บทที่ 132
ความจริงหลายสิ่งหลายอย่างได้ถูกเปิดเผยโดยเกียรติไกร แน่นอนว่ามันทำให้สาวๆทั้ง 5 กับคุณแม่วัยสาวอีก 1 คนเงียบลงไปตามๆกัน สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นพวกเธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นจริง ไอซ์คอยจัดการกับปัญหาที่พวกเธอไม่สามารถทำได้มาโดยตลอด“ไอซ์ปกป้องพวกเรามาโดยตลอดอย่างนั้นสินะ..” ครีมกล่าวออกมาอย่างเศร้าๆ ทั้งๆที่เธอเป็นพี่สาวของเขาแท้ๆ แทนที่เธอต้องเป็นคนปกป้องเขา แต่เขากลับคอยปกป้องเธอมาตลอด“นั่นสินะ ฉันไม่คิดเลยว่าเจ้าไอซ์มันจะทำเรื่องบ้าๆอย่างนั้น..เพื่อฉัน” บิวตี้เป็นอีกคนที่เก็บความรู้สึกไว้ไม่ไหว เธอเริ่มปล่อยโฮออกมาผ่านวิดีโอคอล คนอื่นๆเองก็รู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยซึ้งใจมากสำหรับปังปอน และหลินฟางฟางเท่าที่ควร พวกเธอยังเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติเช่นเดิม ถึงแม้ว่ามันจะน่าเห็นใจพี่สาวทั้งสองมากก็ตาม เกียรติไกรที่เห็นอย่างนั้นเขาก็อยากจะบอกกับพวกเธอนะว่าที่จริงแล้วไอซ์คือคุณเทียนหลงที่ช่วยชีวิตพวกเธอทั้งสองเอาไว้ แต่ด้วยสัญญาเรื่องการปกปิด เขาไม่มีทางเลือก เขาต้องเก็บความลับนี้เอาไว้ก่อน“คือว่า.. เรื่องที่ผมบอกกล่าวไปนี้ ผมหวังว่าพวกคุณจะไม่เอาไปบอกกับคุณไอซ์นะครับ ไม่อย่างนั้นผมก็คงจะเดือดร้อนไม่น้อยเช่นกัน” เกียรติไกรพยายามกล่าวขอร้องพวกเธอๆทั้งหลายให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ครีมที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมาทางเกียรติไกรด้วยสีหน้าจริงจัง“ฉันก็อยากจะให้มันเป็นแบบนั้นค่ะ..แต่ความลับนี้มันก็ไม่ใช่เพื่อคุณเกียรติไกรทั้งหมดหรอกนะคะ” ครีมกล่าวออกมาเช่นนั้น มันสร้างความตกใจให้กับเขาไม่น้อย เขาไม่เข้าใจเหตุผลที่คุณครีมกล่าวออกมาเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย“ขอบคุณมากครับ.. แต่ที่ว่าไม่ใช่เพื่อผม มันหมายความว่าอย่างไรเหรอครับ” เกียรติไกรกล่าวถาม“ฉัน..ฉันน่ะ..จะให้ไอซ์มาปกป้องตลอดไม่ได้หรอก ฉันเองก็อยากจะแข็งแกร่งขึ้น ฉันเองก็อยากปกป้องน้องชายของฉันเหมือนกันนะ... คุณเกียรติไกรคะ ช่วยฉันหน่อย..ฉันจะสมัครเป็นฮันเตอร์ ฉันจะต้อง..” ครีมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น บิวตี้ที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็พยักหน้าพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาด้วยเช่นกัน“ฉันเองก็เอาด้วย.. ฉันอยากจะทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์ให้กับไอซ์มันบ้าง” บิวตี้กล่าว เกียรติไกรที่เห็นว่าเรื่องมันดูเหมือนจะบานปลายแล้ว เขาก็รีบห้ามเอาไว้ก่อน“เออ..