Age of war

    ตอนที่ 113 ประธานาธิบดีลิลลี่

    ***ผู้นำหัวโขน [กัง]

    เจ็บ…

    ความทรงจำครั้งสุดท้ายคือแอบงีบหลับในศาลตั้งแต่ที่เริ่มเปิดดำเนินสิบสวนคดีความ

    พอหลับแล้วก็ฝัน

    ในความฝันนั้นกระผมกำลังออกเดทกับประธานาธิบดีลิลลี่ผู้งดงาม

    ผมสีเงินวงยาวในชุดดอกลิลลี่สีขาวที่งดงามนั้นช่างเหมาะสมกับภูติตัวน้อยอย่างเธอนัก

    ไม่เคยคิดฝันว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มีความรักกับภูติตัวน้อยที่มีอยู่แต่ในเทพนิยาย

    แต่ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

    เพราะว่ามันเกิดขึ้นจริงมาได้ราวครึ่งเดือนแล้ว

    พอพวกเราร่างสนธิสัญญาสงบศึกระหว่างเผ่า มาสร้างเมืองที่อยู่ร่วมกัน ภูติตัวน้อยผมเงินก็เริ่มเข้าหาผม

    ตอนแรกยังรู้สึกแอบกลัวว่าจะเป็นเรื่องการเมืองที่ซับซ้อน แต่กลายเป็นว่าเธอพยายามเข้าหาผมด้วยความรู้สึกของสาวน้อยอย่างแท้จริง

    เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก

    ความสงบสุขนี่มันดีจริง ๆ

    แต่ความสงบสุขนั้นได้พังทลายลงไปแล้ว

    พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกที ก็ได้ยินเสียงดังโวยวายของเลขาตั๋งที่กำลังด่าใส่ดีอ้อน

    แล้วหลังจากนั้นดีอ้อนก็พูดบางอย่าง ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้นมา

    ตำแหน่งที่นั่งของผมนั้นถูกขนาบข้างด้วยเลขาตั๋งกับลิลลี่

    ในเสี้ยวพริบตาที่เกิดระเบิดนั้น ผมได้พุ่งเข้าไปกอดร่างของเลขาตั๋งเพื่อเป็นการปกป้องเธอ

    ผมไม่ห่วงลิลลี่เท่าไหรนัก เพราะว่าเผ่าภูตินั้นสร้างบาเรียได้

    แต่เผ่ามนุษย์อย่างพวกเรานั้นอ่อนแอ

    สำหรับผมแล้ว เลขาตั๋งคือคนที่ช่วยเหลือผมให้มาเป็นผู้นำหัวโขนได้สำเร็จ

    ถึงจะอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกหลอกใช้โดยมีเธอเป็นผู้สั่งการตัวจริง แต่เลขาตั๋งไม่เคยทำอะไรที่เลวร้ายกับผมเลยสักครั้ง

    เธอเป็นทั้งเพื่อนและคู่ทำงานที่สำคัญยิ่ง รู้สึกเหมือนกับเป็นน้องสาวคนสำคัญ

    เพราะแบบนั้นผมเลยเลือกที่จะใช้ร่างกายตัวเองปกป้องเลขาตั๋งแทนที่จะปกป้องคนรักของตัวเองที่มีความสามารถทางกายภาพสูงกว่า

    ร่างของผมกำลังคร่อมตัวคุณเลขาจิ้งจอกในสภาพที่บาดเจ็บหนัก

    ชุดสูทสีดำของพวกเราต่างขาดวิ่น และจมอยู่ใต้ซากอาคารที่พังทลาย

    ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจชนิดที่แทบจะรดต้นคอกันของเลขาตั๋ง

    พวกเรารอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

    “คุณลิลลี่เป็น---”

    แต่พอลองหันไปทางขวาเพื่อเช็คความปลอดภัยของคุณลิลลี่ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้จิตใจของผมแทบจะแตกสลาย

    ร่างของประธานาธิบดีลิลลี่กำลังจมอยู่ใต้ซากอาคารพร้อมกับเลือดสีใสที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าภูติแสง

    ผมสีเงินยาวที่เหยียดตรงกำลังอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงไม่น่าดู พร้อมกับครึ่งท่อนล่างที่จมลงไปใต้ซากอาคาร

    “... ไม่จริง”

    ผมรู้สึกเศร้ามาก

    นึกว่าพวกภูติสามารถสร้างบาเรียปกป้องตัวเองกันได้เป็นเรื่องปกติเสียอีก

    ถึงโลกนี้จะตายแล้วเกิดใหม่ได้ แต่ความเจ็บปวดจากการตายยังคงมีอยู่ไม่เปลี่ยน

    เธอคงเจ็บปวดทรมาน--

    *จุบ*

    “!? ”

