โหลวอี้หยางนั้นหลังจากออกจากโรงน้ำชาหล่าวต่านแล้วก็ไม่ได้ตรงกลับจวนวันนี้นางไม่จำเป็ต้องปลอมตัวอีก เพราะถึงอย่างไรฉีหวังโม่ก็รู้เื่เด็กกำพร้าพวกนั้น
โหลวอี้หยางให้บ่าวของตนจอดรออยู่หน้าทางเข้า บ้านเล็กหลังนั้น นางจะเข้าไปดูว่าโจวอวี่ซ่านเป็เช่นไรไปแล้วบ้าง ถ้าตายจะได้รีบฝังกลบเสีย ถ้าไม่ตายก็ถือเสียว่าเขาติดหนี้บุญคุณนาง โหลวอี้หยางคิดได้ดังนั้นก็ออกเดินตรงไปทางเข้าบ้านเล็กหลังนั้น
"พี่อี้หยาง ท่านมาแล้วหรือ ทานอะไรมาบ้างหรือยัง"
"ข้าทานแล้ว บุรุษนั้นเป็อย่างไรบ้าง"
"ยังไม่ฟื้นเลย นอนนิ่งไม่ขยับตัวคล้ายคนตายไปแล้ว"
"เ้าสี่ เ้าพูดอะไรกัน น่ากลัวชะมัด"
"ข้าก็กลัวเหมือนกัน"
เด็กๆเริ่มคิดตามคำพูดของเ้าสี่ เริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆแล้ว
"เอาล่ะ ถ้าเขาตายก็นำไปฝังดีหรือไม่"
โหลวอี้หยางพูดไปยิ้มไป ดูน่ากลัวกว่าบุรุษผู้นั้นเสียอีก
"พี่อี้หยางท่านอย่าไปฟังคำพวกเขามากมาย ท่านมาดูเขาสิ าแเขาเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ เหตุใดเขาถึงนอนนิ่งเช่นนี้กัน"
ต้าเกอกล่าวกับโหลวอี้หยางอย่างคนมีเหตุมีผลที่สุดในบ้านแล้ว โหลวอี้หยางเวลานี้ก็เดินไปดูคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้น นำมือตนเองไปอังจมูกโจวอวี่ซ่านเพื่อตรวจสอบดูว่าเขามีลมหายใจหรือไม่มีกัน
โหลวอี้หยางยืนจ้องมองดูเขาสักพักใหญ่นิ่ง เด็กในบ้านก็มองหน้ากันไม่รู้ว่าพี่สาวท่านนี้กำลังคิดอะไรอยู่
"คิดจะนอนที่นี่อีกนานหรือไม่"
โหลวอี้หยางกล่าวออกไปต่อหน้าบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงนิ่ง
"นอนเช่นนี้เพื่อรอพบข้ากระมัง"
บุรุษผู้นั้นลืมตาขึ้นมาทั้งยังลุกขึ้นมานั่งบนเตียงหลังจากโหลวอี้หยางกล่าวประโยคที่สองจบ
"คุณชายโจวอวี่ซ่านนี่เอง"
"แม่นางโหลวอี้หยาง"
"ข้าไม่ได้อยากรู้ความเป็มาในอาการาเ็ของท่าน ถ้าหายแล้วก็จงออกไปซะ แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก"
"ข้าขอขอบคุณแม่นางโหลวที่ช่วยเหลือ"
"ถ้าขอบคุณข้าได้ก็ขอบคุณเด็กพวกนี้เสียด้วย พวกเขาเป็คนพบท่าน"
"ขอบใจพวกเ้าทุกคน"
"ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร พี่อี้หยางเป็คนออกเงินค่ารักษาท่านน่ะ ทำไมท่านาเ็ถึงเพียงนี้"