ผมว่าพวกคุณทั้งสองควรใจเย็นๆกันก่อนนะครับ ผมคิดว่าคงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร มันดูเออ.. มันผิดวัตถุประสงค์ของคุณไอซ์น่ะครับ จากที่ผมคิดล่ะนะ..” เกียรติไกรเหงื่อแตก และกล่าวตามเหตุผล แต่ดูเหมือนว่าเขาจะแพ้อย่างหมดคราบเมื่อภรรยาของเขาก็เอาด้วย“หมายความว่ายังไงกันคะที่รัก.. ในเมื่อคุณเองก็เป็นฮันเตอร์ ทำงานเสี่ยงอันตราย เพื่อนๆของฉันอยากจะเป็นฮันเตอร์บ้างมันผิดตรงไหน.. ไม่รู้ล่ะ ฉันเองก็จะเป็นฮันเตอร์ด้วยอีกคนหนึ่ง..” ปิ่นกล่าวพร้อมกับหน้าตาน่ากลัวมากเลยทีเดียว จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่บ้านของเธอ ไม่ใช่ว่าเธอจำอะไรไม่ได้ แม้จะตงิดใจเรื่องของผู้ก่อการร้ายพวกนั้นมันหายหัวไปไหนหมดก็ตาม แต่ถ้าสิ่งที่สามีของเธอเล่านั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด คนที่จัดการกับพวกนั้นต้องเป็นสามีของเธอแน่นอน และยังจะมีเรื่องที่แผลของเธอหายไปเป็นปลิดทิ้งนั้นอีก จากการสันนิษฐานแล้วมันคงจะเกี่ยวกับไอซ์ น้องชายของครีมเพื่อนของเธออย่างแน่นอน“ใจเย็นก่อนดีไหมครับคุณภรรยา.. พวกคุณก็ด้วยนะครับ เรื่องพวกนี้มันไม่น่าจะเหมาะกับพวกคุณ..เลย” เกียรติไกรกล่าวกับทั้งสามคน เขาเริ่มรู้สึกเสียใจแล้วที่เล่าเรื่องพวกนี้ให้กับสาวๆฟัง“น่าสนุกดีนี่คะ ฟางฟางเอาด้วยคน แต่ว่านะ.. ฟางฟางจะไม่ต่อสู้กับกระต่ายในดันเจี้ยนหรอกนะคะ พวกมันน่ารักมาก” ฟางฟางเองก็ยกมือขึ้นอย่างกับเด็กน้อยเช่นกัน ปังปอนที่เห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย“ปอนเองก็จะสมัครเป็นฮันเตอร์ด้วยนะคะ ปอนก็มีเป้าหมายของปอนเอง อีกอย่างปอนก็อยากจะเป็นพลังให้กับไอซ์เขาด้วย คุณแม่..ไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ” ปังปอนกล่าว“จ้ะ!.. มันเป็นเส้นทางที่ลูกเลือกด้วยตัวเอง แม่จะไปห้ามได้ยังไงกันล่ะ.. ดีจัง ลูกสาวของแม่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ..” แม่กัญญากล่าวพร้อมกับกระโดดเข้ามากอดลูกตัวน้อยของเธออย่างชื่นชม“เพราะฉะนั้น.. คุณเกียรติไกรก็ช่วยให้พวกเราแข็งแกร่งด้วยนะคะ” ครีมกล่าว พร้อมกับทุกคนที่พยักหน้าให้กับเขา ยกเว้นแม่กัญญาที่เธอจะคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลังของทั้ง 5 สาวอีกทีหนึ่ง“..แฮ่ม! ที่รักกกก.. พอดีหูของปิ่นต้องการได้ยินเพียงแค่คำเดียวนะ.. ที่รักกกจะช่วยตอบได้หรือเปล่า” ปิ่นที่เห็นว่าสามีของเธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรสักอย่าง และเพื่อการนั้นเธอต้องกล่าวดักสามีเอาไว้ก่อน ส่วนทางด้านของเกียรติไกรก็ได้กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอไปอย่างทรมาน“ดะ..ดะ..ได้..ครับ” เกียรติไกรกล่าว แล้วเรื่องที่มันเกิดขึ้น เขาจะมีหน้าไปพบกับคุณไอซ์ได้ยังไงกัน เรื่องนี้เขาอาจจะต้องขอตัวช่วยอย่างน้องมี่ น้องสาวผู้น่ารักของเขาช่วยเหลือซะแล้ว หลังจากนั้นพวกสาวๆก็เริ่มสอบสวนเกียรติไกร พวกเธอต้องการรู้ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับดันเจี้ยนในทันที“อืมๆ รอบิวตี้หายดีแล้ว เราค่อยไปสมัครฮันเตอร์กันอีกที.. คุณเกียรติไกรไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ ตราบใดที่คุณเก็บเรื่องของเราเอาไว้เป็นความลับ ความลับของคุณก็จะปลอดภัยด้วยเช่นกัน..” ครีมกล่าว“ทราบแล้วครับ..” เกียรติไกรที่ตอนนี้คุกเข่าไปกับพื้นร้านกาแฟในห้างเฟอร์นิเจอร์ตอบกลับ แม้ว่าเขาจะเขินอาย แต่ถ้าเขาไม่ทำก็เท่ากับตาย ดังนั้นแล้วชีวิตของเขาสำคัญกว่า“ใช่แล้วล่ะที่รัก.. คุณต้องทำตัวเป็นเด็กดี และคอยฝึกฝนพวกเราให้แข็งแกร่งด้วยนะ.. แต่ว่านะ คุณสามี ปิ่นมีเรื่องสงสัยสักเล็กน้อย.. คุณให้อะไรฉันดื่มหรือเปล่า แผลในร่างกายของฉันถึงได้หายไปเป็นปลิดทิ้งอย่างนั้น ไม่ใช่ว่ามันเป็นโพชั่นหรอกนะ..” ปิ่นกล่าวออกมาอย่างน่ากลัว เกียรติไกรไม่คิดเลยว่าภรรยาของเขาจะจำได้ เขาก็ตกใจไม่น้อย และแน่นอนว่าเขาไม่มีทางเลือกก็คงจะต้องบอกออกไปอีกจนได้“เอ๊ะ! ได้รับมาจากไอซ์อย่างนั้นเหรอ.. แบบนั้นก็ดีน่ะสิ บิวตี้จะได้หายจากอาการบาดเจ็บเลยทันที” ครีมที่ได้ยินก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ บิวตี้ที่ได้ยินก็เผลอยิ้มออกมาอย่างชอบใจ เธอเองก็เบื่อที่จะต้องอยู่ในโรงพยาบาลนี้แล้วเช่นกัน เกียรติไกรก็ได้แต่พยักหน้ารับไปเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ ถ้ายัยบิวตี้หายดีแล้ว เราก็จะไปสมัครเป็นฮันเตอร์ได้เลยทันที” ปิ่นกล่าวออกมาพร้อมหันไปมองเกียรติไกรด้วยความกดดัน จากเกียรติไกรผู้เป็นดั่งเสือทำให้ผู้คนในเมืองต้องยอมแพ้ แต่ตอนนี้สภาพของเขาไม่ต่างอะไรจากแมวตัวน้อยๆเลย“ก็เป็นอย่างที่คุณทราบ คุณบิวตี้จะหายจากอาการบาดเจ็บในทันทีถ้าเธอได้ดื่มมัน..” เกียรติไกรกล่าว“ถ้าอย่างนั้นก็เอามาให้ฉันเลยสิคะ.. ฉันเบื่อโรงพยาบาลเต็มทนแล้ว” บิวตี้กล่าวอย่างดีใจ“เออ.. คือว่าที่ผมไม่มีหรอกครับ ครั้งก่อนที่ได้มาคุณไอซ์ให้มาเอาไว้รักษาภรรยาของผมน่ะครับ ถ้าพวกคุณต้องการมัน พวกคุณต้องขอจากเขาเองแล้วล่ะครับ” เกียรติไกรตอบไปตามความจริง“ขอไอซ์อย่างนั้นเหรอ.. ถ้าพวกเราขอกันตรงๆ ความลับของพวกเราอาจจะแตกเอาก็ได้นะ อย่างนี้ไม่ดีแน่” ครีมกล่าว และเริ่มวิเคราะห์ความเป็นไปได้“ถ้าอย่างนั้น ให้ตระกูลหลินเป็นคนซื้อเลยดีไหมคะ.. น่าจะราคาเกือบ 5-6 พันล้านบาทได้” หลินฟางฟางกล่าวราคาของมันออกมาเหมือนกับราคาเพียงแค่บาทสองบาท แม้ว่าทุกคนจะตกใจกับราคาของมัน แต่ทว่าทุกอย่างมันก็เพื่อแผนการอันยิ่งใหญ่ของพวกเธอ“ราคานั้นมันสูงเกินไป เราควรจะหาวิธีที่ได้มาฟรีจากเจ้าตัวเลยจะดีกว่า..” ครีมกล่าวอย่างหนักใจ“คือว่า..ปอนมีความคิดดีๆอยู่นะคะ” จู่ๆปังปอนก็เอ่ยขึ้นมากลางวงสนทนา แน่นอนว่าทุกคนก็สนใจวิธีการนั้น และหลังจากที่ปังปอนเอ่ยแผนการออกมา เกียรติไกรก็แทบอยากจะร้องไห้เลยทีเดียว เพราะเขาถูกตกใช้งานเป็นเบี้ยสำหรับแผนการอีกจนได้“เอาล่ะ.. เรามาเริ่มปฏิบัติการปอกลอกเจ้าไอซ์กันเลยดีกว่า..” ครีมกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้า และ5 สาวต่างก็ยื่นมือมาด้วยเช่นกัน จากนั้นพวกเธอก็ร้อง ‘เย้’ ออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น..