ขณะที่ลู่เต้ากำลังบ่นเรื่องแผนการอันแสนบัดซบของไป๋เสียในใจหงฝูก็เรียกบ่าวรับใช้หนุ่มคนหนึ่ง ร่างนั้นกำยำราวกับเสือหมีเสียงดังกังวานราวกับเสียงระฆัง ยืนตัวตรงดั่งเสาหินผา
"นายน้อย!"เสียงทุ้มต่ำของบ่าวรับใช้ดังขึ้น
หงฝูออกคำสั่งกับบ่าวรับใช้"พาแขกไปพักผ่อนที่เรือนเสาทองค้ำฟ้า อย่าได้แสดงกิริยาอันใดให้เป็นที่ขุ่นเคือง"
"ขอรับ!"บ่าวรับใช้เดินมาหยุดตรงหน้าลู่เต้า "เชิญคุณชายทางนี้ขอรับ"
หงฝูก้มศีรษะให้ลู่เต้าอย่างนอบน้อม"ท่านผู้มีพระคุณ เชิญท่านพักผ่อนก่อนข้าจะให้คนไปแจ้งเมื่อจัดเตรียมงานเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว"
หงฝูกล่าวจบก็พาหงฮวาออกไป
บานประตูเรือนเสาทองค้ำฟ้าถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบาลู่เต้าถึงได้เห็นว่าภายในเรือนล้วนตกแต่งด้วยทองอร่าม ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้วัตถุโบราณ และผลงานของช่างฝีมือชื่อดังที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ล้วนงดงาม
เครื่องเรือนทุกชิ้นทำจากไม้และหินชั้นดีเช่น โต๊ะทำงานลายมังกรที่แกะสลักจากไม้จินฮว่า [1] ซึ่งเป็นไม้เนื้อดีที่ราไม่ขึ้นปลวกไม่กิน พบได้เฉพาะในแคว้นทักษิณชาด รวมถึงเตาขนาดใหญ่ที่ทำจากโลหะจากแดนเหมันต์
เพราะมีเตาขนาดใหญ่นี้อยู่ภายในเรือนถึงได้เย็นสบายแม้ในค่ำคืนอันร้อนอบอ้าวเช่นนี้
"แดนเหมันต์งั้นหรือ..."ไป๋เสียพึมพำราวกับกำลังหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต
'บุรุษผู้นั้น...ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่หนอ”
'เพราะคนที่ถูกผนึกเอาไว้ก็คือข้า'
หลังจากจัดแจงที่พักให้เรียบร้อยแล้วบ่าวรับใช้ก็โค้งคำนับให้ลู่เต้า ซึ่งลู่เต้าก็รู้สึกไม่ค่อยชินกับห้องที่เงียบสงัดและว่างเปล่าเช่นนี้เมื่อเทียบจวนตระกูลหงแห่งนี้กับบ้านเก่าๆ ของเขาในหมู่บ้านเมฆาขาวแล้วช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว
ลู่เต้านั่งลงบนเก้าอี้ที่ทำจากหินอ่อนลายเมฆาถาดผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะทำจากทองคำแท้ เขาหยิบสาลี่ลูกโตขึ้นมากัดคำหนึ่งน้ำสาลี่หอมหวานสาดกระเซ็น ลู่เต้าร้องด้วยความประหลาดใจ "หวานหวานราวกับน้ำเชื่อมเลย!"
ปกติแล้วผลไม้ที่มีน้ำมากรสชาติมักจะจืดชืด แต่สาลี่ในมือของลู่เต้านั้นกลับเปลือกบาง เนื้อหนาฉ่ำน้ำและหวานอร่อย ถึงแม้จะยังไม่จัดเป็นผลไม้วิเศษ แต่ก็ใกล้เคียงมาก
ไม่นานสาลี่ทั้งลูกก็เหลือเพียงแกนแต่ลู่เต้ายังไม่หนำใจ กวาดผลไม้หลากชนิดบนถาดทองคำเข้าปากจนหมด
ลู่เต้าลูบท้องที่เริ่มป่องขึ้นเล็กน้อยแล้วเรอออกมาอย่างพอใจ ในที่สุดเข็มขัดที่รัดแน่นก็คลายออกได้เสียที
แค่ผลไม้ที่ใช้ต้อนรับแขกยังราคาแพงเช่นนี้อาหารในงานเลี้ยงคงจะวิเศษเลิศล้ำยิ่งกว่านี้เป็นแน่
"จะมีเนื้อสัตว์บ้างหรือไม่หนอ"ลู่เต้านึกพลางกลืนน้ำลาย "ผลไม้ก็อร่อยดี แต่ข้าอยากกินเนื้อสัตว์มากกว่า"
ไป๋เสียปรากฏตัวขึ้นบนเตียงใหญ่เขาเอนกายลงนอนอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าผ่อนคลายดูเหมือนจะพอใจกับการตกแต่งของห้องนี้เป็นอย่างมาก
"ในที่สุดก็ไม่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายอีกต่อไป"ไป๋เสียลืมตามองลู่เต้าแวบหนึ่ง แล้วคิดแผนการในใจ 'ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ข้าจะต้องบังคับให้เจ้าหนูนี่ให้ข้าอยู่กินที่นี่ให้ได้ข้าทนกับแมลงกลางป่าอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว!'
