CURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป

    ตอนที่ 48

    จากการโดนโจมตีแบบนั้นบ่อยครั้งเข้า ก็เลยทำให้ตอนนี้แถบเลือดของนอสลดลงเรื่อยๆจนตอนนี้มันดิ่งลงมาเหลืออยู่แค่ยี่สิบเปอร์เซ็นเท่านั้นเอง ด้านจิตใจของนอสนั้นสงบนิ่งมากขึ้น บาดแผลที่ได้รับนอสไม่ได้สนใจตอนนี้ร่างกายของนอสขยับไปแบบอัตโนมัติ การฟันที่เป็นผลจากการซ้อมเป็นพันๆครั้งและต่อสู้จริงมาหลายๆครั้งประสบการณ์เหล่านั้นได้หลอมรวมเป็นการโจมตีที่เฉียบคมของนอสขึ้นมา



     

    นอสมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ฮันนี่แบร์ตัวหนึ่งในกลุ่มเพราะฮันนี่แบร์มีการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าบารันด้าทำให้นอสสามารถฆ่ามันได้เร็วมากกว่า แถมตัวของฮันนี่แบร์นั้นเด่นแค่เรื่องพละกำลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้นทางด้านอื่นๆของมันแทบไม่มีอะไรดีเลย 



     

    และตัวที่มีขนาดใหญ่ของมันเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้นอสเลือกมันเป็นเป้าหมายครั้งนี้ นอสหาจังหวะและเข้าไปโจมตีมันทันที  แต่เพราะการเสริมแกร่งของมันทำให้นอสนั้นหาจังหวะได้ยากขึ้นแถมพวกมันทั้งสี่ตัวยังรุมโจมตีนอสแบบไม่ให้นอสได้พักหายใจ นอสจึงสร้างบาดแผลให้เจ้าฮันนี่แบร์ตัวนั้นได้ไม่มากพอ แต่นอสก็ใช้เวลาการโจมตีเรื่อยๆนี้เป็นข้อได้เปรียบและด้วยพิษของแหว่งหลังจากที่ได้ดูดกลืนพลังเวทย์ของนอสไปในปริมาณมากมายมหาศาลนั้นยิ่งมันอยู่นานเท่าไหร่พิษก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น 



     

    ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดของนอสตอนนี้คือความอึดที่ตัวของนอสนั้นไม่คิดยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทำให้นอสยังมีแรงจะโจมตีอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดฮันนี่แบร์ตัวนั้นเริ่มมีอาการติดพิษรุนแรงออกมาบ้างแล้ว พิษแพร่กระจายไปทั่วร่างของมันอย่างรวดเร็ว



     

    ตอนนี้สิ่งที่นอสต้องทำคือถ่วงเวลาออกไปให้นานที่สุดเพื่อให้พิษลามไปเรื่อยๆ และผลของการทำแบบนั้นของนอสก็สำเร็จฮันนี่แบร์ตัวนั้นล้มลงกับพื้นพร้อมกับสิ้นลมหายใจไปในที่สุด 

    แต่ตอนนี้นอสไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะดีใจแล้วเพราะเวลาจะหายใจนอสก็แทบยังไม่มีอยู่แล้ว



     

    ตู้ม!!!



     

    เป็นเวลาเดียวกันหลังจากที่ฮันนี่แบร์ตัวนั้นตายลงไป ทันใดนั้นก็ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากอีกจุดไม่ไกลจากนอส นอสตัดสินใจหันหน้าไปดูทางที่เกิดต้นเสียงขึ้น ที่ตรงจุดที่เกิดระเบิดขึ้นนั้นได้มีหลุมรอยแยกอีกสองรอยเริ่มโผล่ออกมาและเกิดการสั่นสะเทือนพร้อมกับมีฮันนี่แบร์และบารันด้าโผล่ออกมาอีกครั้ง 



     

    และที่ใกล้ๆกันนั้นก็ได้มีหลุมรอยแยกปรากฏออกมาอีกสองหลุมและเกิดการสั่นสะเทือนด้วยเช่นเดียวกันกับหลุมรอยแยกที่พึ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เนตรมนตราของนอสตรวจจับถึงปริมาณมานาที่มากกว่าที่อื่นๆได้จากหลุมรอยแยกอันหนึ่งจากทั้งสองหลุมที่พึ่งโผล่ออกมา

    “ร…ระดับสีแดง!!”

