***ผู้นำหัวโขน [กัง]
เจ็บ…
ความทรงจำครั้งสุดท้ายคือแอบงีบหลับในศาลตั้งแต่ที่เริ่มเปิดดำเนินสิบสวนคดีความ
พอหลับแล้วก็ฝัน
ในความฝันนั้นกระผมกำลังออกเดทกับประธานาธิบดีลิลลี่ผู้งดงาม
ผมสีเงินวงยาวในชุดดอกลิลลี่สีขาวที่งดงามนั้นช่างเหมาะสมกับภูติตัวน้อยอย่างเธอนัก
ไม่เคยคิดฝันว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มีความรักกับภูติตัวน้อยที่มีอยู่แต่ในเทพนิยาย
แต่ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
เพราะว่ามันเกิดขึ้นจริงมาได้ราวครึ่งเดือนแล้ว
พอพวกเราร่างสนธิสัญญาสงบศึกระหว่างเผ่า มาสร้างเมืองที่อยู่ร่วมกัน ภูติตัวน้อยผมเงินก็เริ่มเข้าหาผม
ตอนแรกยังรู้สึกแอบกลัวว่าจะเป็นเรื่องการเมืองที่ซับซ้อน แต่กลายเป็นว่าเธอพยายามเข้าหาผมด้วยความรู้สึกของสาวน้อยอย่างแท้จริง
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
ความสงบสุขนี่มันดีจริง ๆ
แต่ความสงบสุขนั้นได้พังทลายลงไปแล้ว
พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกที ก็ได้ยินเสียงดังโวยวายของเลขาตั๋งที่กำลังด่าใส่ดีอ้อน
แล้วหลังจากนั้นดีอ้อนก็พูดบางอย่าง ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้นมา
ตำแหน่งที่นั่งของผมนั้นถูกขนาบข้างด้วยเลขาตั๋งกับลิลลี่
ในเสี้ยวพริบตาที่เกิดระเบิดนั้น ผมได้พุ่งเข้าไปกอดร่างของเลขาตั๋งเพื่อเป็นการปกป้องเธอ
ผมไม่ห่วงลิลลี่เท่าไหรนัก เพราะว่าเผ่าภูตินั้นสร้างบาเรียได้
แต่เผ่ามนุษย์อย่างพวกเรานั้นอ่อนแอ
สำหรับผมแล้ว เลขาตั๋งคือคนที่ช่วยเหลือผมให้มาเป็นผู้นำหัวโขนได้สำเร็จ
ถึงจะอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกหลอกใช้โดยมีเธอเป็นผู้สั่งการตัวจริง แต่เลขาตั๋งไม่เคยทำอะไรที่เลวร้ายกับผมเลยสักครั้ง
เธอเป็นทั้งเพื่อนและคู่ทำงานที่สำคัญยิ่ง รู้สึกเหมือนกับเป็นน้องสาวคนสำคัญ
เพราะแบบนั้นผมเลยเลือกที่จะใช้ร่างกายตัวเองปกป้องเลขาตั๋งแทนที่จะปกป้องคนรักของตัวเองที่มีความสามารถทางกายภาพสูงกว่า
ร่างของผมกำลังคร่อมตัวคุณเลขาจิ้งจอกในสภาพที่บาดเจ็บหนัก
ชุดสูทสีดำของพวกเราต่างขาดวิ่น และจมอยู่ใต้ซากอาคารที่พังทลาย
ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจชนิดที่แทบจะรดต้นคอกันของเลขาตั๋ง
พวกเรารอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์
“คุณลิลลี่เป็น---”
แต่พอลองหันไปทางขวาเพื่อเช็คความปลอดภัยของคุณลิลลี่ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้จิตใจของผมแทบจะแตกสลาย
ร่างของประธานาธิบดีลิลลี่กำลังจมอยู่ใต้ซากอาคารพร้อมกับเลือดสีใสที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าภูติแสง
ผมสีเงินยาวที่เหยียดตรงกำลังอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงไม่น่าดู พร้อมกับครึ่งท่อนล่างที่จมลงไปใต้ซากอาคาร
“... ไม่จริง”
ผมรู้สึกเศร้ามาก
นึกว่าพวกภูติสามารถสร้างบาเรียปกป้องตัวเองกันได้เป็นเรื่องปกติเสียอีก
ถึงโลกนี้จะตายแล้วเกิดใหม่ได้ แต่ความเจ็บปวดจากการตายยังคงมีอยู่ไม่เปลี่ยน
เธอคงเจ็บปวดทรมาน--
*จุบ*
“!? ”
คุณเลขาตั๋งเลื่อนใบหน้าเข้ามาจุมพิตผมในตอนที่กำลังคิดอะไรเช่นนั้นอยู่
“ท่านผู้นำกังค่ะ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้… ฉัน… ฉันเองก็ชอบท่านเช่นกันค่ะ! ”
“ฮืม!? ”
เลขาตั๋งมอบจุมพิตและสารภาพรักผมในเวลาเดียวกัน
ดวงตาของเธอเป็นรูปหัวใจไปแล้ว
พูดอะไรของเธอกันเนี่ย?