ไป๋เสียจ้องลู่เต้าเขม็งคิดในใจ 'อย่าบังคับให้ข้าลงมือที่นี่เลยนะ...เจ้าหนู'
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยเสียงหญิงสาว "คุณชาย ท่านว่างหรือไม่เจ้าคะ"
ลู่เต้าสะดุ้งตื่นจากภวังค์เช็ดน้ำลายมุมปาก ตอบ "วะ...ว่าง เชิญ"
ประตูถูกผลักเปิดออกหญิงสาววัยประมาณยี่สิบสี่ยี่สิบห้าปีเดินเข้ามาในเรือนเสาทองค้ำฟ้า นางโค้งคำนับลู่เต้าอย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุนละไม "นายน้อยให้บ่าวพาคุณชายไปอาบน้ำชำระร่างกายก่อนงานเลี้ยงเจ้าค่ะ"
"เอ๋? ต้องอาบน้ำในบ้านคนอื่นด้วยหรือ แปลกๆ นะ..."ลู่เต้าคิดพลางดมเสื้อผ้าตัวเอง "ไม่มีกลิ่นนี่ ไม่ต้องก็ได้กระมัง"
"ไป"ไป๋เสียเอ่ยอย่างเด็ดขาด
"ก็ได้..."ลู่เต้าลุกขึ้นยืนอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเดินตามหญิงสาวออกจากเรือนเสาทองค้ำฟ้าไป
ทั่วทั้งจวนเจ้าเมืองต่างก็วุ่นวายกับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้บ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงเดินสวนกันไปมาบนทางเดิน บางคนก็ขนย้ายของ บางคนก็กำลังเดินไปเอาของ
ทั้งสองเดินผ่านทางเดินคึกคักผ่านห้องแต่งตัว และมาถึงห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่ด้านหลังจวนลู่เต้าถึงกับตะลึงเมื่อได้เห็นห้องอาบน้ำขนาดมหึมา
ถึงแม้จะมีหมอกควันสีขาวลอยอยู่เหนือสระน้ำแต่ก็ไม่อาจบดบังความหรูหราโอ่อ่าของห้องอาบน้ำแห่งนี้ได้ภายในห้องมีสระน้ำทั้งหมดสามสระ
"โอ้โห...ว่ายน้ำเล่นได้เลยมั้งนี่"นี่คือความรู้สึกเดียวที่ลู่เต้ามีหลังจากเดินมาถึงสระที่สอง
"ที่นี่เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ"หญิงสาวอธิบายอย่างนอบน้อม
"แต่ทำไมถึงมีสามสระเล่า"ลู่เต้าถามด้วยความสงสัย "หรือว่าทั้งสามสระมีสรรพคุณต่างกัน"
หญิงสาวส่ายหน้าพลางยิ้ม"คุณชายเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ สระใหญ่ที่สุดสำหรับท่านประมุขและฮูหยินสระข้างๆ คุณชายสำหรับนายน้อย ส่วนอีกสระหนึ่งสำหรับคุณหนูเจ้าค่ะ"
"เอ๋? แบบนี้ไม่ค่อยดีมั้ง หรือว่าช่างเถอะ..." ลู่เต้าคิดจะฉวยโอกาสนี้จากไปแต่หญิงสาวกลับขวางทางเขาไว้
"นายน้อยสั่งให้คุณชายใช้สระของเขาเจ้าค่ะปกติแขกจะถูกเชิญไปที่ห้องอาบน้ำอีกห้องหนึ่งแต่คุณชายเป็นแขกคนแรกที่ได้รับเชิญให้มาใช้ห้องอาบน้ำของนายน้อยเจ้าค่ะ"หญิงสาวยิ้มพลางวางเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่
'ดูท่าจะหนีไม่พ้นแล้ว' ลู่เต้าถอนหายใจเบาๆก่อนจะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออก แต่เมื่อถอดเสื้อผ้าออกไปแล้วครึ่งหนึ่งเขาก็หยุดชะงักแล้วหันกลับไปถามหญิงสาว "เจ้า...ไม่ไปหรือ"
"นายน้อยสั่งให้บ่าวมาปรนนิบัติคุณชายเจ้าค่ะ"หญิงสาวตอบอย่างนอบน้อม
"อะ...อะไรนะ!!!"ลู่เต้าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เกือบจะร้องออกมา
