจำต้องคล้อยตามไว้ก่อนทั้งที่ยังอ่านไม่จบดี
“หวังว่าแฟนท่านจะไม่ว่าเราอีกนะ”ไมตรีหันไปบอกเธอ มีเสียงซุบซิบนินทาประปรายเป็นกลุ่มย่อย ทุกคนคงเห็นสถานะที่อัปเดตของอิสราแล้วเว้นแต่หัวหน้าคนเดียว ข่าวน่าจะแพร่สะพัดทั่วบริษัทไม่เกินสามถึงสี่วันนับจากนี้ผมชินกับพฤติกรรมอยากรู้อยากเห็นของพวกเขา มันจะพุ่งสูงขึ้นแค่ชั่วครั้งชั่วคราวสุดท้ายก็จะลดระดับลงมาเอง เฉกเช่นเดียวกับกระแสข่าวต่าง ๆในสังคมที่ไหลเข้าไหลออกตลอดเวลา ผมยังไม่มีโอกาสคุยกับอิสราเมื่อคืนนี้ผมส่งข้อความขอโทษย้ำ ๆ ไปสามสี่ครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ไม่กดอ่านบางทีอาจจะกดปิดกั้นการมองเห็นไปแล้ว
ไมตรีสรุปภารกิจของทุกคนอย่างรวบรัดแล้วกล่าวปิดการประชุม ผมมีความคิดชั่ววูบอยากขอโทษเธอด้วยวาจาอีกครั้งแต่รฐรักษ์ก็ชิงตัดหน้าก้าวถลันเข้ามาหาประกบขนาบข้างเธอเข้าไปในห้องส่วนตัวราวกับว่าเป็นบอดี้การ์ดไม่ทันฟังว่าทั้งคู่พูดคุยหรือตกลงเรื่องอะไรกัน ผมคงต้องตัดใจจริง ๆ
ที่น่าแปลกใจคืออิสราดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจน่าจะมาจากความสามารถในการสะกดอารมณ์ให้แสดงออกปกติ ปราศจากความหุนหันพลันแล่นเธอจัดระเบียบตัวเองได้อย่างน่าทึ่งแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้ดีเยี่ยมในแบบที่ผมชิดซ้ายที่ตัดสินใจมาทำงานในวันนี้แทนที่จะลาพักผ่อน ก็เพราะเป็นห่วงอดีตแฟนสาวอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าเธอยังทำงานได้ กลับกลายเป็นการสร้างภาระให้ตัวเองแทนตลอดทั้งวันผมควบคุมให้มีสมาธิทำงานตลอดรอดฝั่งอย่างยากลำบาก กลายเป็นพึ่งพาสัญชาตญาณมากกว่าสมองแค่สรุปข่าวยังไม่มีกะจิตกะใจทำ ไม่ต้องเอ่ยถึงการเกลี้ยกล่อมใครให้สนใจนโยบายประชาคมโลกไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไกรลพจะหลุดจากตำแหน่งจริงหรือไม่ มิฉะนั้นต้องรออีกสองปีลุงธรณีจึงจะมีโอกาสสมัครในการเลือกตั้งรอบหน้าถึงตอนนั้นผมก็คงโดนจับติดคุกไปเรียบร้อยแล้ว แต่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดบางทีชีวิตในคุกอาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ผมประหลาดใจที่ตนเองเริ่มปล่อยวางเรื่องนี้ได้มากขึ้น
{ เสียงกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บดังขึ้นขณะที่ผมบิดตัวไล่ความเมื่อยล้าพอร่างกายเข้าที่ ผมก็หันมาสนใจงานตรงหน้าต่อ
- นายกประสิทธิไปงานประชุมยูเอ็นดีที่สำนักงานใหญ่บนเกาะซิทนาลตา (Sitnalta) เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริม ‘สิทธิพืช’ ส่วนที่เป็นประเด็นร้อนคือข้อเสนอการแบนหุ่นยนต์ยิงเลเซอร์กำจัดวัชพืช (AWTD) ซึ่งจะใช้เอไอสแกนพืชในไร่แล้วใช้แสงเลเซอร์เผาวัชพืชโดยไม่ทำอันตรายต่อพืชข้างเคียง และไม่มีสารเคมีตกค้าง
