ตอนที่ 82งานกีฬาสี อย่าลืมกางร่ม!
และแล้วงานกีฬาสีของโรงเรียนก็มาถึงทางโรงเรียนจัดขบวนพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งป้อมเดินขบวนกันตั้งแต่หน้าตลาดเดินเข้าไปในโรงเรียน แน่นอนว่าเป็นดรัมเมเยอร์ถือไม้คทานำหน้า ส่วนคนที่เหลือก็ถือป้ายต่างๆ นานาเดินตามหลัง
ซึ่งเป็นป้ายที่พวกรุ่นพี่ ม.5 ม.6 ช่วยกันทำเขียนข้อความเช่นว่า รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ไม่ทุจริต ฯลฯ ข้อความมากมายเรียงกันเป็นแถวขบวนยาว
ส่วนเสือน้อยแน่นอนว่าต้องเป็นลูกหาบอยู่ในขบวนในฐานะเด็กวิ่งถือกระติกน้ำ สังกัดฝ่ายสวัสดิการงานที่ทำต้องถือป้ายเดินตามขบวนพาเหรดเข้าไปในโรงเรียน
ทั้งขบวนโรงเรียนเล่นทำเอารถติดยาวไปสามสี่กิโลเมตรทว่าทางโรงเรียนก็ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นประจำอยู่แล้ว
และประกาศผ่านโฆษณาจอยักษ์ที่กลางสี่แยกไฟแดงเตือนคนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนี้ ก่อนล่วงหน้า
คนส่วนใหญ่ก็ล้วนเข้าใจดีว่าเวลามีงานกีฬาสี ย่อมมีขบวนพาเหรดและรถก็จะติดคล้ายเป็นความเคยชินของคนที่อยู่ในละแวกนั้น
เสือน้อยตัวอยู่ขบวนแต่ใจไม่อยู่แล้ว เขาเฝ้าคะนึงหาแม่ยอดรักของตัวเองที่กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่เขาอยากจะเดินเข้าไปช่วยตีกลองเร่งจังหวะการเดินเสียเหลือเกิน!เพื่อจะได้ให้ไปถึงโรงเรียนให้ไว ๆ
……
จนกระทั่งเข้ามาในโรงเรียนเดินแยกเรียงรายไปที่สนามกีฬาเข้าแถวสีใครสีมัน…ฟังปาฐกถาของท่าน ๆ ทั้งหลายกว่าจะกล่าว ‘เปิดการแข่งขัน’ก็ปาเข้าไปสาย ๆ แล้ว แดดร้อนเปรี้ยง ๆ จนเปลี่ยนสีผิวของคนให้เป็นสีแดงฉาน
หลังจากฟังท่านผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายเสร็จทุกสีก็เดินกลับเข้าไปประจำจุดของตัวเอง ป้ายต่าง ๆนานาก็ถูกเอาไปพับกองไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง จากนั้นก็แยกกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
เสือน้อยที่ใส่ชุดสีเหลืองเด่นสะดุดตาก็รีบวิ่งบึ่งไปที่สีชมพูท่ามกลางเสื้อผ้าที่แปลกตาเขาก็ไม่ได้สนใจคนอื่นแม้แต่น้อย มีเพียงเพื่อน ๆในกลุ่มเดินตามมา กลายเป็นกลุ่มแกะดำ ที่แปลกแยกออกจากฝูง
บางคนก็คุ้นชินกับหัวหน้ากลุ่มอย่างเขาที่เดินนำขบวนมา บางคนก็กะพริบตาถี่ ๆ ด้วยความประหลาดใจ
เสือน้อยตั้งใจมาให้กำลังใจกับเหมือนฝันส่วนไอ้เข้มที่บังเอิญอยู่สีนี้ เขาก็ไม่พลาดขอร้องให้เพื่อนช่วยถ่ายรูปเหมือนฝันมาให้เยอะๆ หน่อย!
