งานเลี้ยงต้อนรับผู้จัดการใหม่ของศูนย์การค้าดำเนินมาเกือบครึ่งวันก็สิ้นสุดลงไป เหล่าแขกมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดีก็พากันบินกลับกองกำลังของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทำให้บรรยากาศของศูนย์การค้ากลับมาสงบอีกครั้ง
ตัดภาพมายังห้องรับแขกของคฤหาสน์ ในขณะนี้ไป๋ฉีกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ที่บริเวณเบื้องหน้าตอนนี้มีหญิงงามสี่คนกำลังจับจ้องมาที่เขาด้วยแววตาคาดหวัง
"เอ่อ.....ข้าเข้าใจนะขอรับว่าพวกท่านอยากรู้เรื่องของคนๆนั้น แต่ว่าเธอคนนี้เกี่ยวอะไรด้วยอย่างนั้นหรือ"ไป๋ฉีผายมือไปทางเซี่ยอวิ้นเอ่อร์แล้วกล่าวถาม เรื่องแบบนี้เขาอยากจะพูดกับจูหนิงเอ่อร์ เซี่ยหยุนจิง และซงอู่จี้เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นเรื่องในครอบครัวและเขาไม่อยากให้มันเเพร่งพรายออกไป
"ถ้าเช่นนั้นข้าออกไปรอข้างนอกก่อนก็ได้เจ้าค่ะ"เซี่ยอวิ้นเอ่อร์กล่าว ก่อนที่จะลุกขึ้นเตรียมเดินออกจากคฤหาสน์ แต่ทว่ากลับถูกเซี่ยหยุนจิงจับมือเอาไว้
"ผู้จัดการไป๋ฉี เธอคนนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ให้เธออยู่ฟังด้วยเถอะ"เซี่ยหยุนจิงกล่าวรับประกัน
ไป๋ฉีมองไปยังหญิงงามก่อนที่จะถอนหายใจออกมา "เห้อ ก็ได้ๆเอาตามที่ท่านว่า"
กล่าวจบชายหนุ่มสั่งการให้หลิงหลิงเปิดภาพโฮโลแกรมของพ่อตัวเองพร้อมกับประวัติโดยคร่าวๆขึ้นมาให้หญิงสาวทั้งสี่คนได้อ่าน
"นี่คือชายที่ท่านตามหาใช่หรือไม่"ไป๋ฉีกล่าวถาม ซงอู่จี้ เซี่ยหยุนจิง และจูหนิงเอ่อร์ต่างมองไปยังภาพของชายที่คุ้นเคยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตะลึงงัน
"จะ จ้าวจักรวาลอมตะไป๋เฉินอย่างนั้นหรือ นี่คือสถานะที่แท้จริงของเจ้าบ้าคนนั้น"เป็นจูหนิงเอ่อร์ที่กล่าวเสียงสั่น พวกเธอรู้อยู่แล้วว่าไป๋เฉินนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้
"พี่หญิงดูนี่สิ ในนี้เขียนไว้ว่าเขามีภรรยาแล้วถึงสี่คนด้วยกัน"เซี่ยหยุนจิงชี้ไปยังข้อความประโยคนั้น หญิงงามทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะสนใจ แต่เมื่อเห็นแล้วสายตาของพวกเธอก็เริ่มเศร้าหมองในทันที หรือผู้ชายคนนี้จะลืมพวกเธอไปแล้วจริงๆ
มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของหญิงงาม ไป๋ฉีก็พลันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย "ข้ารู้ว่าพวกท่านกำลังคิดอะไร แต่ข้าสามารถบอกได้ว่ามันไม่ได้เป็นเหมือนที่พวกท่านคิดกัน"
"จ้าวจักรวาลไป๋เฉินไม่ได้ลืมพวกท่าน เขาเพียงแค่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาก็เท่านั้น"
"แล้วท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน?"ซงอู่จี้กล่าวถามด้วยความสงสัย
ไป๋ฉียิ้มแล้วตอบไปตามตรง"ก็ข้าเป็นลูกชายของจ้าวจักรวาลอมตะไป๋เฉินนี่ขอรับ เรื่องของพ่อตัวเองข้าย่อมต้องรู้เป็นธรรมดา "
ได้ยินคำพูดนี้ของไป๋ฉี สามสาวก็พากันดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกครา
"จะ เจ้าคือลูกชายของไป๋เฉินอย่างนั้นหรือ!" พวกเธอถามย้ำ แม้ว่าในใจจะเชื่อชายหนุ่มไปแล้วก็ตามที
"ใช่ขอรับ ข้าคือลูกชายคนโตของท่านพ่อ และข้ามาที่นี่ก็เพราะได้รับภารกิจจากพวกท่านแม่กับท่านย่าให้พาพวกท่านกลับไป"ไป๋ฉีตอบกลับไปตามตรงโดยไม่คิดปิดบัง
"พาพวกข้ากลับไปอย่างนั้นหรือ ไปไหนกัน?"จูหนิงเอ่อร์กล่าวถาม
ไป๋ฉีตอบเพียงสั้นๆ "แน่นอนว่าต้องกลับตระกูลไป๋"
สีหน้าของหญิงสาวทั้งสามคนกลับกลายเป็นกังวลขึ้นมาในทันใด "แต่พวกเราเป็นแค่นักรบแห่งดวงดาว อีกทั้งไม่ได้มีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่......"