    นอสคิดและตาค้างด้วยอาการอ้ำอึ้งทันที



     

    ในช่วงที่นอสต้องสู้กับมอนสเตอร์ระดับสีส้มทั้งหกตัวอย่างหนักหน่วง ทำให้นอสนั้นเผลอลืมนึกถึงเรื่องระดับสีแดงและระดับสีส้มที่ยังออกมาไม่ครบนี้ไปซะสนิทเลย 

    “ถ้ามันคัดลอกมอนสเตอร์จากในความทรงจำเราแล้วล่ะก็ระดับสีแดงที่กำลังจะออกมาตัวสุดท้ายจะเป็นอะไรล่ะระหว่างเจ้ากระทิงเดือดกับแบทเทิลบี….”

    นอสใช้ความคิดคาดเดามอนสเตอร์ระดับสีแดงที่กำลังจะออกมาจากหลุมรอยแยกที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่ตอนนี้



     

    แต่ในระหว่างที่นอสกำลังใช้ความคิดอยู่นั้นหลุมรอยแยกที่อยู่ข้างๆระดับสีแดงก็ได้มีเขาของมอนสเตอร์เริ่มโผล่หัวออกมาเล็กน้อย นอสที่มองดูอยู่ทำหน้าสงสัยทันทีเพราะตอนแรกนอสคิดว่ามันอาจจะเป็นฮันนี่แบร์อีกตัวแต่กลับเป็นเขาของมอนสเตอร์ตัวอื่น นอสย้อนทวนความทรงจำของตัวเองในขณะที่ต้องต่อสู้และหลบการโจมตีไปด้วย 



     

    ในความทรงจำของนอสตั้งแต่ที่เขาสู้กับระดับสีส้มมานั้นนอสไม่เคยได้สู้กับตัวที่มีเขามาก่อนเลย

    “ไม่นะอย่าบอกนะว่า–”

    นอสหันไปมองเขาของมอนสเตอร์ตัวนั้นอีกครั้งและนอสก็เริ่มจำมันได้ มอนสเตอร์ระดับสูงตัวเดียวตอนนี้ที่นอสเคยสู้ด้วยและมีเขาเป็นเป็นส่วนประกอบคือเจ้ากระทิงเดือดนั่นเอง

    “บ้าน่า….เจ้านั่นมันระดับสีแดงไม่ใช่หรอทำไมมันถึงถูกลดระดับลงมาแล้วถูกเรียกออกมาเป็นระดับสีส้มล่ะ”

    นอสเริ่มทำหน้าไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าของตัวเอง



     

    และไม่นานหลังจากที่เขาของมันโผล่ออกมาหัวของมันก็เริ่มเผยออกมาให้นอสได้เห็นและเป็นไปตามที่คิดไว้มันคือกระทิงเดือดระดับสีแดงตัวนั้นจริงๆ เมื่อหัวมันโผล่ออกมาหมดแล้วเจ้ากระทิงเดือดก็กระโดดพุ่งออกมาจากรอยแยกก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปร่วมวงกับมอนสเตอร์ตัวอื่นตรงที่นอสสู้อยู่ทันที



     

    มอ!!!!