งานกีฬาใครจะแข่งอะไรจะชนะกันได้กี่เหรียญเสือน้อยไม่ใคร่อยากจะไปสนอกสนใจ กลับนั่งกระจุกอยู่ตรงสีคู่แข่งจนกระทั่งครูประจำสีมาไล่ แต่เสือน้อยก็หาข้ออ้าง เขาพูดตอบกลับอย่างนุ่มนวลทำให้ครูทำสีหน้าไม่ถูกจึงปล่อยเลยตามเลย
เมื่อถึงเวลาแข่งขันสแตนด์เชียร์ลีดเดอร์รุ่นพี่เดินนำขบวนเข้ามาด้วยชุดสวยงาม และก็ตามมาด้วยเหมือนฝัน แม่ยอดยาหยีของเสือน้อย
เธอเด่นสะดุดตาอย่างถึงที่สุดในสายตาของเสือน้อย เขาไม่ลืมตะโกนโบกมือทักทาย อย่างออกนอกหน้าทำเอาคนรอบข้างได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ
ถ้าหากใครลองมองไป คนที่แต่งหน้าเหมือนๆ กัน แต่งตัวก็คล้ายกันจนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครก็คงมีแต่คนที่มันคลั่งรักคนคลั่งแฟน ที่จะสังเกตเห็นแบบเสือน้อยเท่านั้น
เพื่อน ๆในกลุ่มนั่งอยู่กับเสือน้อยไม่ไหว พวกเขาไม่ได้มีความรักพรั่งพรูอยู่เต็มหัวใจจึงขอตัวกันเดินออกไปเที่ยวจีบสาวแอ๋วสาวที่สนามแข่งขันอื่น ๆ
ส่วนตัวเขาก็นั่งอยู่มุมหนึ่งที่มองเห็นเธอเต้นได้เด่นชัดยืนคู่อยู่กับตากล้องคู่ใจ…
เข้มถาม “เฮ้ย!กูว่าวันนี้สีกูน่าจะชนะว่ะ!”
เสือน้อยตอบกลับทันที“ก็แน่ละสิ…มีเหมือนฝันเป็นตัวชูโรงขนาดนี้ จะแพ้ได้ไง!”
เข้มเอามือตบหน้าผากถามว่า“นี่มึงอยู่สีไหนกันแน่ไอ้เสือ!?”
เสือน้อยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตัวอยู่สีเหลือง แต่ใจอยู่สีชมพู” เขายกยิ้มมุมปากให้ไอ้เข้มเพื่อนรัก
เข้มถอนหายใจดัง‘เฮ้อ!’ ก่อนจะพูดว่า “เอาเถอะ…แล้วแต่มึงเลยเพื่อน!เอาที่มึงสบายใจ” จึงยืนเคียงข้างเพื่อนสนิทต่อไปถ้าแดดร้อนก็ไปสั่งน้ำสั่งขนมมานั่งกินกัน อยู่กับเสือน้อยมีหรือจะอดอยาก!
จนกระทั่งถึงคิวสีของเธอเต้นเสือน้อยที่คล้ายแกะดำยืนอยู่โดดเดี่ยวตะโกนเสียงดังลั่นให้กำลังใจพลางโบกไม้โบกมือ
รุ่นน้อง ม.1 สีเหลืองที่อยู่ด้านล่างเห็นแล้วก็ยิ้มแห้ง ๆหันมามองเขา เพราะถ้าใครมาเห็นก็นึกว่าไอ้นี่มันบ้าหรือว่ามันใส่ชุดผิดหรือเปล่า?
……
ในโรงเรียนอันกว้างใหญ่ขณะที่ทุกคนเดินกระจายไปตามสนามแข่งขันต่าง ๆ หลังจากจบการเรียกรวมพล ผอ.ก็ได้สั่งแยกย้ายเข้าไปประจำสีใครสีมัน
พีซึ่งอยู่สีฟ้าพอเขาแยกไปพักผ่อนตามอัธยาศัยก็พาพวกเดินขึ้นไปชะเง้อมองตึกที่ไม่ค่อยจะมีคนเดินผ่านมากนักเพื่อนทั้งกลุ่มก๊วนก็เดินสำรวจตึกกันอยู่นานสองนาน
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่พีจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปหาภารโรงซึ่งมีกุญแจห้องเขาได้ใช้เงินยัดติดสินบนภารโรงไว้
พีเดินเข้ามาอยู่ชั้นบนสุดไล่เปิดกุญแจไขไปทีละห้อง…ทีละห้อง จากนั้นก็ได้ใช้มันเป็นสถานที่กบดาน และห้องเชือดไปในตัว!