    คุณเลขาตั๋งเลื่อนใบหน้าเข้ามาจุมพิตผมในตอนที่กำลังคิดอะไรเช่นนั้นอยู่

    “ท่านผู้นำกังค่ะ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้… ฉัน… ฉันเองก็ชอบท่านเช่นกันค่ะ! ”

    “ฮืม!? ”

    เลขาตั๋งมอบจุมพิตและสารภาพรักผมในเวลาเดียวกัน

    ดวงตาของเธอเป็นรูปหัวใจไปแล้ว

    พูดอะไรของเธอกันเนี่ย?

    จริงอยู่ว่าเคยมีช่วยเวลาที่รู้สึกแปลก ๆ กับเลขาคนนี้เหมือนกัน แต่พอชีวิตมีคุณลิลลี่เข้ามา ผมก็เริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากับคุณตั๋งนั้น รู้สึกสำคัญเป็นแค่ระดับคนในครอบครัวเท่านั้น

    คนที่ผมชอบนะคือลิลลี่เผ่าภูติน้อยน่ารักต่างหาก

    ต้องรีบแก้ไขความเข้าใจผิด อย่าปล่อยให้เธอคิดมากไป---

    “มนุษย์… หักหลังฉันอีกแล้วเรอะ? ”

    ---กว่านี้…

    เมื่อกี้นี้เสียงใครกัน?

    ผมแหงนหน้าไปทางขวาของตัวเองอีกครั้ง

    ที่ตรงนั้น กำลังมีใบหน้าของสตรีที่ผมคิดว่าตายไปแล้ว กำลังจับจ้องมาทางนี้ด้วยแววตาอาฆาตแค้นอยู่

    ซึ่งเธอคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากประธานาธิบดีของเผ่าภูติแสง [ลิลลี่] คนนั้น



    ***ประธานาธิบดี [ลิลลี่]

    ผู้นำเผ่ามนุษย์ที่ชื่อว่ากังคือรักแรกพบและยังเป็นรักต่างเผ่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    แต่มันเกิดขึ้นไปแล้ว

    คิดว่าฉันเสียเวลาและเสียแรงไปตั้งเท่าไหรเพื่อพยายามเข้าหาชายคนนี้กัน ยัน?

    ต้องหาทางโกหกเอสเทอจอมจู้จี้ว่าเป็นการเข้าหาเพื่อล้วงความลับของเผ่ามนุษย์

    ฉันพยายามทุกอย่างเพื่อเข้าใกล้ชายที่ตนเองรัก จนในที่สุดก็สามารถออกเดทกับเขาได้สำเร็จ ยัน~

    ฉันมีความสุขมาก และคิดว่าเขารักฉันเหมือนกับที่ฉันรักเขาไม่แตกต่างกัน

    แต่ทว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ยัน?

    ในช่วงเวลาอันตรายถึงชีวิต เขากลับเลือกปกป้องยัยผู้หญิงหน้าจิ้งจอกของเผ่าตัวเอง แทนที่จะเข้ามาปกป้องฉัน

    แถมยังมาจูบกันต่อหน้าฉันที่กำลังบาดเจ็บหนักอีก ยัน~

    หรือผู้นำมนุษย์เข้าใกล้ฉันเพื่อหลอกใช้เท่านั้นหรือ ยัน?

    ความรักทั้งหมดตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ คือเรื่องหลอกลวงหรือ ยัน?

    “มนุษย์… หักหลังฉันอีกแล้วเรอะ ยัน? ”

    เพราะคิดแบบนั้น ฉันจึงแผดเสียงออกไปเบา ๆ เช่นนั้น

    พลังกายที่เคยคิดว่ากำลังจะหมดลง กลับมีแรงฮึดสู้ยื้อลมหายใจต่อไปด้วยความโกรธ

    “คุณลิลลี่! ”

    เจ้าผู้นำกังกับเลขาของมันกำลังหันมามองทางฉันด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก

    ยังจะกอดกันไม่เลิกอีกนะ ยัน…

    ฉันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างภายในใจได้แตกสลายลงไป

    รู้สึกว่าพอกันทีกับความรักระหว่างเผ่าที่ไร้สาระ

    พอกันทีกับความเชื่อใจที่ถูกทรยศ

    พอกันที...