"เห้อ พวกท่านนี่ชอบคิดอะไรให้มากมาย ข้าจะบอกอะไรให้นะขอรับ ในตอนที่ท่านแม่ของข้ากลับไปที่ตระกูลไป๋ พวกเธอไม่ได้มีพื้นฐานในการฝึกฝนด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภูมิหลังพวกเรานั้นย้ำแย่กว่าพวกท่านเป็นอย่างมาก ดวงดาวที่ข้าเกิดมีคนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับจ้าวพิภพเท่านั้น แต่พวกท่านย่าและคนอื่นๆในตระกูลก็ยังปฏิบัติกับพวกเราเป็นอย่างดี"ยังไม่ทันที่หญิงงามจะพูดจบ ไป๋ฉีกล่าวขัดและอธิบายเสียยืดยาว
ทางด้านหญิงสาวที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างเซี่ยอวิ้นเอ่อร์อยู่ดีๆก็จับมือของเซี่ยหยุนจิงเอาไว้แน่นราวกับกลัวจะหลุดหาย
"เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว พวกท่านอยากจะไปที่ตระกูลไป๋หรือไม่"ไป๋ฉีเอ่ยปากถามไถ่
จูหนิงเอ่อร์ ซงอู่จี้ และเซี่ยหยุนจิงก็พลันครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นพวกเธอก็พยักหน้าให้กันแล้วหันมาทางไป๋ฉี "พวกเรายินดีไปกับเจ้าแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะที่ตำหนักอัคคี ตำหนักลมหิมะ และตำหนักพิพากษา ยังมีเรื่องให้พวกเราทำอีกมาก"
ได้ยินคำตอบจากเหล่าหญิงงาม ไป๋ฉีก็พลันยิ้มร่าพร้อมกับพยักหน้าตอบรับโดยฉับไว "ได้เลยขอรับ เพราะตัวข้าเองก็ต้องฝึกงานที่นี่สามปีเช่นเดียวกัน"
"เอ่อ.......แต่ว่าข้าอยากจะขออะไรท่านสักหนึ่งอย่างได้หรือไม่?" ได้ยินคำถามของชายหนุ่ม ทั้งสามคนก็พยักหน้าโดยไม่ลังเลใจ
"พวกท่านจะว่าอะไรหรือไม่ หาก ขะ....ข้าอยากเรียกพวกท่านวะ....ว่า.....ท่านแม่"ไป๋ฉีกล่าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเขินอาย
จูหนิงเอ่อร์ เซี่ยหยุนจิง และซงอู่จี้ยกมือขึ้นป้องปากของตัวเองในทันใด ดวงตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยความรู้สึกอันหลากหลายยิ่ง "เจ้ายินดีจะเรียกพวกเราว่า 'แม่' จริงๆหรือ?"
สิ้นสุดคำถามนี้ไป๋ฉีก็พยักหน้าตอบรับโดยฉับไว "พวกท่านนับเป็นภรรยาของท่านพ่อก็ย่อมมีศักดิ์เป็นแม่ของข้าไปโดยปริยาย"
หญิงสาวทั้งสามยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ จากนั้นพยักหน้าพร้อมกัน "ได้สิ ได้ ต่อไปเจ้าคือลูกชายของพวกเรา"
"แต่พวกแม่เองก็มีบางอย่างจะบอกเจ้า"กล่าวมาถึงตรงนี้หญิงสาวทั้งสามก็มองไปทางเซี่ยอวิ้นเอ่อร์โดยพร้อมเพรียงกัน ไป๋ฉีที่เห็นแบบนั้นเขาก็เริ่มคาดเดาบางอย่างขึ้นมาในใจ
"เซี่ยอวิ้นเอ่อร์คนนี้นอกจากเป็นลูกศิษย์ของแม่แล้ว เธอยังเป็นลูกสาวของแม่กับพ่อของเจ้าอีกด้วย"เป็นเซี่ยหยุนจิงที่กล่าวขึ้นพร้อมกับลูบเส้นผมสีขาวของลูกสาวด้วยความเอ็นดูจับใจ
"พระเจ้า! แล้วท่านพ่อรู้เรื่องนี้หรือไม่ขอรับ?"ไป๋ฉีดวงตาเบิกกว้างเขากล่าวถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ หญิงงามทั้งสามส่ายหน้าพร้อมกันในทันใด
"พ่อของเจ้าน่ะจากไปก่อนที่แม่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์เสียอีก แล้วเขาจะรู้ได้ออย่างไรกัน"เซี่ยหยุนจิงกล่าวออกมาเช่นนั้น ชายหนุ่นก็พลันเบนหน้าไปหาเซี่ยอวิ้นเอ่อร์ในทันที ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินเข้าไปหา
"ข้าขอเรียกท่านว่า'ท่านพี่'ได้หรือไม่"