เพื่อน ๆในกลุ่มแต่ละคนก็พากันโทรนัดแฟนสาวของตัวเองมาเวลาเดินขึ้นตึกก็มีคนคอยดูแลต้นทางให้ผ่านโทรศัพท์ สามารถวิ่งหนีได้ตลอดเวลาแต่เขาตรวจสอบมาสองปีแล้ว ตึกนี้ใช้เป็นห้องเชือดประจำตั้งแต่ ม.1
ไม่นานพีก็ลงไปรับหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นมา เขาจูงมือลากเข้ามาในห้องเรียนแน่นอนว่าเธอย่อมรู้ดีว่าพี่พีของเธอพามาทำอะไร ยังไม่ลืมกำชับให้ใส่ถุงยางด้วย…
เป็นเด็กสาว ม.2วันก่อนที่ไปหาพีถึงที่บ้าน แน่นอนทั้งคู่ได้เสียกันแล้วหญิงสาวได้มอบความบริสุทธิ์ของตัวเธอเพื่อใช้มัดใจชายหนุ่มรุ่นพี่ที่อยู่ตรงหน้าคนนี้
เธอเม้มริมฝีปาก เมื่ออยู่ในห้องสองต่อสองจึงเป็นฝ่ายรุกเข้าไปหาพีก่อน
กลิ่นของความสดใหม่ความสดใสร่าเริงของเธอส่งผ่านสีหน้าแววตา มาจนถึงเด็กหนุ่มก่อนจะเป็นฝ่ายรุกจูบกับเขาก่อน จากนั้นทั้งคู่ก็นอนลงราบไปกับพื้น
หลังจากทั้งคู่นัวเนียกันเสร็จเรียบร้อยก็พากันนอนกอดในร่างเปลือยเปล่าของพื้นห้องเรียน เสียงหอบหายใจค่อย ๆ เบาลง
เด็กหญิงก็ใช้นิ้วมือไต่ไปมาคล้ายแมงมุมบนตัวของแฟนหนุ่มก่อนที่จะอ้อมลงมาถึงจุดต้องห้ามของชายหนุ่ม เธอใช้มือกำบีบขยำมันอย่างเร่าร้อนอีกรอบ
ทั้งคู่นัวเนียกันอยู่ถึงครึ่งวันตอนเช้าก่อนจะแยกย้ายกันจากไปตามสีของตน เด็กสาวยังอาลัยอาวรณ์ไม่เลิกทว่าก็จำต้องจากไปเพราะมีหน้าที่จำเป็น!
เมื่อเห็นเธอจากไปได้พักหนึ่งพีกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปหาหญิงสาวอีกราย ให้ได้ขึ้นมาหาแน่นอนว่าเขาย่อมบอกความจริงว่า“ให้ขึ้นมาทำไม!” เพราะทั้งคู่เป็นฝ่ายสมยอม แล้วจะมาเรียกร้องอะไรจากเขาได้
คราวนี้เป็นรุ่นพี่ ม.ปลายที่เดินขึ้นมา และทรวดทรงองค์เอวของเธอ ก็ดูดีกว่าเด็กรุ่นน้องคนก่อนหน้ามาก
พีไม่รอช้าเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาก็เดินเข้าไปประกบปาก และก็เริ่มแลกลิ้นกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าทำเอาเธอร้องอู้อี้ออกมา
ก่อนที่เธอจะกลับกลายเป็นฝ่ายรุกด้วยการคว้าเข้าที่ห่อหมกของฝ่ายชาย!
ทั้งคู่มีเวลาไม่มากหลังทำกิจกามเสร็จ ก็แยกย้ายกันจากไปทุกครั้งพีไม่ลืมใส่ถุงป้องกัน
ถัดจากคนนี้ยังมีคนที่สามเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็ได้เปิดห้องเชือดคล้าย ๆ กัน แต่ทว่าพวกเขาก็ยังนัวเนียอยู่กับคนเดิม…
ส่วนทางพีกลับเล่นไปแล้วสองคนและคนที่สามก็กำลังมา ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีคนคอยดูแลต้นทางให้
เพื่อนในกลุ่มอุทานว่า“คนที่สาม! ไอ้บ้ามันไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนวะ!?”