    “ [คำสั่งในฐานะประธานาธิบดีลิลลี่ จงมาช่วยฉันเดียวนี้] ”

    “ [รับทราบ-แฮม] ”

    หลังจากที่ได้ออกคำสั่งผ่านคริสตัลภูติไปสักพัก ก็มีเสียงดังขานรับเช่นนั้นขึ้นจากเหนือกองซากอาคารที่ทับถมใส่

    โกเลมแฮมสเตอร์สูงสามเมตรตัวหนึ่งกำลังขุดกองซากออก แล้วยกร่างที่บาดเจ็บหนักของฉันขึ้นมา

    ฉันจ้องมองลงไปหยั่งลิงเหลืองทั้งสองคนที่กำลังถูกทับด้วยซากอาคารตรงหน้า

    “คุณลิลลี่---”

    “ [คำสั่งสิทธิ์ขาดโดยประธานาธิบดีลิลลี่ ห้ามใครมาเปลี่ยนแปลง เปิดโหมดสังหารโกเลมได้…ยัน~] ”

    ฉันไม่เสียใจที่ออกคำสั่งเช่นนั้นไป

    ไม่เสียใจเลยสักนิด

    “ [รับทราบ เปิดโหมดสังหารโกเลม-แฮม] ”

    โกเลมแฮมสเตอร์ที่เคยดูน่ารัก ฉับพลันนั้นได้มีกรงเล็บยืดยาวน่ากลัวออกมาจากมือของมัน

    “ [ทำลายเป้าหมาย-แฮม] ”

    มันเริ่มลงมือสังหาร [อดีตคนรัก] ของฉันตรงหน้า

    ร่างอันหล่อเหล่าของกังกับร่างที่น่าเกลียดของตั๋งได้กลายเป็นเศษเนื้อบดในพริบตา

    ดอกกุหลาบแดงได้ผลิบานขึ้นตรงหน้าอย่างงดงามพร้อมกับปุ๋ยเนื้อสดของเผ่ามนุษย์สองคน

    ฉันชื่นชมผลงานตรงหน้าไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา

    “ออกไปทำลายคริสตัลของเผ่ามนุษย์… ไม่สิ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำลายคริสตัลของทุกเผ่าไปพร้อมกันเลยดีกว่ายัน”

    ฉันเบื่อแล้ว

    ไม่อยากเห็นหน้าของเจ้ากังกับยัยหัวขโมยตั๋งอีกเป็นครั้งที่สอง

    เบื่อโลกนี้

    เบื่อสงคราม

    ดังนั้นมาจบมันกันเถอะ

    ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ

    ไม่ต้องรอผ่านความเห้นจากสภาอันน่าเบื่อ

    มาจบเรื่องทุกอย่างวันนี้ ที่นี่ และตอนนี้กันเลย ยัน...



    ***ผู้กล้าหนอนหนังสือ [เอสเทอ]

    “จะเอายังไงต่อกันดีเนี่ยเอสเทอ! ”

    เอรีสหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก

    อยู่ ๆ เปอร์ไซด์ก็หวาดกลัวอย่างหนักจนเอาแต่ซุกหน้าอกเอรีสไม่ยอมปล่อย

    ศาลเองก็พังไม่เป็นท่าด้วยระเบิดของเจ้าดีอ้อน

    แถมพวกสเลบยังบ้าเปิดการต่อสู้กันกลางศาลอีก

    ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจหนีออกมาจากความวุ่นวายนั้น

    แต่กลายเป็นว่ามาเจอความวุ่นวายยิ่งกว่าเดิมรออยู่ข้างนอกอีกดอง

    “อันตรายดอง! ”

    มีกระสุนปืนลูกหลงพุ่งตรงมาทางศรีษะของเอรีสที่ไร้ซึ่งการป้องกัน

    ฉันรีบกางบาเรียภูติออกด้วยชุดเกราะที่สวมมา

    เกราะภูติที่ดูคล้ายดอกเอสเทอทรงหัวคว่ำสีเขียวเริ่มแผ่ละอองบาเรียออกมาคลุมพื้นที่โดยรอบ

    กระสุนปืนกระแทกเข้ากับบาเรียภูติเต็มแรง ก่อนจะปลิวสะท้อนไปโดนเผ่ายักษาอีกคนที่กำลังวิ่งตัดผ่านด้านหน้าจนตายอนาจแทน

    “เอรีส ตอนนี้วุ่นวายมาก รีบสวมเกราะทั้งตัวเถอะดอง”

    “เออ… อืม! ”

    เอรีสว่าเช่นนั้นก่อนที่จะเปิดโหมดชุดเกราะฮีโร่จนมีเกล็ดสีเขียวหนาหุ้มไปทั้งตัว

    ยังมีรูปร่างที่ดูน่าเกลียดเหมือนเคยเลยดอง

    “เหวอ! ทำไมแฮมสเตอร์กรูกันมาที่นี่เยอะแบบนี้กันเนี่ย!? ”

    “นี่มันอะไรกัน!? ขอสั่งในฐานะภูติ จงหยุดโจมตีโบว! หยุด… หยูดดด! ”

    นั่นเสียงของเจ้า [โบตัน] นี่ดอง?