จริงอยู่ว่าเคยมีช่วยเวลาที่รู้สึกแปลก ๆ กับเลขาคนนี้เหมือนกัน แต่พอชีวิตมีคุณลิลลี่เข้ามา ผมก็เริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากับคุณตั๋งนั้น รู้สึกสำคัญเป็นแค่ระดับคนในครอบครัวเท่านั้น
คนที่ผมชอบนะคือลิลลี่เผ่าภูติน้อยน่ารักต่างหาก
ต้องรีบแก้ไขความเข้าใจผิด อย่าปล่อยให้เธอคิดมากไป---
“มนุษย์… หักหลังฉันอีกแล้วเรอะ? ”
---กว่านี้…
เมื่อกี้นี้เสียงใครกัน?
ผมแหงนหน้าไปทางขวาของตัวเองอีกครั้ง
ที่ตรงนั้น กำลังมีใบหน้าของสตรีที่ผมคิดว่าตายไปแล้ว กำลังจับจ้องมาทางนี้ด้วยแววตาอาฆาตแค้นอยู่
ซึ่งเธอคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากประธานาธิบดีของเผ่าภูติแสง [ลิลลี่] คนนั้น
***ประธานาธิบดี [ลิลลี่]
ผู้นำเผ่ามนุษย์ที่ชื่อว่ากังคือรักแรกพบและยังเป็นรักต่างเผ่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แต่มันเกิดขึ้นไปแล้ว
คิดว่าฉันเสียเวลาและเสียแรงไปตั้งเท่าไหรเพื่อพยายามเข้าหาชายคนนี้กัน ยัน?
ต้องหาทางโกหกเอสเทอจอมจู้จี้ว่าเป็นการเข้าหาเพื่อล้วงความลับของเผ่ามนุษย์
ฉันพยายามทุกอย่างเพื่อเข้าใกล้ชายที่ตนเองรัก จนในที่สุดก็สามารถออกเดทกับเขาได้สำเร็จ ยัน~
ฉันมีความสุขมาก และคิดว่าเขารักฉันเหมือนกับที่ฉันรักเขาไม่แตกต่างกัน
แต่ทว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ยัน?
ในช่วงเวลาอันตรายถึงชีวิต เขากลับเลือกปกป้องยัยผู้หญิงหน้าจิ้งจอกของเผ่าตัวเอง แทนที่จะเข้ามาปกป้องฉัน
แถมยังมาจูบกันต่อหน้าฉันที่กำลังบาดเจ็บหนักอีก ยัน~
หรือผู้นำมนุษย์เข้าใกล้ฉันเพื่อหลอกใช้เท่านั้นหรือ ยัน?
ความรักทั้งหมดตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ คือเรื่องหลอกลวงหรือ ยัน?
“มนุษย์… หักหลังฉันอีกแล้วเรอะ ยัน? ”
เพราะคิดแบบนั้น ฉันจึงแผดเสียงออกไปเบา ๆ เช่นนั้น
พลังกายที่เคยคิดว่ากำลังจะหมดลง กลับมีแรงฮึดสู้ยื้อลมหายใจต่อไปด้วยความโกรธ
“คุณลิลลี่! ”
เจ้าผู้นำกังกับเลขาของมันกำลังหันมามองทางฉันด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก
ยังจะกอดกันไม่เลิกอีกนะ ยัน…
ฉันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างภายในใจได้แตกสลายลงไป
รู้สึกว่าพอกันทีกับความรักระหว่างเผ่าที่ไร้สาระ
พอกันทีกับความเชื่อใจที่ถูกทรยศ
พอกันที...
