วิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌)

    ตอนที่ 68 : วิถีแห่งผู้ฝึกสอนเจ้าสำราญ และเจียวหลง

    ณ ชั้นที่ยี่สิบสองของหอคอยชิงหลง 青龙塔 กาลเวลาได้กลายเป็นเพียงภาพมายาที่ซ้ำซากจำเจ หลงเทียนเฟย 龙天非 นั่งเอนหลังพิงซากของต้นไม้โลหะที่บิดเบี้ยว ดวงตาของเขาหรี่ปรือมองไปยังสมรภูมิเบื้องหน้าอย่างเกียจคร้าน


    ตูมมมมมม!


    ร่างของเสี่ยวหลง 小龙 ถูกกรงเล็บเหล็กกล้าของผู้พิทักษ์จักรกลตบจนกระเด็นไปไกล มันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะรีบใช้ [พุ่งทะยานเงา] หลบหลีกการโจมตีซ้ำอย่างทุลักทุเล


    'เฮ้อ' หลงเทียนเฟยถอนหายใจยาวเป็นครั้งที่ร้อยของวัน 'การลงทุนครั้งนี้ช่างซบเซาเสียจริง'


    แม้ว่าเขาจะได้ใช้เวลาในมิติเร่งเวลาเพื่อขัดเกลาพลังของตนเองจนมั่นคงแล้ว แต่การพัฒนาของคู่หูของเขากลับติด "คอขวด" อย่างเห็นได้ชัด เสี่ยวหลงที่บัดนี้มีพลังเทียบเท่าขั้นสัมผัสปราณสมบูรณ์ ยังคงไม่อาจเอาชนะผู้พิทักษ์ระดับสานรากฐานได้ด้วยตนเอง การต่อสู้แต่ละครั้งจบลงด้วยการที่หลงเทียนเฟยต้องออกโรง "ปิดบัญชี" ให้เสมอ


    'การปล่อยให้สู้ไปเรื่อยๆ โดยไร้ซึ่งการชี้นำ ช่างเป็นการกระทำที่สิ้นเปลืองเวลาและไร้ประสิทธิภาพโดยแท้' ความคิดนั้นทำให้ประกายแห่งความไม่พอใจในความไร้ประสิทธิภาพวาบขึ้นในดวงตาของเขา 'ในเมื่อมันเป็น "ลูกจ้าง" ของข้า ย่อมต้องมีการฝึกอบรมพนักงานให้มีคุณภาพสูงสุด'


    เมื่อผู้พิทักษ์ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง หลงเทียนเฟยจึงเปลี่ยนท่าที เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า แต่ไม่ได้คิดจะเข้าร่วมการต่อสู้


    "เสี่ยวหลง" เขาเอ่ยเสียงเรียบ "ต่อไปนี้ จงฟังคำสั่งของข้าทุกฝีก้าว"


    อสูรจักรกลพุ่งเข้าใส่ แต่ครั้งนี้ หลงเทียนเฟยได้เปิดใช้งาน 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' 无序之眼 อย่างเต็มกำลัง ในสายตาของเขา โครงสร้างกลไกที่ซับซ้อนของผู้พิทักษ์ได้ปรากฏเป็น "เส้นสายแห่งความโกลาหล" ที่บิดเบี้ยว เขามองเห็น "ปม" ของพลังงานและ "ช่องโหว่" ในการเคลื่อนไหวของมันได้อย่างชัดเจน


    "ซ้ายสามส่วน" เสียงของเขาดังขึ้นในจิตสำนึกของเสี่ยวหลง


    เสี่ยวหลงที่กำลังจะหลบไปทางขวาตามสัญชาตญาณ ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเชื่อฟังและเคลื่อนที่ไปทางซ้ายอย่างฉิวเฉียด กรงเล็บโลหะของผู้พิทักษ์เฉือนผ่านอากาศว่างเปล่าในตำแหน่งที่มันเคยอยู่เมื่อครู่ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด


    "ข้อต่อที่ขาหลังขวา จุดรวมพลังงานบางเบาที่สุด โจมตี"


    เสี่ยวหลงไม่ลังเล มันใช้ [พุ่งทะยานเงา] อ้อมไปด้านหลังแล้วพ่น [ลมหายใจไฟแรกเริ่ม] ที่ร้อนแรงเข้าใส่ข้อต่อนั้นอย่างแม่นยำ


    เอี๊ยดดดด!


    อสูรจักรกลส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเป็นครั้งแรก การเคลื่อนไหวของมันติดขัดไปชั่วขณะ


    'ได้ผล' หลงเทียนเฟยยิ้มมุมปาก 'ข้าไม่จำเป็นต้องออกแรงเองแม้แต่น้อย แค่ชี้นำจากระยะไกลก็พอแล้ว ช่างเป็นวิถีแห่งผู้ฝึกสอนที่น่าพึงพอใจนัก'


    วัฏจักรแห่งการฝึกฝนครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้น แต่ครั้งนี้มันคือการร่ายรำที่ถูกควบคุมโดยบุรุษผู้เกียจคร้านที่สุด หลงเทียนเฟยยืนกอดอกอยู่ห่างๆ ออกคำสั่งอย่างใจเย็น ชี้นำให้เสี่ยวหลงหลบหลีกและโจมตีจุดอ่อนที่เขามองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง


    การต่อสู้ที่เคยดูสิ้นหวัง บัดนี้ได้กลายเป็นบทเรียนภาคปฏิบัติที่สมบูรณ์แบบ เสี่ยวหลงเริ่มเรียนรู้ที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของศัตรู เข้าใจถึงจังหวะและช่องโหว่ พลังของมันถูกใช้ออกไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้นทุกขณะ