"เ้าสี่อย่าอยากรู้มากไป รู้มากเขาคงไม่ขอบคุณเ้า แต่จะเอาชีวิตเ้าแทน"
เ้าสี่หุบปากเงียบเสียงทันที มองไปยังชายผู้นั้นอย่างระแวดระวัง
"ข้าไม่ทำเช่นนั้นกับผู้ที่ช่วยเหลือขอหรอก"
"แล้วท่านรออะไรกัน ฟื้นแล้วก็รีบไป"
"ข้ารอพี่สาวเซียนที่พวกเขาพูดถึง ไม่คิดว่าจะเป็แม่นาง"
"อืม เมื่อรู้แล้วก็รีบไป"
"ข้าคิดว่าเมื่อคืนที่พบท่านข้าทำของบางอย่างตกไว้ ท่านเห็นหรือไม่"
โหลวอี้หยางเหมือนจะนึกขึ้นได้คืนนั้นนางหยิบป้ายตำแหน่งได้ในบริเวณวัดร้างแต่ดูแล้วมันไม่เหมือนป้ายตำแหน่งในแคว้นนี้เลยสักนิด ดูท่าโจวอวี่ซ่านมีความลับเยอะเสียจริง
"ท่านหมายถึงสิ่งนี้หรือ"
"ข้าขอคืน"
"ท่านเป็อะไรกับแคว้นตี้หรือ"
"ตามหลักแล้วข้าควรฆ่าผู้ที่ถามข้าออกมาเช่นนี้"
"เมื่อท่านกล่าวว่าจะฆ่าแสดงว่าไม่ตั้งใจฆ่า"
"ฮึฮึ แม่นางโหลว อย่ารอเอาคำตอบจากข้าจะดีกว่า"
"ข้าก็ไม่ได้รออยู่แล้ว รับคืนไป"
โหลวอี้หยางส่งคืนป้ายตำแหน่งของโจวอวี่ซ่านพร้อมส่งสายตาเรียบนิ่งให้เขาทันที
บุรุษผู้นี้เป็คนของแคว้นตี้เช่นนั้นหรือ เขาแฝงตัวเข้ามายังแคว้นโซ่วของนางเช่นนี้เพื่อเหตุผลใดกัน นางไม่มีทางยอมเป็แน่
"บุญคุณส่วนบุญคุณ แต่ถ้าพวกท่านกล่าวเื่ในวันนี้ออกไป ข้าคงต้องทำตามหน้าที่แล้ว"
"การช่วยเหลือท่าน ดันกลายเป็ปัญหาของข้าแทนหรอกหรือ เสียเวลาสิ้นดี"
"ขอตัวลา"
"ไม่ส่ง"
โจวอวี่ซ่านลุกขึ้นมาคล้ายว่าหายดีแล้วแต่การเคลื่อนไหวยังดูช้ากว่าปกติไม่คล่องตัวเท่าใด เขาจากไปทั้งอย่างนั้นะโขึ้นกำแพงบ้านจากไปทันที
"พี่อี้หยาง ท่านรู้จักเขาหรือ"
ต้าเกออดสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้
"ไม่เชิง"
"เขาดูร้ายกาจเช่นไรไม่รู้"
เ้าสี่กล่าวออกมาอย่ามีสีหน้าหวาดกลัวเกินเหตุไปหน่อย
"ถ้าพบเจอเขาก็อยู่ให้ห่าง"
"ได้"
"วันนี้มีของเล่นใหม่มาให้พวกเ้าไปลองเล่นและฝึกทำดูดีหรือไม่"
โหลวอี้หยางนำตัวต่อที่ได้จากฉีหวังโม่ออกมายื่นให้ต้าเกอไปเล่นกับน้องๆทันที ส่วนนางนั่งครุ่นคิดถึงตัวตนของโจวอวี่ซ่านในชาติก่อน เขาเป็คนที่ทำตัวเสเพลคล้ายคุณชายเ้าสำราญ แต่เหตุใดภพนี้เขาถึงเกี่ยวพันกับแคว้นนี้ได้ นางควรสืบหาความจริงหรืออย่างไร แต่ชาติที่แล้วแคว้นโซ่วกับแคว้นตี้ไม่ได้มีการรบราฆ่าฟันกัน คงต้องรอดูต่อไปว่าป้ายนั้นของโจวอวี่ซ่านมีผลเช่นไรต่อแคว้นโซ่วนี้