เสียงกรีดร้องขององค์หญิงนากาเรียยังคงดังก้องไปทั่ว ร่างของเธอสั่นไหวราวกับกำลังจะแตกสลาย หัวงูที่เหลืออยู่หายไปหมดแล้ว เธอคุกเข่าลงกับพื้นน้ำตื้นๆ เบื้องหน้าทีมของอาคิระ น้ำตาของเธอไหลพรั่งพรูราวกับทำนบที่พังทลาย
“ข้า…ไม่ได้ตั้งใจ…” เธอเอ่ยเสียงสั่น ดวงตาสีฟ้าของเธอเปล่งประกายเจือด้วยความเสียใจ “ข้าเพียง…อยากได้ความรักกลับคืนมา… แค่นั้นเอง…แค่นั้นเองจริงๆ…”
ยูเอะก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสงสาร “เจ้าหญิง… พวกเราเข้าใจท่านค่ะ…”
“ไม่!” นากาเรียส่ายหน้ารุนแรง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “พวกเจ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก! ข้าเคยเป็นที่รักของทุกคน แต่พวกเขากลับละทิ้งข้า หันไปชื่นชมคนอื่น! ข้าไม่ต้องการอะไรเลยนอกจาก…ข้าแค่อยากให้พวกเขาชื่นชมข้าเหมือนเดิม แม้เขาจะไม่รักข้า…ก็ไม่เป็นไร…แต่อย่าทิ้งข้าไปเลย…” น้ำเสียงเธอขาดห้วงไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด
ยูเอะคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ เอื้อมมือไปจับมือขององค์หญิงเบาๆ “ท่านไม่ได้ผิดทั้งหมดนะคะ… ความรักและความชื่นชมที่ท่านเคยได้รับมันยิ่งใหญ่ แต่เมื่อพวกเขาไม่มอบมันให้…ท่านไม่สมควรแบกรับความเจ็บปวดนี้เพียงลำพังค่ะ”
มิเรลที่ยืนอยู่ไม่ไกลพยักหน้า “แม้ท่านจะทำผิดพลาดไป… แต่การขอโทษและสำนึกผิดคือสิ่งที่มีค่า ท่านสามารถเริ่มต้นใหม่ได้”
ดราโก้ก้าวเข้ามา เอ่ยเสียงหนัก “ใช่… แต่สิ่งที่ท่านทำก็เลวร้ายมาก ท่านควร…” เขาสะดุ้งและหยุดพูดทันทีเมื่อสายตาของทีมที่เหลือจ้องมาที่เขาอย่างไม่พอใจพร้อมกับเกาหัวแก้เก้อ
แต่คำพูดของเขานั้นเหมือนจะจุดไฟในใจของนากาเรียอีกครั้ง เธอลุกขึ้น น้ำตาหยุดไหล แววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและโกรธเกรี้ยวกลับมาอีกครั้ง “พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินข้า!?” เธอตะโกน เสียงของเธอดังก้อง ร่างของเธอแผ่พลังคาออสออกมาอีกครั้ง
กลุ่มควันสีดำพุ่งออกมาจากด้านหลังของเธอ กลายเป็นรูปหัวงูเจ็ดหัวที่ขยับอย่างรวดเร็ว ราวกับมีชีวิต มันเริ่มหมุนวนและดูดน้ำรอบๆ เข้าไป ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง
“เธอกำลังชาร์จพลัง!” อาคิระตะโกน “นี่มันเหมือนอัลติเมตของสิงโตเพลิงที่ดราเคน! ถ้าเธอปล่อยออกมา พวกเราจะไม่มีทางรอดแน่!”