“แม่ง! โคตรงี่เง่า ไร้สาระสุด ๆ” ผมอ่านข่าวอย่างหงุดหงิดแย่ยิ่งกว่าองค์กรพิทักษ์สัตว์[1]เมื่อ70 ปีก่อนหลายเท่า ยิ่งตอนมีตัวแทนจากประเทศหนึ่งบอกว่าพืชก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนเราสิ่งที่ควรทำคือทำดินให้สะอาดไม่ปนเปื้อนเมล็ดวัชพืชตั้งแต่แรกถึงไม่สบอารมณ์แค่ไหนก็ต้องเอามาสรุปอยู่ดี อีกข่าวหนึ่งก็แย่ไม่แพ้กัน
- กัลปาวสาน สส. บัญชีรายชื่อพรรคนกเงือกเสนอในที่ประชุมรัฐสภาให้ยื่นข้อเสนอนำพระราชกฤษฎีกา ‘ชมรมนักการเมือง’ กลับมาใช้เขากล่าวว่าในอดีตเคยมีชมรมลักษณะนี้ โดยจุดประสงค์เพื่อสร้างความผูกพันของนักการเมืองจัดกิจกรรมนอกเวลางาน เพื่อให้พูดคุยกันง่ายขึ้นแต่ต้องถูกยกเลิกไปเพราะโดนโจมตีว่าส่งเสริมระบบอุปถัมภ์แล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณรัฐ กัลปาวสานจึงเสนอให้แบ่งงบส่วนของสวัสดิการ สส.ไปใช้แทนแล้วกำหนดให้มีการถ่ายทอดสดเปิดเผยกิจกรรมที่นักการเมืองทำร่วมกันในห้องให้ประชาชนได้รับรู้ด้วยเขากล่าวปิดท้ายว่า เรายินดีให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใสแต่เราจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักการเมืองทุกคนโดยไม่แบ่งแยกเพื่อให้การทำงานราบรื่นขึ้น
“ผ่านได้ไงวะ”ผมบ่นให้ตัวเองฟังพอเข้าใจหลักการว่ามนุษย์ต้องอาศัยมิตรภาพที่ดีจึงจะทำงานราบรื่นแต่มันก็ไม่ควรสลักสำคัญอะไรขนาดนั้นรึเปล่ามีเรื่องปัญหาระดับชาติอีกหลายเรื่องให้ถกเถียงกันในสภามากกว่าเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ราวกับว่าทุกคนว่างจนไม่มีอะไรคุยกัน ไม่น่าเชื่อว่า สส.เกินครึ่งจะยกมือโหวตให้ผ่าน จากนี้ก็ต้องยื่นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกทีผมหวังว่าฝ่ายบริหารจะไม่คล้อยตามเรื่องไร้แก่นสารนี้ }
ตอนส่งงานไมตรีช่วงเย็นเขาก็ตำหนิว่ามีจุดผิดพลาดเพิ่มขึ้น เรียบเรียงเนื้อหาได้วกวนบางจุดก็เผลอเขียนประโยคซ้ำสองรอบ ผมน้อมรับความผิดพลาดทุกอย่าง
“พรุ่งนี้กับมะรืนนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่แล้วกัน อย่าลืมนะว่าการประเมินผลงานเพื่อจ้างงานปีต่อไปไม่ได้มาจากเราคนเดียวบรรณาธิการคนอื่นอาจไม่เห็นด้วยกับการใช้เรื่องส่วนตัวเป็นข้ออ้างทำงานพลาด”ไมตรีพูดตักเตือน โชคดีที่เขารู้ข่าวผมกับอิสราแล้ว จึงพอเข้าใจสถานการณ์ชายผู้นี้เป็นคนที่อารมณ์ผันผวน คาดเดาอะไรไม่ค่อยได้บางช่วงก็มาดเข้มสุขุมเป็นผู้นำ บางเวลาก็สนุกสนานเฮฮา ปล่อยมุกเป็นว่าเล่นคงต้องอ่านใจจึงจะรู้นิสัยที่แท้จริงอย่างไรก็ตามผมซึ้งใจในความเห็นอกเห็นใจของเขา
ผมกล่าวขอบคุณ แล้วกลับมาเก็บของเตรียมตัวกลับ แต่ก็อดใจแวบไปดูห้องตรงข้ามไม่ได้แน่นอนว่าอิสราปรับกระจกที่กั้นระหว่างห้องทำงานเราเป็นทึบแสงไปแล้วผมจึงต้องเดินอ้อมไปเกือบถึงอีกฝั่ง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
“เอาคืนไปเถอะ เราไม่เอา”เสียงหญิงสาวเอ่ย