     

     

    เสียงร้องของวัวสนั่นกึกก้องไปทั่วขณะที่วิ่งพุ่งไปใส่นอสที่กำลังสู้อยู่ ตอนนี้นอสต้องถูกบังคับให้กลับมาสู้กับมอนสเตอร์แบบหนึ่งต่อหกเหมือนกับช่วงแรกอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ การผสานงานของมอนสเตอร์เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้นหลังจากการมาของกระทิงเดือด ในช่วงแรกหลังจากฮันนี่แบร์โจมตีเสร็จในจังหวะนั้นนอสจะมีโอกาสได้เข้าไปโจมตีอยู่บ้างบางที แต่หลังจากที่กระทิงเข้ามาร่วมต่อสู้ด้วยทำให้โอกาสในจังหวะนั้นหายไปทันที ทำให้นอสหาโอกาสโจมตีตัวอื่นๆไม่ได้เลย ตอนนี้นอสทำได้มากสุดเพียงแค่หลบการโจมตีไปมาเท่านั้นเอง



     

    ความกดดันเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ที่ฆ่าฮันนี่แบร์ตัวล่าสุดไปนอสตอนนี้ก็ถึงขีดจำกัดตัวเองไปแล้วร่างกายของนอสก็เริ่มมีท่าทีจะทนรับภาระจากการใช้เวทย์เสริมพลังไม่ไหวแล้ว นอสเริ่มมีความรู้สึกเจ็บระบมไปทั่วทั้งตัว สติเริ่มพล่ามัวแม้นอสจะกัดริมฝีปากให้เลือดไหลเพื่อกระตุ้นตัวเองก็ตาม 



     

    ปุง!!



     

    ในช่วงจังหวะหนึ่งที่นอสนั้นเผลอก็ได้มีบางสิ่งบางอย่างพุ่งเข้าใส่นอส

    “ทอ–”

    นอสตกใจและกำลังจะเรียกชุดเกราะทอรัสออกมาสวมแต่ก็หยุดชะงักไปเพราะนอสยังไม่อยากจะใช้มันให้คนอื่นเห็นในตอนนี้ นอสอยากจะเก็บมันไว้สำหรับแผนการในอนาคต นอสจึงตัดสินใจหยุดพูดและยอมให้วัตถุบางอย่างพุ่งเสียบตัวเองเต็มๆโดยไร้การขัดขืนเพราะตัวของนอสไม่มีพลังเวทย์เหลือจะใช้ดับเบิ้ลจัมป์เพื่อหนีรอดได้อีกแล้ว



     

    เมื่อนอสโดนเสียบทะลุเข้าที่อกแถบเลือดด้านข้างก็ลดลงไปเหลือศูนย์เปอร์เซ็นและมีประกาศดังขึ้น

    ‘การจำลองสิ้นสุดเนื่องจากผู้ทดสอบเสียชีวิต….’

    ‘กำลังประเมินคะแนนที่ผู้ทดสอบได้รับทั้งหมด….’

    ‘เสร็จสิ้น คะแนนที่ได้รับ 210คะแนน’



     

    เมื่อการประกาศจบลงห้องจำลองก็เริ่มถูกปรับเปลี่ยนจนกลับมาอยู่ในห้องสีขาวแบบเดิมอีกครั้ง ร่างกายของนอสกลับมาอยู่สภาพเดิมอีกครั้งหลังจากที่ถูกบางอย่างเสียบทะลุอกไป นอสลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งเพื่อพักหายใจ

    “อึก! ความรู้สึกที่โดนแทงมันยังอยู่ อยู่เลยไอ้ตัวที่พุ่งเข้ามาใส่นั่นคงจะเป็นเหล็กในของแบทเทิลบีแน่ๆเลย แต่มันยังไม่ออกมาจากรอยแยกเลยนี่น่าทำไมมันถึงโจมตีมาได้….ให้ตายสิการทดสอบบ้าๆแบบนี้ด้วยพลังแค่นี้ใครมันไปชนะได้กัน”



     

    นอสพูดพร้อมกับสำรวจร่างกายตัวเองแล้วนอสก็พบว่าตัวเองมีอวัยวะทุกอย่างปกติดี แต่ถึงแม้ว่าร่างกายของนอสที่มีบาดแผลเต็มตัวจะสามารถกกลับมาปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ แต่ด้านสภาพจิตใจนั้นไม่ใช่ความรู้สึกเจ็บปวดจากการต่อสู้และความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้มันไม่ได้หายไปด้วยเลย



     

    “เหนื่อยชะมัดเหมือนยังกับว่าร่างกายไม่มีกระดูกเลยแฮะเรา รีบให้เฟิงพากลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่าผลคะแคคค่อยว่ากันที–อ๊วก!! แหวะ!!”