'ปรนนิบัติ?หรือว่าหมายถึง...' ใบหน้าของลู่เต้าแดงก่ำแต่สุดท้ายเขาก็ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้วก้าวลงไปในบ่อน้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยหมอกควัน เพื่อให้พ้นสายตาหญิงสาวไป
ลู่เต้ารู้สึกประหม่าอย่างมากเขาหันหลังให้หญิงสาว ไม่กล้าหันกลับไปมองแต่ในใจกลับเฝ้ารอคอยให้มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
หญิงสาวมองสระน้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยหมอกควันเตรียมจะถอดเสื้อผ้าออก ทันใดนั้นก็มีมืออวบอ้วนมาแตะที่บ่าของนางหญิงสาวตกใจหันกลับไปมอง ครั้นเห็นว่าผู้มาคือใครก็ยิ้มออกมาอย่างลืมตัวก่อนจะโค้งคำนับแล้วถอยออกไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบ่อน้ำพุร้อนหรือไม่หัวใจของลู่เต้าถึงได้เต้นแรงว้าวุ่นใจยิ่งนัก
ทันใดนั้นก็มีเสียงคนลงน้ำดังขึ้นจากด้านหลังลู่เต้าร้องอย่างตื่นเต้นในใจ 'มาแล้ว!!'
เสียงน้ำดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆสุดท้ายก็หยุดลงด้านหลังของลู่เต้า เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้ารู้สึกยาวนานเหลือเกิน ไม่นานนักก็มีมือข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ซ้ายของลู่เต้ารอยยิ้มของเขาเบิกบานราวกับดอกไม้ที่ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ
ทว่าเมื่อหันกลับไปมองลู่เต้ากลับไม่พบหญิงสาวรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่กลับเป็นหงฝูที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกว้างยืนอยู่ตรงหน้า
รอยยิ้มของลู่เต้าหายวับไปราวกับร่วงลงสู่หุบเหวน้ำแข็งทั้งที่แช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน
โลกทั้งใบราวกับพังทลายลงต่อหน้าต่อตาแตกสลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย
หงฝูที่กำลังจะเอ่ยปากทันใดนั้นก็โดนหมัดของลู่เต้าต่อยเข้าที่ใบหน้าจนเลือดกำเดาไหล
"ท่านผู้มีพระคุณข้าเอง! หงฝู!" หงฝูร้องด้วยความเจ็บปวด มือปิดจมูกเอาไว้
"อ๊ะที่แท้ก็เป็นเจ้าเองหรือ" ดวงตาของลู่เต้าไร้แววและใบหน้าเรียบเฉยด้วยรู้สึกผิดหวังอย่างที่สุด"ข้าเผลอเห็นเจ้าเป็นปีศาจ ขออภัยด้วย"
"ปีศาจ?"หงฝูขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
"ใช่ข้าแช่น้ำนานไปหน่อย มองไม่ค่อยชัด แวบหนึ่งข้าเห็นเจ้าเป็นปีศาจหมูป่า"ลู่เต้าแสร้งหลับตาลง มือข้างหนึ่งกุมหน้าผาก "ว่าไงดี เจ้าไม่เป็นไรนะ"
หงฝูรู้สึกน้อยใจถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่ออีกฝ่ายพูดเช่นนี้เขาก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
"ไม่เป็นไรไม่เป็นไร ท่านผู้มีพระคุณ ดูสิ" หงฝูตักน้ำพุร้อนขึ้นมาลูบใบหน้าเลือดกำเดาก็หยุดไหลทันที
หงฝูกล่าวอย่างภาคภูมิใจ"บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้ น้ำพุร้อนรักษาให้หายได้ในพริบตา"
ลู่เต้าเห็นดังนั้นก็กำหมัดแน่น"ถ้าอย่างนั้นข้าขอต่อยอีกสามหมัดก็แล้วกัน"
"ท่านผู้มีพระคุณท่านหมายความว่าอย่างไร"
[1]ไม้จินฮว่าหมายถึง ไม้เบิร์ช