ทีมรีบว่ายหนี ยูเอะและดราโก้เข้าใจสถานการณ์ทันที แต่มิเรลที่ไม่เคยเจอกับพลังแบบนี้ตั้งตัวไม่ทัน เธอพยายามว่ายหนี แต่หัวงูเจ็ดหัวกลับพุ่งเป้าหมายตรงไปที่เธอ
“มิเรล ระวัง!” อาคิระตะโกน ก่อนจะว่ายไปหามิเรลอย่างรวดเร็ว
เสียงของปืนใหญ่น้ำดังก้องอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงจนแผ่นดินใต้ทะเลสั่นสะเทือน ลำแสงน้ำแรงดันสูงพุ่งตรงไปยังมิเรล อาคิระเข้ามาขวางไว้ได้ทัน เขาชักดาบคู่ขึ้น ดาบขาวและดำของเขาส่งพลังออกมาต้านการโจมตี แต่ลำแสงนั้นรุนแรงเกินไป แม้เขาจะเบี่ยงทิศทางได้เล็กน้อย แต่มันก็ยังพุ่งไปทำลายเกาะแอตแลนติโน่ครึ่งหนึ่ง และยังพุ่งต่อไปจนทะลุขึ้นไปบนผืนน้ำอย่างรุนแรง เผยให้เห็นช่องว่างในทะเลราวกับถูกแหวกออกเป็นสองส่วน
ร่างของอาคิระถูกลำแสงกระแทกจนกระเด็น เขาล้มลงกับพื้นด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส ยูเอะรีบว่ายเข้ามาหาพี่ชาย น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม “พี่! พี่อย่าเป็นอะไรนะ!”
อาคิระพยายามยิ้มทั้งที่เจ็บปวด “พี่…ไม่เป็นไร ยูเอะ…” เขาพึมพำพยายามประคองตังเองไว้ไม่ให้หมดสติ
ทีมเตรียมจะโจมตีสวนกลับ แต่ร่างของนากาเรียเริ่มร้าวเป็นเสี่ยงๆ เธอมองไปยังทีมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา “พวกเจ้า…จะให้อภัยข้าได้ไหม?”
ทีมนิ่งอยู่หักหนึ่งขณะที่กำลังตกตะลึงกับภาพที่ทะเลถูกแยกเป็นสองส่วน ก่อนจะมีน้ำเสียงใสๆดังขึ้น ยูเอะพยักหน้า น้ำตายังคงไหล “เราให้อภัยท่านค่ะ ท่านไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้”
มิเรลเดินเข้ามาใกล้ “ท่านมีความผิด แต่ข้ารู้ว่าท่านเสียใจกับมัน ข้ายินดีให้อภัยท่าน”
ดราโก้พูดเสียงอ่อนด้วยความระมัดระวังขณะที่ยังไม่หยุดเกาหัวแก้เก้อ “เอ่อ...เราทุกคน...เคยผิดพลาด…”
นากาเรียมองไปที่อาคิระใกล้จะหมดสติ ดวงตาเธอสั่นไหว “แล้วเขาเล่า… เขาจะให้อภัยข้าได้ไหม…แม้ว่าข้าจะทำร้ายเขาจนเจ็บหนักแบบนี้…”
อาคิระลืมตาอย่างช้าๆ ยิ้มอ่อน “ผมให้อภัยครับ… เพราะไม่มีใครสมควรถูกปล่อยให้จมอยู่ในความมืดมิดเพียงลำพัง”
คำพูดนั้นทำให้นากาเรียหลั่งน้ำตาอีกครั้ง เธอเงยหน้ามองวิญญาณของชาวเมืองที่ค่อยๆปรากฏขึ้นรอบๆ พวกเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้ววิญญาณของเด็กเล็กคนหนึ่งก็ก้าวออกมาพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มสดใส “เรายกโทษให้ท่านค่ะ…”
เมื่อเด็กน้อยพูดจบ วิญญาณอื่นๆ ก็เริ่มพยักหน้า พวกเขากลายเป็นกลุ่มแสงสว่างที่ลอยขึ้นไปเบื้องบน ราวกับหิ่งห้อยที่ลอยล่องไปยังท้องฟ้าใต้ทะเล
ร่างของนากาเรียแตกสลาย เผยให้เห็นร่างดั้งเดิมของเธอ เธอเดินมาหาอาคิระ ละอองแสงรอบตัวเธอรวมตัวกันเป็นทรงกลมที่งดงามเหมือนกาแล็กซี เธอมอบมันให้อาคิระ “นี่คือพรของข้า… เพื่อขอบคุณเจ้าที่มอบความกรุณาให้กับข้า…”
อาคิระรับไว้ แสงนั้นรักษาร่างกายเขาจนหายเป็นปกติ นากาเรียมอบพลังเล็กๆ ให้กับยูเอะ ดราโก้ และมิเรล ก่อนที่ร่างเธอจะกลายเป็นแสงหิ่งห้อยลอยไป พร้อมรอยยิ้มที่สงบสุขที่สุดที่เธอเคยมี…
“ขอบคุณ...ขอบคุณพวกเจ้าที่ปลดปล่อยข้า...ขอบคุณจริงๆ...“