    ก่อนที่จะได้พูดจบนอสก็เริ่มอาเจียนออกมาอย่างรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เพราะนอสฝืนใช้แหว่งมากจนเกินไปเป็นเวลาทำให้ผลกระทบจากการใช้งานในครั้งนี้จึงรุนแรงมากเป็นพิเศษ และจากความเหนื่อยล้าเพิ่มเข้ามาด้วยแล้ว หลังจากที่นอสอาเจียนเสร็จนอสก็หมดสติลงที่กลางห้องจำลองในทันที

    ………



     

    ตัดมาห้องที่ชิออนและคนสำคัญคนอื่นๆกำลังดูการทดสอบของแต่ละห้องอยู่นั้น ทางด้านชิออนและคนที่เธอเรียกว่าผู้อำนวยการตอนนี้กำลังนั่งดูการทดสอบของนอสอย่างตั้งใจ 

    “โฮ่ะๆไม่เลวเลย สมกับที่เป็นคนเธอให้ความสนใจนะชิออน ดูเหมือนเธอจะได้เจอกับสัตว์ประหลาดตัวน้อยเข้าให้แล้วล่ะ”

    ผู้อำนวยการพูดกับชิออน



     

    เมื่อชิออนที่กำลังนั่งดูวิดีโอย้อนหลังของนอสที่ต่อสู้กับระดับสีส้มทั้งหกตัวอยู่นั้นได้ยินก็จึงหันมาตอบผู้อำนวยการทันที

    “ยังหรอกค่ะ ฉันคิดว่าเขากำลังซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้อยู่ค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าจะบอกว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาดก็ดูเหมาะสมกับเขาอยู่นะคะ เพียงแค่ตัวคนเดียวแต่กลับสามารถต่อสู้ติดต่อกันได้นานขนาดนี้ในห้องที่มีรหัสคีย์การ์ด666ด้วยความแข็งแกร่งแค่นี้แล้วแถมจัดการกับศัตรูไปได้ถึงสามตัวแม้จะถูกรุมด้วยมอนสเตอร์ระดับนี้อยู่ก็ตาม…..แล้วท่านคิดยังไงเด็กคนนี้คะท่านโกยุน?”

    ชิออนเอ่ยปากชมนอส



     

    “ฮ่าๆ เธอชมคนอื่นเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กันแม่สาวคนนี้…”

    ผู้อำนวยการโกยุนเงียบไปสักพักก่อนจะตอบชิออน



     

    “ฉันอยากให้เธอใช้สิทธิพิเศษการเป็นคนคุมสอบที่ดาวนี้ดึงตัวเด็กนั่นมาที่โรงเรียนเราซะ ถ้าเราปล่อยเขาไปล่ะก็ฉันคงจะเสียดายมาก…ฝากจัดการแทนฉันทีนะ โฮ่ะๆ”

    ชิออนได้ยินแบบนั้นก็รีบยืนขึ้นและตอบรับ

    “รับทราบค่ะ”



     

    หลังจากพูดเสร็จชิออนก็เดินออกจากห้องไปและรีบติดต่อหาเจ้าหน้าที่คุมสอบที่อยู่ใกล้ๆห้องของนอสทันที

    “นี่นายน่ะรีบไปดูห้องผู้เข้าสอบคีย์การ์ดรหัส666ซะ ผู้เข้าสอบมีอาการหมดสติอยู่ภายในห้องพาเขาไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้”

    ชิออนสั่งกับลูกน้องผ่านหน้าจอของเธอ



     

    “ได้ครับท่านชิออน”

    เจ้าหน้าที่คุมสอบตอบรับคำสั่งของชิออนและรีบวิ่งไปที่ห้องของนอสเพื่อดูอาการทันที


     

    ……………………….