    ภูติที่รับหน้าที่เป็นประธานของศาลเมื่อกี้กำลังโดนบางสิ่งอันกระเด็นขึ้นท้องฟ้ากว้าง

    ปีกของเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ แยกออกจากร่าง

    สำหรับภูตินั้น ถ้าปีกขาดก็เท่ากับว่าเสียชีวิต...

    “นั่นมัน พวกโกเลมโหมดสังหารนี่ดอง!? ทำไมถึงอาละวาดแบบนั้นกันละดอง! ”

    ต้นเหตุของความวุ่นวายนั้นคือกองทัพโกเลมแฮมสเตอร์ อาวุธไพ่ตายของพวกเราที่คิดว่าจะเอามาใช้หากเกิดยามจำเป็นขึ้นมา

    พวกมันถูกสร้างในฐานะโกเลมรับใช้ แต่จะกลายเป็นอาวุธสงครามที่น่ากลัวได้ ถ้าหากว่าเผ่าภูติอย่างพวกเราออกคำสั่งเปิดโหมดสังหารออกไป

    แต่ดูเหมือนเมื่อกี้โบตันพยายามจะสั่งหยุดพวกมัน แต่พวกมันกลับไม่ทำตาม

    แสดงว่าคนออกคำสั่งโกเลมจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจสั่งการเหนือกว่าเขา

    “...ฝีมือใครกันดอง? ”

    คนที่มีอำนาจเหนือกว่าอดีตกระทรงกลาโหมอย่างโบวตันน่าจะมีไม่มาก

    แต่ฉันนึกไม่ออกว่าเป็นฝีมือใคร เพราะไม่สามารถลากหาจุดเชื่อมโยงคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการคลั่งอาละวาดในครั้งนี้ได้

    “หืม.. ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังวิ่งไปที่โดมคริสตัลเลยไม่ใช่หรือ? ”

    “แย่แล้ว รีบเข้าไปปกป้องเร็วดอง! ”

    ทิศทางที่พวกโกเลมวิ่งไปนั้นคือโดมใจกลางเมืองซึ่งตั้งอยู่ข้างศาลยุติธรรมไปไม่ไกลนัก

    ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร แต่จะปล่อยให้พวกมันบุกไปโจมตีไม่ได้

    ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสงบสุขที่ฉันชอบนะดอง

    แต่ว่า...

    บนฟ้ามีลำแสงสังหาร

    ในเมืองมีแต่ความสับสนวุ่นวาย

    มีเสียงปืนดังก้องกังวาลไปทั่วพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

    แถมตอนนี้ยังมีฝูงโกเลมคลั่งมุ่งหน้าไปทางคริสตัลแห่งชีวิตอีก

    นี่มันเป็นวันโลกาวินาศหรือยังไงกันเนี่ยดอง!

    โลกที่แสนสงบสุขมีเวลาว่างให้อ่านหนังสือ โลกที่สามารถใช้เวลาร่วมวิจัยกับคนฉลาดของเผ่าอื่น ๆ ของฉันมันพังหมดแล้วดอง!

    ฉันบ่นกับตัวเองเช่นนั้น ก่อนจะเริ่มออกตัวบินไปทางโดมคริสตัลด้วยความหงุดหงิด

    แต่ในเวลานั้นเอง---

    “ไม่ได้ ห้ามไปนะคะ! ”

    เปอร์ไซด์กลับยื่นระยางออกมารัดตัวเพื่อหยุดฉันซะอย่างงั้นดอง

    “หยุดทำไมละดอง! ”

    “น่ากลัว! หนูไม่อยากให้พวกพี่ ๆ ไปที่นั่น หนูรู้สึกได้ค่ะ ว่าถ้าไปที่นั่น…”

    “ถ้าไปที่นั้น? ”

    “ถ้าไปที่นั่น พวกพี่จะตาย… ตายแบบไม่มีทางได้เกิดใหม่อีกครั้งอย่างน่นอนเลยค่ะ! ”

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน