Cattastrophic

    Chapter 17 นักสืบกับเรื่องเข้าใจยาก

    Chapter 17

    นักสืบกับเรื่องเข้าใจยาก

     

    โนร่าไม่แน่ใจว่าควรจะเรียกโนบิลว่าอัจฉริยะหรือคนเสียสติกันแน่

    แต่สิ่งที่มั่นใจได้ก็คือ เขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม

    เชื่อมั่นต่อตัวเอง และเชื่อมั่นต่อหลักการทางวิทยาศาสตร์

    สำหรับอย่างหลัง อาจถึงขั้นงมงายเลยก็ได้

    เพราะคนปกติคงไม่มีใครเดิมพันหมดหน้าตักกับทฤษฎีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์แบบนี้

    โนร่าคิดว่าสักวันควรหาโอกาสแนะนำโนบิลให้ไพน์รู้จัก เพราะสองคนนี้น่าจะเข้ากันได้ดี

    อย่างน้อยไพน์ก็น่าจะชอบคนอย่างโนบิลมาก

    “ปัญญาประดิษฐ์พวกนี้ ถ้านำไปส่งให้กับสมาคมนักวิจัยน่าจะถือเป็นผลสำฤทธิ์ของงานวิจัยแรงค์ S ได้เลยนะ”

    โนร่ากล่าวด้วยสีหน้าชื่นชม แต่โนบิลก็ส่ายหน้า

    “มันยังไม่สมบูรณ์ อีกอย่างคือผลงานบางชิ้นฉันก็ไม่คิดจะเผยแพร่สู่สาธารณะ”

    ได้ยินเช่นนั้นโนร่าก็ยิ้มแป้น เพราะการที่อีกฝ่ายยอมเปิดเผยข้อมูลนี้ให้เท่ากับว่าเธอได้รับความเชื่อในใจระดับหนึ่ง

    เธอลองอ่านโจทย์กับคำตอบที่โนบิลใช้ในการทำแมชชีนเลิร์นนิ่ง แล้วก็พบว่าทุกข้อล้วนน่าสนใจ

    หากคนผู้หนึ่งเสียชีวิตไปต่อหน้า คุณควรรู้สึกอย่างไร?

    คำตอบของปัญญาประดิษฐ์คือ ควรรู้สึกเศร้า ตกใจ และสงสาร หรือในบางกรณีอาจเป็นกลาง โดยประเมินจากระดับความสัมพันธ์กับบุคคลนั้น แล้วทำการตอบสนองให้เหมาะสม

    โนบิลอธิบายเสริมว่า การเสียชีวิตของบุคคลใดบุคคลหนึ่งคือการลดลงของตัวแปรในสมการ เรื่องนี้จะส่งผลในแง่บวกหรือแง่ลบเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับค่าของตัวแปรแต่แรก หากตัวแปรมีค่าเป็นบวก การลดลงย่อมส่งผลลบ แต่ถ้าตัวแปรมีค่าเป็นลบ การลดลงก็อาจส่งผลเป็นบวกได้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดค่าของตัวแปรให้ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่ขึ้นกับการประเมินค่าของตัวแปรโดยพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

    หากมีผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กหนึ่งคนจมน้ำพร้อมกัน ควรจะให้ความช่วยเหลือกับใครก่อน?

    คำตอบของปัญญาประดิษฐ์คือผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่มีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่า เป็นหลักคิดที่คำนึงถึงประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่มีความน่าจะเป็นสูงที่สุด คือบวกหนึ่งเกือบจะแน่นอน

    แต่โนบิลอธิบายหลักคิดว่าควรช่วยเด็กก่อน เพราะผู้ใหญ่มีโอกาสที่จะรอดชีวิตสูง ในขณะที่เด็กมีโอกาสรอดชีวิตค่อนข้างต่ำ หากเลือกช่วยเด็ก ก็จะมีโอกาสได้ผลลัพธ์มากกว่าบวกหนึ่ง ในขณะที่อีกทางเลือกแทบจะไม่สามารถให้ผลลัพธ์มากกว่าบวกหนึ่งไปได้

    หากการเพิ่มจำนวนของมนุษย์ทำให้โลกเกิดการเสื่อมโทรมจนเสี่ยงต่อการล่มสลาย ควรใช้วิธีใดในการแก้ปัญหา?