“เราตั้งใจซื้อให้ท่านจริง ๆ นะช่วงนี้เขาฮิตกันจะตายในโลกโซเชียล ท่านไม่อยากได้เหรอ”เสียงทุ้มต่ำของชายผู้หนึ่งพูดรบเร้าอีกฝ่าย
“เราขอบคุณน้ำใจของท่านแต่เรารับไว้ไม่ได้”
“หรือว่าท่านยังฝังใจเรื่องที่เราเป็นโพลีกามีอยู่เหรอ”
“ท่านไม่ผิดอะไรท่านเป็นตัวของตัวเองดีแล้ว รัฐบาลเมื่อ 20 ปีก่อน ยังเคยให้เงินอัดฉีดคนที่เป็นโพลีกามีเลยแม้ว่าสุดท้ายจะแก้ปัญหาคนเกิดน้อยไม่ได้มากก็เถอะ”
ผมโผล่จากมุมอับเพื่อแอบดูเพียงเสี้ยววินาทีอิสรากำลังคุยกับสหาย มีกล่องใบหนึ่งในมือชายผู้นั้น กำลังถูกหยิบยื่นให้หญิงสาวเป็นเหมือนหีบสมบัติโจรสลัดที่มีขนาดเท่าลูกแตงโม ผมเคยเห็นโฆษณาผ่าน ๆ ในอินเทอร์เน็ตและตามท้องถนน มันคือกล่องสุ่มแบบหนึ่งที่ตั้งชื่อยี่ห้อตรง ๆ ว่ากล่องเซอร์ไพรส์(Surprise box) มีตั้งแต่กล่องเล็กเท่าลูกแอปเปิลไปจนใหญ่เท่าตู้เย็น ของขวัญข้างในก็มีมูลค่ามากน้อยตามขนาดสามารถตั้งวันเวลาเปิดล่วงหน้าได้ หรือบางรุ่นที่เป็นลิมิติดอิดิชันจะเปิดเฉพาะช่วงเทศกาลที่กำหนดอย่างเช่นวันขึ้นปีใหม่หรือวันสิ่งแวดล้อมโลก รูปแบบที่พิเศษกึ่งพิสดารคือผู้ให้ก็ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร เพราะจะสั่งแบบคัสตอมไมซ์[2] โดยบอกข้อมูลให้ผู้ขายกว้าง ๆ เช่นชอบของแนวไหน ของแบบไหนที่ไม่เอาเพราะอาจซ้ำซ้อน ในโฆษณาอ้างสถิติว่าถูกใจคนรับถึง80% และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีผมไม่เคยลองถามไอรินให้ประมวลผลมาเทียบว่าข้อมูลถูกต้องแค่ไหน
“เราขอบอกตรง ๆนะ...ท่านเลิกตั้งความหวังกับเราเถอะ” เสียงอิสราบอก ฟังดูเย็นชา
ผมแอบมองอีกครั้งเห็นอิสราจ้ำพรวดออกไป สหายสะบัดหน้ามาทางนี้ด้วยท่าทางหงุดหงิดผมจึงรีบหลบหน้าอย่างฉับพลัน แล้วเผ่นโผนจากตำแหน่งนั้นไปโดยไม่ให้ผิดสังเกต
สหายเลือกที่จะแสดงออกอย่างเปิดเผยทุ่มเทด้วยวัตถุราคาแพงตามสมัยนิยม ผิดกับผมที่ทำได้แค่ส่งข้อความโง่ ๆ ไปขอโทษซ้ำๆ แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่มีใครสมหวังในละครไทยหลายเรื่องพระเอกจะเอาชนะพระรองแย่งชิงนางเอกมาได้แต่เรื่องนี้ดันหักมุมที่ไม่มีใครทำสำเร็จถ้าเรื่องราวของผมเป็นนิยายก็ไม่รู้ว่าใครรับบทเป็นพระเอกหรือพระรองอยู่ดีตามทฤษฎีพระรองมักจะเป็นคนเพียบพร้อม ในขณะที่พระเอกมีความบกพร่องเพราะปมปัญหาบางอย่างแต่ทั้งสหายและผมไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรีทั้งคู่
--------------------
[1]People for the Ethical Treatment of Animals หรือPETA (พีต้า)คือ NGO ที่มีจุดประสงค์เพื่อพิทักษ์สิทธิของสัตว์ก่อตั้งขึ้นในปี 1980 มีสำนักงานใหญ่อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา พีต้าถูกวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้งว่าเรียกร้องอย่างสุดโต่งเช่น การแบนเกมโปเกมอน เป็นต้น
[2]Customized หมายถึง ถูกปรับแต่งหรือสั่งทำพิเศษเพื่อให้ตรงตามความต้องการ,รสนิยม,หรือข้อกำหนดเฉพาะของบุคคลหนึ่ง