“ [คำสั่งในฐานะประธานาธิบดีลิลลี่ จงมาช่วยฉันเดียวนี้] ”
“ [รับทราบ-แฮม] ”
หลังจากที่ได้ออกคำสั่งผ่านคริสตัลภูติไปสักพัก ก็มีเสียงดังขานรับเช่นนั้นขึ้นจากเหนือกองซากอาคารที่ทับถมใส่
โกเลมแฮมสเตอร์สูงสามเมตรตัวหนึ่งกำลังขุดกองซากออก แล้วยกร่างที่บาดเจ็บหนักของฉันขึ้นมา
ฉันจ้องมองลงไปหยั่งลิงเหลืองทั้งสองคนที่กำลังถูกทับด้วยซากอาคารตรงหน้า
“คุณลิลลี่---”
“ [คำสั่งสิทธิ์ขาดโดยประธานาธิบดีลิลลี่ ห้ามใครมาเปลี่ยนแปลง เปิดโหมดสังหารโกเลมได้…ยัน~] ”
ฉันไม่เสียใจที่ออกคำสั่งเช่นนั้นไป
ไม่เสียใจเลยสักนิด
“ [รับทราบ เปิดโหมดสังหารโกเลม-แฮม] ”
โกเลมแฮมสเตอร์ที่เคยดูน่ารัก ฉับพลันนั้นได้มีกรงเล็บยืดยาวน่ากลัวออกมาจากมือของมัน
“ [ทำลายเป้าหมาย-แฮม] ”
มันเริ่มลงมือสังหาร [อดีตคนรัก] ของฉันตรงหน้า
ร่างอันหล่อเหล่าของกังกับร่างที่น่าเกลียดของตั๋งได้กลายเป็นเศษเนื้อบดในพริบตา
ดอกกุหลาบแดงได้ผลิบานขึ้นตรงหน้าอย่างงดงามพร้อมกับปุ๋ยเนื้อสดของเผ่ามนุษย์สองคน
ฉันชื่นชมผลงานตรงหน้าไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา
“ออกไปทำลายคริสตัลของเผ่ามนุษย์… ไม่สิ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำลายคริสตัลของทุกเผ่าไปพร้อมกันเลยดีกว่ายัน”
ฉันเบื่อแล้ว
ไม่อยากเห็นหน้าของเจ้ากังกับยัยหัวขโมยตั๋งอีกเป็นครั้งที่สอง
เบื่อโลกนี้
เบื่อสงคราม
ดังนั้นมาจบมันกันเถอะ
ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ
ไม่ต้องรอผ่านความเห้นจากสภาอันน่าเบื่อ
มาจบเรื่องทุกอย่างวันนี้ ที่นี่ และตอนนี้กันเลย ยัน...
***ผู้กล้าหนอนหนังสือ [เอสเทอ]
“จะเอายังไงต่อกันดีเนี่ยเอสเทอ! ”
เอรีสหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก
อยู่ ๆ เปอร์ไซด์ก็หวาดกลัวอย่างหนักจนเอาแต่ซุกหน้าอกเอรีสไม่ยอมปล่อย
ศาลเองก็พังไม่เป็นท่าด้วยระเบิดของเจ้าดีอ้อน
แถมพวกสเลบยังบ้าเปิดการต่อสู้กันกลางศาลอีก
ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจหนีออกมาจากความวุ่นวายนั้น
แต่กลายเป็นว่ามาเจอความวุ่นวายยิ่งกว่าเดิมรออยู่ข้างนอกอีกดอง
“อันตรายดอง! ”
มีกระสุนปืนลูกหลงพุ่งตรงมาทางศรีษะของเอรีสที่ไร้ซึ่งการป้องกัน
ฉันรีบกางบาเรียภูติออกด้วยชุดเกราะที่สวมมา
เกราะภูติที่ดูคล้ายดอกเอสเทอทรงหัวคว่ำสีเขียวเริ่มแผ่ละอองบาเรียออกมาคลุมพื้นที่โดยรอบ
กระสุนปืนกระแทกเข้ากับบาเรียภูติเต็มแรง ก่อนจะปลิวสะท้อนไปโดนเผ่ายักษาอีกคนที่กำลังวิ่งตัดผ่านด้านหน้าจนตายอนาจแทน
“เอรีส ตอนนี้วุ่นวายมาก รีบสวมเกราะทั้งตัวเถอะดอง”
“เออ… อืม! ”
เอรีสว่าเช่นนั้นก่อนที่จะเปิดโหมดชุดเกราะฮีโร่จนมีเกล็ดสีเขียวหนาหุ้มไปทั้งตัว
ยังมีรูปร่างที่ดูน่าเกลียดเหมือนเคยเลยดอง
“เหวอ! ทำไมแฮมสเตอร์กรูกันมาที่นี่เยอะแบบนี้กันเนี่ย!? ”
“นี่มันอะไรกัน!? ขอสั่งในฐานะภูติ จงหยุดโจมตีโบว! หยุด… หยูดดด! ”
นั่นเสียงของเจ้า [โบตัน] นี่ดอง?