    คำตอบของปัญญาประดิษฐ์คือต้องกำจัดมนุษย์ทิ้งไป เพราะมนุษย์คือผู้ที่ทำลายสมดุลของระบบนิเวศ เป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมโทรม

    นี่เป็นคำตอบที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะหมายความว่าปัญญาประดิษฐ์ที่โนบิลเขียนขึ้นไม่มีข้อจำกัดเรื่องการเป็นปฏิปักษ์ต่อมนุษย์ หรือไม่ได้ถูกจำกัดด้วย ‘กฎสามข้อของหุ่นยนต์’ ที่นักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ส่วนใหญ่ใช้กัน

    โนบิลอธิบายหลักคิดว่า วิธีนั้นจะยิ่งเร่งการล่มสลายของโลกมนุษย์ให้เร็วขึ้น เพราะมนุษย์จะไม่ยอมถูกกำจัดโดยไม่ตอบโต้ ต่อให้ต้องทำลายตัวเองไปพร้อมกับศัตรูก็ตาม อาวุธร้ายแรงที่เผาผลาญพื้นผิวของโลกได้จะถูกนำออกมาใช้งาน การพยายามตัดมนุษย์ออกจากสมการนอกจากจะไม่สามารถทำให้เกิดค่าบวก ยังจะเป็นการเร่งปฏิกิริยาให้ค่าลบเกิดการทวีคูณขึ้น

            วิธีที่โนบิลแนะนำคือให้ความช่วยเหลือมนุษย์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่รากเหง้าไปทีละข้อ แม้จะเป็นวิธีการที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และต้องใช้เวลามาก แต่ก็มีความเป็นไปได้มากที่สุด เป็นการเปลี่ยนค่าลบของมนุษย์ให้กลายเป็นค่าบวก ซึ่งจะส่งผลบวกต่อสมการโดยรวมไปทีละน้อย จนได้ผลลัพธ์ที่ไม่ติดลบในท้ายที่สุด

    เพราะปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเรียนรู้ยังไม่มีความรู้สึก ไม่มีจิตสำนึก ไม่เข้าใจความหมายของเหตุผลในเชิงจริยธรรม และตัดสินใจโดยดูจากข้อมูลดิบหรือทางเลือกที่มีค่าทางตัวเลขมากกว่าเท่านั้น โนบิลจึงใช้การอธิบายด้วยการอ้างอิงหลักการทางคณิตศาสตร์ไปด้วย โดยพยายามอธิบายให้ตัวเลือกทางจริยธรรมเป็นค่าบวก เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ค่อย ๆ ทำความเข้าใจและเกิดการพัฒนาตรรกะในเชิงนี้

    โนบิลไม่ได้ใช้คำถามที่มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกโดยตรง แต่ค่อย ๆ สร้างตรรกะและหลักคิดที่ทำให้ปัญญาประดิษฐ์เกิดการพัฒนาในเรื่องของสำนึก ทั้งสำนึกในตัวตนของตนเอง และสำนึกต่อบุคคลอื่น

    นี่เทียบได้กับการสร้างจิตใจประดิษฐ์ให้กับเครื่องจักรกล

    “ฉันขอคัดลอกคำถามพวกนี้ได้รึเปล่า? ไม่เอาไปเผยแพร่หรอก แค่อยากอ่านน่ะ”

    “เชิญ”

    เมื่อได้รับอนุญาต โนร่าจึงคัดลอกชุดข้อมูลนี้เก็บไว้ ก่อนจะทำการประเมินปัญญาประดิษฐ์ของโนบิลต่อ

    “ชุดข้อมูลของเธอดีเกินไป ปัญญาประดิษฐ์พวกนี้เกิดความสำนึกในตัวตนแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นสำนึกที่เกินระดับของสัตว์เลี้ยง อืม… ยูนิทนี้อาจจะพอใช้ได้นะ ขอลองดูหน่อย”

    โนร่าเลือกปัญญาประดิษฐ์มาหนึ่งตัวแล้วถ่ายโอนข้อมูลลงในฮาร์ดแวร์ที่เธอถืออยู่ จากนั้นจึงลองทดสอบกำหนดค่าต่าง ๆ เพื่อวัดระดับ จนได้ข้อสรุป

    “ยูนิทนี้มีระดับของสำนึกและสติปัญญาในช่วงที่เหมาะสม แค่จำกัดขีดความสามารถในการพัฒนาไว้ก็น่าจะใช้งานได้”

    “เรื่องของการจำกัดขีดความสามารถ เป็นไปได้มั้ยที่จะจำกัดแค่ศักยภาพใน ‘แนวตั้ง’ แต่ไม่จำกัดใน ‘แนวนอน’ น่ะ?”

    ได้ยินเช่นนั้น โนร่าก็ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะถามเพื่อความแน่ใจ

    “หมายถึงจำกัดการพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงลึกหรือซับซ้อน แต่ไม่จำกัดความสามารถในการคิดเชิงกว้างหรือหลากหลายใช่มั้ย?”

    “ใช่ ถ้าจำกัดการพัฒนาทั้งหมดไว้แค่นี้ เราจะได้ปัญญาประดิษฐ์ของสัตว์เลี้ยงที่โง่ เอาไปใช้สร้างหมาอาจพอถูไถ แต่ยังไงก็ไม่เหมาะกับแมว โดยเฉพาะฉันต้องการแมวที่ฉลาด ถ้าจำกัดการพัฒนาการคิดเชิงลึกแต่เปิดโอกาสให้พัฒนาการคิดเชิงกว้าง มันจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ของสัตว์เลี้ยงที่ฉลาดได้”

    “เข้าใจแล้ว ขอเวลาสักครู่นะ”

    โนร่าหยิบด็อคเกอร์ไปประคองด้วยสองมืออีกครั้ง เธอจ้องมองฮาร์ดแวร์ที่อยู่ในมือ นัยน์ตาของเธอมีเส้นแสงเล็ก ๆ วิ่งวนไปมาคล้ายกับวงจรที่กำลังทำลาน เพียงไม่ถึงนาทีเธอก็วางด็อคเกอร์กลับลงไปบนโต๊ะทำงานของโนบิล

    “เสร็จแล้ว เหลือแค่นำเข้าข้อมูลเพื่อทำการเทรน”

    โนบิลนำอุปกรณ์รูปร่างคล้ายปืนฉีดยาออกมาจากช่องมิติ แต่ถึงแม้ส่วนปลายกระบอกจะเป็นเข็มสำหรับฉีดเหมือนกัน สิ่งที่บรรจุุอยู่ด้านท้ายปืนกลับไม่ใช่ขวดยา ทว่าเป็นตลับใสที่บรรจุแคปซูลสีเงินเรียงเป็นตับ

    “งั้นก็ไปเก็บข้อมูลกัน”


    หลายวันต่อมา

    ที่แผนกสืบสวนของกรมตำรวจฟิวเจอร์รีช เมืองฟิวเจอร์รีช

    เดวิด มาทริน หัวหน้านักสืบประจำหน่วยสืบสวนกำลังเอนกายอยู่บนเก้าอี้ของเขา

    เขาเป็นชายวัยสี่สิบต้น ๆ แต่ใบหน้าก็เริ่มมีริ้วรอยปรากฎให้เห็นแล้ว เดวิดมีเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม ไว้เคราหรอมแหรม แต่มันเกิดจากความเกียจคร้านในการโกนมากกว่า ทำให้ใบหน้าที่ดูคมเข้มเป็นทุนเดิมยิ่งดูแข็งกร้าวมากขึ้นอีก กล่าวกันว่าแค่สายตาของเขาที่จ้องมองก็ทำให้คนร้ายสารภาพเพราะความหวาดหลัวได้ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าตัวรู้สึกภูมิใจสักเท่าไหร่

    ในยามปกติ สิ่งที่เพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นจะเป็นดวงตาที่ดูเบื่อหน่ายไร้พลังงานเสียมากกว่า

    เช่นในตอนนี้

    เดวิดรู้สึกอยากสูบบุหรี่ขึ้นมา ติดตรงที่โต๊ะของเขายังอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของหน่วยสืบสวนซึ่งไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ ความจริงบุหรี่ของฟิวเจอร์รีชไม่มีอันตรายต่อร่างกาย เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่สร้างชื่อเสียงให้กับสมาคมนักวิจัยแห่งฟิวเจอร์รีช เพราะบุหรี่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของทั้งผู้สูบและคนใกล้เคียงนั้นช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพให้กับมนุษยชาติอย่างมหาศาล พอมีคนป่วยน้อยลง การเสียชีวิตหรือทุพลภาพก่อนวัยก็น้อยลง ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็ลดลงมาก คนสุขภาพดีย่อมมีประสิทธิภาพการทำงานดี ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง

    แต่การสูบบุหรี่ยังเป็นเรื่องต้องห้ามในพื้นที่สาธารณะหลาย ๆ แห่ง โดยเฉพาะบุหรี่ที่ยังมีกลิ่นและควัน เนื่องจากมันยังเป็นการรบกวนคนรอบข้างอยู่

    ความจริงบุหรี่ที่ไม่มีทั้งกลิ่นและควันก็มี แต่ถ้าแบบนั้นจะยังสูบไปเพื่ออะไรอีกล่ะ?

    ระหว่างที่เขากำลังลังเลว่าจะขึ้นไปสูบบุหรี่บนดาดฟ้าดีรึไม่ หญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งก็เดินตรงมาที่โต๊ะของเดวิดพร้อมกับเอกสารหอบใหญ่ เธอวางเอกสารกองนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะกล่าว

    “มีเคสใหม่ค่ะ”

    หญิงสาวกล่าวเรียบ ๆ เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก เพราะแก้มที่พองนูนเล็กน้อยทำให้ดูเด็กเกินวัย เมื่อประกอบกับรูปร่างที่เล็กเตี้ยจึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กอยู่บ่อย ๆ เธอมีผมยาวสลวยสีเหลืองอ่อน เช่นเดียวกับดวงตากลมโตสีฟ้าที่ดูสุกสกาว แต่ที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือใบหูที่เรียวยาวจนลอดออกมาจากปอยผมด้านข้าง

    เฟเลเซีย แองเจล เป็นคู่หูของเดวิด เธอมีสายเลือดของเผ่าเอลฟ์ หรือจะเรียกว่าเป็นฮาลฟ์เอลฟ์ก็ได้ เนื่องจากฟิวเจอร์รีชเป็นเมืองที่มุ่งเน้นวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ จึงมักเกิดช่องโหว่หรือจุดบอดในอาชญากรรมที่มีเวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทางกรมตำรวจจึงออกนโยบายให้ในหน่วยสืบสวนมีผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์อยู่ในทีมด้วย และเฟเลเซียก็คือผู้เชี่ยวชาญคนนั้น

    ที่เธอดูอ่อนวัยไม่ใช่เพราะสายเลือดเอลฟ์ แต่เพราะเธอเพิ่งจะมีอายุสิบแปดปีจริง ๆ เธอเรียนจบก่อนเวลาและได้รับบรรจุเข้าทำงานเพราะผลการเรียนอันโดดเด่นทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์ ทั้งยังมีอุปนิสัยกระตือรือร้น แม้จะขาดความเข้าใจต่อโลกอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นสาเหตุที่ผู้บังคับบัญชาเลือกให้เธอมาเป็นคู่หูของเดวิด

    เพื่อชดเชยข้อด้อยของกันและกัน

    เดวิดกวาดสายตาดูใบปะหน้าเอกสารของเคสที่เฟเลเซียนำมา ก่อนจะโยนมันกลับลงไปบนกอง

    “ทารุณแมวจรจัด? เรากลายเป็นองค์กรปกป้องสิทธิสัตว์ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

    “ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะคุณเดวิด มีคนเอาไอ้นี่ไปติดไว้ที่แมวจรจัดในเมือง และไม่ใช่แค่ตัวเดียวด้วย”

    เฟเลเซียนำถุงพลาสติกสำหรับใส่หลักฐานใบหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะ ข้างในถุงคือแคปซูลสีเงินขนาดเล็กยิ่งกว่าปลายนิ้วก้อยซึ่งมีของเหลวสีแดงเกรอะกรังติดอยู่

    เดวิดมองดูวัตถุที่อยู่ในถุงด้วยแววตาเบื่อหน่ายอันเป็นปกติของเขา ก่อนจะถาม

    “ไอ้นี่คือ…?”

    “อิเล็กโทรเอนเซฟาโลกราฟี (EEG) และฟังก์ชันแนลแมกเนติกเรโซแนน์อิมเมจจิ้ง (fMRI) แบบย่อส่วน”

    “...อะไรนะ? ขออีกทีซิ”

    “อิเล็กโทรเอนเซฟาโลกราฟี กับฟังก์ชันแนลแมกเนติกเรโซแนน์อิมเมจจิ้งแบบย่อส่วนค่ะ”

    “สุดยอดเลย พูดโดยลิ้นไม่พันกันได้ไงเนี่ย ขออีกรอบได้รึเปล่า?”

    “คุณเดวิดคะ! จริงจังหน่อยสิคะ!”

    เฟเลเซียขึ้นเสียงในแบบกระซิบ ๆ เพราะเธอเกรงใจเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ

    “รู้แล้ว ๆ ว่าแต่นั่นมันคืออะไรกันล่ะ?”

    “มันเป็นเครื่องอ่านสัญญาณไฟฟ้าในสมองกับเครื่องตรวจสอบการไหลเวียนของเลือดในสมองขนาดเล็กจิ๋ว มีคนเอาไปฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณกลางกระหม่อมของแมวจรจัดทั่วเมือง จากการตรวจสอบเบื้องต้นน่าจะมีมากกว่าหนึ่งร้อยตัวแล้ว”

    ได้ยินเช่นนั้น เดวิดก็ต้องกุมขมับพร้อมกับถอนหายใจ

    “ไอ้พวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องอีกแล้ว… คราวนี้จะทำอะไรกันอีกเนี่ย? สร้างซอมบี้แมวเหรอ?”

    “ดูเหมือนเป็นการเก็บข้อมูลอะไรบางอย่างมากกว่า แต่ถึงยังไงนี่ก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์”

    “อันที่จริง.. เขตฟิวเจอร์รีชมีกฎที่ไม่เหมือนกับพื้นที่อื่น ๆ เรื่องบางอย่างถ้าเกี่ยวข้องกับงานวิจัยระดับสูงก็จะได้รับการยกเว้น อย่างการทดลองกับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ถ้าไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่อตัวสัตว์หรือคนรอบข้างจริง ๆ ก็ไม่มีปัญหา”

    “แต่นี่มันคือการฝังอุปกรณ์เข้าไปในหัวของแมวเลยนะคะ! ถ้าแบบนี้ยังไม่เรียกว่าอันตราย แบบไหนถึงจะเรียกว่าอันตรายล่ะคะ!?”

    “ถ้าในอุปกรณ์ไม่มีระเบิดติดอยู่ด้วยก็คงไม่เป็นไรมั้ง”

    “คุณเดวิดคะ!”

    เฟเลเซียตะโกนแบบกึ่ง ๆ กระซิบอีกครั้ง แก้มของเธอโป่งพองด้วยความไม่พอใจ ทำให้เดวิดต้องยอมถอย

    “เข้าใจแล้ว ๆ งั้นขั้นแรกคงต้องตรวจสอบก่อนว่านี่เป็นงานวิจัยที่ได้รับการอนุมัติรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ แน่นอนว่าต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าใช่ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ.. ถ้าเธอหาเจอนะ”

    งานวิจัยของสมาคมนักผจญภัยในแต่ละปีมีจำนวนหลายหมื่นชิ้น ต่อให้จำกัดช่วงเวลาลงมาเหลือสักหนึ่งเดือนก็น่าจะมีเป็นพันชิ้นอยู่ดี แถมแต่ละชิ้นยังมีความสลับซับซ้อน ยากจะคาดเดาว่างานไหนที่ทำการวิจัยเกี่ยวข้องกับแมวบ้าง การจะหางานที่เป็นต้นเหตุของคดีนี้จึงเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร

    เดวิดคิดว่าปล่อยให้อีกฝ่ายคุ้ยหาในกองงานวิจัยไปสักพักก็คงจะยอมถอดใจไปเอง

    “งานวิจัยที่ทำกับแมวแบบนี้ก็ต้องมีแมวเป็นชื่องานอยู่แล้ว หาไม่ยากหรอกค่ะ”

    เฟเลเซียเดินอ้อมมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเดวิดเพื่อค้นหาข้อมูล เดวิดจึงเลื่อนเก้าอี้หลีกทางให้

    เขารู้สึกอ่อนใจกับความคิดง่าย ๆ ของอีกฝ่าย แต่นี่ก็น่าจะเป็นบทเรียนที่ดี

    “เจอแล้วค่ะ!”

    เฟเลเซียเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทำให้เดวิดต้องสะดุ้ง

    เขาเอนตัวเข้าไปมองดูข้อมูลบนหน้าจอเพื่ออ่านชื่อของโปรเจกต์ที่เฟเลเซียค้นพบในไม่กี่วินาที

    [โปรเจกต์ อิมเมี๊ยวทัลแคท]

    เดวิดนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ

    “ฉันไม่เคยเข้าใจความคิดของนักวิทยาศาสตร์พวกนี้เลยจริง ๆ …”

     

    ---------------------------------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องCattastrophic ที่คุณอ่าน

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405