    จนกระทั่งในการต่อสู้ครั้งที่นับไม่ถ้วน เสี่ยวหลงก็สามารถโค่นอสูรจักรกลลงได้ด้วยตนเองเป็นครั้งแรก โดยที่หลงเทียนเฟยแทบไม่ต้องออกคำสั่งใดๆ เพิ่มเติม


    ทันใดนั้นเอง ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าระดับพลังใดๆ ที่เคยปรากฏในชั้นนี้ก็พลันอุบัติขึ้น


    พลังงานฟ้าดินทั่วทั้งชั้นที่ยี่สิบสองพลันปั่นป่วนอย่างรุนแรง มันไหลมารวมตัวกันที่ร่างของเสี่ยวหลงราวกับสายธารนับพันที่มุ่งสู่มหาสมุทร ก่อเกิดเป็นพายุหมุนแห่งแสงสีทองอร่ามที่โอบอุ้มร่างของมันไว้


    โฮกกกกกกกกกกกกกก!


    เสียงคำรามของพญามังกรที่ก้องกังวานและทรงอำนาจดังขึ้นจากใจกลางพายุแสง มันไม่ใช่เสียงขู่ของอสรพิษอีกต่อไป แต่เป็นเสียงแห่งเกียรติภูมิบรรพกาลที่สั่นสะเทือนไปถึงแก่นของหอคอยจนเกิดแรงสั่นไหวรุนแรง


    ผิวหนังอสรพิษดั้งเดิมของมันลอกคราบออก เผยให้เห็นร่างใหม่ที่อยู่ภายใน ร่างนั้นยืดขยายออกอย่างสง่างาม เกล็ดมังกรสีครามเข้มรูปเพชรที่ส่องประกายแวววาวราวกับท้องฟ้ายามราตรีเข้าแทนที่เกล็ดสีทองเดิม ขาหน้าและขาหลังสี่ข้างที่มีกรงเล็บแหลมคมงอกออกมาจากลำตัวอย่างรวดเร็ว บนหน้าผาก เขาไพลินคู่หนึ่งงอกยาวขึ้นอย่างสง่างาม และข้างเรียวปากของมันนั้น หนวดมังกรสีครามยาวสองเส้นได้ปรากฏขึ้นแล้วพลิ้วไหวไปตามกระแสพลังงานอันปั่นป่วน ร่างของมันลอยขึ้นกลางอากาศโดยไร้ซึ่งปีก แต่กลับเปี่ยมด้วยอำนาจแห่งการควบคุมที่ทำให้แม้แต่ห้วงมิติยังต้องสยบยอม


    บัดนี้มันไม่ใช่อสรพิษอีกต่อไป แต่เป็น เจียวหลง 蛟龍 มังกรชั้นต้นอย่างแท้จริง


    [ระบบ: ตรวจพบการวิวัฒนาการสายเลือด!]


    [ระบบ: คู่หู 'เสี่ยวหลง' ได้ปลุกพลังบรรพกาลสำเร็จ วิวัฒนาการสู่ 'มังกรอุทกคราม' 苍蛟]


    [ระบบ: ทะลวงสู่ขั้น สานรากฐาน 筑基 ระดับ 1 สำเร็จ!]


    พายุแสงสลายไป ร่างของเจียวหลงอุทกครามตนใหม่ลอยลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล รัศมีพลังที่แผ่ออกมานั้นหนักแน่นและเปี่ยมด้วยบารมีอย่างเทียบไม่ติด มันหันมามองหลงเทียนเฟย ดวงตาที่เคยเป็นสีรุ้ง บัดนี้กลับกลายเป็นสีครามเข้มลึกล้ำดุจมหาสมุทร ฉายแววแห่งปัญญาที่เหนือกว่าสัตว์อสูรทั่วไป


    หลงเทียนเฟยเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆ เขายกมือขึ้นสัมผัสเกล็ดรูปเพชรที่เย็นเยียบบนหน้าผากของมัน ผ่านทางจิตสำนึก เขาสัมผัสได้ถึงพลังใหม่ที่กำลังหลับใหลอยู่ภายในร่างนี้ พลังแห่งการควบคุมสายน้ำอันเชี่ยวกราก, พลังแห่งการฟื้นฟูที่ไม่สิ้นสุด, และพลังแห่งการทำลายล้างที่รอวันถูกปลดปล่อย


    "ยอดเยี่ยม" หลงเทียนเฟยพึมพำกับตัวเองอย่างพึงพอใจที่สุด "นี่สิถึงจะเรียกว่าการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง"


    กาลเวลาในหอคอยไหลผ่านไปอย่างเงียบเชียบครู่หนึ่ง หลงเทียนเฟยใช้ช่วงเวลาอันสงบสุขนี้ในการชื่นชม "ผลงานชิ้นเอก" ของตนเอง ขณะที่เสี่ยวหลงก็กำลังปรับตัวเข้ากับร่างกายและพลังอำนาจใหม่ของมันอย่างเงียบๆ


    เอี๊ยด...อ๊าด...


    เสียงเสียดสีของโลหะพลันดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของผู้พิทักษ์จักรกลได้ก่อตัวขึ้นใหม่ มันจ้องมองมายังผู้ท้าทายทั้งสองด้วยดวงตาสีแดงฉานที่ไร้ซึ่งอารมณ์เช่นเคย


    หลงเทียนเฟยยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงความเจ้าเล่ห์ เขาเหลือบมองศัตรูที่คุ้นเคย ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คู่หูที่เพิ่งวิวัฒนาการของตน


    "ไปเถอะ เสี่ยวหลง...ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพของ 'สินทรัพย์' ที่เพิ่งยกระดับแล้ว"


    (จบตอนที่ 68)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌) ที่คุณอ่าน