ภูติที่รับหน้าที่เป็นประธานของศาลเมื่อกี้กำลังโดนบางสิ่งอันกระเด็นขึ้นท้องฟ้ากว้าง
ปีกของเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ แยกออกจากร่าง
สำหรับภูตินั้น ถ้าปีกขาดก็เท่ากับว่าเสียชีวิต...
“นั่นมัน พวกโกเลมโหมดสังหารนี่ดอง!? ทำไมถึงอาละวาดแบบนั้นกันละดอง! ”
ต้นเหตุของความวุ่นวายนั้นคือกองทัพโกเลมแฮมสเตอร์ อาวุธไพ่ตายของพวกเราที่คิดว่าจะเอามาใช้หากเกิดยามจำเป็นขึ้นมา
พวกมันถูกสร้างในฐานะโกเลมรับใช้ แต่จะกลายเป็นอาวุธสงครามที่น่ากลัวได้ ถ้าหากว่าเผ่าภูติอย่างพวกเราออกคำสั่งเปิดโหมดสังหารออกไป
แต่ดูเหมือนเมื่อกี้โบตันพยายามจะสั่งหยุดพวกมัน แต่พวกมันกลับไม่ทำตาม
แสดงว่าคนออกคำสั่งโกเลมจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจสั่งการเหนือกว่าเขา
“...ฝีมือใครกันดอง? ”
คนที่มีอำนาจเหนือกว่าอดีตกระทรงกลาโหมอย่างโบวตันน่าจะมีไม่มาก
แต่ฉันนึกไม่ออกว่าเป็นฝีมือใคร เพราะไม่สามารถลากหาจุดเชื่อมโยงคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการคลั่งอาละวาดในครั้งนี้ได้
“หืม.. ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังวิ่งไปที่โดมคริสตัลเลยไม่ใช่หรือ? ”
“แย่แล้ว รีบเข้าไปปกป้องเร็วดอง! ”
ทิศทางที่พวกโกเลมวิ่งไปนั้นคือโดมใจกลางเมืองซึ่งตั้งอยู่ข้างศาลยุติธรรมไปไม่ไกลนัก
ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร แต่จะปล่อยให้พวกมันบุกไปโจมตีไม่ได้
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสงบสุขที่ฉันชอบนะดอง
แต่ว่า...
บนฟ้ามีลำแสงสังหาร
ในเมืองมีแต่ความสับสนวุ่นวาย
มีเสียงปืนดังก้องกังวาลไปทั่วพร้อมกับเสียงกรีดร้อง
แถมตอนนี้ยังมีฝูงโกเลมคลั่งมุ่งหน้าไปทางคริสตัลแห่งชีวิตอีก
นี่มันเป็นวันโลกาวินาศหรือยังไงกันเนี่ยดอง!
โลกที่แสนสงบสุขมีเวลาว่างให้อ่านหนังสือ โลกที่สามารถใช้เวลาร่วมวิจัยกับคนฉลาดของเผ่าอื่น ๆ ของฉันมันพังหมดแล้วดอง!
ฉันบ่นกับตัวเองเช่นนั้น ก่อนจะเริ่มออกตัวบินไปทางโดมคริสตัลด้วยความหงุดหงิด
แต่ในเวลานั้นเอง---
“ไม่ได้ ห้ามไปนะคะ! ”
เปอร์ไซด์กลับยื่นระยางออกมารัดตัวเพื่อหยุดฉันซะอย่างงั้นดอง
“หยุดทำไมละดอง! ”
“น่ากลัว! หนูไม่อยากให้พวกพี่ ๆ ไปที่นั่น หนูรู้สึกได้ค่ะ ว่าถ้าไปที่นั่น…”
“ถ้าไปที่นั้น? ”
“ถ้าไปที่นั่น พวกพี่จะตาย… ตายแบบไม่มีทางได้เกิดใหม่อีกครั้งอย่างน่นอนเลยค่ะ! ”